LOGINEpisode
6
เป่าหู
เอลิน่าได้โยกย้ายการทำงานของเมธาทิพย์ไปช่วยจัดจานอาหารในส่วนของร้านอาหารเพราะฝีมือของเมธาทิพย์จัดจานอาหารได้สวยงามจนได้รับคำชมจากหลายคน
“เมธาทิพย์วันนี้ย้ายเข้าไปทำงานในครัวนะ บอสอยากให้ไปจัดจานอาหารให้” เอลิน่ามาหาเมธาทิพย์ที่กำลังช่วยหญิงหญิงและชอปเปอร์ทำงาน อยู่ ๆ เอลิน่าก็เดินมาบอกให้เมธาทิพย์ย้ายไปทำงานที่ห้องครัว
“ทำไมล่ะคะบอส แอปเปิลก็ทำได้นะคะ” แอปเปิลเอ่ยขึ้นมาแล้วก็เดินไปหาเอลิน่าราวกับว่าเอลิน่าจะให้เธอไปทำแทนเมธาทิพย์
“แอปเปิลแกะสลักเป็นหรือเปล่าล่ะ” เอลิน่าเอ่ยขึ้นมาแล้วก็มองหน้าของแอปเปิลอย่างต้องการคำตอบว่าเธอสามารถทำได้หรือเปล่า
“แกะสลักหรือคะแอปเปิลทำไม่เป็นเหรอกค่ะ แต่ให้แอปเปิลลองจัดจานแบบอื่นให้ก็ได้นะคะ” แอปเปิลยังคงรุกเร้าให้เอลิน่าอนุญาตให้เธอย้ายไปทำงานที่ครัวแทนเมธาทิพย์
“แต่บอสอยากได้คนที่แกะสลักได้ บอสคิดว่าแอปเปิลอยู่เสิร์ฟน้ำดีกว่าเนอะ” เอลิน่าเอ่ยขึ้นมาอย่างนั้นแล้วก็เดินไปหาเมธาทิพย์ที่ยืนมองหน้าของหญิงหญิงเพราะเธอไม่อยากไปทำที่ห้องครัวแต่เธออยากทำน้ำช่วยหญิงหญิงมากกว่า
“เม็ดทรายไปกันดีกว่า วันนี้มีลูกค้าที่จองคิวมาเพราะเห็นหน้าตาอาหารที่เม็ดทรายจัดจานเมื่อวานเลยนะ” เอลิน่าเอ่ยขึ้นมายิ้ม ๆ แต่พอมองหน้าของเมธาทิพย์เธอกลับทำหน้าเศร้า ๆ เหมือนไม่อยากไปทำงานที่เธออยากให้ไปทำ
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะคะ เม็ดทราย ไม่อยากไปหรือคะ” เอลิน่าเอ่ยออกมาเพราะรู้ว่าเมธาทิพย์ไม่ได้อยากไปทำงานในครัว
“เม็ดทรายไม่อยากไปค่ะ เม็ดทรายอยากช่วยพี่หญิงหญิงกับพี่ชอปเปอร์ค่ะแต่ถ้าบอสอยากให้เม็ดทรายไปช่วยงานเม็ดทรายก็ไปได้ค่ะ” เมธาทิพย์เอ่ยออกมาตรง ๆ ตามความรู้สึกของเธอ
“พูดตรงดีนะ บอสชอบแต่ก็ขอบคุณนะคะที่เข้าใจบอส” เอลิน่าพูดจบก็เดินไปจับมือของเมธาทิพย์เพื่อให้ไปกับเธอ
“ป่ะ ไปกัน อีกหน่อยลูกค้าก็จะมาที่ร้านแล้ว”
“พี่หญิงหญิงไว้หนูมาช่วยอีกนะคะ” เมธาทิพย์บอกกับหญิงหญิงแล้วก็มองหน้าอย่างอาลัยอาวรณ์
“ไม่เป็นไรเหรอกเม็ดทรายพี่มีชอปเปอร์ช่วยไม่เหนื่อยเหรอก” หญิงหญิงเอ่ยขึ้นมาแล้วก็ยิ้มหวาน ๆ ให้กับเมธาทิพย์
“ไม่ต้องอาลัยอาวรณ์กันขนาดนั้นก็ได้บางวันถ้าไม่มีลูกค้าเยอะบอสก็ให้มาทำงานกับพี่หญิงหญิงเหมือนเดิมนั่นแหละ” เอลิน่าเอ่ยขึ้นมาอย่างนั้นทำให้ทั้งเมธาทิพย์ ชอปเปอร์และหญิงหญิง
