เข้าสู่ระบบหลังวางสายจากคามิน หญิงสาวก็เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำอาบท่า เสร็จสรรพก็มาล้มตัวลงนอน พลางคิดถึงบทสนทนาที่เพิ่งผ่านพ้นไป
“ศาสตราจารย์แก่ ๆ ก็จริง แต่ดอกเตอร์ยังหนุ่มอยู่เลย แถมหล่ออีกต่างหาก ขนาดแค่ยิ้มมุมปากนิด ๆ ก็ยิ่งโคตรหล่อ กรี๊ด...”
หญิงสาวร้องกรี๊ดกร๊าดด้วยความชอบใจ พร้อมยกหมอนขึ้นปิดหน้า พอดึงหมอนออกมา นัยน์ตาคู่สวยก็เหลือบไปเห็นหน้าปัดนาฬิกาติดผนังบอกเวลาเกือบตีหนึ่ง เธอจึงรีบข่มตาหลับ เนื่องจากพรุ่งนี้ต้องตื่นไปส่งของแต่เช้า และด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำขนมจนดึกดื่น จึงทำให้คาริสาเข้าสู้ห้วงนิทราในเวลาเพียงไม่นาน
เช้าวันต่อมา พายุฤดูร้อนก็ยังคงไม่ผ่านพ้นไปจากเมืองหลวง ทำให้การเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยที่อยู่ฝั่งตรงข้ามนั้นค่อนข้างทุลักทุเล
เมื่อพนักงานช่วยกันขนของขึ้นรถจนครบถ้วน เจ้าของร้านสาวก็ขับรถเอสยูวีสีขาวสัญชาติยุโรปมุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทาง โดยมีมะนาวและพนักงานอีกสองคนตามมาด้วย
ท่ามกลางพายุฝนที่เทกระหน่ำลงมา ทำให้เธอมัวแต่มองทางข้างหน้าจึงไม่ทันสังเกตพื้นผิวถนนที่ชำรุดค่อนไปทางด้านซ้าย
ล้อหน้าของรถเอสยูวีตกลงไปในหลุมเข้าอย่างจัง จากนั้นคาริสาก็ได้ยินเสียงมะนาวร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“เฮ้ย!”
“อะไรกันมะนาว พี่ตกใจหมด แค่ตกหลุมแค่นี้ร้องซะดังเชียว” คาริสาหันไปก็เห็นเด็กสาวทำหน้าตาตื่น
“พี่ครีมทำน้ำบนถนนสาดไปโดนคนที่เดินบนฟุตบาทเต็ม ๆ เลย”
สิ้นเสียงของมะนาว คาริสาก็เหยียบเบรกจนมิด ก่อนหันมาหาเด็กสาวด้วยสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน เธอชะเง้อมองไปบนทางเท้าที่มีชายคากันฝนทอดยาวตลอดทางเดิน ก็เห็นร่างสูงกำลังยืนเนื้อตัวเปียกปอนพลางทำท่าสะบัดน้ำที่กระเด็นมาโดน
“ซวยแล้ว เดี๋ยวพี่ลงไปดูเขาแป๊บนึงนะ”
ทันทีที่กล่าวจบ คาริสาก็หักเลี้ยวรถเข้าจอดชิดริมทางเท้า ก่อนจะเปิดประตูรถวิ่งฝ่าสายฝนลงมา
“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันไม่เห็นหลุมตรงนั้นจริง ๆ”
คาริสาว่าพลางยกมือไหว้ชายหนุ่มผู้โชคร้ายที่กำลังก้มหน้าก้มตาปัดเศษสิ่งสกปรกที่กระเด็นมาพร้อมกับน้ำ และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาก็ยิ่งทำให้คาริสาตกใจหนักกว่าเดิม เพราะชายคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นอาจารย์หนุ่มสุดหล่อที่เธอแอบชอบนั่นเอง
“อาจารย์ ครีมขอโทษนะคะ ตายแล้วเลอะเทอะไปหมดเลย” หญิงสาวไม่พูดเปล่า เธอพุ่งเข้าไปยกมือขึ้นใช้ปลายแขนเสื้อคลุมแขนยาวที่เธอสวมใส่ช่วยเช็ดคราบสกปรกบนเสื้อเชิ้ตสีเทาราคาแพง
“คุณไม่ต้อง ช่างมันเถอะมันเป็นอุบัติเหตุ เดี๋ยวผมขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อที่ห้องทำงานได้”
“ช่างมันได้ยังกันคะ มันเป็นความประมาทของครีม ครีมต้องรับผิดชอบสิคะ” คาริสายังคงไม่ยอมรามือโดยง่าย เช็ดไปเช็ดมาใบหน้าสวยก็อยู่ใกล้แผงอกกว้างเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชาย
แบรนด์ดังลอยมากระทบปลายจมูกเล็ก“พอแล้วครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมมือหนายกขึ้นคว้าข้อมือเล็กไปพร้อมกัน
คาริสาชะงักงัน ก่อนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลา นั่นจึงทำให้หญิงสาวเพิ่งรู้ตัวว่าเขาและเธอยืนใกล้กันมากเพียงใด ใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากกายชาย มันช่างอุ่นซ่านไปถึงหัวใจ จนเธออยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้นาน ๆ
“พี่ครีม” เสียงแหลมแสบแก้วหูของมะนาวกระชากคาริสาออกจากช่วงเวลาฝันหวาน ทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันด้วยความตกใจ
“อะไร”
“ลูกค้าโทรตามแล้ว”
“เออใช่ พี่ลืมไปเลย”
คาริสาหันกลับมามองศาสตราด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ไม่รู้จะทำอย่างไรกับสถานการณ์ตรงหน้า ไหนจะของที่ต้องรีบไปส่งลูกค้าอีก
“คุณไปเถอะ ผมไม่เป็นไร”
“แต่ว่า...”
