เข้าสู่ระบบหลังจากส่งของที่มหาวิทยาลัย คาริสาก็กลับมานั่งเหม่อ ในบางครั้งเธอก็ชะเง้อคอยมองหาว่าเมื่อไรศาสตราจะมาให้เธอเลี้ยงกาแฟแทนคำขอโทษ หนำซ้ำวันนี้ชายหนุ่มยังไม่มาซื้อกาแฟในเวลาเดิมเช่นทุกวัน นั่นยิ่งทำให้เธอคิดไปต่าง ๆ นานา
เขาอาจจะโกรธเธอมากจนไม่อยากมาที่ร้านของเธออีกแล้วก็เป็นได้ แต่เขาก็เป็นสุภาพบุรุษเกินกว่าจะแสดงออกมา เพียงแค่คิดหัวใจดวงน้อยก็พลันห่อเหี่ยว
ตกบ่ายฟ้าฝนเริ่มซา พอมีแสงแดดส่องมาให้เห็นรำไร ผู้คนราวกับอัดอั้นตันใจที่ฝนตกมาราวฟ้ารั่วตลอดหลายวัน ต่างแห่แหนกันออกมานั่งชิลภายในคาเฟ่กันอย่างเนืองแน่น ทำให้คาริสายุ่งวุ่นวายตลอดช่วงบ่าย จวบจนถึงเวลาใกล้ปิดร้าน
ขณะที่เจ้าของร้านสาวกำลังนั่งทำบัญชีอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หลังเคาน์เตอร์คิดเงิน หญิงสาวอยู่ในสภาพรวบผมเป็นลอนยาวสีน้ำตาลทองขึ้นไปขมวดเป็นปมรุ่งริ่ง อีกทั้งยังสวมแว่นกรองแสงรูปทรงโบราณ
“พี่ครีม พี่ครีม” เสียงแหลมของมะนาวร้องเรียกเจ้านายสาว
“หืม”
คาริสาขานรับพลางขยับโยกต้นคอด้วยความเมื่อยล้า ก่อนหันไปทางเด็กสาว มะนาวทำหน้าพยักพเยิดส่งสัญญาณไปทางหน้าร้าน ทำให้เธอหันไปมองตาม
อาจารย์หนุ่มสุดหล่อที่เธอคิดถึงมาตลอดทั้งวันกำลังยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บริเวณหน้าร้าน คาริสาเห็นเข้าก็ไม่รอช้า เธอลุกขึ้นยืน ก่อนพุ่งตรงไปยังหน้าประตู ผลักบานประตูกระจกออกไป ส่งยิ้มสดใสให้กับศาสตรา
“อาจารย์ มาดื่มกาแฟเหรอคะ”
“เอ่อ คือ คืนนี้ผมต้องอยู่ดึกก็เลย...มาดูว่าคุณปิดร้านหรือยัง”
“ยัง ยังค่ะ เชิญเข้ามาข้างในก่อนค่ะ เดี๋ยวครีมจะทำกาแฟให้สุดฝีมือเลย”
เจ้าของร้านคนสวยเดินเข้าไปด้านหลังเคาน์เตอร์ ตั้งหน้าตั้งตาทำอเมริกาโน่เย็น ซึ่งเป็นเมนูโปรดของศาสตราที่เธอจำได้ขึ้นใจ โดยมีมะนาวเข้ามาลอบสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด
“ทำเองเลยเหรอคะ”
เด็กสาวแกล้งเย้าเจ้านายก่อนรีบเดินหนีออกไป แต่คาริสาก็หาได้สนใจ เสร็จสรรพเธอก็ยกกาแฟไปเสิร์ฟให้ศาสตราที่กำลังนั่งรออยู่
“นี่ค่ะอาจารย์ แทนคำขอโทษจากครีมค่ะ แต่ถึงยังไงมันก็ยังเล็กน้อยเกินไปอยู่ดี ครีมขอเลี้ยงกาแฟไถ่โทษอาจารย์ทั้งเดือนได้ไหมคะ”
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกครับ ผมไม่ได้ติดใจหรือถือโทษอะไรคุณเลย”
ศาสตราว่าพลางยกแก้วกาแฟขึ้นดูดไปหลายอึก โดยไม่มีทีท่าว่าจะรีบไป คาริสาจึงถือโอกาสหาเรื่องคุยต่อ
“งานเยอะเหรอคะ ถึงต้องกลับเข้าไปทำงานอีก”
“ครับ”
“แล้วอาจารย์ทานอะไรหรือยังคะ”