“ไม่ต้องห่วงนะเม็ดทรายพี่ชอปเปอร์คนนี้จะคอยกวนพี่หญิงหญิงแทนเอง ฮ่า ๆ ๆ” ชอปเปอร์พูดแกล้ง ๆ เพื่อให้บรรยากาศสนุดสนานมากขึ้น แต่คนที่ไม่สนุกก็น่าจะเป็นแอปเปิลและก็ฝนที่ดูท่าทางน่าจะหมั่นไส้เมธาทิพย์
เอลิน่าเดินจับมือของเมธาทิพย์ไปที่ห้องครัว เอลิน่าไม่ได้คิดอะไรมากที่เดินจับมือของเมธาทิพย์เดินไปที่ห้องครัวอย่างนั้นแต่คนที่คิดมากก็น่าจะมี
“ฝนแกดูบอสจับมือของยัยเด็กเม็ดทรายนั่น ฉันว่ามันต้องมีอะไรแปลก ๆ แน่นอน ยัยเด็กนั่นมันต้องอ่อยบอสแน่ ๆ” แอปเปิลเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะมองไปที่เอลิน่าอย่างไม่ชอบที่เธอเดินจับมือกับบอสอย่างนั้น
“แกฉันก็คิดอย่างที่แกคิดนะ ยัยเด็กนั่นดูซื่อ ๆ ใส ๆ ก็จริงแต่มันก็ดูร้ายไม่เบาเหมือนกันนะ” ฝนเองก็ยุยงให้เพื่อนอิจฉาริษยาเมธาทิพย์ทั้ง ๆ ที่เมธาทิพย์ไม่ได้คิดอะไรกับเอลิน่ามากไปกว่าเจ้านายเท่านั้น
“แกรู้จักฉันน้อยไปยัยเม็ดทราย ในเมื่อแกกล้าลองดีก็ต้องเจอดี” แอปเปิลเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะหยิบมือถือขึ้นมาแล้วก็กดมือถือโทรออกหาใครสักคน
“เม็ดทรายทำอะไรก็สวยไปหมด ถ้าบอสไม่รับหนูเข้าทำงานพาร์ทไทม์บอสต้องเสียใจมากแน่ ๆ ที่พลาดโอกาสรับคนฝีมือดี ๆ อย่างนี้มาทำงานด้วย” เอลิน่าเอ่ยขึ้นมาแล้วก็จ้องมองหน้าของเมธาทิพย์และในจังหวะนั้นเมธาทิพย์ก็หันมามองหน้าของเอลิน่าทำให้สายตาของทั้งสองประสานสายตากันอย่างไม่ตั้งใจ
“พี่เอลิน” เสียงของลลิตาดังมาแต่ไกลและดังมากกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าเอลิน่ากำลังจ้องมองเมธาทิพย์ตาไม่กระพริบ
“ลิตามาทำไมไม่บอกพี่ก่อนล่ะคะ” เอลิน่าเอ่ยทักทายลลิตายิ้ม ๆ เพราะไม่คิดว่าลลิตาจะโกรธอะไรเธอ
“ถ้าบอกก็คงไม่เห็นในสิ่งที่ไม่อยากเห็น” ลลิตาเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะจ้องมองหน้าของเมธาทิพย์ด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรสักเท่าไร
“ลิตามันไม่ได้มีอะไรเหรอกนะคะ ลิตาหิวหรือยังเดี๋ยวพี่ให้คนทำไปให้เอามั้ยคะ” เอลิน่าเอ่ยขึ้นเพื่อเอาอกเอาใจแฟนสาวของเธอแต่ดูเหมือนว่าอีกคนมุ่งแต่จะหาเรื่องเอลิน่าอย่างเดียวเลยในตอนนี้
“ลิตาไม่หิวค่ะ แต่ลิตามีเรื่องที่อยากคุยกับพี่เอลินค่ะ” ลลิตาเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่ากำลังโมโหอะไรบางอย่าง
