เข้าสู่ระบบ“หยุดทำไมคะ...กำลังสนุก” หญิงสาวไม่เชื่อว่าเขาอยากหยุด แต่อาจจะเป็นเพราะความสุภาพบุรุษที่เขาอยากมี แต่เธอรู้สึกว่ามันไม่จำเป็นเลยสมัยนี้
“ผมว่ามันไม่ค่อยดี” เขาครางฮึ่มในลำคอพยายามสะกดกั้นความรู้สึกต่าง ๆ ไว้ภายใน เขาไม่สามารถมีอะไรกับพราวรุ้งแล้วทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้
ต่อให้เขาเลว แต่เขาก็เลวเฉพาะกับเธอเท่านั้น และความสัมพันธ์ทางกายที่ไม่ได้แลกเปลี่ยนด้วยเงิน เขาขอใช้กับเหมือนดาวเพียงคนเดียว
“สักครั้งเถอะค่ะ แล้วคุณจะรู้สึกว่าหยุดมันไม่ได้อีกต่อไป” หญิงสาวดื้อแพ่งจับอาวุธของเขารูดขึ้นลงเร็ว ๆ เธอมองมันอย่างต้องการลิ้มรส แต่ทว่าภีรภาคย์กำลังทรมานอย่างที่สุด
เขาต้องทนกับแรงต่อต้านภายในที่เสียวปลาบไปทั้งลำ ใบหน้าที่แสนยั่วเย้าตรงที่มองได้ระดับสายตา ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนใจได้เลย
“พอ...ผมบอกให้พอไง!” เสียงตวาดลั่นจนทำให้พราวรุ้งตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะโกรธขนาดนี้ เพียงแค่เธอต้องการให้เขาเป็นของเธอในคืนนี้ ทั้ง ๆ ที่เขาก็ต้องการแล้วจะปฏิเสธเธอไปทำไมกัน
“ทำไมคะ” คำนี้วนไปเวียนมาอยู่ในหัว แน่นอนว่าเธอหงุดหงิดงุ่นง่านต้องการปลดปล่อยแล้วเช่นเดียวกัน แต่ทว่าเขาทำมันพัง
“ผมไม่ต้องการตอนนี้” เขาเลี่ยงคำตอบที่จะบอกความจริงว่า นอกจากผู้หญิงที่ชื่อเหมือนดาว เขาก็นอนกับคนอื่นไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“คุณโกหก”
“พราว” เขาข่มเสียงไม่ให้ตวาดลั่นออกไปอีกครั้ง เพราะแค่ครั้งเดียวก็รู้สึกว่าเขาไม่สุภาพเกินไปแล้ว แต่เธอยังคงดื้อ
คนที่อยากให้ดื้อดึงรั้งเขาไว้ แต่ทุกครั้งที่เสร็จสมเธอกลับเฉยชา ยอมรับชะตากรรมอย่างเลือกไม่ได้
ใจชอบคิดว่าเธอมีเขาเพราะต้องการเงินทองและชื่อเสียง แต่การกระทำของเธอตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ผิดกับพราวรุ้งที่เธอกำลังพยายามอยู่ตรงนี้
“แต่พราว...!” เธออยากจะบอกเหลือเกินว่าอยากแต่ทว่ามันก็น่าอายเกินไปนัก ผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งต้องมาขอผู้ชายให้กินเธอ มันรู้สึกเสียศักดิ์ศรีนัก
ไหนใครบอกว่าเขากินเก่ง กินดุ แต่ทำไม!
