LOGIN“ไม่ต้องวิตกอะไรมากหรอก ลูกคนแรกก็ตื่นเต้นแบบนี้ล่ะเดี๋ยวก็ออกมา”
“ผมร้อนใจครับพ่อ ฟ้าเขาเจ็บท้องมากเลย ตอนที่ผมพาเขามาที่โรงพยาบาลเขาร้องแสดงความเจ็บปวดมาตลอดทาง”
“ใครก็ตามที่จะคลอดลูกก็เจ็บแบบนี้ทุกราย รอสักพักเราก็จะได้เห็นหน้าสมาชิกใหม่กันแล้ว”
“ฉันตื่นเต้นจัง อีกไม่นานเราก็จะเห็นหน้าหลานคนแรกของพวกเราแล้วนะคะ”
ชายหนุ่มยิ้มกับท่าทางตื่นเต้นของเธอ หลังจากที่ทุกคนนั่งรอด้วยความอดทนอยู่นาน แพทย์ที่ทำคลอดก็เดินออกมาจากห้องคลอดทุกคนเดินเข้าไปรุมล้อม
“ยินดีด้วยครับ คุณได้ลูกสาวทั้งแม่ทั้งลูกปลอดภัยดี อีกสักพักพยาบาลจะพาคนไข้ไปที่ห้องพักฟื้น”
“ขอบคุณครับคุณหมอ”
“มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ”
จากนั้นจึงเอ่ยปากขอตัว ทุกคนล้วนตื่นเต้นกับหลานสาวคนแรก และต่างพากันไปที่ห้องเด็ก เป็นเวลาเดียวกับที่พยาบาลเข็นรถลูกสาวของกวินกับมินตราเข้ามาใกล้กระจก เพื่อที่จะให้ญาติได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิด
จากนั้นทุกคนก็เดินกลับไปที่ห้องพักฟื้นของมินตราเพื่อถามไถ่ถึงอาการของเธอ เมธาวีบอกมินตราว่าอยากให้หลานสาวคนนี้ชื่อ “ดาว” ซึ่งพ่อกับแม่เด็กก็เห็นดีด้วย หลังจากนั้นปิยภัศร์ก็ชวนหญิงสาวกลับบ้านโดยจะขับรถไปส่งบิดาที่บ้านจิระกานต์กุลก่อน จะมีก็แต่กวินที่อยู่เฝ้าภรรยา
เมื่อทุกคนออกไปแล้วเหลือแต่กวินกับมินตราเพียงสองคน หญิงสาวพูดกับสามีอย่างตื่นเต้นถึงวินาทีที่สำคัญ ทันทีที่เห็นหน้าลูกก็ทำให้ความเจ็บหายไปจนหมดสิ้น กวินขอบคุณภรรยาสุดที่รักสำหรับของขวัญที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตของเขาที่เธอเป็นผู้มอบให้มินตราเพียงแต่ยิ้มและหลับไปด้วยความเพลีย กวินดูแลห่มผ้าให้เธอและเดินไปนอนพักผ่อนที่เตียงสำหรับญาติของผู้ป่วยและก็หลับตามเธอไป หญิงสาวพักอยู่ที่โรงพยาบาลเพียงแค่สามวันเท่านั้นหมอก็อนุญาตให้กลับบ้าน
เมื่อมินตรากลับมาอยู่บ้าน...น้องดาวหรือเด็กหญิงญานินก็กลายเป็นขวัญใจของทุกคน โดยเฉพาะน้าตะวันว่างเมื่อไรก็อดไม่ได้ที่จะมาช่วยเลี้ยงน้องดาว จนทุกคนแซวว่าถ้าใครที่ไม่รู้ว่ามินตราเป็นแม่ที่ให้กำเนิดน้องดาวล่ะก็ พวกเขาจะต้องเข้าใจผิดคิดว่าเมธาวีเป็นแม่ของน้องดาวแน่นอน
วันนี้ก็เช่นกันเมื่อถึงเวลาเลิกงานเมธาวีเดินเข้ามานั่งที่หน้าโต๊ะทำงานของปิยภัศร์ พร้อมทั้งเอ่ยปากชวนให้เขาไปบ้านของกวิน แต่ชายหนุ่มบ่ายเบี่ยงเพราะยังทำงานไม่เสร็จ แต่เมธาวียืนยันที่จะไปที่นั่นถึงแม้ว่าจะต้องไปเพียงลำพังคนเดียวก็ตาม ปิยภัศร์จึงต้องตามใจเธอและอาสาเป็นคนขับรถให้ แต่ยังไม่วายเอ่ยแซวหญิงสาว
“ถ้าคุณรักเด็กมากขนาดนี้ เห็นทีผมคงต้องทำให้คุณมีลูกเองสักคนหนึ่งแล้วล่ะ”
