Share

บทที่ 9

last update publish date: 2026-09-18 00:22:23

            เมื่อตะวันกลับเข้ามาในบ้านก็ส่งกระเป๋าถือให้คนใช้ของเธอพร้อมกับถาม

            “คุณพ่ออยู่ที่ไหน”

            “คุณท่านอยู่ในห้องทำงานค่ะ”

            จากนั้นเธอก็รีบเดินไปหาพ่อที่ห้องทำงานทันที บิดาของเธอนั่งอยู่ที่เก้าอี้โซฟาสีครีม

            “พ่อมีอะไรจะคุยกับตะวันเหรอคะ”

            “กลับมาแล้วเหรอลูกนั่งก่อนสิ เราคงต้องคุยกันยาว”

            “พ่อมีเรื่องไม่สบายใจอะไรคะช่วงนี้ถึงได้ดูซีเรียส ตะวันเห็นพ่อเหม่อลอยเหมือนมีอะไรในใจ ถ้ามีอะไรที่ตะวันช่วยได้ก็บอกมาได้เลยนะคะ ถ้าทำได้ตะวันจะทำให้ค่ะ”

            “จะว่าซีเรียสก็ใช่นะลูกแต่มันก็ยังพอมีทางออก ไม่ใช่ว่าจะไม่มีหนทางแก้ไขเอาซะเลย เพียงแต่ว่ามันต้องขึ้นอยู่กับตัวลูกด้วย”

            คุณวิชญะลูบศรีษะของบุตรสาวที่นั่งอยู่ข้างตัวอย่างรักใคร่ พร้อมอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ว่าตอนนี้ธุรกิจของเรากำลังประสบปัญหาทางด้านการเงิน และเขาเองก็พยายามที่จะแก้ปัญหานี้อย่างเต็มที่

            แต่ก็แค่แก้ปัญหาไปได้เพียงบางเรื่อง ปัญหาบางอย่างมันยังคงเรื้อรังมาจนถึงตอนนี้ ถ้าเราไม่สามารถหาเงินจำนวนเจ็ดร้อยล้านมาให้ได้ภายในหนึ่งเดือน เราจะต้องถูกฟ้องล้มละลาย

            “ถูกฟ้องล้มละลาย! มันร้ายแรงถึงขนาดนั้นเลยเหรอคะ” หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจเพราะไม่เคยรู้ระแคะระคายในเรื่องนี้มาก่อนเลย

            “แต่ว่าทำไมไม่เห็นมีข่าวว่าธุรกิจของเราจะประสบปัญหาทางด้านการเงินเลยละคะ...”

            “ที่พ่อไมได้บอกเรื่องนี้ให้ลูกรู้ ก็เพราะว่าพ่อไม่อยากให้ลูกกับพี่ฟ้าต้องมารับรู้อะไรที่มันจะพลอยทำให้ไม่สบายใจไปด้วย ส่วนที่ลูกถามพ่อว่าทำไมไม่มีข่าวนั่นเป็นเพราะพ่อพยายามปิดข่าว โดยต้องใช้เงินก้อนโตเหมือนกัน แต่มันจำเป็นเพราะว่าถ้าข่าวรั่วไหลออกไปละก็ เราจะมีปัญหาอีกมากมายตามมา”

            “ถ้าเราหาเงินมาได้ปัญหาของเราก็จะหมดไปใช่ไหมคะ แล้วเราจะไปหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นภายในระยะเวลาอันสั้นได้ที่ไหนกัน”

            วิชญะพยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนที่จะเริ่มเข้าประเด็นหลักที่เขาต้องการจะพูด

            “มีเพื่อนนักธุรกิจของพ่อคนหนึ่งจะยื่นมือเข้ามาช่วยเรา เพียงแต่ว่าเราจะต้องตกลงยอมทำตามเงื่อนไขที่เขาวางไว้”

            “เงื่อนไข!? เงื่อนไขอะไรคะ”

            “เราจะต้องโอนหุ้นครึ่งหนึ่งให้กับเขาพร้อมกับ ...”

            “ครึ่งหนึ่งหุ้นตั้งห้าสิบเปอร์เซ็นต์ แบบนี้เขาก็มีสิทธิที่จะเข้ามาบริหารบริษัทของเราได้สิคะ”

            “เขาไม่สนใจตรงนั้นเขาให้อำนาจสิทธิขาดแก่เราในการบริหารบริษัทอย่างเดิม และเขาอาจจะเอาเงินมาซัพพอร์ตให้เราอีกในกรณีที่เราต้องการ”

            “พ่อบอกว่าเขาเป็นเพื่อนของพ่อ เพื่อนกันถ้าจะช่วยกันทำไมต้องมีเงื่อนไข”

            “เงินมันจำนวนมากนะลูก”

            “มันก็จริงนะคะใครจะเอาเงินมาให้เราฟรีๆ แต่เราก็ต้องโอนหุ้นกลับไปให้เขานี่คะ แค่นี้ปัญหาของเราก็หมดไปแล้วทำไมพ่อยังจะไม่สบายใจอยู่อีกละคะ”  

            “เพราะว่าเงื่อนไขของเขาไม่ได้หมดเพียงเท่านั้น เขายังมีเงื่อนไขอยู่อีกหนึ่งข้อ”