“ผมขอโทษที่ทำให้คุณค้าง แต่วันนี้ผมมีงานและกำลังต้องใช้ความคิด” เขาติดกระดุมไปก็พูดไปจนติดผิดติดถูกและย้ายตัวเองออกจากห้องของพราวรุ้งให้ได้เร็วที่สุด
ร่างกายที่ออกจากห้องของพราวรุ้งไปอย่างรวดเร็ว สวนทางกับพนักงานที่เอากระเป๋ามาส่งแขกตอนกลางคืน และนั่นก็คือพิมพ์ประภา
วันนี้เป็นวันที่เธอควงกะอยู่แทนเพื่อนอีกคน และกำลังจะออกงานตอนเที่ยงคืน แล้วเจอชอตเด็ดพอดิบพอดี จนเธอต้องทำตัวสงบเสงี่ยมเหมือนไม่รู้อะไร
แต่เจ้านายออกจากห้องในสภาพที่ดูไม่ได้ มองตั้งแต่ดาวอังคารยังรู้ว่าฟัดกันมา และห้องแขกวีไอพีสุด ๆ แบบนี้ก็ได้รับการบอกต่อจากเหมือนดาวมาแล้ว เพราะเธอโดนดุเสียยกใหญ่ที่สู่รู้ไปถามอะไรไม่เข้าท่า จนได้ไปอยู่กะกลางคืนยาวเยียดเสียดนรก
เมื่อจัดการหน้าที่ของตัวเองเสร็จแล้ว เธอก็เตรียมตัวเลิกงาน และไม่ลืมแชตคุยกับเพื่อนอย่างเหมือนดาวที่กำชับเรื่องห้องวีไอพีนั้น คือคนสำคัญของท่านประธานโรงแรมอย่างภีรภาคย์
“แก...นอนหรือยัง”
“ยัง” เธอเห็นแจ้งเตือนข้อความก็หยิบขึ้นมาดู
“ฉันเห็นท่านประธานออกจากห้องวีไอพีที่แกเป็นประเด็น ท่าทางฟัดกันนัวเชียว”พิมพ์ประภาบอก
ข้อความนั้นถูกอ่านจากเหมือนดาว แต่ทว่ากลับไม่มีข้อความตอบกลับ
“เหมือนดาว เหมือนดาว แกยังอยู่ไหม”
“เออ...โอเครกำลังอ่านอยู่”
“ฉันนี่ก้มหน้างุดเลย กลัวโดนแบบแกอีกคน ฉันไม่ไหวให้ทำงานแต่กลางคืน ขอลาออกดีกว่า” พิมพ์ประภาบ่น แล้วเพื่อนตัวดีของเธอก็ยอมไปเสียหมด
“ดีแล้วแก กลับบ้านดี ๆ นะ ฉันง่วงแล้ว” เหมือนดาวพิมพ์ข้อความพร้อมกับม่านน้ำตาไหลลงมาจนเห็นตัวอักษรบนหน้าจอเลือนลางนัก
เขาเอาผู้หญิงคนนั้นมาแทนที่ แต่จะพูดอย่างนั้นก็คงไม่ได้ เธอไม่มีที่ยืนอยู่ข้างเขาตั้งแต่แรก เธอเหมือนของเล่นชิ้นหนึ่งที่เขาหยิบออกมาเล่นตอนที่อยากเล่น แล้วก็โยนทิ้งยามที่เบื่อ
เจ้าสีนิลเห็นเจ้านายร้องไห้อีกแล้วก็ร้องคราง เอาหน้าไปซบกับแขนของเธอ ปกติมันจะนอนด้านล่างเตียง และวันนี้มันขอขึ้นมานอนเบียดกับเธอ
ดีที่มันไม่ใช่หมาที่เล่นสกปรก และรักสะอาดราวกับรู้ว่าถ้าซนแล้วเธอจะไม่ให้นอนด้วย
ทุกวันหลังจากกลับบ้านเธอก็จะอาบน้ำให้มันก่อน แม้เป็นหมาบ้าน ๆ แต่เธอก็ดูแลมันเหมือนลูกคนหนึ่ง
“ฉันไม่เป็นอะไรหรอกสีนิล ฉันเข้าใจแล้วว่าถูกทิ้งแบบไม่เหลือเยื้อใยเป็นยังไง ฉันก็ไม่ต่างจากแก ที่โง่รักเขาที่เขาไม่รัก” เธอพูดปนสะอื้นลูบหัวมันเบา ๆ แล้วข่มตาให้หลับไป แต่เธอรู้ดีว่ากว่าจะข่มใจให้หลับนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