“ยังครับ ว่าจะเดินไปร้านสะดวกซื้อหาข้าวกล่องกินง่าย ๆ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาคู่งามก็เกิดเป็นประกายราวกับนึกอะไรขึ้นได้
“อาจารย์คะ นั่งรอครีมสักครู่นะคะเดี๋ยวครีมมา”
คาริสาไม่รอให้ศาสตราได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เธอรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินหายไปทางหลังร้าน ปล่อยให้อาจารย์หนุ่มนั่งรอด้วยความไม่เข้าใจ
ระหว่างรอ ศาสตราไล่สายตาสำรวจบรรยากาศโดยรอบร้านที่ถูกออกแบบตกแต่งด้วยโทนสีขาวน้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่นเรียบง่าย บนผนังแต่ละด้านประดับด้วยภาพถ่ายมุมต่าง ๆ ในเมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ไม่ว่าจะเป็น หอไอเฟล พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ถนนช็องเซลีเซ แต่ที่สะดุดตาชายหนุ่มที่สุด คือภาพสวนลุกซ็องบูร์อันเป็นสวนสาธารณะที่ได้รับความนิยม ซึ่งนั่นทำให้เขานึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ที่ปารีส เขาเองก็ชอบไปนั่งพักผ่อนหย่อนใจที่นั่นเช่นกัน
ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที หญิงสาวก็เดินออกมาพร้อมถือของบางอย่างติดมือออกมาด้วย
คาริสาวางกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมด้านบนมีโลโก้ร้าน La Crème ลงบนโต๊ะก่อนเลื่อนไปวางตรงหน้าชายหนุ่ม
“นี่ค่ะ ดีกว่าทานอาหารแช่แข็งจากร้านสะดวกซื้อ”
“นี่...อะไรครับ”
มือเล็กเอื้อมไปเปิดฝากล่องออก เผยให้เห็นครัวซองแซนด์วิชทูน่าสองชิ้นใหญ่ หน้าตาน่ารับประทาน ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทำเอาอาจารย์หนุ่มเผลอกลืนน้ำลายลงคอด้วยความอยากลิ้มลอง
“ครัวซองแซนด์วิชทูน่า พอดีมื้อเย็นครีมทำสลัดทูน่าไว้ทานพอดี ก็เลยอุ่นครัวซองทำแซนด์วิชให้อาจารย์ ครัวซองนี่ครีมก็ทำเองนะคะ รับรองอร่อยจนต้องร้องขอชีวิตแน่นอนค่ะ”
เจ้าของร้านคนสวยพูดเจื้อยแจ้วพร้อมรอยยิ้มเต็มใบหน้า ทุกกิริยาท่าทางของเธอนั้นชวนมอง ทำเอาศาสตราใจอดไม่ได้จนต้องเผยรอยยิ้มออกมา ทว่าเมื่อเขารู้สึกตัวก็รีบดึงหน้ากลับมาเรียบเฉยดังเดิม
“ขอบคุณมากนะครับ ผมคงต้องขอตัวก่อน มีงานต้องทำอีกเยอะ”
“ค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะอาจารย์ อย่าลืมมาให้ครีมเลี้ยงกาแฟไถ่โทษนะคะ”
“พรุ่งนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะมาได้หรือเปล่า มีคุมสอบทั้งวัน” ทันทีที่ศาสตรากล่าวจบดวงหน้าสวยที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มสดใสก็ห่อเหี่ยวลงทันตา “ช่วงพักเที่ยงถ้ามีเวลาผมจะแวะมาละกันนะครับ”
“ไม่ต้องค่ะ ถ้าอาจารย์ไม่มีเวลา ร้านครีมมีบริการดิลิเวอรี เดี๋ยวตอนพักเที่ยงครีมเอาไปส่งให้นะคะ”
