Masukเมธาวีรีบเลื่อนตัวลงนอนราบกับที่นอน โดยที่ชายหนุ่มช่วยประคองพร้อมกับห่มผ้าให้เธอ ช่วงจังหวะนั้นเองที่ป้าวรรณกับหมอสรรค์เปิดประตูเข้ามาพอดี เมธาวีแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ซึ่งก็ไม่อาจพ้นสายตาของชายหนุ่มไปได้เขาจึงหัวเราะออกมา ทำให้ป้าวรรณถามด้วยความสงสัยเพราะไม่เห็นจะมีอะไรน่าขำสักนิด
“คุณภัศร์หัวเราะอะไรคะ”
“ผมหัวเราะเพราะวันนี้ผมอารมณ์ดีไม่ได้หรืออย่างไรครับป้าวรรณ” แล้วเขาก็เดินหลบไปยืนพิงหน้าต่างใกล้เตียงนอนของหญิงสาว เพื่อเปิดทางให้หมอสรรค์เข้าไปตรวจอาการของหญิงสาวได้สะดวก
“เป็นยังไงบ้างครับคุณตะวัน ยาที่หมอให้คราวที่แล้วน่าที่จะทำให้คุณมีอาการดีขึ้น แล้วทำไมถึงกลับมามีไข้สูงอีกได้ครับ”
“ก็เมื่อคืนนี้คุณตะวันไปอาบน้ำสระผมนะสิคะคุณหมอ” หมอสรรค์ยิ้มอย่างผู้ใหญ่ใจดีให้หญิงสาว พร้อมกับลงมือตรวจร่างกายของเธอ หลังจากนั้นเขาก็จะฉีดยาให้เธอแต่เธอบ่ายเบี่ยง
“ต้องฉีดยาอีกแล้วเหรอคะไม่ฉีดได้ไหมคะ”
“ตะวันถ้าคุณไม่ยอมฉีดยาแล้วจะหายป่วยได้อย่างไร”
“กินยาอย่างเดียวก็พอแล้ว อีกอย่างฉันก็ไม่ชอบฉีดยาอีกด้วย” เธอหันไปบอกกับชายหนุ่ม
แต่ปิยภัศร์กลับไม่สนใจคำพูดของเธอเขาหันไปพูดกับหมอสรรค์ “หมอช่วยฉีดยาให้เด็กดื้อคนนี้ทีเถอะครับเผื่อจะได้หายดื้อขึ้นมาได้บ้าง”
เมธาวีรีบพูดสวนขึ้นมาทันทีเช่นกัน
“ตะวันไม่ฉีดยานะคะ” แต่คนที่ตอบเธอกับเป็นชายหนุ่มซะเอง
“ก็ได้ถ้าคุณไม่อยากที่จะฉีดยาผมก็จะไม่บังคับคุณ แต่ว่าคุณจะต้องไปนอนที่โรงพยาบาลแทนการนอนพักฟื้นอยู่ที่บ้านแบบนี้”
“ไม่เอานะฉันไม่อยากนอนโรงพยาบาล”
“งั้นคุณก็เลือกเอาเองแล้วกัน” หญิงสาวค้อนเขาก่อนที่จะหันไปพูดกับหมอสรรค์
“หมอคะช่วยฉีดยาให้ตะวันตายไปซะเลยก็ได้นะคะ จะได้สะใจใครบางคนแถวนี้” ป้าวรรณกับหมอสรรค์แอบสบตากัน พร้อมกับยิ้มขำกิริยาการแสดงออกที่เป็นห่วงหญิงสาวแบบแปลกๆ ของคุณภัศร์ ที่พวกเขาเห็นมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยกับคุณเมธาวีสาวสวยหน้าใสที่แสนจะขี้งอนคนนี้
“คงจะไม่ได้หรอกครับคุณตะวัน เพราะว่าหมอเป็นหมอรักษาคนไข้ให้หายจากอาการป่วย ไม่ใช่รักษาให้คนป่วยถึงแก่ความตาย ฉีดยาอีกเข็มนะครับคราวนี้หมอรับรองว่าถ้าคุณทำตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด อีกไม่เกินสามวันอาการของคุณก็จะหายเป็นปกติ”