เช้าวันถัดมาฝนตกแต่เช้า จนเธอต้องรีบตื่นมาเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้ตั้งแต่เมื่อคืน วันครบรอบวันเกิดทีไรฝนตกทุกที และก็เป็นวันเดียวกับที่เธอมีเขาในวันนั้น
วันนี้นอกจากเป็นวันเกิดเธอแล้ว เธอยังตั้งให้มันเป็นวันเกิดเจ้าสีนิลด้วย เพราะไม่รู้ว่ามันเกิดเมื่อไหร่ จึงถือว่าการพบกันครั้งแรกเป็นวันที่มันเกิด
ปีนี้เธอไม่ต้องฉลองวันเกิดโดยการจุดเทียนแล้วเป่าอยู่คนเดียวแล้วนะ วันนี้เธอมีเพื่อนที่ซื่อสัตว์ที่สุดเป็นเพื่อน เมื่อฝนซาแล้ว เธอก็ออกไปซื้อขนมมาจุดเทียนเป่านั่งกินกันสองคน แน่นอนว่าเป็นคัพเค้กที่ทำไว้สำหรับน้องหมา กับถ้วยคัพเค้กของเธอ
เธอแวะทำบุญที่วัดก่อนกลับบ้าน ปล่อยปลาไปกับสายน้ำ และปล่อยใจเน่า ๆ ของเธอให้ไหลตามไปด้วย เธอต้องฝ่าการจราจรเกือบครึ่งวัน แล้วในที่สุดเธอก็กลับมาถึงบ้าน ทางผ่านนั้นผ่านโรงแรมที่เธอทำงาน ในวันที่ไม่ต้องทำหน้าที่บำเรอกาม มันก็ดีเหมือนกัน แม้จะเหงาแปลก ๆ
เธอกลับถึงบ้านก็กินเวลาไปจนถึงเที่ยงวัน และมีหนึ่งชีวิตที่คอยต้อนรับกับอีกหนึ่งคน คือคุณพศิน
“สวัสดีค่ะ คุณพศินมีธุระอะไรหรือเปล่าค่ะ ถึงมาหาเหมือนดาวถึงที่นี่”
“ครับ...เอ่อ...!” พศินพูดเหมือนกำลังลำบากใจ แต่เหมือนดาวก็เดาได้ไม่ยากว่าเพราะใคร
“เกี่ยวกับเขาใช่ไหมคะ” เธอถามด้วยหัวใจที่สั่นระรัวรู้สึกเหมือนกำลังถูกบีบ
“คุณได้ถูกจ้างให้ออก แล้วนี่เงินชดเชยทั้งหมด” เหมือนดาวตกใจ แต่ไม่ได้โวยวายกับคำตอบที่ได้รับ เพราะเธอขวางหูขวางตาเขาสินะ เขาถึงได้อยากเขี่ยเธอให้พ้นทาง
น้ำตาหนึ่งหยดไหลออกมาข้างแก้ม แล้วก็ไม่ได้มีหยดอื่นตามมาอีก
มันจบแล้ว!
“ขอบคุณที่แจ้งนะคะ” อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้โดนไล่ออกเมื่อกลับไปทำงานอีกครั้ง หากเป็นอย่างนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำหน้าอย่างไร หากกลับไปทำงานก็ต้องทนเห็นเพื่อนซุบซิบนินทาเรื่องของเธอ และนั่นเธอใจไม่แข็งพอที่จะยอมรับ
“ขอบคุณคุณพศินมากค่ะ” เธอยื่นมือสั่นเทาไปรับเงินจากมือผู้เป็นหัวหน้าของเธอ
“มีอะไรให้ผมช่วย บอกได้ตลอดนะครับ” พศินสงสารเธอจับใจ แต่เจ้านายบอกให้จัดการให้เรียบร้อยนั่นหมายถึงไม่ต้องการเห็นหน้าเธออีก
“ก็แค่หางานใหม่ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถือว่าเงินก้อนนี้เป็นของขวัญวันเกิดปีนี้ของเหมือนดาวแล้วกันค่ะ เหมือนดาวไปซื้อเค้กมาฉลองวันเกิดคนเดียว คุณพศินกินด้วยกันไหมคะ” ต่อให้หัวใจแหลกสลายเพียงใด แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะหยิบยื่นน้ำใจให้กับทุกคน
“วันเกิดเหรอครับ” พศินถามเธอด้วยความตกใจ นี่ไม่ควรจะเป็นข่าวร้ายในวันเกิด หากเขารอบคอบสักนิด เขาก็คงเลือกจะแจ้งเธอในวันพรุ่งนี้แทน เขาก็เจ็บปวดใจไม่แพ้เธอ