“ไม่ต้องก็ได้ครับ แค่กาแฟแก้วเดียว เสียเวลาเปล่า ๆ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ครีมยินดี”
“อืม แล้วแต่คุณละกันครับ งั้นผมขอตัวก่อน ขอบคุณสำหรับกาแฟและแซนด์วิชนะครับ”
“ค่ะ ครีมเดินไปส่ง”
คาริสาเดินนำไปเปิดประตูหน้าร้านให้อาจารย์หนุ่มได้เดินออกไป เขาหยุดยืนโค้งศีรษะลงให้เธอเล็กน้อยอย่างสุภาพ ก่อนก้าวเดินออกจากร้านมุ่งหน้าสู่ทางม้าลายเพื่อที่จะข้ามถนนไปยังมหาวิทยาลัย
คาริสายืนมองจนกระทั่งศาสตราเดินหายลับไป หญิงสาวจึงปิดประตูและหันกลับเข้ามาในคาเฟ่
“ว๊าย!” เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นเมื่อเธอหันมาเจอกับมะนาวที่ยืนจ้องเธออยู่ในระยะประชิด “ยัยเด็กคนนี้นี่ พี่ตกใจหมดเลย มีอะไรทำไมมายืนเงียบ ๆ”
“นาวสงสัยว่าร้านเรามีบริการดิลิเวอรีตั้งแต่เมื่อไหร่”
“มี...วันนี้นี่แหละ” คาริสาว่าพลางยิ้มจนแก้มปริ
“ยิ้มขนาดนี้นี่ บอสของนาวคงไปส่งเองแน่ ๆ”
“มันก็ต้องแบบนั้นใช่ไหมล่ะ พี่จะไปรบกวนน้อง ๆ ที่น่ารักของพี่ได้ยังไงกัน”
“ค่า...” มะนาวลากเสียงยาวพร้อมหรี่ตามองอย่างรู้ทัน “อ้อ จะว่าไปนาวว่าวันนี้พี่ครีมได้คุยกับอาจารย์เยอะมาก ๆ เลยนะ หรืออาจจะเยอะกว่าที่ผ่านมารวมกันด้วยซ้ำ”
“เออ จริงด้วย”
“นาวว่าพี่ครีมมีความหวังแล้วล่ะ”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้งมะนาว อาจารย์เขาเป็นถึงดอกเตอร์ หลานเจ้าของมหาลัย ครอบครัวเขาก็อยู่ในแวดวงสังคมไฮโซ ต่างจากพี่ลิบลับเลยนะ”
เมื่อคาริสาพูดออกมาแบบนั้น มะนาวก็ทำหน้างง
“ต่างตรงไหนอ่ะ พี่ครีมออกจะรวย ตึกละแวกนี้ก็ของพี่ครีม ตลาดตรงนู้นก็ของพี่ครีม ไหนจะบริษัทที่พี่ครีมถือหุ้นอีก”
คาริสาโคลงศีรษะเบา ๆ ให้กับความคิดของเด็กน้อย
“มะนาว พี่รวยแล้วอาจารย์เขาไม่รวยเหรอ ครอบครัวพี่เป็นชนชั้นรากหญ้าเลยนะ แต่ว่าโชคดีที่ทำธุรกิจจนมีวันนี้ได้ ต่างจากครอบครัวอาจารย์ที่เขาเป็นผู้รากมากดีมีหน้ามีตาทางสังคม เฮ้อ...พอเถอะเลิกคุย พี่ขอแอบมองแอบชอบแบบนี้ก็พอแล้ว”
“อะไรกัน ยอมแพ้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ แบบนี้เหมือนไม่ใช่พี่ครีม”
“พอ ๆ ไปทำงานได้แล้ว จะได้ปิดร้าน”
“เดี๋ยวก่อน แล้วถ้าเกิดว่าอาจารย์เขาชอบพี่ครีมขึ้นมาล่ะ” คำถามของเด็กสาวทำให้คาริสาชะงักงัน เธอไม่เคยจินตนาการมาถึงตรงนี้เหมือนกัน
“ถ้าเหรอ ถ้าเป็นแบบนั้นพี่ก็คงทุ่มสุดตัว ไม่มีทางยอมแพ้”
“มันต้องแบบนี้สิถึงจะเป็นพี่ครีม” มะนาวกล่าวจบก็ยกกำปั้นสองข้างชูขึ้นพร้อมทำหน้าฮึดสู้
“อืม พอใจแล้วใช่ไหม รีบไปทำงานเลย เสร็จช้ากลับบ้านดึกดื่นมันอันตราย”
“ไปแล้วค่ะ...”
