แชร์

3.ครูคนใหม่

ผู้เขียน: เนี่ยนเจิน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-19 12:40:16

ตกดึกในห้องที่เงียบเหงา ใต้แสงไฟนีออนนั้น ร่างของหนุ่มหล่อในเสื้อผ้าชุดลำลองพลิกตัวไปมาบนเตียงแคบ 

อคิณนอนไม่หลับ เพราะหนวกหูเสียงแมลงกลางคืนที่แข่งขันร้องระงม ยังมีลมที่พัดผ่านรอยแยกของผนังไม้เก่านั่นอีก ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทของเขา 

คนนอนไม่หลับลืมตาโพลง "อคิณ นายมาทำอะไรที่นี่วะ"

พลันลุกขึ้นนั่งทั้งอย่างนั้น

"ไม่นงไม่นอนมันแล้วโว้ย"

เวลานั้นเอง แรงสั่นสะเทือนของเครื่องมือสื่อสารรุ่นใหม่ล่าสุดของเขาก็เรียกสติคืนมา หน้าจอโชว์ชื่อชญาดา แฟนสาวที่เขาเพิ่งลาจากมาเมื่อเช้า

มือเรียวกดรับสาย และกดลำโพง "ดา.." เขาเรียกชื่อแฟนสาวด้วยเสียงติดเศร้าสร้อย จนคนฟังฝั่งนู้นรู้สึกได้

ชญาดา "คิณคะ? ที่นั่นเป็นยังไงบ้างคะ ทำไมเงียบจัง ดาโทรหาตั้งหลายรอบแต่ติดต่อไม่ได้เลย ดาเป็นห่วงจะแย่แล้วค่ะ"

อคิณถอนหายใจเบาๆ ก่อนล้มตัวลงนอนบนฟูกแสนบางอีกครั้ง "สัญญาณที่นี่เอาแน่เอานอนไม่ได้เลย... เมื่อกี้คิณเพิ่งขนของเข้าที่พักน่ะ"

ชญาดา "แล้วเป็นยังไงบ้างคะ? โรงเรียนโอเคไหม ที่พักที่คุณพ่อคุณจัดไว้ให้เป็นรีสอร์ตแถวนั้นใช่ไหมคะ? บอกดามาเถอะค่ะว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่ดากลัว"

อีกฝ่ายแค่นยิ้มบางๆ พลางมองเพดานที่มีหยากไย่นั้น "รีสอร์ตเหรอ... เปล่าหรอกดา คิณนอนในโรงเรียนน่ะ เป็นบ้านไม้เก่าๆ ที่แค่เดินก้าวเดียวพื้นก็ร้องประท้วงแล้ว ฝุ่นหนาจนคิณคิดว่าถ้าขีดเขียนอะไรลงไป คงเขียนเป็นเรียงความได้เล่มหนึ่งเลยล่ะ"

ชญาดาอุทานด้วยความตกใจ "อะไรนะคะ! คุณพ่อนะคุณพ่อ ทำไมทำแบบนี้กับคิณล่ะคะเนี่ย คิณเป็นลูกชายคนเดียวของ วรโชติเมธีนะ จะไปนอนในที่แบบนั้นได้ยังไง ดาว่ามันเกินไปแล้วค่ะ แค่ไปสร้างภาพลักษณ์ว่ารักเด็ก รักการสอนสักเดือนสองเดือน ดาว่าเช่าโรงแรมดีๆ แล้วขับรถไปสอนเอาก็ได้นี่คะ"

"มันเป็นเงื่อนไขน่ะดา... ถ้าอยากได้เก้าอี้ประธาน ก็ต้องพิสูจน์ว่าอยู่ร่วมกับดินได้ ท่านว่าแบบนั้น คิณเองก็นะ... ก็ต้องเล่นตามบทไปก่อน"

"แต่มันลำบากเกินไปนี่คะ คิณผิวแพ้ง่ายจะตาย ถ้าโดนตัวอะไรกัด หรือนอนไม่หลับขึ้นมาจะทำยังไง คิณคะ... ถ้าไม่ไหวบอกดานะ ดาจะคุยกับคุณแม่ให้ท่านช่วยพูดกับคุณพ่อให้เอง"

อคิณลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง หยิบโทรศัพท์มาถือไว้ในมือ เขาเดินไปที่หน้าต่าง ผลักบานพับออกไป สายตาของอคิณมองออกไปด้านนอก เห็นเพียงความมืดมิดของชายป่า "ไม่ต้องหรอกดา... จริงๆ แล้ว... ที่นี่มันก็นิ่งดีนะ นิ่งจนคิณได้ยินเสียงความคิดตัวเองชัดกว่าตอนอยู่กรุงเทพฯ อีก ไม่มีเสียงแตรนกหวีด ไม่มีใครมาคอยบอกว่าเย็นนี้ต้องเข้างานสังคมที่ไหน... ถึงห้องจะห่วย แต่มันก็เป็นพื้นที่เดียวที่ไม่มีใครมาขีดเส้นให้คิณเดิน"

หญิงคนรักเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงไม่เข้าใจ "คิณพูดเหมือน... คิณชอบที่นั่นเลยนะคะ? ทั้งที่มันดูไม่มีอะไรคู่ควรกับคิณเลยสักนิด อย่าบอกนะว่าคิณเริ่มจะเพ้อฝันเรื่องอิสระอะไรนั่นอีกแล้ว อย่าลืมนะคะ หลังจบภารกิจนี้ เรามีแพลนเรื่องงานหมั้นและโปรเจกต์คอนโดฯ ใหม่ที่คิณต้องดูแล"

ชายหนุ่มหลับตาลง นึกถึงความคาดหวังที่รัดตัวเขาจากครอบครัว แล้วถอนหายใจ "คิณไม่ลืมหรอกดา... คิณแค่... แค่อยากลองใช้ชีวิตในแบบที่ไม่มีใครรู้จัก นายอคิณ วรโชติเมธีดูสักพักน่ะ ดาไปนอนเถอะ คิณเหนื่อยมากแล้ว"

"ก็ได้ค่ะ... ดูแลตัวเองด้วยนะคะคิณ พรุ่งนี้ดาจะส่งพวกสเปรย์ฆ่าเชื้อกับชุดเครื่องนอนใหม่ไปให้ทางพัสดุด่วนที่สุด.. รักนะคะ"

อคิณวางโทรศัพท์ทิ้งไว้บนโต๊ะไม้ผุๆ ข้างผนังห้อง เขายังคงมองออกไปนอกหน้าต่าง แหงนมองยอดไม้สูง มองเลยไปยังฟ้ามืดและหมู่ดาว ดวงจันทร์เต็มดวงกลมโต... ชีวิตที่ถูกขีดเส้นไว้กำลังจะเริ่มบทใหม่ในป่าแห่งนี้ และเขาก็หวังเหลือเกินว่ามันจะมีอะไรที่มากกว่าแค่การสร้างภาพ

...เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดรำไรลอดผ่านยอดไม้ใหญ่รอบชายป่า ปลุกให้อคิณตื่นขึ้นมาพร้อมกับความปวดเมื่อยไปทั้งตัว เขาจัดการตัวเองด้วยความทุลักทุเล ก่อนจะก้าวออกจากบ้านพักครูในชุดเชิ้ตสีขาวเนี้ยบกริบที่ดูแปลกแยก จากสภาพแวดล้อมอย่างสิ้นเชิง

อคิณก้าวลงจากบันไดบ้านไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนจะพังแหล่มิพังแหล่ เบื้องหน้าของเขาคืออาคารเรียนไม้สองชั้นที่สีลอกร่อนจนเห็นเนื้อไม้ด่างดวง สนามหญ้าที่ควรจะเป็นสีเขียวขจีกลับเต็มไปด้วยวัชพืชและฝุ่นดิน

"ลุงเชย! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าสุมไฟใกล้ถังน้ำ เดี๋ยวควันมันก็คลุ้งไปทั่วโรงเรียนหรอก!" เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความดุดันดังขึ้นจากใต้ต้นหูกวาง อคิณชะงักฝีเท้า มองเห็นหญิงสาวในชุดกางเกงสแล็กคล่องตัวและเสื้อโปโลสีเหลืองอ่อน เธอกำลังยืนเท้าสะเอวปรามชายชราคนหนึ่งที่กำลังถือไม้กวาดทางมะพร้าว