“เอาไว้เลี้ยงกาแฟไถ่โทษละกัน โอเคไหมครับ” กล่าวจบชายหนุ่มยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย พลอยทำให้คาริสาคลายความกังวลลงไปบ้าง
“งั้นครีมขอตัวไปส่งของก่อนนะคะอาจารย์ อย่าลืมมาให้ครีมเลี้ยงกาแฟนะคะ”
“ครับ”
เมื่อศาสตรารับปากออกมาแบบนั้น คาริสาก็ยิ้มออกมาได้ หญิงสาวโค้งศีรษะให้อาจารย์หนุ่มเล็กน้อยก่อนเดินจากมา
ศาสตรายืนมองจนรถเอสยูวีสีขาวขับเคลื่อนออกไปจนลับสายตา ชายหนุ่มยกฝ่ามือหนาขึ้นมาพลางจ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเผยรอยยิ้มละมุนที่ไม่เคยมีใครได้เห็นออกมา
3 ปีต่อมา ณ เมืองปารีส ประเทศฝรั่งเศส ร่างบางนอนหลับใหลอยู่บนเตียงนอนขนาดคิงไซต์ ค่อยเปิดเปลือกตาขึ้นช้า ๆ พร้อมกับใช้มือบางควานหาคนข้างกายที่นอนกอดก่ายกันตลอดค่ำคืน ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า หญิงสาวจึงลุกขึ้นปรือตามองไปรอบห้องนอน ก่อนจะได้ยินเสียงดังแว่วมาทางหน้าต่าง คาริสาหยัดกายลุกขึ้นอย่างยากลำบากด้วยความเมื่อยล้า เนื่องจากตลอดทั้งสัปดาห์นับตั้งแต่เดินทางมาถึงปารีส เธอต้องออกงานสังสรรค์กับสามีเกือบทุกวัน อีกทั้งยังต้องตระเวนถ่ายพรีเวดดิ้งเพื่อใช้ในงานแต่งงานที่กำลังจะมีขึ้นในอีกหกเดือนข้างหน้า พอกลับมาถึงบ้านแทนที่จะได้พักผ่อน กลับถูกสามีผู้แสนดีเคี่ยวกรำบทรักอย่างหนักหน่วงตลอดคืน “โอ๊ย หมอนรองกระดูกทรุดแล้วมั้ง” เสียงหวานร้องโอดโอยพร้อมยกมือขึ้นจับบั้นท้ายงอนงาม เมื่อออกจากผ้านวมหนานุ่มมาได้ เธอก็รีบคว้าเสื้อคลุมขึ้นมาห่มกาย ป้องกันตัวเองจากอากาศที่เริ่มเย็นลงในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง เท้าเล็กก้าวไปยืนชิดริมหน้าต่าง ก่อนเอื้อมมือไปแหวกผ้าม่านเปิดกว้างจนแสงแดดอบอุ่นสาดเข้ากระทบผิวกาย เมื่อเธอมองไปยังสนามหญ้าหลั
ตั้งแต่วันที่ศาสตราเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ชายหนุ่มก็ติดต่อหาแฟนสาวทุกวันไม่เคยขาด จนกระทั่งสองวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับ จู่ ๆ คาริสาก็ขาดการติดต่อไป โทรหาก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ ศาสตราตัดสินใจติดต่อหาคุณศจีก็ได้คำตอบเพียงแค่ว่างานที่คาเฟ่ยุ่งมาก ซึ่งนั่นก็ผิดวิสัยของคนรัก เพราะถ้าช่วงไหนที่คาริสาทำงานหนัก เธอก็มักจะอ้อนเขามากเป็นพิเศษ ไม่มีทางที่เธอจะหายไปแบบนี้ ทันทีที่ศาสตราเดินทางถึงประเทศไทย ครั้นจะโทรหาคนรัก สมาร์ตโฟนคู่ใจก็ดันมาดับสนิท เนื่องจากเขาลืมที่ชาร์ตไว้ที่โรงแรม ชายหนุ่มจึงตรงมาที่ร้าน La Crème ก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยคิดว่าคาริสาจะต้องอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน เมื่ออาจารย์หนุ่มเดินเข้าไปภายในคาเฟ่ เขากวาดสายตาไล่มองไปทั่วทั้งร้าน หวังจะได้เจอแฟนสาวที่เขาคิดถึงจับใจมาตลอดทั้งสัปดาห์ ทว่าก็ไม่มีแม้เงา เขาจึงเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ ซึ่งมะนาวกำลังง่วนอยู่กับการรับออเดอร์จากลูกค้า “มะนาว ครีมล่ะ” “อ้าว อาจารย์ พี่ครีมไม่อยู่ค่ะ” คำตอบของมะนาวทำให้คิ้วหนาขมวดย่นด้วยความสงสัย “พี่ครีมไม่ได้เข้าร้านมาสองวันแล้วค่ะ