“ใช่ค่ะ อายุ 23 ปีแล้วนะคะ” เธอพูดกับเขาด้วยรอยยิ้ม แม้ในใจจะร้องไห้จนน้ำตาเหมือนจะท่วมหัวใจของเธอได้ก็ตาม
“ขอโทษด้วยนะครับ” คำเดียวที่เขาอยากบอกเธอเหมือนดาวไม่ควรต้องมาพบเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เธอควรเป็นผู้หญิงที่มีชีวิตที่สดใส แต่ทว่ากลับต้องมาพบกับคุณภีรภาคย์ ที่เอาแต่ความสุขส่วนตัวเป็นใหญ่
“ไม่ใช่ความผิดคุณพศินหรอกค่ะ ฉันเลือกทางนี้เอง และยอมรับความเจ็บปวดนี้ได้ค่ะ ขอให้โชคดีนะคะ” คำว่าโชคดีควรจะเป็นเธอที่บอกตัวเองมากกว่า
พศินนับถือในความเข้มแข็งของเธอจริง ๆ หวังให้หลังจากนี้เธอจะพบเจอกับคนที่ดี พบกับคนที่ไม่มองอดีตของเธอนะ
“ผมไปก่อนนะครับ” พศินกล่าวลาพร้อมกับความรู้สึกผิดมากมาย ก่อนหน้านี้หากเธอรับเงินเขาจะไม่รู้สึกอย่างนี้เลยสักนิด
จากที่ตั้งใจจะดิ้นออกจากอ้อมแขน จึงเปลี่ยนเป็นกอดเขาไว้แน่นอีกครั้ง “ลูกคิดถึงคุณมากค่ะ” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนลงไม่แข็งกระด้างเหมือนวันก่อน ในใจก็กลัวว่าเขาจะหายไปอีก แล้วลูกจะคิดถึงเขา “แล้วคุณล่ะ คิดถึงผมบ้างไหม” เสียงนุ่มถามเธอทั้งที่ยังไม่ปล่อยจากอ้อมแขน แต่แล้วก็มีเสียงเด็กน้อยที่สะดุ้งตื่นแล้วก็ร้องไห้หาแม่ ดังขึ้น “ฮื้อ ๆ แม่ขา...!” “นับดาวลูก” ชายหนุ่มรู้สึกเซ็งทันที เมื่อมีคนขัดจังหวะโดยเฉพาะเป็นลูกสาวตัวน้อยของเขา จนคนเป็นพ่อและแม่ต้องเลิกกอดกันชั่วคราวแล้วเปิดประตูไปหาลูกรัก “แม่ขาไปไหนมาคะ” “ไปเปิดประตูให้พ่อขาของหนูไงลูก พ่อขามาหาแล้วนะคะ” “จริงเหรอคะ อ๊ายพ่อขา” เด็กน้อยรีบเอามือขยี้ตาแล้วก็โผเข้ากอดพ่อขาของตัวเอง “พ่อขามาหานับดาวแล้ว ดีใจจังเลยค่ะ” “พ่อขาทนคิดถึงหนูไม่ไหว รอให้เช้าก็กลัวใจจะขาดเลยรีบมาหาตั้งแต่คืนนี้เลยค่ะ” คนเป็นพ่ออุ้มลูกสาวขึ้นหอมแก้มซ้ายขวาจนชื่นใจ “พ่อขานอนกับนับดาวกับแม่ขานะคะ” “เอ่อ...” เขาไม่กล้ารับปาก เพราะกลัวอีกคนจะไล่ออกไปนอนข้างนอก
นายน์เข้ามาที่เลานจ์ เห็นไอ้เพื่อนยากยกแก้วตั้งแต่หัวค่ำ ก็อดเข้าไปแซวไม่ได้ “ว่าไง ไม่เฝ้าเมียหรือไง” “เฝ้ากับผีโดนไล่ออกมาเนี่ย” ได้ยินเสียงมันแล้วหงุดหงิด ยิ่งง้อเมียไม่สำเร็จอยู่ “ง้ออีท่าไหนวะ โดนไล่ออกมา” นายน์ที่นั่งลงซักเพื่อนรักที่ได้เมียไปครองแบบรวดเร็วทันใจด้วยแผนอันแยบยลของตัวเอง “ไม่ได้สักท่า” พูดแล้วก็หงุดหงิด อยากลากขึ้นเตียงง้อแบบเพื่อนบ้างเหมือนกันแต่ว่า เขาไม่มีโอกาสเลยสักนิดนี่สิ “ว้า ไร้น้ำยา ปากดีนักสิมึงนะ ขอให้เมียใจอ่อนไว ๆ แล้วกัน” “กูว่าจะห่างสักพัก รอให้อะไรเข้าที่ก่อน