LOGINเมื่อปิยภัศร์อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินลงมาที่ห้องอาหาร เขาพบเมธาวีนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารและกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อย่างตั้งอกตั้งใจ เขาเดินเข้าไปหอมแก้มหญิงสาวโดยไม่ให้เธอรู้ตัว ก่อนที่จะเดินไปนั่งประจำที่ของตัวเอง
“เช้านี้มีข่าวอะไรที่น่าสนใจอย่างนั้นหรือ คุณถึงตั้งใจอ่านด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทำหน้าเครียดแบบนี้บ่อยๆ ระวังหน้าจะเหี่ยวเร็วนะ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน”
“หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่าเสี่ยจักรพันธ์โดนซ้อมอาการบาดเจ็บสาหัส แต่ตำรวจไม่สามารถหาหลักฐานที่จะเอาผิดใครได้ เพราะคนที่ลงมือไม่ได้ทิ้งล่องลอยอะไรเอาไว้เลย นี่เป็นฝีมือของคุณหรือเปล่า”
เมธาวีคาดคั้นชายหนุ่มตรงหน้า
“ถ้าผมบอกว่าไม่ใช่ฝีมือของผมคุณจะเชื่อไหม แต่คนชั่วแบบนั้นโดนอย่างนี้ก็สมควรแล้วล่ะ”
หญิงสาวจ้องหน้าเขาและพยายามจับผิด แต่เขาไม่ได้แสดงพิรุธอะไร เธอค่อนข้างมั่นใจว่างานนี้ต้องเป็นฝีมือของเขาแน่นอน และรู้ดีว่าเขาทำเพื่อเธอ แต่เธอไม่อยากให้เขาใช้อิทธิพลมืดแบบนี้ ถึงจะตำหนิเขาอย่างไรก็คงต้องขอบคุณเขาอยู่ดีที่เขาทำเพื่อเธอ แม้ว่ามันจะไม่ถูกต้องก็ตาม
“อันที่จริงผมควรจะต้องขอบคุณไอ้เสี่ยหื่นกามนั่นนะ ที่มันมีส่วนช่วยทำให้คุณกับผมมีความสุขกันในค่ำคืนที่ผ่านมา ผมมีความสุขมากจนแทบจะสำลักความสุขตาย แล้วคุณล่ะตะวันมีความสุขเหมือนผมหรือเปล่า”
หญิงสาวหน้าแดงด้วยความเขินอาย ปิยภัศร์หัวเราะเสียงดังก่อนที่เขาจะหันไปสั่งป้าวรรณ
“ป้าวรรณครับ...ผมขอไข่ลวกสักสองฟองได้ไหมครับต้องโด๊ปกันหน่อย เพราะว่าเมื่อคืนเสียแรงไปไม่น้อยตอนนี้ยังรู้สึกเพลียอยู่เลย แล้วคุณล่ะตะวันยังรู้สึกเพลียอยู่อีกหรือเปล่า จะเอาไข่ลวกเหมือนกับผมบ้างไหม” เธอทำส่งสายดุเพื่อห้ามปรามเขาไม่ให้พูดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
“คุณทานไปเถอะพูดมากอยู่ได้”
ป้าวรรณเข้ามาสอบถามอาการไม่สบายของเธอ เมธาวีได้แต่ตอบกลับไปว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรมาก และตอนนี้ก็หายเป็นปกติ อีกทั้งยังขอบคุณป้าวรรณที่เป็นห่วง ปิยภัศร์หันไปกระซิบหญิงสาวให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน
“คุณอายที่จะบอกความจริงกับป้าวรรณใช่ไหม โอเคผมเข้าใจ”
“ฉันขอสั่งให้คุณหุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ” เมธาวีกระซิบตอบกลับไป
“ก็ได้ ผมรู้ว่าคุณอายไม่รู้จะอายทำไม เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาจะตายไป” เธอกัดฟันพูดกับเขา
“ฉันไม่หน้าด้านเหมือนคุณนี่ ไข่ลวกของคุณมาแล้วรีบทานเข้าไปเถอะจะได้มีแรง เสียแรงไปเยอะไม่ใช่เหรอ”