“อย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่พี่ขอสั่งงานน้องก่อนนะ” เอลิน่าบอกกับลลิตาแล้วก็หันไปสั่งงานกับเมธาทิพย์
“เหลือจัดจานอีกสองจาน ถ้าหนูจัดเสร็จแล้วเรียกพี่พนักงานเสิร์ฟเอาไปเสิร์ฟได้เลยนะ ส่วนหนูถ้าไม่อยากอยู่ในครัวก็ไปหาพี่หญิงหญิงก็ได้นะ งานในครัวของหนูในวันนี้หมดแล้วค่ะ ไว้วันหลังค่อยมาช่วยพี่อีกนะคะ” เอลิน่าบอกกับเมธาทิพย์พร้อมกับรอยยิ้มหวาน ๆ ให้กับเธออย่างเป็นกันเอง
“ไปได้หรือยังคะ ลิตาเมื่อยขาไปหมดแล้วนะคะ” ลลิตาเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะควงแขนของเอลิน่าเพื่อเร่งให้เธอไปที่ห้องทำงานส่วนตัว
“เสร็จแล้วค่ะ” เอลิน่าหันไปบอกกับลิตาแล้วทั้งสองก็เดินไปที่ห้องทำงานส่วนตัวของเอลิน่าในทันที
“ลิตามาหาเอลินมีเรื่องอะไรด่วนหรือเปล่าคะ ทำไมมาไม่ได้บอกพี่คะ” เอลิน่าพยายามทำให้ลลิตาอารมณ์ดีที่สุดเพราะเธอรู้จักนิสัยของลลิตาเป็นอย่างดี
“ลิตาไม่ได้ตั้งใจมาหาพี่เอลินเหรอกนะคะ แต่เพราะอยากมาก็เลยมาเจอพี่เอลินกำลัง...ลิตาไม่อยากพูดเหรอกนะคะแต่ก็ต้องพูดค่ะ” ลลิตามองค้อนเอลิน่าทันที
“เอลินก็ไม่เห็นว่าจะมีเรื่องอะไรเลยนะคะ”
“พี่เอลินไม่มีแต่ลิตามีค่ะ ทำไมต้องให้เด็กนั่นมาใกล้ชิดพี่เอลินอย่างนั้นด้วย”
“ก็เม็ดทรายจัดจานเก่งแล้วก็สวยพี่ก็เลยต้องให้มาช่วยจัดจาน”
“คนอื่นก็มีตั้งเยอะแยะทำไมไม่ให้ทำ ทำไมต้องเป็นยัยเด็กนั่นด้วย”
“ก็คนอื่นไม่มีใครแกะสลักเป็นเลยสักคนมีแค่เม็ดทรายคนเดียวเท่านั้นตอนนี้”
“อยากได้มั้ยคะ เดี๋ยวลิตาหามาให้แค่คนแกะสลัก พี่เอลินคิดว่าลิตาไม่รู้หรือไงคะว่าพี่เอลินกำลังสนใจนังเด็กนั่นอยู่” ลลิตาเอ่ยขึ้นมาอย่างนั้นไม่ได้ทำให้เอลิน่ารู้สึกว่าลลิตาหวงเธอเลยสักนิดแต่เอลิน่ารู้สึกว่าลลิตาไร้เหตุผลและกำลังหาเรื่องทะเลาะกัน
“ลิตาพี่คิดว่าเรื่องนี้มันไม่ควรเป็นเรื่องที่เราต้องมาทะเลาะกัน น้องเค้าก็เป็นแค่พนักงานที่มีความสามารถพี่ก็ให้มาทำงานช่วยก็แค่นั้นเอง ลิตาไม่เห็นต้องมาหาเรื่องพี่อย่างนี้เลย”
“ถ้าพี่เอลินไม่ให้มันเลิกทำตำแหน่งนี้เราสองคนก็ไม่ต้องมาคุยกันอีกค่ะ พี่เอลินคิดว่าเรื่องแค่นี้แล้วลิตาชวนพี่ทะเลาะ ถ้าพี่เอลินเห็นมันดีกว่าลิตาก็ตามสบายค่ะ” ลลิตาเอ่ยออกไปอย่างนั้นเพราะคิดว่ายังไงเอลิน่าก็ต้องง้อเธออยู่ดี