เมื่อมะนาวกลับไปทำงานตามหน้าที่ คาริสาจึงกลับมานั่งหลังเคาน์เตอร์คิดเงินดังเดิม ทว่าภาพสะท้อนจากหน้าจอมอนิเตอร์ตรงหน้าทำให้เธอต้องหันไปคว้ากระจกเงาในลิ้นชักขึ้นมาส่อง
ทันทีที่เห็นสภาพยัยเพิ้งหัวฟูสวมแว่นกรองแสงทรงเชยเฉิ่ม คาริสาก็แทบจะเป็นลม เธออยู่ในสภาพนี้ตอนที่อยู่กับศาสตรา
หมดกัน...
3 ปีต่อมา ณ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ร่างบางนอนหลับใหลอยู่บนเตียงนอนขนาดคิงไซต์ ค่อยเปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ พร้อมกับใช้มือบางควานหาคนข้างกายที่นอนกอดก่ายกันตลอดค่ำคืน ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวจึงลุกขึ้นปรือตามองไปรอบห้องนอน ก่อนจะได้ยินเสียงดังแว่วมาทางหน้าต่าง คาริสาหยัดกายลุกขึ้นอย่างยากลำบากด้วยความเมื่อยล้า เนื่องจากตลอดทั้งสัปดาห์นับตั้งแต่เดินทางมาถึงปารีส เธอต้องออกงานสังสรรค์กับสามีเกือบทุกวัน อีกทั้งยังต้องตระเวนถ่ายพรีเวดดิ้งเพื่อใช้ในงานแต่งงานที่กำลังจะมีขึ้นในอีกหกเดือนข้างหน้า พอกลับมาถึงบ้านแทนที่จะได้พักผ่อน กลับถูกสามีผู้แสนดีเคี่ยวกรำบทรักอย่างหนักหน่วงตลอดคืน “โอ๊ย หมอนรองกระดูกทรุดแล้วมั้ง” เสียงหวานร้องโอดโอยพร้อมยกมือขึ้นจับบั้นท้ายงอนงาม เมื่อออกจากผ้านวมหนานุ่มมาได้ เธอก็รีบคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาห่มกาย ป้องกันตัวเองจากอากาศที่เริ่มเย็นลงในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง เท้าเล็กก้าวไปยืนชิดริมหน้าต่าง ก่อนเอื้อมมือไปแหวกผ้าม่านเปิดกว้างจนแสงแดดอบอุ่นสาดเข้ากระทบผิวกาย เมื่อเธอมองไปยังสนามหญ้าหลั
ตั้งแต่วันที่ศาสตราเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ชายหนุ่มก็ติดต่อหาแฟนสาวทุกวันไม่เคยขาด จนกระทั่งสองวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ จู่ ๆ คาริสาก็ขาดการติดต่อไป โทรหาก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ ศาสตราตัดสินใจติดต่อหาคุณศจีก็ได้คำตอบเพียงแค่ว่างานที่คาเฟ่ยุ่งมาก ซึ่งนั่นก็ผิดวิสัยของคนรัก เพราะถ้าช่วงไหนที่คาริสาทำงานหนัก เธอก็มักจะอ้อนเขามากเป็นพิเศษ ไม่มีทางที่เธอจะหายไปแบบนี้ ทันทีที่ศาสตราเดินทางถึงประเทศไทย ครั้นจะโทรหาคนรัก สมาร์ตโฟนคู่ใจก็ดันมาดับสนิท เนื่องจากเขาลืมที่ชาร์ตไว้ที่โรงแรม ชายหนุ่มจึงตรงมาที่ร้าน La Crème ก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยคิดว่าคาริสาจะต้องอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน เมื่ออาจารย์หนุ่มเดินเข้าไปภายในคาเฟ่ เขากวาดสายตาไล่มองไปทั่วทั้งร้าน หวังจะได้เจอแฟนสาวที่เขาคิดถึงจับใจมาตลอดทั้งสัปดาห์ ทว่าก็ไม่มีแม้เงา เขาจึงเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ ซึ่งมะนาวกำลังง่วนอยู่กับการรับออเดอร์จากลูกค้า “มะนาว ครีมล่ะ” “อ้าว อาจารย์ พี่ครีมไม่อยู่ค่ะ” คำตอบของมะนาวทำให้คิ้วหนาขมวดย่นด้วยความสงสัย “พี่ครีมไม่ได้เข้าร้านมาสองวันแล้วค่ะ
