LOGINเมื่อกวินและมินตรามั่นใจว่าเมธาวีไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากก็กลับลงไปเล่นบาสกันต่อ ทิ้งให้สองหนุ่มสาวคุยกันตามลำพัง
“คุณรู้ไหมวันนี้คุณดูเหมือนเด็กผู้หญิงซนซน แต่แบบนี้ก็น่ารักดี”
เมธาวีเพียงแต่ยิ้มให้กับเขาพร้อมกับเล่าให้เขาฟัง
“พี่ฟ้าเป็นคนชอบออกกำลังกายแต่ฉันไม่ ถึงอย่างนั้นฉันก็มักจะไปเป็นเพื่อนเธอเสมอ และที่คุณชวนพวกเรามาวันนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะอย่างน้อยพี่ฟ้าจะได้พักผ่อน ช่วงหลังมานี่พี่ฟ้าดูเครียดมากเลย แต่ฉันก็ไม่รู้จะช่วยยังไงดี”
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนายวินจะคอยดูแลเธอเอง ผมมั่นใจว่าเพื่อนของผมจะทำหน้าที่นี้ได้ดีกว่าคุณซะอีก”
“ก็นี่ล่ะค่ะที่ทำให้ฉันสบายใจ และหมดห่วงทั้งเรื่องงานที่บริษัทและเรื่องส่วนตัว คงจะต้องขอบคุณคุณวินที่เขาทำให้พี่สาวของฉันมีความสุข”
ปิยภัศร์หันไปยิ้มให้หญิงสาว และพูดถึงเรื่องการรักษาตัวที่อเมริกาของบิดาของเธอ
“เมื่อเช้าเจฟโทรมาบอกผมว่าคุณหมอมาร์ตินตกลงรับปากที่จะทำการผ่าตัดหัวใจให้พ่อของคุณแล้วนะ แต่เขาบอกว่าอาจารย์ของเขาขอเวลาสองสัปดาห์เพื่อเคลียร์งานตัวอื่น เจฟฝากมาบอกคุณด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วงอาจารย์ของเขาดูประวัติของพ่อคุณแล้ว และบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง
การผ่าตัดอาจจะยุ่งยากอยู่บ้างแต่รับรองว่าหลังจากการผ่าตัดและพักฟื้นเรียบร้อยแล้ว พ่อของคุณก็จะกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติ เพียงแต่ว่าช่วงเวลาของการพักฟื้นอาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย เพราะว่าพ่อของคุณอายุมากแล้วฟังแบบนี้แล้วสบายใจขึ้นหรือยัง อีกอย่างเจฟได้จัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วนะ เหลือเพียงเราส่งตัวพ่อของคุณไปที่โน่นคุณหมอมาร์ตินก็จะทำการผ่าตัดให้พ่อของคุณได้เลย” เมธาวีพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“จริงเหรอคะ แล้วฉันไปดูแลการผ่าตัดของพ่อที่โน่นได้ไหมคะ”
“คุณอยากไปเหรอแต่เพื่อนของผมเขาจัดการทุกอย่างไว้พร้อมหมดแล้วนะ คุณไม่ต้องเป็นห่วงพ่อของคุณหรอกทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้หมดแล้ว”
“ฉันทราบค่ะแต่ว่าฉันก็อยากที่จะเดินทางไปพร้อมกับท่านอยู่ดี คุณอนุญาตให้ฉันไปนะ” หญิงสาวเลือกที่จะหันมาใช้น้ำเสียงออดอ้อนเขาแทน เพราะเธอรู้ดีว่าน้ำเสียงแบบนี้จะทำให้เขาใจอ่อนและมันก็เป็นดังที่คาดไว้
“ได้สิทำไมจะไม่ได้แต่ว่าคุณห้ามไปนานนะ ต้องรีบกลับมาเพราะผมคิดถึงคุณรู้ไหม”
หญิงสาวหันไปย่นจมูกใส่เขา
“อย่างคุณน่ะเหรอจะมาคิดถึงฉัน ในเมื่อปกติคุณก็มีสาวสวยห้อมล้อมอยู่รอบกายคุณมากมาย ฉันไม่อยู่น่าจะเป็นการดีสำหรับคุณ จะได้ไม่มีคนมาคอยกวนประสาทคุณ”
“คุณหึงผมใช่ไหมตะวัน”
“คนอย่างฉันน่ะเหรอจะหึงคุณ ฝันไปหรือเปล่าไม่มีทางซะล่ะ”
“ผิดกับผมนะผมชอบที่จะมีคุณอยู่ข้างกาย การที่ได้ต่อปากต่อคำกับคุณมันทำให้ผมมีชีวิตชีวาขึ้นอีกเยอะเลย”