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายได้ผ่านพ้นไป คามินก็ออกเดินทางไปทำงานที่ประเทศเวียดนามอีกครั้ง โดยฝากฝังให้ศาสตราดูแลน้องสาวเป็นอย่างดี ซึ่งศาสตราและคามินนั้น ถึงแม้ว่าจะพูดจาเหมือนคนไม่ค่อยลงรอยกันทว่าทั้งคู่กลับสนิทสนมกันมากขึ้น ในส่วนของคดีความก็เป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย ซึ่งสุดท้ายแล้วลูกจันทร์ก็ไม่อาจหนีผลของการกระทำได้ หล่อนต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่คาริสา นอกจากนี้หล่อนต้องโพสต์ขอโทษคาริสาอย่างเป็นทางการผ่านหน้าเฟสบุ๊กทุกวันเป็นเวลาหนึ่งเดือน ซึ่งนั่นสร้างความอับอายให้แก่บิดามารดาของหล่อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากทั้งคู่เป็นอาจารย์ชื่อดังและยังเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคม นับตั้งแต่วันที่คดีสิ้นสุดลง คาริสาก็ไม่เคยเจอลูกจันทร์อีกเลย แต่เธอก็ได้รับรู้จากคำบอกเล่าของคนรักว่าหล่อนถูกส่งไปอยู่กับญาติที่ต่างจังหวัด อีกทั้งเรื่องที่ลูกจันทร์ได้ก่อเอาไว้ยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของครอบครัวหล่อนและคุณหญิงประกายแก้ว นอกจากนี้พ่อแม่ของหล่อนยังต้องใช้หนี้ทุกบาททุกสตางค์ที่คุณหญิงประกายแก้วส่งให้ลูกจันทร์ไปเรียนต่อ ทว่าหล่อนกลับนำไปผลาญจนหมดสิ้น ด้านคุณหญิงประกายแก้ว คาริส
ในช่วงสายของอีกวัน ศาสตราและคาริสาออกเดินทางจากเพนต์เฮาส์มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์หิรัญเรืองฤทธิ์ เมื่อรถแอสตันมาร์ตินสีดำจอดบนลานกว้างหน้าอาคารสูงหกชั้น ทั้งคู่ก็เห็นคุณศจีรีบเดินออกมาจากด้านในด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ศาสตราเห็นแบบนั้นจึงรีบก้าวลงจากรถเดินอ้อมไปรับคนรัก และรีบตรงไปหามารดาทันที “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับคุณแม่” “ยัยหนูลูกจันทร์มาหาคุณป้าแต่เช้าป่านนี้ยังไม่กลับเลยลูก” ศาสตราได้ฟังก็หัวเราะในลำคอก่อนกระตุกยิ้มออกมา “ผมกะไว้อยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วงนะครับแม่ผมเตรียมการเรื่องนี้มาดี” เมื่อลูกชายว่าอย่างนั้นคุณศจีก็พยักหน้ารับรู้ด้วยสีหน้าที่ดีขึ้น ต่างจากคาริสาที่มองคนรักด้วยความสงสัย ราวกับศาสตรามีเรื่องอะไรที่ยังคงไม่บอกเธอ ทั้งสามคนเดินผ่านห้องโถงกว้างลึกเข้าไปด้านในของตัวอาคารชั้นหนึ่ง โดยมีศาสตราอยู่ตรงกลาง และสองสาวต่างวัยขนาบข้างซ้ายขวา ตรงหน้ามีบานประตูไม้สักทองสูงตระหง่าน ศาสตรายกมือทั้งสองข้างขึ้นผลักบานประตูเข้าไปด้านใน เมื่อบานประตูทั้งสองเปิดอ้าออก คาริสาจึงเห็นว่าหลังบานประตูนั้นคือห้องรับแขกหน้าตา