ชายหนุ่มยิ้มให้กับท่าทางของหญิงสาวเขาหยุดกระเซ้าเย้าแหย่เธอ เพราะรู้ดีว่าเธออายที่จะพูดเรื่องนี้ช่างขัดกับท่าทางก๋ากั่นที่เธอแสดงออกมาซะจริงๆ
เมธาวีถามหาภูริเพราะไม่เห็นหน้าเขามาสองสามวัน และก็ได้รับคำตอบจากปิยภัศร์ว่า น้องชายของเขาไปเที่ยวพักผ่อนที่ต่างจังหวัดอีกสามสี่วันถึงจะกลับ หญิงสาวพยักหน้ารับรู้โดยที่ไม่ได้พูดอะไร
ระยะหลังมานี้กวินงานยุ่งมากเขาไม่ค่อยได้โทรศัพท์ไปมาหามินตราบ่อยเหมือนเคย และบางครั้งหญิงสาวก็จะต้องเป็นฝ่ายโทรไปหาเขา แต่เขาก็บอกว่าไม่สามารถคุยกับเธอได้ บอกไว้ว่าจะโทรกลับแต่แล้วก็เงียบหายไป มินตราไม่ได้รับการติดต่อจากเขาอีกแต่ หรือว่าเขาจะเริ่มเบื่อเธอแล้วอย่างที่ผู้หญิงคนนั้นเคยพูดไว้ ทำไมช่วงเวลาแห่งความสุขมันถึงได้อยู่กับเธอสั้นนัก
มินตรารู้สึกสงสัยว่างานของกวินยุ่งมากจริงๆ อย่างที่เขาบอก หรือเป็นเพียงข้ออ้างที่เขาจะใช้บอกเลิกกับเธอกันแน่ หญิงสาวตัดสินใจจะไปหาเขาที่ผับในคืนนี้และจะถามเขาให้รู้เรื่อง
หลังเลิกงานมินตราขับรถไปหากวินที่ผับอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรก และเมื่อเดินเข้าไปในผับกำลังจะถามหากวินกับลูกน้องของเขาฉับพลันสายตาของเธอก็เห็นเขากำลังพูดคุยหยอกล้อกับหญิงสาวคนหนึ่งที่แต่งตัว ล่อแหลม ด้วยเสื้อเกาะอกหมิ่นเหม่และกระโปรงยีนส์ที่มีความยาวเพียงแค่คืบเท่านั้น ผู้หญิงคนนั้นกอดคอและคลอเคลียเขาตลอดเวลา และกวินเองก็ไม่ได้มีทีท่าจะห้ามปรามแต่อย่างใด ทั้งยังก้มหน้าลงจูบแก้มของหญิงสาวคนนั้น
เธอเสียใจกับภาพที่เห็นเขาคงจะเบื่อเธอแล้วถึงได้มีปฏิกิริยาที่แปลกไป ทำตัวห่างเหินโดยเอาเรื่องงานขึ้นมาอ้าง ถ้าเธอไม่มาหาเขาในวันนี้ก็คงจะโง่ไปอีกนาน น้ำตาไหลลงมาไม่ขาดสาย
มินตราตัดสินใจกลับบ้าน แต่ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นซะก่อน เป็นสายของกวินนั่นเองเขาโทรหามินตราหลังจากที่แยกกับผู้หญิงคนนั้น เพราะเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าเขาบอกเธอว่าจะโทรกลับ เมื่อหญิงสาวรับโทรศัพท์เขาก็ได้ยินเสียงเพลงดังรอดเข้ามาตามสาย ทำไมเสียงเพลงดังขนาดนี้เขาถามว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน มินตราโกหกเขาไปว่าอยู่ที่บ้านแต่กวินไม่เชื่อ
เขาเอะใจเพราะเสียงเพลงที่เขาได้ยินในโทรศัพท์นั้นมันเหมือนกับเพลงที่กำลังเปิดอยู่ที่ผับของเขา กวินมั่นใจว่ามินตราจะต้องอยู่ที่ผับแห่งนี้อย่างแน่นอน
แล้วเขาก็พบเธอจนได้ กว่าที่กวินจะดึงเธอมาคุยและปรับความเข้าใจกันได้ เขาก็ต้องพูดกับเธออยู่นานทีเดียว ที่สำคัญเขาต้องให้สัญญากับเธอว่าเรื่องทำนองนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก เธอจึงหายงอนและยอมคืนดีกับเขา
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