“ก็ได้ค่ะ” จากนั้นเธอก็หันหน้าไปอีกด้านหนึ่งเพราะไม่อยากที่จะเห็นเข็มฉีดยานั่นเอง แต่กลายเป็นหันไปสบสายตาของผู้ชายกวนโอ๊ยคนนั้น แถมเขายังยิ้มเยาะเธอและพูดขึ้นมาลอยๆ
“คนอะไรโตแล้วยังจะกลัวเข็มอยู่อีก”
“นายไม่กลัวบ้างก็แล้วไป คอยดูนะถ้านายนอนป่วยเมื่อไร ฉันจะให้หมอฉีดยาให้นายทุกวันเลย” เมธาวีพูดอย่างอาฆาตแค้น
“คงจะยากหน่อย...อย่ากลั้นใจรอเชียวนะตะวัน เพราะเดี๋ยวคุณจะเป็นอะไรไปซะก่อน ร่างกายของผมแข็งแรงไม่เหมือนเด็กดื้ออย่างคุณหรอก อดนอนนิดหน่อยก็โดนไข้หวัดเล่นงานเอาซะละ”
“ฝากไว้ก่อนเถอะ”
หญิงสาวมัวแต่ต่อปากต่อคำกับชายหนุ่มทำให้ลืมไปเลยว่าคุณหมอกำลังฉีดยาให้ มารู้ตัวอีกทีคุณหมอก็จัดการฉีดยาให้เธอเรียบร้อยแล้วและขอตัวกลับ ป้าวรรณเดินไปส่งคุณหมอแต่ไม่วายหันไปบอกกับคนป่วย
“เดี๋ยวป้าจะจัดข้าวต้มกุ้งมาให้คุณนะคะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะป้าวรรณตะวันยังไม่หิว”
แต่ปิยภัศร์หันไปสั่งป้าวรรณว่าให้เอาขึ้นมาเลย เขาจะจัดการให้เธอทานเอง ป้าวรรณบอกว่ารอสักครู่แล้วก็เดินออกจากห้องไป
“ทำไมคุณถึงชอบบังคับจิตใจฉัน”
“ผมทำเพราะหวังดีกับคุณนะ คุณไม่เห็นความดีของผม แถมยังมาว่าผมอีกน่าน้อยใจจังเลย”
“ค่ะขอบคุณมากเลยค่ะสำหรับความหวังดีพอใจหรือยังคะ” เธอพูดประชดประชันเขา
“พูดจาประชดประชันแบบนี้ไม่เห็นจะน่ารักเลย”
“คุณเองก็ชอบบังคับจิตใจฉันอยู่เรื่อย ทำแบบนี้ก็ไม่น่ารักเหมือนกัน”
ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรเขาเพียงแต่ยิ้มให้เธอเท่านั้น และในตอนนั้นเองป้าวรรณก็ประคองถาดอาหารเข้ามาในห้อง
“ข้าวต้มกุ้งร้อนๆ มาแล้วค่ะ”
ปิยภัศร์เอื้อมมือไปรับถาดข้าวต้มที่มาพร้อมกับน้ำส้มคั้น
“ป้าวรรณจะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะครับไม่ต้องห่วงตะวัน เดี๋ยวผมจะดูแลให้เขาทานข้าวต้มชามนี้เอง”
ผู้สูงวัยเดินทิ้งให้หนุ่มสาวอยู่ด้วยกันตามลำพัง จากนั้นชายหนุ่มก็ทำหน้าที่กำกับดูแลให้คนป่วยทานข้าวต้มชามนั้นจนเกือบหมด พร้อมกับดื่มน้ำส้มคั้นอีกหนึ่งแก้ว
“คุณต้องนอนพักผ่อนมากๆ ห้ามลุกจากเตียงไปไหนเข้าใจไหม ผมต้องไปทำงานแล้วแต่จะโทรมาถามป้าวรรณว่าคุณดื้อหรือเปล่า กินยาแล้วก็นอนซะ”
เมธาวีรับยามากินแต่โดยดีแล้วก็ล้มตัวลงนอน ปิยภัศร์ดูแลห่มผ้าให้เธอก่อนที่จะก้มลงจูบหน้าผากของเธอ
“ผมไปก่อนนะแล้วจะรีบกลับมา”
หญิงสาวพยักหน้าแล้วก็หลับตาไม่นานก็หลับไปเพราะฤทธิ์ยา
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