“อีตาบ้าชอบพูดจาให้เราวางหน้าไม่ถูกอยู่เรื่อยเลย...เร็วๆ นะคะ ถ้าคุณชักช้าล่ะก็ฉันไม่รอไม่รู้ด้วยนะ”
เขารีบเคลียร์งานบนโต๊ะที่เหลืออยู่แล้วก็ขับรถพาเธอไปที่บ้านของกวิน ไม่ใช่แต่เฉพาะเมธาวีหรอกที่ติดน้องดาวเขาเองก็เช่นกัน สงสัยโครงการสร้างครอบครัวของเขาจะต้องเริ่มต้นขึ้นอย่างถูกต้องเสียที
แต่ก่อนเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมจะต้องกลัวการผูกมัดหรือการแต่งงาน แต่พอมาถึงตอนนี้เขากลับอยากที่จะผูกเธอติดไว้กับเขาตลอดเวลา มันคงจะถึงเวลาแล้วที่เขาจะทำให้เธอเป็นของเขาอย่างถูกต้องสมบูรณ์ หลังจากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงบ้านของกวิน เมธาวีได้ยินเสียงน้องดาวร้องไห้ทำให้เธอรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน
“น้องดาวเป็นอะไรไปคะ โอ๋ๆๆ อย่าร้องไห้นะหลานสาวคนสวยของน้า” เธอรับเด็กมาอุ้มไว้แนบอก
หลังจากนั้นไม่นานมินตราก็มารับตัวหนูดาวไปป้อนนมโดยมีเมธาวีตามไปด้วย กวินลงมาจากข้างบนเห็นแต่ปิยภัศร์จึงเอ่ยถาม ปิยภัศร์บอกว่ามินตรากำลังให้นมน้องดาวเมธาวีก็อยู่ที่นั่นด้วย กวินนั่งคุยกับเพื่อนรักแทนการเดินเข้าไปดูภรรยาและลูก
“ตะวันท่าทางจะรักเด็ก ฉันว่านายน่าจะมีลูกกับตะวันสักคนนะ”
“ฉันก็กำลังคิดอยู่เหมือนกัน ก็เลยอยากจะมาปรึกษานาย”
“คงจะไม่ใช่มาปรึกษาถึงวิธีการทำลูกหรอกนะ เพราะเรื่องนั้นฉันรู้ดีว่านายมันเชี่ยวชาญและช่ำชองมากขนาดไหน”
“ฉันคิดจะแต่งงานกับตะวันให้ถูกต้องเป็นเรื่องเป็นราวซะที แต่ฉันไม่รู้ว่าจะต้องเตรียมตัวยังไงบ้างก็เลยจะมาปรึกษานาย”
“นายคุยเรื่องนี้กับตะวันหรือยัง”
“ยัง แต่ฉันคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาพ่อด้วย แต่ตอนนี้ขอปรึกษาผู้มีประสบการณ์ในการแต่งงานจากนายก่อน ชีวิตหลังการแต่งงานเป็นยังไงบ้าง”
“ชีวิตหลังการแต่งงานไม่ได้น่ากลัวอย่างที่ฉันเคยคิดเอาไว้ แต่กลับตรงกันข้ามฉันมีความสุขมากมีผู้หญิงที่ฉันรักมากอยู่ข้างกาย เราต่างดูแลเป็นห่วงเป็นใยซึ่งกันและกัน ยิ่งมีลูกยิ่งทำให้ครอบครัวสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ฉันดีใจที่นายคิดจะสร้างครอบครัวที่อบอุ่นกับตะวัน ฉันมั่นใจว่าครอบครัวของนายกับตะวันจะมีความสุขไม่แตกต่างไปจากครอบครัวของฉันกับฟ้าแน่นอน”
“ขอบใจมากเพื่อน”
พวกเขาก็ปรึกษากันเงียบๆ ถึงสิ่งที่ปิยภัศร์ต้องทำและต้องจัดเตรียมเกี่ยวกับงานแต่งงานที่จะเกิดขึ้น เมื่อมินตราอุ้มลูกสาวเดินเข้ามาสมทบ กวินก็ถามถึงเมธาวีเพราะไม่เห็นเดินออกมาด้วย เธอบอกว่าหญิงสาวบ่นว่าหิวเลยเดินเข้าไปในครัว
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