“พี่คงให้เม็ดทรายทำหน้าที่นี้ต่อไปจนกว่าน้องเขาจะเลิกทำงานและลาออกไปเองเพราะลูกค้าก็ต่างชื่นชมในการจัดจานของเม็ดทราย พี่คิดว่าลิตาคงมีเหตุผลมากพอในครั้งนี้” เอลิน่าเอ่ยออกมาตามความเป็นไปได้เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องงานไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของเธอเลยสักนิด
“ถ้าอย่างนั้นลิตาจะเข้าใจว่าพี่เอลินไม่ได้ฟังที่ลิตาขอ ลิตาจะขอเข้าใจว่าพี่เอลินเลือกนังเด็กนั่น” ลลิตาพูดกดดันให้เอลิน่ารู้ตัวว่าเธอไม่พอใจที่เอลิน่าเลือกที่จะไม่ทำตามที่เธอต้องการ
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะลิตา เรื่องงานก็คือเรื่องงานลิตาจะให้พี่เลือกอย่างที่ลิตาต้องการทุกเรื่องไม่ได้แต่ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัวพี่ยอมลิตาได้แต่ตอนนี้มันเป็นเรื่องงานลิตาเข้าใจพี่มั้ย” เอลิน่าพยายามพูดให้ลลิตาเข้าใจแต่ยิ่งพูดก็ดูเหมือนว่าลลิตาจะไม่ยอมฟังในสิ่งที่เธอพูดเลยสักนิด
“พี่เอลินไม่เคยฟังสิ่งที่ลิตาต้องการเลยสักครั้ง เราคบกันไปเพื่ออะไรคะ ในเมื่อพี่เอลินไม่เคยทำอะไรตามที่ลิตาพูดเลยสักนิด ลิตาขอกลับไปทบทวนเรื่องของเราอีกสักรอบว่าที่เราคบกันพี่เอลินเคยเห็นลิตาในสายตาสักครั้งมั้ย” ลลิตาพูดจบก็เดินออกจากห้องทำงานของเอลิน่าไปโดยไม่สนใจเสียงเรียกของอีกคน
“ลิตาอย่าพึ่งไปมาคุยกันให้เข้าใจก่อน” เอลิน่าพยายามเรียกแต่อีกคนก็ไม่แม้แต่จะหันมามองเธอด้วยซ้ำ
เอลิน่าได้แต่นั่งถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยใจเพราะเธอมไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรแล้ว นับวันความสัมพันธ์ของเธอกับลลิตาก็มีแต่แย่ลงเรื่อย ๆ แต่เอลิน่าก็ได้แต่ทำใจเพราะตอนนี้ยังรักลลิตาหมดทั้งใจของเธอ
เมธาทิพย์ที่จัดจานอาหารตามที่เอลิน่าสั่งจนเสร็จก็รีบกลับไปหาพี่หญิงหญิงกับพี่ชอปเปอร์ทันที
“พี่หญิงหญิงพี่ชอปเปอร์เม็ดทรายมาช่วยแล้วค่ะ” เมธาทิพย์ที่เห็นว่าภายในร้านไม่มีลูกค้านั่งเธอก็เรียกพี่ ๆ ทั้งสองเสียงดังทันที
“เม็ดทรายเรียกซะเสียงดังเลย ทำงานเสร็จแล้วหรือจ๊ะ” ชอปเปอร์เอ่ยถามเธอพร้อมกับถือผ้ามาเพื่อเช็ดโต๊ะเพราะลูกค้าเพิ่งเดินออกจากร้านไปเมื่อสักครู่
“เสร็จแล้วค่ะ เสร็จแล้วก็รีบมาหาพี่สองคนทันทีเลย คิดถึงจะแย่แล้วเนี่ย” เมธาทิพย์เอ่ยขึ้นมาแล้วก็เดินไปหาหญิงหญิงแล้วก็กอดไปหนึ่งที