ศาสตราพาคาริสากลับมาอยู่ที่เพนต์เฮาส์ โดยให้มะนาวคอยดูแลคาเฟ่จนกว่าเรื่องทุกอย่างจะคลี่คลาย ศาสตรารวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมด รวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดภายในคาเฟ่ส่งให้กับนักสืบมือดี นั่นทำให้ชายหนุ่มได้รู้ว่าผู้หญิงปริศนาที่มาพร้อมคุณหญิงประกายแก้วก็คือลูกจันทร์นั่นเอง ด้านคุณศจีเมื่อรู้ข่าว ท่านก็รีบตามมาสมทบด้วยความเป็นห่วงลูกชายและคนรัก ซึ่งในแต่ละวันก็จะมีเพื่อนพ้องของคุณศจีแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน ทำให้คาริสาไม่เหงาเลย ถึงแม้ว่าศาสตราจะกลับมาถึงค่ำมืดดึกดื่นทุกวัน เนื่องจากชายหนุ่มต้องทำงาน และจัดการปัญหาของเธอไปพร้อมกัน และในที่สุดความพยายามของชายหนุ่มก็บังเกิดผล เมื่อนักสืบมือดีที่เขาจ้างไปสืบเรื่องราวทั้งหมด กลับมาพร้อมข้อมูลสำคัญในการเปิดเผยตัวตนของผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ก่อนกำหนดเส้นตายของคามินเพียงแค่สองวัน ศาสตรากลับมายังเพนต์เฮาส์หรูด้วยใบหน้ายิ้มแย้มต่างจากทุกวัน ทำเอาคาริสาและคุณศจีที่กำลังทำกับข้าวอยู่ในครัวต่างมองชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ “มีเรื่องอะไรดี ๆ แน่เลยลูกแม่ถึงยิ้มหน้าบานขนาดนี้” คุณศจีเอ่ยถามลูกชาย
ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอแป๊บเดียวก็ถึงวันที่ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ เมื่อเครื่องบินแล่นลงสู่พื้นดิน ทั้งสองคนก็กลับมายังเพนต์เฮาส์ของศาสตราเพื่ออาบน้ำพักผ่อน พอตกเย็นชายหนุ่มก็ขับรถออกมาส่งแฟนสาวที่ร้าน La Crème ทันทีที่คาริสาก้าวลงจากรถ ดวงหน้าสวยฉายแววฉงนพลางหรี่ตามองเข้าไปในคาเฟ่ จ้องมองใครคนหนึ่งที่ดูคุ้นตา เมื่อบุคคลปริศนาหันกลับมาเธอก็ยิ้มออกมาทั้งตาและปาก ต่างจากมะนาวและพนักงานคนอื่นที่ยืนทำหน้าเครียดอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ “พี่คิน”คาริสาร้องเรียกพี่ชายที่ไม่ได้เจอกันนานหลายเดือนด้วยความดีใจ ก่อนจะผลักประตูกระจกเข้าไปในคาเฟ่ โดยมีศาสตราเดินตามไปไม่ห่างหญิงสาวตรงเข้าไปหวังจะกอดคามินให้หายคิดถึง ทว่าพี่ชายสุดที่รักกลับดึงเธอไปทางด้านหลัง ก่อนยืนประจันหน้ากับศาสตรา และในวินาทีนั้นเองสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นคามินง้างหมัดขึ้นมาชกหน้าศาสตราเข้าเต็มแรงโดยที่อาจารย์หนุ่มยังไม่ทันตั้งตัว ทำให้ร่างสูงทรุดลงไปกองกับพื้น“พี่ใหญ่!” คาริสาร้องเรียกศาสตราด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนรีบถลาลงไปช่วยคนรักมะนาวเห็นท่าไม่ดีจึงไล่พนักงานคนอื่นเข้าไปหล







