Masukในวันนั้นเองกวินโทรหามินตรา...เพื่อที่จะขอร้องให้เธอไปช่วยเลือกของขวัญวันเกิดให้กับอาสะใภ้ หญิงสาวรับปากกวินบอกว่าจะไปรับเธอตอนห้าโมงเย็น
“ตกลงค่ะเจอกันเย็นนี้นะคะ”
ชายหนุ่มมาถึงเวลาก่อนเวลานัดเล็กน้อย หลังจากนั้นไม่นานมินตราก็ลงมาพบเขา ชายหนุ่มเปิดประตูรถให้หญิงสาวพร้อมกับเดินไปขึ้นรถด้านคนขับแล้วก็ขับออกไป ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึงร้านเพชรร้านประจำที่มีชื่อเสียงในวงสังคมไฮโซ
“คุณว่าผมควรซื้ออะไรเป็นของขวัญให้อาสะใภ้ของผมดีครับ” กวินถามความเห็นของหญิงสาว
“ขอฉันเดินดูก่อนนะคะ” มินตราเดินดูเครื่องประดับภายในร้านอยู่สักพัก ก็ชี้ให้กวินดูชิ้นที่เธอคิดว่าเหมาะสมกับผู้ใหญ่ เขาหันไปพูดกับเจ้าของร้านที่ออกมาต้อนรับเขาด้วยตัวเอง เพื่อให้หยิบเครื่องประดับอัญมณีชุดใหญ่ที่หญิงสาวเลือกมาให้เขาดู
จากนั้นก็หันกลับไปเพื่อที่จะขอความเห็นจากเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาพบว่าเธอกำลังมองสร้อยคอทองคำขาวที่มีจี้เพชรน้ำงามรูปหัวใจ เขาถามเธอว่าชอบสร้อยเส้นนี้เหรอ แต่เธอกลับบอกว่าแค่ดูเฉยๆ
กวินตกลงเลือกเครื่องประดับชุดที่หญิงสาวแนะนำ แต่เขากระซิบเจ้าของร้านด้วยว่าเขาต้องการที่จะซื้อสร้อยและจี้เพชรรูปหัวใจที่มินตราดูอยู่เมื่อสักครู่นี้ด้วย
เจ้าของร้านก็จัดการให้ตามความประสงค์ของเขา ก่อนที่จะออกจากร้านชายหนุ่มพูดอะไรบางอย่างกับเธอ
“ผมมีของบางอย่างที่อยากจะมอบให้คุณ” กวินพูดพร้อมกับยื่นกล่องบางอย่างให้
“อะไรคะ”
“ลองเปิดดูสิครับว่าชอบไหม”
เมื่อมินตราเปิดออกดูก็ต้องแปลกใจ เมื่อพบว่าสิ่งที่เขาให้เธอนั้นคือสร้อยที่เธอชอบนั่นเองกวินหยิบสร้อยเส้นนั้นขึ้นมา
“ผมสวมให้นะครับ” กวินสวมสร้อยให้กับเธอ มินตราใช้มือจับจี้รูปหัวใจนั้นไว้
“ขอบคุณมากค่ะคุณไม่น่าที่จะต้องเสียเงินซื้อเลยนะคะ สิ้นเปลืองเปล่าๆ ค่ะ” เธอส่งยิ้มหวานให้เขา หัวใจของกวินพองโตเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเธอ ในความคิดของเขา...รอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา นี่เกิดอะไรขึ้นกับเขากันนะ ทำไมใจของเขามันถึงเต้นแรงแบบนี้เวลาที่เธอยิ้มให้ กวินยิ้มพร้อมกับบอกว่าเขาเต็มใจที่จะมอบของสิ่งนี้ให้เธอ และรู้สึกดีใจที่เธอชื่นชอบของที่เขามอบให้
...สองวันต่อมา...