“ทำให้คนอื่นทะเลาะกัน อารมณ์ดีเชียวนะ” แอปเปิลพูดประชดเมธาทิพย์ขึ้นมาลอย ๆ
“แกเป็นอะไรของแกแอปเปิลต่างคนต่างอยู่ได้มั้ย หาเรื่องกันอยู่ได้”ชอปเปอร์เอ่ยขึ้นมาแล้วก็ส่ายหน้าให้กับความวุ่นวายของแอปเปิล
“แกจะไปรู้อะไรชอปเปอร์ก็น้องของแกไปยั่วบอสจนคุณลิตามาเห็นทะเลาะกันแล้วก็ขับรถออกไปอย่างเร็ว”
“เปล่านะคะ เม็ดทรายไม่ได้ยั่วใครทั้งนั้นเม็ดทรายก็ทำงานของเม็ดทรายอยู่ดี ๆ นะคะ”
“นั่นมันก็เรื่องของเจ้านายแล้วแกไปยุ่งอะไรด้วยแล้วอีกอย่างบอสก็ไม่ได้พูดแกอย่ามาตัดสินน้องเอาเองอย่างนี้น้องเสียหาย ไป ๆ แยกย้ายกันทำงานไม่อยากมีปัญหา” หญิงหญิงพูดจบก็มองแอปเปิลอย่างเบื่อหน่าย
แอปเปิลเบะปากแล้วก็ไปทำหน้าที่ของตนต่อ แต่แอปเปิลก็สะใจที่ลลิตาทะเลาะกับบอสเพราะเรื่องของเมธาทิพย์เพราะเธออยากให้เอลิน่าหันมาสนใจตัวเองบ้าง
11ยิ่งไม่อยากใกล้ยิ่งใกล้ หลังจากที่ทิชานุชขอให้นับดาวมาสอนวิชาเอกให้กับเธอนับดาวก็ยังไม่ได้ให้คำตอบกับทิชานุชจนคุณหญิงปวีนุชมาหาดวงเดือนแม่ของนับดาวที่บ้านพักในวันหยุดของดวงเดือน “คุณหญิงมีเรื่องอะไรให้ดิฉันรับใช้หรือคะ” ดวงเดือนที่กำลังนั่งถักผ้าพันคอเพื่อส่งให้ลูกค้าเพื่อเป็นรายได้เสริม “พอดีฉันมีเรื่องให้เธอช่วยอะไรหน่อยแต่ไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอกนะ พอดีหนูเทียนบอกกับฉันว่าลูกสาวของเธอเรียนได้คะแนนดีมาก ๆแต่หนูเทียนเรียนไม่ค่อยเข้าใจบางวิชาหนูเทียนจึงอยากขอให้หนูดาวช่วยสอนในส่วนที่เธอไม่เข้าใจแต่ไม่ได้สอนทุกวันหรอกนะ ขอให้สอนแค่ตอนเย็นของวันจันทร์กับศุกร์แล้วก็วันอาทิตย์นี่ขอเป็นทั้งวันส่วนเรื่องค่าเสียเวลาให้นับดาวเรียกมาเลยเท่าไรฉันก็จ่าย” คุณหญิงปวีนุชพูดจบ ดวงเดือนก็รีบพูดขึ้นมาทันที “เรื่องค่าจ้างไม่ต้องหรอกค่ะคุณหญิง เพราะถึงยังไงทั้งสองคนก็เป็นเพื่อนกันช่วยสอนให้คงไม่เป็นไร” ดวงเดือนมีความเกรงใจเจ้านายของเธอมาก ๆ “ไม่ได้หรอกยังไงฉันก็ต้องมีค่าตอบแทนให้ ถ้ายังไงก็บอกนับดาวด้วยนะบอกว่าฉันขอร้อง” เมื่อคุณหญิงปวีนุชพูดจบก็เดินอ