"แหม... ครูฝน... ลุงเผาไล่ยุงให้พวกเด็กๆ ไงครับ" ชายชราที่ชื่อลุงเชยภารโรงประจำโรงเรียน หัวเราะแหะๆ พลางขยับหมวกแก๊ปเก่าๆ ของแก.. ลุงเชยดูเป็นคนอารมณ์ดีแบบที่อคิณไม่เคยพบเจอในสังคมที่เต็มไปด้วยหน้ากากอย่างคนในเมือง

"ยุงน่ะไม่ตายหรอกค่ะ ครูอย่างฝนเนี่ยแหละที่จะตายก่อน!" แล้วแหงะหน้ามาทางครูคนใหม่ "อ้าว... นั่น..."

เธอหยุดชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปงาม ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน และท่าทางเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารธุรกิจเล่มโปรดของเธอก็มิปาน

น้ำฝน "คุณ... อคิณ ใช่ไหมคะ? ครูใหม่ที่ท่านเขตแจ้งไว้" เธอก้าวเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มที่เป็นมิตร ต่างจากน้ำเสียงที่คุยกับลุงเชยเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง "สวัสดีค่ะ ฉันน้ำฝนค่ะ เป็นครูอัตราจ้างที่นี่ค่ะ"

อคิณ "สวัสดีครับ... อคิณครับ" เขายื่นมือออกมาตามความเคยชินก่อนจะชะงักเมื่อเห็นว่าเธอกำลังถือสมุดเช็กชื่ออยู่ "ขอโทษที่มาสายนะครับ พอดีเมื่อคืนผม... นอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่"

ครูสาวหัวเราะเบาๆ "ไม่แปลกหรอกค่ะ บ้านพักหลังนั้นขึ้นชื่อเรื่องเสียงดนตรีจากธรรมชาติ ทั้งจิ้งหรีด ทั้งตุ๊กแก จัดเต็มแน่นอน... มาค่ะ เดี๋ยวฝนพาไปรายงานตัวกับท่านครูใหญ่ก่อน ท่านรอนานแล้ว"

"ครับ ครูฝน"

...ห้องพักครูที่เรียบง่ายเกินคาด

น้ำฝนนำทางเขาไปยังห้องไม้เล็กๆ มีป้ายหน้าประตูเขียนว่าผู้อำนวยการ ด้านในมีชายวัยกลางคนสวมชุดข้าราชการสีกากีที่ดูระเบียบจัดทุกกระเบียดนิ้วนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้เก่าๆ เขาคือ ครูใหญ่ปรีชา

ครูใหญ่เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร แว่นสายตาหนาเตอะขยับเล็กน้อย "มาแล้วรึ... คุณอคิณ วรโชติเมธี ผมอ่านประวัติคุณแล้วนะ โปรไฟล์หรูหราขนาดนี้ ผมล่ะกลัวจริงๆ ว่าโรงเรียนเล็กๆ ของเราจะรองรับคุณไม่ไหว"

"สวัสดีครับท่านผู้อำนวยการ...ผมตั้งใจมาทำงานครับ เรื่องอื่นไม่ต้องห่วง ผมอยู่ได้แน่นอน" อคิณตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งขรึมตามบุคลิกเดิม

ผู้อำนวยการ หรือครูใหญ่นามว่าปรีชาพูดว่า "ความตั้งใจกินไม่ได้หรอกนะคุณครูใหม่ ที่นี่ไม่มีแอร์ ไม่มีลิฟต์ และไม่มีพนักงานคอยบริการ ถ้าคุณจะอยู่ที่นี่เพื่อสร้างโปรไฟล์ผมไม่ว่า แต่ขออย่างเดียว... อย่าให้เด็กๆ ของผมต้องเสียความรู้สึกเวลาที่คุณจากไป"