            “เงื่อนไขที่ว่านี่คือเงื่อนไขอะไรคะ?” ตะวันถามเพราะพ่อของเธอดูจะอึดอัดเมื่อจะต้องพูดถึงเงื่อนไขข้อที่เหลืออยู่

            “เขาต้องการให้ตะวันไปทำงานเป็นเลขาของเขา และตะวันก็ต้องย้ายไปพักอยู่ที่บ้านของเขาด้วย”

            “อะไรนะคะ! ทำไมเงื่อนไขของเขาถึงได้แปลกประหลาดแบบนี้ละคะ เขาไม่มีเลขาส่วนตัวเหรอคะแล้วตะวันจะไปช่วยอะไรเขาได้” เธอรู้สึกสังหรณ์ใจว่าอาจจะเป็นนายชีกอคนนั้นแต่ก็ยังไม่วายถามพ่อเพื่อให้ได้คำตอบที่แน่ชัด

            “เพื่อนของพ่อคนนี้คือใครกันคะ ตะวันรู้จักเขาหรือเปล่า”

             และก็ต้องอึ้งไปกับคำตอบที่ได้รับจากปากของบิดา ว่าคนที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานะการณ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นปิยภัศร์ผู้ชาย “ชีกอ” คนที่เธอแสนจะไม่ชอบขี้หน้า ซึ่งตรงกับที่เธอคิดไว้แต่แรก

            “ไม่ ... ไม่นะ...ตะวันไม่ยอมไปทำงานกับนายคนนั้นเด็ดขาด ไม่มีวันและไม่มีทางที่จะเป็นไปได้ด้วย”

            หญิงสาวพูดด้วยความดื้อดึง เพราะตลอดชีวิตของเธอไม่มีใครสามารถขัดใจเธอได้เลย

สักครั้ง เธออยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่อยากทำอะไรก็จะไม่มีใครสามารถมาบังคับเธอได้ ในกรณีนี้ก็เช่นกัน เธอจะไม่มีวันยอมเอาตัวเองเข้าไปเป็นตัวขัดดอกให้อีตาบ้านั่นมาย่ำยีเธอง่ายๆ แน่

            “พ่อคะถ้าเขาอยากที่จะช่วยเหลือเราจริง ทำไมจะต้องมีเงื่อนไขบ้าบอแบบนี้ด้วย ตะวันไม่ยอมนะคะทำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เอาตะวันไปขัดดอก มันต้องมีวิธีอื่นสิ”

            “ตะวันพ่อเข้าใจว่าลูกไม่เต็มใจที่จะทำแบบนั้น แต่พ่ออยากให้ลูกเข้าใจถึงสถานการณ์ของเราในตอนนี้พ่อเองก็ไม่อยากที่จะให้มันเป็นแบบนี้ แต่เพื่อพยุงกิจการของเราเอาไว้ และเพื่อไม่ให้เราถูกฟ้องล้มละลายพ่อจึงจำเป็นที่จะต้องเซ็นยอมรับเงื่อนไขของเขา”

            “แต่ตะวันไม่อยากที่จะไปอยู่ใกล้ผู้ชายคนนั้น มันไม่มีวิธีอื่นเลยเหรอคะ พ่อจะยอมยกลูกสาวของพ่อไปให้ผู้ชายคนนั้นย่ำยีโขกสับได้ตามใจชอบอย่างนั้นเหรอคะ”

            “ตะวันถึงลูกไม่อยากทำก็ต้องทำนี่เป็นคำสั่งของพ่อ เพราะพ่อตกลงเซ็นยอมรับเงื่อนไขของเขาไปแล้ว”

            วิชญะออกคำสั่งกับบุตรสาวของตัวเองด้วย เพราะรู้นิสัยกันดีว่าถ้าไม่บังคับหรือทำแบบนี้ ตะวันจะไม่มีวันยอม ทั้งที่การทำเช่นนี้มันทำให้เขาเจ็บปวดก็ตามที

            การที่เขาจะต้องส่งลูกสาวที่เขารักสุดหัวใจให้ไปอยู่กับเพลย์บอยหนุ่ม มีหรือที่ชายหนุ่มจะยอมปล่อยลูกสาวของเขาไปง่ายๆ  แต่ถ้าไม่ทำเช่นนี้ ตระกูล ”จิระกานต์กุล” ก็จะต้องถูกฟ้องล้มละลาย สำหรับตัวเขาแล้วทนได้แน่นอนเพราะว่ากว่าจะมีกิจการมั่นคงแบบนี้เขาต้องประสบกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย ถ้าจะต้องกลับไปลำบากอีกก็คงจะไม่เป็นไร

            แต่กับบุตรสาวที่เขาเลี้ยงเธอมาอย่างสุขสบายตลอดชีวิต จะทนได้อย่างไรกับเหตุการณ์นี้ ถึงลูกจะยืนยันว่าทนความลำบากได้ แต่ว่าพ่ออย่างเขาหรือจะยอมให้ลูกอยู่แบบสิ้นเนื้อประดาตัวแบบนั้น นอกจากนี้ยังมีพนักงานอีกว่าพันชีวิตที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำงานให้กับเขามานานปี ที่เขาจะต้องมีส่วนรับผิดชอบ และนี่คือสาเหตุว่าทำไมเขาถึงต้องทำในสิ่งที่ตนเองปวดร้าว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 117

    งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 116

    “พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 115

    พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 114

    “คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 113

    “ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท

  • หัวใจต้องมนตรา   บทที่ 112

    “ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status