10หาเรื่องอยู่ใกล้ ๆ ทิชานุชยอมมาทำรายงานที่บ้านพักของนับดาวเพราะเธอไม่อยากทำตัวเรื่องมากให้นับดาวไม่พอใจ “คูณหนูมาทำอะไรที่นี่คะ มีอะไรให้ป้าช่วยหรือเปล่าคะ” ดวงเดือนที่เห็นทิชานุชเดินมายืนรอที่หน้าห้องพักของเธอ “เทียนมาทำรายงานกับนับดาวค่ะป้าว่าแต่นับดาวอยู่ที่ไหนคะ” ทิชานุชยิ้มพร้อมกับถามหาเหยื่อที่เธอกำลังจะทำให้ตกหลุมรัก “ถ้าอย่างนั้นคุณหนูนั่งรอตรงนี้สักครู่เดี๋ยวป้าจะไปเรียกนับดาวให้นะคะ น่าจะกำลังตากผ้าอยู่หลังบ้าน” ดวงเดือนพูดจบเธอก็รีบเดินกึ่งวิ่งไปเรียกลูกสาวของเธอทันที ดวงเดือนหายไปไม่นานเธอก็กลับมาพร้อมกับนับดาว “เดินเร็ว ๆ สิลูกอย่าให้คุณหนูต้องรอนาน” ดวงเดือนเป็นคนที่เกรงใจเจ้านายของเธอมาก ๆ ไม่อยากทำอะไรที่ขัดใจเจ้านายของตนไม่ว่าจะเป็นเจ้านายอย่างคุณหญิงปวีนุชแม่ของทิชานุชหรือจะเป็นลูก ๆ ของเจ้านายเธอก็เกรงใจเช่นกัน “แม่ขา หนูก็รีบอยู่เนี่ย ให้คุณหนูของแม่รอแค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ” ปกตินับดาวก็เป็นคนที่มีสัมมาคารวะแต่กับบางคนเท่านั้นที่เธอไม่อยากเกรงใจหนึ่งในนั้นน่าจะมีทิชานุชรวมอยู่ด้วย “นับดา
10หาเรื่องอยู่ใกล้ ๆ หลังจากที่ปานตะวันกับปลายฟ้ากลับไปทิชานุชก็ขึ้นไปนอนต่อจนได้เวลาเที่ยงนิด ๆ เธอจึงตื่นขึ้นมาเพื่อกินข้าวเช้าอยู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอต้องทำอย่างไรเธอจึงจะได้อยู่ใกล้ ๆ กับนับดาวทุกวัน ๆ ห้องพักแม่บ้าน นับดาวกำลังนั่งทานข้าวเที่ยงกับแม่และน้องของเธออาหารมื้อนี้เป็นมื้อสุดพิเศษเพราะทั้งสามนั่งกินหมูกระทะกันอย่างเอร็ดอร่อยเพราะนานแล้วที่ไม่ได้กินหมูกระทะกันอย่างนี้ “ป้าขายหมูกระทะใจดีกับเราอย่างนี้บ่อยจังเลยนะแม่” นับจันทร์จำได้ว่าทุกครั้งที่ได้ทานหมูกระทะเป็นเพราะป้าที่ขายหมูกระทะให้มา น้อยครั้งมากที่แม่จะซื้อให้ทานเพราะแม่มีค่าใช้จ่ายมากมายที่ต้องใช้จ่ายให้ผ่านไปได้แต่ละเดือนยิ่งตอนนี้นับดาวกำลังเรียนมหาวิทยาลัยด้วยเพราะฉะนั้นแม่ของเธอจึงต้องประหยัด อะไรประหยัดได้ต้องประหยัด “ว่าแต่หนูไปทำไหนยังไรลูกป้าเขาถึงให้หมูกระทะหนูมาอย่างนี้” ดวงเดือนถามนับดาวไปพลางเทน้ำซุปไปที่กระทะหมูกระทะเสียงดังซู่ซ่า “ป้าเขาบอกว่านับดาวเป็นคนที่น่ารักกตัญญูรู้คุณเห็นแล้วเอ็นดู และป้าเขายังบอกอีกว่าเห็นนับดาวแล้วนึกถึงแม
9รั้วบ้านเดียวกัน วันนี้เป็นวันหยุดนับดาวจึงทำความสะอาดห้องช่วยแม่พร้อมกับมีน้องสาวช่วยด้วยอีกแรง “นับจันทร์ทำการบ้านเสร็จหรือยังลูก ทำได้มั้ยถ้าทำไมไม่ได้ให้พี่นับดาวสอนนะลูก แม่จะออกไปซื้ออาหารมาใส่ตู้เย็น” ดวงเดือนพูดคุยกับลูกสาวคนเล็กของเธอ “แม่ไม่ต้องไปหรอกค่ะ หนูไปซื้อให้แม่เขียนสิ่งที่แม่ต้องการมาได้เลยค่ะ” นับดาวบอกกับแม่ของเธอเพราะวันนี้เป็นหยุดเธออยากให้แม่พักผ่อนจริง ๆ สักวัน “ไม่เป็นไรหรอกลูกอยู่สอนการบ้านน้องดีแล้ว แม่สอนไม่เป็นหรอกการบ้านเด็ก ๆ สมัยนี้ยาก ๆ ทั้งนั้น” ดวงเดือนพูดพลางหยิบตะกร้าขึ้นมาเพื่อนำไปใส่ของที่จะซื้อ “การบ้านหนูเสร็จแล้วค่ะ” นับจันทร์พูดขึ้นมาพร้อมกับยิ้มอย่างภูมิใจ “ถ้าอย่างนั้นหนูจะไปซื้อของให้แม่เองตอนนี้แม่ก็ไปนั่งจดรายการของที่แม่อยากจะซื้อให้หนูได้แล้วค่ะ” นับดาวพูดพร้อมกับจับแม่ไปนั่งที่โต๊ะหน้าห้องก่อนจะยื่นกระดาษและปากกาให้แม่ของเธอ เมื่อแม่ของเธอจดรายการที่ต้องการซื้อเสร็จเธอก็ตั้งใจปั่นจักรยานไปที่ตลาดเพื่อซื้อของที่ตลาดใกล้ ๆ บ้าน นับดาวปั่นจักรยานมาได้ถึงหน้าบ้านก
8ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ “เธอมาอยู่นี่ได้ยังไงอย่าบอกนะว่าเธอเป็นหลานป้าเพียง แต่ถ้าเป็นหลานป้าเพียงฉันก็เคยเห็นตั้งหลายครั้งก็ไม่ใช่เธอสักหน่อย” ทิชานุชดูสงสัยหนักมาก ๆ ที่เห็นนับดาวที่บ้านของตัวเอง “ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อยฉันเป็นลูกของแม่บ้านที่บ้านหลังนี้ แม่ฉันชื่อดวงเดือน เธอรู้จักมั้ยล่ะ” นับดาวบอกกับเธอพร้อมกับหันไปลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวต่อเพราะหน้าที่นี้เป็นของเธอและป้าเพียงย้ำหนักย้ำหนาว่าอย่าให้แขกต้องรอนาน “ว่าแต่เธอมาทำอะไรที่นี่” นับดาวหันหลังถามทิชานุชเพราะเธอกำลังยุ่งอยู่กับการจัดชามก๋วยเตี๋ยวให้ดูน่าทานอย่างที่ป้าเพียงสอนเธอไว้ “ฉันมาทำอะไรที่นี่น่ะหรอ ก็ฉันอยู่บ้านหลังนี้ฉันก็ต้องอยู่ที่นี่น่ะสิ” ทิชานุชพูดพร้อมกับเดินยืนอยู่ข้างหลังนับดาวก่อนจะใช้แขนข้างขวายื่นไปหยิบที่ลวกก๋วยเตี๋ยวทำให้ใบหน้าของทิชานุชไปเบียดที่ใบหน้าของนับดาวอย่างไม่ตั้งใจแขนของทิชานุชยังใกล้จนดูราวว่าทั้งสองกำลังแนบชิดสนิทสนมกัน “บอกฉันก็ได้ฉันจะได้หยิบให้” นับดาวพูดพลางถอยออกจากตรงนั้นเพื่อให้ทิชานุชหยิบมันได้ถนัดขึ้น ทิชานุชเป็นหญิงสาวที่รูปร่างสูงเพร