“ตะวันผมจะไปทำงานแล้วนะ” ปิยภัศร์เดินเข้าไปในห้องนอนของหญิงสาว และเห็นเธอยืนอยู่ตรงหน้าต่างเธอหันมายิ้มให้เขา รอยยิ้มของเธอทำให้โลกดูสดใส
“วันนี้ฉันขอลงไปข้างล่างได้ไหม”
“คุณจะลงไปทำไม”
“ฉันหายดีแล้วนะและก็ไม่อยากที่จะอุดอู้อยู่แต่ในห้องแบบนี้ คุณให้ฉันลงไปข้างล่างบ้างนะคะ”
“ก็ได้แต่ว่าคุณจะต้องรับปากกับผม ว่าคุณจะไม่ลงไปทำงานอะไรเข้าใจไหม”
“เข้าใจค่ะฉันรับรองว่าฉันจะไม่ทำงานหนักอะไรเลย คุณอนุญาตให้ฉันลงไปได้ใช่ไหมคะ”
ปิยภัศร์ไม่ได้ตอบคำถามแต่เขาเดินตรงเข้าไปอุ้มอีกฝ่ายไว้ในอ้อมแขนแข็งแรง
“คุณอุ้มฉันทำไม”
“ผมก็จะพาคุณลงไปข้างล่างนะสิ อย่าดิ้นนะถ้าไม่อยากกลิ้งตกลงไปข้างล่างพร้อมกัน” เขาอุ้มเธอลงมาถึงข้างล่างแล้วก็รีบออกไปทำงาน เพราะเขามีประชุมสำคัญในตอนเช้านี้ แต่ก่อนออกไปยังไม่วายหันมากำชับ
“ผมไปก่อนนะตะวัน อย่าลืมสิ่งที่ผมสั่งคุณไว้นะ ถ้าคุณทำตามที่ผมบอกผมจะมีรางวัลให้”
“รางวัลอะไรคะ!?”
“เย็นนี้คุณก็จะรู้เอง” จากนั้นเขาก็หันไปกำชับป้าวรรณ่ให้ดูแลหญิงสาวให้ดีซึ่งป้าวรรณก็รับปาก
“ได้ค่ะ...คุณภัศร์ไม่ต้องเป็นห่วง...ป้ารับปากว่าจะดูแลคุณตะวันอย่างดีค่ะ”
เมื่อปิยภัศร์ขับรถออกไปเมธาวีได้หันมาบอกกับผู้สูงวัยว่าเธออยากทานเค้กช็อคโกแลต
“เดี๋ยวป้าจะสั่งให้คนไปซื้อให้คุณตะวันนะคะ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะตะวันจะทำเองได้” คำตอบของเมธาวีทำให้ป้าวรรณถึงกับต้องอุทานออกมา
“อะไรนะคะ! แต่ว่าคุณภัศร์สั่งห้ามไม่ให้คุณตะวันทำงาน”
“ตะวันก็ไม่ได้ทำงานนี่คะตะวันทำขนมต่างหาก เราเข้าไปดูในครัวกันดีกว่าค่ะว่ามีของที่ตะวันต้องการใช้ครบหรือเปล่า”
หลังจากนั้นเมธาวีก็เข้าไปตรวจดูของที่ต้องการจะใช้ แต่ยังขาดอยู่อีกหลายอย่างจึงเขียนรายการของที่ต้องการ และบอกป้าวรรณให้สั่งคนไปซื้อของที่เธอต้องการตามที่เขียนไว้
หญิงสาวสนุกกับการทำเค้กที่เธอชอบพร้อมกับเตรียมอาหารเย็นไว้อีกหลายเมนู โดยมีป้าวรรณคอยเป็นผู้ช่วย เมื่อสบโอกาสที่หญิงสาวกำลังเผลอ ป้าวรรณก็ออกมาแอบโทรศัพท์ไปบอกเจ้านายหนุ่มว่าเลิกงานแล้วให้รีบกลับบ้าน เพราะคุณเมธาวีลงมือทำอาหารมื้อเย็นด้วยตัวเอง ถ้าเขาไม่รีบกลับมาอาจจะอดทานของอร่อย ปิยภัศร์รับปากป้าวรรณว่าเขาจะรีบกลับ แล้วจะโทรไปชวนกวินและมินตรามาร่วมรับประทานอาหารในค่ำคืนนี้ด้วย
หลังจากที่วางสายจากป้าวรรณปิยภัศร์ก็โทรเข้ามือถือของกวิน เพื่อที่จะชวนมาทานอาหารเย็นที่บ้านและยังย้ำให้กวินชวนมินตรามาด้วย ที่จริงเขาตั้งใจจะชวนทั้งสองมาทานอาหารเย็นที่บ้านของเขาอยู่แล้วแต่ป้าวรรณโทรมาซะก่อน
กวินแปลกใจว่าเพื่อนรักจะจัดงานปาร์ตี้อะไร ปิยภัศร์บอกแต่เพียงว่าไม่ใช่งานปาร์ตี้แค่กินอาหารเย็นร่วมกันธรรมดา เพียงแต่ว่าอาหารมื้อนี้เมธาวีเป็นคนลงมือทำเองทั้งหมด กวินรับปากแล้วบอกว่าจะขับรถไปรับมินตราและจะตามไปสมทบที่นั่น
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