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายได้ผ่านพ้นไป คามินก็ออกเดินทางไปทำงานที่ประเทศเวียดนามอีกครั้ง โดยฝากฝังให้ศาสตราดูแลน้องสาวเป็นอย่างดี ซึ่งศาสตราและคามินนั้น ถึงแม้ว่าจะพูดจาเหมือนคนไม่ค่อยลงรอยกันทว่าทั้งคู่กลับสนิทสนมกันมากขึ้น ในส่วนของคดีความก็เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ซึ่งสุดท้ายแล้วลูกจันทร์ก็ไม่อาจหนีผลของการกระทำได้ หล่อนต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่คาริสา นอกจากนี้หล่อนต้องโพสต์ขอโทษคาริสาอย่างเป็นทางการผ่านหน้าเฟสบุ๊กทุกวันเป็นเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งนั่นสร้างความอับอายให้แก่บิดามารดาของหล่อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากทั้งคู่เป็นอาจารย์ชื่อดังและยังเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคม นับตั้งแต่วันที่คดีสิ้นสุดลง คาริสาก็ไม่เคยเจอลูกจันทร์อีกเลย แต่เธอก็ได้รับรู้จากคำบอกเล่าของคนรักว่าหล่อนถูกส่งไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด อีกทั้งเรื่องที่ลูกจันทร์ได้ก่อเอาไว้ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของครอบครัวหล่อนและคุณหญิงประกายแก้ว นอกจากนี้พ่อแม่ของหล่อนยังต้องใช้หนี้ทุกบาททุกสตางค์ที่คุณหญิงประกายแก้วส่งให้ลูกจันทร์ไปเรียนต่อ ทว่าหล่อนกลับนำไปผลาญจนหมดสิ้น ด้านคุณหญิงประกายแก้ว คาริส
ในช่วงสายของอีกวัน ศาสตราและคาริสาออกเดินทางจากเพนต์เฮาส์มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หิรัญเรืองฤทธิ์ เมื่อรถแอสตันมาร์ตินสีดำจอดบนลานกว้างหน้าอาคารสูงหกชั้น ทั้งคู่ก็เห็นคุณศจีรีบเดินออกมาจากด้านในด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ศาสตราเห็นแบบนั้นจึงรีบก้าวลงจากรถเดินอ้อมไปรับคนรัก และรีบตรงไปหามารดาทันที “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับคุณแม่” “ยัยหนูลูกจันทร์มาหาคุณป้าแต่เช้าป่านนี้ยังไม่กลับเลยลูก” ศาสตราได้ฟังก็หัวเราะในลำคอก่อนกระตุกยิ้มออกมา “ผมกะไว้อยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วงนะครับแม่ผมเตรียมการเรื่องนี้มาดี” เมื่อลูกชายว่าอย่างนั้นคุณศจีก็พยักหน้ารับรู้ด้วยสีหน้าที่ดีขึ้น ต่างจากคาริสาที่มองคนรักด้วยความสงสัย ราวกับศาสตรามีเรื่องอะไรที่ยังคงไม่บอกเธอ ทั้งสามคนเดินผ่านห้องโถงกว้างลึกเข้าไปด้านในของตัวอาคารชั้นหนึ่ง โดยมีศาสตราอยู่ตรงกลาง และสองสาวต่างวัยขนาบข้างซ้ายขวา ตรงหน้ามีบานประตูไม้สักทองสูงตระหง่าน ศาสตรายกมือทั้งสองข้างขึ้นผลักบานประตูเข้าไปด้านใน เมื่อบานประตูทั้งสองเปิดอ้าออก คาริสาจึงเห็นว่าหลังบานประตูนั้นคือห้องรับแขกหน้าตา
ศาสตราพาคาริสากลับมาอยู่ที่เพนต์เฮาส์ โดยให้มะนาวคอยดูแลคาเฟ่จนกว่าเรื่องทุกอย่างจะคลี่คลาย ศาสตรารวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมด รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดภายในคาเฟ่ส่งให้กับนักสืบมือดี นั่นทำให้ชายหนุ่มได้รู้ว่าผู้หญิงปริศนาที่มาพร้อมคุณหญิงประกายแก้วก็คือลูกจันทร์นั่นเอง ด้านคุณศจีเมื่อรู้ข่าว ท่านก็รีบตามมาสมทบด้วยความเป็นห่วงลูกชายและคนรัก ซึ่งในแต่ละวันก็จะมีเพื่อนพ้องของคุณศจีแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ทำให้คาริสาไม่เหงาเลย ถึงแม้ว่าศาสตราจะกลับมาถึงค่ำมืดดึกดื่นทุกวัน เนื่องจากชายหนุ่มต้องทำงาน และจัดการปัญหาของเธอไปพร้อมกัน และในที่สุดความพยายามของชายหนุ่มก็บังเกิดผล เมื่อนักสืบมือดีที่เขาจ้างไปสืบเรื่องราวทั้งหมด กลับมาพร้อมข้อมูลสำคัญในการเปิดเผยตัวตนของผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ก่อนกำหนดเส้นตายของคามินเพียงแค่สองวัน ศาสตรากลับมายังเพนต์เฮาส์หรูด้วยใบหน้ายิ้มแย้มต่างจากทุกวัน ทำเอาคาริสาและคุณศจีที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวต่างมองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ “มีเรื่องอะไรดี ๆ แน่เลยลูกแม่ถึงยิ้มหน้าบานขนาดนี้” คุณศจีเอ่ยถามลูกชาย
ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ถึงวันที่ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ เมื่อเครื่องบินแล่นลงสู่พื้นดิน ทั้งสองคนก็กลับมายังเพนต์เฮาส์ของศาสตราเพื่ออาบน้ำพักผ่อน พอตกเย็นชายหนุ่มก็ขับรถออกมาส่งแฟนสาวที่ร้าน La Crème ทันทีที่คาริสาก้าวลงจากรถ ดวงหน้าสวยฉายแววฉงนพลางหรี่ตามองเข้าไปในคาเฟ่ จ้องมองใครคนหนึ่งที่ดูคุ้นตา เมื่อบุคคลปริศนาหันกลับมาเธอก็ยิ้มออกมาทั้งตาและปาก ต่างจากมะนาวและพนักงานคนอื่นที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ “พี่คิน”คาริสาร้องเรียกพี่ชายที่ไม่ได้เจอกันนานหลายเดือนด้วยความดีใจ ก่อนจะผลักประตูกระจกเข้าไปในคาเฟ่ โดยมีศาสตราเดินตามไปไม่ห่างหญิงสาวตรงเข้าไปหวังจะกอดคามินให้หายคิดถึง ทว่าพี่ชายสุดที่รักกลับดึงเธอไปทางด้านหลัง ก่อนยืนประจันหน้ากับศาสตรา และในวินาทีนั้นเองสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นคามินง้างหมัดขึ้นมาชกหน้าศาสตราเข้าเต็มแรงโดยที่อาจารย์หนุ่มยังไม่ทันตั้งตัว ทำให้ร่างสูงทรุดลงไปกองกับพื้น“พี่ใหญ่!” คาริสาร้องเรียกศาสตราด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนรีบถลาลงไปช่วยคนรักมะนาวเห็นท่าไม่ดีจึงไล่พนักงานคนอื่นเข้าไปหล