“ประสาท! ว่าแต่คุณตกลงให้ฉันเดินทางไปกับพ่อแล้วใช่ไหมคะ”
“ใช่ แต่คุณจะต้องไปพักอยู่ที่บ้านพักของผมห้ามไปพักที่อื่น เพราะที่นั่นจะมีคนคอยดูแลคุณอีกที ผมกะไว้ว่าพ่อของคุณออกจากโรงพยาบาลเมื่อไรก็จะให้ไปพักฟื้นที่นั่น จนกว่าหมอจะอนุญาตให้เดินทางกลับมาที่นี่ แล้วผมจะจ้างพยาบาลพิเศษมาคอยดูแลพ่อของคุณอีกที”
“ขอบคุณนะคะ...คุณจะให้ฉันกับพ่อเดินทางเมื่อไรคะ”
“ก็ไม่น่าจะเกินสัปดาห์หน้า คุณจัดเตรียมกระเป๋าให้พร้อมก็ละกัน ที่สำคัญห้ามไปนานพ่อคุณผ่าตัดเสร็จและอาการดีขึ้นเมื่อไร ต้องรีบกลับมาทันทีเข้าใจไหม” เมื่อกวินและมินตราเดินมาสมทบก็ชักชวนกันกลับ พวกเขาเดินแยกย้ายกันไปขึ้นรถ โดยเมธาวีนั่งไปกับปิยภัศร์และมินตรานั่งไปกับกวิน
ในระยะที่ผ่านมากวินมักจะพามินตรามาทานอาหารเย็นที่บ้านบ่อยๆ เมื่อกินเสร็จชายหนุ่มก็จะช่วยสอนงานเธอ สู่ขวัญสังเกตเห็นความสนิทสนมของคนทั้งสอง แม้จะรู้ดีว่าเรื่องที่ผ่านมาระหว่างสองหนุ่มสาวเป็นเพราะสถานะการณ์มันพาไป
แต่จากที่เห็นสู่ขวัญรู้สึกว่าพี่วินและพี่มินตราเหมาะสมกัน และเธอเองก็อยากได้หญิงสาวมาเป็นพี่สะใภ้ ดังนั้นจึงคิดว่างานนี้ตัวเองคงจะต้องทำหน้าที่เป็นกามเทพให้กับพี่ชาย สู่ขวัญเริ่มคิดถึงแผนการดินเนอร์สุดหรูใต้แสงเทียนในบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติก หวังว่าแผนนี้คงจะใช้ได้ผล แต่คงจะต้องขอความช่วยเหลือจากใครบางคนก่อน
“ขวัญนั่งเหม่อคิดอะไรอยู่ วันนี้ไม่ต้องไปมหาลัยหรือไง”
“วันนี้ขวัญไม่มีเรียนค่ะ พี่วินคะวันนี้พี่วินชวนพี่ฟ้ามาทานอาหารเย็นที่บ้านของเรานะ ขวัญจะจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้เองค่ะ”
“มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าพี่ว่าขวัญดูมีลับลมคมในอยู่นะ บอกพี่มาตามตรงเดี๋ยวนี้ว่าเรามีแผนการอะไรในใจ”
“ไม่มีแผนการอะไรหรอกค่ะ เพียงแต่ขวัญอยากที่จะทานอาหารร่วมกับพี่วินและพี่ฟ้าเท่านั้นเองค่ะ พี่วินอย่าลืมพาพี่ฟ้ามาทานอาหารที่บ้านเราเย็นนี้ให้ได้นะคะ”
“ได้ เย็นนี้พี่นัดไปรับเธอไปกินข้าวพอดี”
“ดีเลยค่ะพี่วินไม่ต้องไปทานที่อื่นนะคะพามาที่บ้านของเรา มาทานข้าวด้วยกันเดี๋ยวขวัญจะเข้าไปบอกให้แม่ครัวเตรียมทำอาหารไว้ให้ค่ะ”
“ตามใจพี่ไปทำงานก่อนนะเย็นนี้เจอกัน”
จากนั้นสู่ขวัญก็ลงมือทำตามแผน โดยโทรไปคุยกับเมธาวีพร้อมทั้งเล่าถึงแผนการทั้งหมดที่เธอจะจัดเตรียมไว้ให้กับคนทั้งคู่
แต่เมธาวีติงว่าเรื่องนี้น่าจะให้พวกเขาสองคนเป็นคนตัดสินใจเอง คนนอกไม่ควรที่จะเข้าไปยุ่ง แต่สู่ขวัญยังคงยืนยันว่าจะทำตามแผน เมธาวีก็เลยบอกทางไปร้านเสื้อประจำของมินตราให้สู่ขวัญทราบ
สู่ขวัญจัดการทุกอย่างไว้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอต้องการ จากนั้นก็ฝากแม่บ้านให้เอาของในกล่องนี้ให้มินตรา เมื่อเธออ่านจดหมายที่อยู่ในกล่องนั้นก็จะรู้เอง และให้เอาจดหมายอีกฉบับให้กับกวินส่วนตัวเธอมีนัดสำคัญที่จะต้องออกไปข้าง
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