กูจะไปจัดบ้านรอต้อนรับเมียกับลูกด้วย” “สักพักของมึงกี่วัน สามวันนารีก็เป็นอื่นแล้ว ระวังไว้เถอะ” นายน์เตือนเพื่อนด้วยความหวังดี “ไม่เกินสามหรอก กูอยากรู้ว่าเขาคิดถึงกูบ้างหรือเปล่า” เมื่อตามติดทุกฝีก้าวไม่ใจอ่อน เว้นระยะห่างหาทางไปง้อเมียวิธีอื่นดีกว่า ตอนนี้ยังมืดแปดด้านกลับไปปรึกษาแม่ก่อนก็ดีเหมือนกัน “หวังว่าเขาจะรอมึง” “ก็ให้คนตามติดไว้แล้ว ไม่ต้องห่วง กูไม่โง่แบบครั้งก่อนแล้ว” “ให้มันจริง”
ชายหนุ่มต้องทนนอนปวดหลังบนโซฟา โดยมีหมาสีนิลที่มันนอนอย่างสบายใจมาก จนเขาอยากดีดไข่มันสักที “แกนอนสบายไปแล้วนะ” เมื่อบ่นมัน มันก็บ่นกลับราวกับรู้เรื่องทุกอย่าง เจ้านี่มันน่าอิจฉาที่มีเวลาอยู่กับลูกและเมียของเขาทุกช่วงเวลา ตั้งแต่เธอท้องยันคลอดนับดาว แล้วก็อยู่เป็นเพื่อนนับดาวตลอดไม่ห่างไปไหน ดีเท่าที่มันไม่กัดเขาจนได้เลือดเหมือนอย่างตอนนั้น กว่าแผลจะหายใช้เวลาอยู่นานเชียว “แกโชคดีจังนะ ที่เมียฉันเอ็นดู ดูฉันนี่สิต้องมาทนนอนปวดหลัง” เขาอิจฉากระทั่งหมาแล้วตอนนี้ แต่ต่อให้ยากลำบากกว่านี้อีกร้อยเท่าพันเท่า หากได้เมียกับลูกคืนมาเขาก็ยินดีที่จะทน เขานอนเอามือก่ายหน้าผาก ในวันที่มีลูกและเมียอยู่พร้อมหน้า เมื่อมีนับดาวตัวน้อยแล้ว ก็อยากมีเอื้อมดาวอีกสักคน ตามด้วยอาทิตย์ ที่เป็นผู้ชายสุดท้องอีกคน แค่ได้คิดเขาก็อมยิ้มอย่างมีความสุขแล้ว คืนนี้ได้นอนใกล้ลูกและเมียคืนแรก แต่ไม่รู้ว่าทำไมใจมันฟูจัง เหมือนดาวไม่คิดจะสนใจคนอย่างเขาอีก อยากนอนที่นี่ไม่ยอมกลับก็นอนข้างนอกนั่นแหละ อย่างไรเธอก็ไม่ใจอ่อนให้เขาหรอก แค่นี้เขายังทรมานน้อยเกินไป ปล่อยให้หง
เหมือนดาวมองใบหน้าลูกสาวกับผู้ชายที่เคยร้ายกับเธอที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยด้วยความหมั่นไส้ เมื่อทานข้าวอิ่มแล้ว เธอก็เห็นเขานั่งทานของตัวเองบ้างแล้วปล่อยให้ลูกของเธอนอนเล่นบนโซฟา ความเงียบเข้าปกคลุมอย่างน่าอึดอัดอีกครั้ง เธอไม่อยากให้เขามาอยู่ใกล้ ๆ แบบนี้เลย เธอรู้สึกว่าไม่เป็นตัวเอง เธอเคยมีความสุขมากกว่านี้หลายเท่าตอนที่ไม่มีเขา เมื่อเขาอิ่มแล้วเธอจึงเก็บจานแล้วเดินเข้าไปในครัว ตั้งใจหนีหน้าเขา แต่ชายหนุ่มก็เดินตามเธอเข้ามาอีก “ผมช่วยล้างนะ” “ไม่จำเป็นค่ะ ฉันทำเองได้” เธอปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย กำแพงสูงที่เธอสร้างขึ้นมันจะเป็นเกาะที่คอยคุ้มครองตัวเธอให้อยู่รอดจากคนที่ไม่มีหัวใจอย่างเขา หากเขาจะเข้ามาหาเธอเพื่อต้องการเพียงแค่ลูกล่ะก็ เธอไม่มีวันยอมให้เขาทำสำเร็จ อย่างไรสิทธิ์การเลี้ยงลูกก็ต้องอยู่กับเธออยู่ดี การเป็นเมียที่ไม่มีสถานะนั้นมันเจ็บปวดแค่ไหน เขาจินตนาการไม่ออกหรอก “เหมือนดาว ผมขอโทษสิ่งที่ผ่านมา ผม...ขอโอกาสแก้ตัวได้ไหม” “โอกาสมันมีสำหรับคนที่พร้อมเท่านั้น คุณไม่เคยพร้อมจะมีฉันในชีวิต คุณก็ไม่ควรได้รั