7เธอมาทำอะไรที่นี่ วันนี้เป็นนับดาวกลับมาจากมหาวิทยาลัยเร็วเพราะวันนี้เธอไม่มีเรียนตอนบ่าย เมื่อเธอกลับมาถึงห้องพักเธอก็เดินไปหาแม่ของที่บ้านของคุณหญิงปวีนุชทันที เธอจะไปช่วยแม่ของเธอทำงานเพื่อแบ่งเบาแรงแม่ของเธอ “อ้าว ! นับดาวเลิกเรียนแล้วหรอลูกมาช่วยแม่ทำงานอีกล่ะสิเนี่ย เป็นเด็กดีจริง ๆ หลานป้าอายุเท่า ๆ หนูกลับจากเรียนก็ไปเที่ยวกับเพื่อนไม่คิดจะมาช่วยป้าทำงานบ้างเลย” ป้าเพียงทักทายนับดาวพร้อมกับตัดพ้อที่ลูกหลานของแกไม่ขยันช่วยงานอย่างนับดาว “สวัสดีค่ะ ป้าเพียง แม่สวัสดีค่ะ วันนี้หนูเลิกเร็วการบ้านก็ทำเสร็จแล้วเลยอยากมาช่วยงานแม่และป้าเพียงด้วยนะคะมีอะไรใช้นับดาวได้เลยนะคะ” นับดาวพูดจบก็ล้างจานช่วยแม่ของเธอทันที “เธอโชคดีจริง ๆเลยนะดวงเดือนที่มีลูกสาวดีอย่างนี้” ป้าเพียงชื่นชมนับดาวไม่ขาดปาก “เราก็มีกันสามคนแม่ลูกเลยต้องสอนให้รู้จักเอาการเอางานไม่อย่างนั้นก็คงแย่เพราะต้องเลี้ยงลูกคนเดียวมาตั้งแต่ลูกตัวเล็ก ๆ” ดวงเดือนพูดเรื่องราวชีวิตของเธอกับลูกสองคนที่ต้องลำบากมาด้วยกัน“ดวงเดือนเธอเก่งมากนะ ป้ายอมความรับเลยว่าเธอผ่านมันมาได้อย่
11รักใต้แสงจันทร์บนห้องพักริมทะเลหลังจากที่ทั้งสองเดินเล่นที่ชายหาดแล้วลงเอยด้วยการจูบกันท่ามกลางแสงจันทร์ทั้งสองก็มาสานต่อความรู้สึกบนห้อง ทั้งสองอยู่บนเตียงนุ่มเมลล์กำลังคร่อมตัวหญิงสาวอยู่ข้างบนกำลังบรรจงจูบปากเธออย่างเร่าร้อน''จุ๊บ...จุ๊บ..สวบบ..จุ๊บบ..อ่า...อือ...อ่า...''ทั้งเสียงครางเสี
4จูบ....จูบ....จูบ....หน้าหอดัชมิลล์''เธอไปไหนของเธอกันนะ โทรหาก็ไม่ติดเธอกำลังทำให้ฉันคลั่งแทบบ้าแล้วนะ ยัยนมเปรี้ยวหรือ ยัยนั่นมีแฟนแล้วกันเนี่ย โธ่!!! เว้ย!!!''เมลล์ที่มารอดัชมิลล์ที่หน้าหอเธอด้วยความหงุดหงิดโมโหฟ้าใสขับรถมาจอดเทียบหน้าหอพักดัชมิลล์ ดัชมิลล์ลงจากรถฟ้าใสด้วยความเหนื่อยล้า''ฉ
3ตกหลุมร่านเอ้ยตกหลุมรักห้องดัชมิลล์ทั้งสองกำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มกันนั้นห้องที่ไม่ได้ล็อคก็เปิดเข้ามาเสียงดังด้วยความที่ไม่คิดว่าเจ้าของห้องกำลัง...เอี๊ยด...ดัชมิลล์และเมลล์หันไปดูพร้อมกันด้วยความตกใจแล้วรีบผละออกจากกันด้วยความเร็วแสง"ขะ...ขอโทษนะ...!!!"ฟ้าใสรีบปิดประตูแล้วออกมายืนหน้าห้องด้ว
Episode25โลกของสีรุ้งตอนจบเมธาทิพย์ร้องออกมาเหมือนจะขาดใจเพราะมันทั้งแน่น ทั้งเสียวจนไม่รู้ว่าจะเจ็บหรือจะเสียว ทุกครั้งที่ร่วมรักกันเอลิน่าสอดใส่แค่หนึ่งนิ้วเท่านั้นแต่ครั้งนี้เอลิน่าเพิ่มความแน่นความเสียวให้กับเมธาทิพย์เป็นสองนิ้วทำให้เสียงร้องครางดังขึ้นมาเหมือนคนทรมาน“อ่า ซี๊ด อ่า แน่น อ่า







![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)