“รับไว้ นับดาวจะคือลูกสาวของผมตลอดไป และเมื่อเธอโตขึ้น ผมอยากส่งเธอเรียนที่ต่างประเทศ” เขายื่นบัตรเครดิตเฟิร์สรอยัลมาสเตอร์การ์ดให้กับเธอ แต่เมื่อเธอปฏิเสธก็มีมือของเลโอน่ามากุมไว้ “รับไว้เถอะนะคะ ฉันรู้ว่าเขาไม่สบายใจแน่หากพวกเรามีความสุขแล้วคุณต้องลำบาก หวังว่าคุณจะไม่ทำให้ว่าที่สามีของฉันต้องเอาแต่คิดถึงคุณกับลูกนะ ฉันขี้หึงมากค่ะ” ถ้อยคำล้อเล่นของเลโอน่าเรียกเสียงหัวเราะให้กับคนทั้งหมด แล้วเธอก็เดินไปส่งเขาและเธอที่หน้าบ้าน เธอกอดลาเขาครั้งสุดท้าย ก่อนจะเข้ามาในบ้าน ที่มีคนที่เธอไม่อยากต้อนรับยืนกอดอกอยู่ตรงหน้าประตู “กอดกับผู้ชายอื่นไม่เกรงใจสามีเลยหรือไง” “ใครสามี” เธอเดินผ่านเขาไปหาลูก ก่อนจะเห็นว่าลูกตื่นแล้ว “ก็ผมยังไงล่ะ” “ฝันไปหรือเปล่า คุณไม่ใช่สามีฉันสักหน่อย” เธอไม่สนใจและหันไปอุ้มลูกขึ้นไปแปรงฟันล้างหน้าเตรียมตัวไปหาอะไรกิน “มามี้ บ้านใครเหยอคะ” เด็กน้อยที่หลับตั้งแต่เมื่อคืน จนไม่รู้ว่าตัวเองไม่ได้นอนโรงแรมแล้ว จึงถามด้วยความมึนงง “บ้านเราไงคะ ลูก” “บ้านเราเหยอ...แล้วแดดดี้ล่ะคะ” เด็กน้อยที่ไม
เหมือนดาวกลับมาบ้านโดยเขาเป็นคนพากลับมา และเมื่อเหยียบลงที่หน้าบ้านอีกครั้ง ความอบอุ่นก็แทรกเข้ามาในทรวงอก “ไม่มีที่ไหนสุขใจเหมือนกับบ้านแล้วสินะ” เธอพูดออกมาเบา ๆ และเมื่อเปิดไฟเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง ก็ต้องแปลกใจเมื่อห้องนี้ติดแอร์เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งบ้านของเธอก็ติดแทบจะทุกมุม “คุณติดแอร์เยอะขนาดนี้ทำไม ฉันจะจ่ายค่าไฟไหวได้ยังไง” เธอรู้ว่ามีแค่เขาคนเดียวที่จะบ้าทำอะไรพวกนี้ “ผมจ่ายไหวอยู่แล้ว เชิญคุณผู้หญิงและลูกสาวคนสวยใช้ได้ตามสบายเลยครับ” เขาพูดอย่างยินดี และดีใจที่เธอกลับมาอยู่บ้าน และกลัวว่าลูกสาวของเขาจะร้อน คุณพ่อใจสปอร์ตอย่างเขาก็จัดการให้ทุกอย่าง “ใครบอกว่าจะให้คุณมาจ่ายให้ฉัน ฉันทำงานและจ่ายเงินเองได้ ส่วนเงินของคุณเก็บไว้เถอะ” เธอไม่รับการช่วยเหลือจากเขา แค่นี้ก็เกินพอแล้ว ต่อไปนี้เธออยากมีแค่ลูกและก็เจ้าสีนิลเท่านั้นส่วนเขาเชิญไปอยู่ในที่ของเขา “โธ่...คุณไม่ยกโทษให้ผมหน่อยเหรอ” “ไม่มีวัน” เธอย้ำชัดเจน หลังจากเขาวางลูกสาวให้นอนอย่างสบายบนเตียงที่กว้างใหญ่ที่เขาจัดให้เธอ ร่างเล็กก็เดินเข้าไปในห้องน้ำก็มีข้าวของเครื่องใช้เต็มไปหมด และเป็น