คำพูดของครูใหญ่เหมือนหมัดฮุกที่ต่อยเข้ากลางใจอคิณ เขาเม้มริมฝีปากแน่น ขณะที่น้ำฝนลอบสังเกตอาการของเขาด้วยสายตาที่ก้ำกึ่งระหว่างเห็นใจกับอยากลองดี

ครูสาว "ท่านครูใหญ่ก็... อย่าเพิ่งขู่ครูใหม่สิคะ ดูสิ หน้าซีดหมดแล้ว" เธอหันมาพยักหน้าให้อคิณ"ไปเถอะค่ะครูอคิณ เดี๋ยวฝนพาไปดูห้องเรียนของคุณ... อ้อ ลุงเชย! ฝากดูรถคันนั้นด้วยนะ อย่าให้ไก่ไปจิกสีรถเขาล่ะ!"

ลุงเชย "ได้เลยครับครูฝน! จะเฝ้าให้เหมือนเฝ้าสมบัติชาติเลยจ้า!"

อคิณเดินตามน้ำฝนออกมา พร้อมกับความรู้สึกที่หนักอึ้งในอก เขาเพิ่งตระหนักว่าภาพลักษณ์ ที่เขาต้องสร้างที่นี่ อาจจะยากกว่าการบริหารโครงการพันล้านที่กรุงเทพฯ เสียอีก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)   33.พันธนาการแห่งหัวใจ(อวสาน)

    กลิ่นดินปืนและควันจากสงครามธุรกิจหมื่นล้านค่อยๆ เลือนหายไป เหลือไว้เพียงคราบความทรงจำที่ขมขื่นและเกาะกินหัวใจ ธารินในสภาพใจแตกสลาย เดินตรงไปยังห้องทำงานของท่านเจ้าสัวเกรียงไกร ประตูไม้บานใหญ่เปิดออกอย่างแผ่วเบา ราวกับแม้แต่เสียงก็ยังเกรงใจความพ่ายแพ้ของเขา“อ้าว! ธาริน มาถึงนี่มีอะไรหรือเปล่า?” เสียงทุ้มหนักเอ่ยทักจากหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ในชีวิตเดินเข้าไปใกล้ “ท่านครับ ผมพอแล้วครับ พอแล้วจริงๆ” มือสั่นเทาปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างไม่อายใครอีกต่อไป “จากนี้ไป ผมขอยุติบทบาทของธนวีร์ หลานชายของท่าน”คำพูดนั้นแผ่วเบา ทว่าเหมือนคมมีดกรีดลึกลงในความเงียบของห้อง“และผมอยากขอให้ท่าน… อย่าถือโทษวรโชติเมธีอีกเลยนะครับ ที่ผ่านมา คุณธนากับครอบครัวก็ได้รับบทเรียนหนักหนาสาหัสพอแล้ว”ท่านเจ้าสัวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลุยส์ค่อยๆ เอนตัวพิงพนัก สายตาคมลึกมองหลานชายอย่างรู้ทันทุกอย่าง“ธาริน เธอยอมแพ้แล้วสินะ” น้ำเสียงนั้นอ่อนลงอย่างชัดเจน “ฉันหมายถึงเรื่องอคิณน่ะ”ธารินยิ้มออกมาทั้งน้ำตา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ก่อนใช้หลังมือปาดมัน

  • อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)   32.กว่าจะรู้ตัวว่าอคิณรักธาริน

    หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ในห้องทำงานลับของอัครเดชโชติช่วง ปรากฏจุดสีแดงกระพริบถี่ๆ อยู่บนแผนที่ดิจิทัล ธนวีร์หรือธาริน นั่งจ้องมองมันด้วยดวงตาที่แทบไม่ได้พักผ่อนมาตลอดทั้งคืน หลังจากที่เขาใช้เส้นสายลับทางการสื่อสารแกะรอยสัญญาณโทรศัพท์ที่อคิณใช้โทรหาธนาเมื่อวันก่อน ในที่สุดเขาก็พบตำแหน่งปัจจุบันของหัวใจที่หายไป"ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองงั้นเหรอ" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความคาดหวังที่ปนเปไปกับความหวาดกลัวเขาไม่ได้สั่งให้ลูกน้องตามไปจัดการเหมือนทุกครั้ง แต่เขากลับเลือกที่จะคว้ากุญแจรถแล้วขับออกไปเพียงลำพัง ธารินในชุดลำลองที่พยายามพรางตัวที่สุดสวมแว่นกันแดดสีเข้มและหมวกแก๊ปบดบังใบหน้า เขาเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในห้างหรู สายตาคมกริบสอดส่ายหาแผ่นหลังที่คุ้นเคย แผ่นหลังที่เขาเคยสวมกอดจากด้านหลังในบ้านพักหลังเล็กๆ เมื่อครั้งอดีตภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาเข่าของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแทบทรุดลงกับพื้นหินอ่อน ธารินหลบวูบเข้าหลังเสาขนาดใหญ่ หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอก แสงไฟวอร์มไวท์ในแผนกของใช้เด็กอ่อนดูนวลตา แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเขาอย่างโหดร้ายห่า

  • อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)   31.เมื่อความลับไม่สมหวัง

    ภายในห้องทำงานสุดหรูบนชั้นสูงสุดของตึกอัครเดชโชติช่วง บรรยากาศกลับสลัวราง มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าภายนอกที่สาดเข้ามาพาดผ่านร่างของชายหนุ่มที่โลกขนานนามว่าปีศาจ ธนวีร์หรือในอดีตคือธาริน บัดนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพนักธุรกิจผู้สง่างาม เขานั่งพิงโซฟาหนังราคาแพง เนคไทถูกกระชากออกจนหลวมกึ่งกลางอก ใบหน้าคมคายแดงก่ำด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์บนโต๊ะกระจกเบื้องหน้ามีขวดวิสกี้ชั้นดีราคาหลักแสนที่ถูกดื่มไปเกือบครึ่งขวด พร้อมแก้วคริสตัลที่สั่นคลอนตามแรงมือที่สั่นเทาของเขา หยาดน้ำใสๆ คลออยู่ที่เบ้าตาคมกริบ ความเจ็บปวดที่ถูกอคิณประกาศแต่งงานกับหญิงอื่นมันกรีดลึกยิ่งกว่าแผลไหนๆ ในชีวิต"ทำไม.. ทำไมต้องเป็นคนอื่น อคิณ" เขาพึมพำเสียงแหบพร่า "ผมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คุณมาครอบครอง แม้จะต้องเป็นปีศาจในสายตาคุณ แต่ทำไมสุดท้ายคุณก็ยังเลือกที่จะทิ้งผมไปหาคนอื่นครั้งแล้วครั้งเล่า!"ในขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความโศกเศร้า เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและมั่นใจ ประธานสาวสวยอย่างชญาดา ทายาทแห่งสิริเกียรติโภคิณ เดินพรวดพราดเข้ามาโดยไม่รอให้เลขาฯ หน้าห้องอนุญาตเธอมองร่างที่ดูไร้สติของธนวีร์ด้วย

  • อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)   30.กงขังแห่งความล้มเหลว

    สามเดือนต่อมาภายในคฤหาสน์หรูของตระกูลวรโชติเมธีที่เคยอบอวลด้วยความอบอุ่น บัดนี้กลับเยียบเย็นราวกับสุสาน บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ราคาแพงระยับ นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหลุยส์กลางห้องรับแขก ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขาจ้องมองเจ้าหน้าที่ธนาคารและทนายความที่กำลังเดินวุ่นไปทั่วบ้าน เพื่อติดป้ายทรัพย์สินถูกยึดลงบนแจกันโบราณ เปียโนหลังงาม และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่อคิณเคยรักเขาคนนี้คือธนวีร์ ทายาทเพียงคนเดียวของเจ้าสัวเกรียงไกร หรือที่ใครๆ ต่างหวาดเกรงในฉายานักธุรกิจปีศาจแผนการของปีศาจอย่างเขาควรจะสมบูรณ์แบบ วรโชติเมธีต้องล้มละลาย อคิณต้องหมดสิ้นหนทาง และสุดท้าย อคิณจะต้องซมซานมาคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา ยอมเดินเข้าสู่กรงทองที่ธารินจงใจสร้างขึ้นเพื่อกักขังคนรักไว้ชั่วนิรันดร์ทว่ากับผิดคาด อคิณกลับหายไป หายไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากวันที่บริษัทล้มละลาย"ลูกชายของคุณหายไปไหน!" ธนวีร์สบถเบาๆ ในลำคอ ความโกรธแค้นและโหยหาปนเปจนเขาแทบคุ้มคลั่ง เขาจึงตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้าย คือการบีบคั้นหัวใจของอคิณผ่านบุพการีธนาและพิมพรรณ นั่งตัวสั่นเทาอยู่ฝั่ง

  • อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)   29.ผมจะแต่งงานครับ

    บ้านวรโชติเมธีเสียงเครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบงันที่เข้าปกคลุมรถยุโรปคันหรูซึ่งบัดนี้อาจจะเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่อคิณยังถือครองไว้ในชื่อของตนเอง ชายหนุ่มทรุดกายพิงพนักเบาะ หลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน กลิ่นหนังแท้ในรถที่เคยให้ความรู้สึกมั่งคั่ง บัดนี้กลับดูเหมือนกลิ่นของงานศพ.. งานศพของความภาคภูมิใจในนามสกุลวรโชติเมธีเขาก้าวลงจากรถ เดินผ่านสวนที่เคยได้รับการดูแลอย่างดีแต่บัดนี้เริ่มดูแห้งแล้งราวกับจะล้อเลียนชะตากรรมของเจ้าของบ้าน อคิณตรงดิ่งไปยังห้องนอนของเขา ล็อกประตูแน่นหนา ราวกับต้องการตัดขาดจากโลกภายนอกที่แสนโหดร้ายเขาทรุดตัวลงข้างตู้เสื้อผ้าไม้โอ๊คใบใหญ่ มือที่สั่นเทาเอื้อมไปที่หลังตู้ ดึงแผ่นเฟรมผ้าใบที่ถูกซ่อนไว้ลึกที่สุดออกมา ภาพวาดสีน้ำมันของชายหนุ่มผมยาวประบ่า ใบหน้ามีความเซอร์และรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะล้อเล่นกับโลกทั้งใบเสมอ ธาริน คนในภาพนั้นยังคงงดงามและเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณอิสระเสรีอคิณมองภาพนั้นด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ความรักที่เคยมีให้มันพังทลายไปพร้อมกับความแค้นและการทรยศ มือหนาหยิบมีดคัตเตอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานขึ้นมา เสียงใบมีดเลื่อนดัง แกร๊ก มันบาดลึกเข้าไปในความรู

  • อคิณ&ธาริน(หัวใจที่ไม่มีที่ยืน)   28.อคิณคิดเริ่มต้นใหม่

    แสงไฟหน้ารถคันหรูสาดส่องไปบนถนนลาดยางที่ขนาบข้างด้วยป่ามืดครึ้ม อคิณ วรโชติเมธี บังคับพวงมาลัยด้วยมือที่สั่นเทา เขาขับรถออกมาจากกรุงเทพฯ อย่างไร้จุดหมายปลายทาง ปล่อยให้เข็มไมล์ขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว เส้นทางสายนี้เขาไม่คุ้นเคย แต่มันกลับให้ความรู้สึกปลอดภัยกว่าการอยู่ในเมืองที่ทุกตารางนิ้วคอยย้ำเตือนถึงความพ่ายแพ้ซะอีกวรโชติเมธีล้มละลายแล้ว อาณาจักรที่บรรพบุรุษสร้างมาถูกธนวีร์กลืนกินไปจนหมดสิ้น แต่อคิณรู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนตายทั้งเป็น ไม่ใช่การสูญเสียทรัพย์สิน แต่มันคือการที่เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริง ที่เขาพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิต‘จบสิ้นกันสักที ธาริน ผมกับคุณควรอยู่กันคนละโลก’ เมื่อรถของเขาเกือบจะหลุดโค้ง เขาเหยียบเบรกจนตัวโก่ง รถหยุดสนิทอยู่ริมหน้าผาที่มืดมิด ลมหายใจของเขาหอบถี่ เหงื่อกาฬซึมตามไรผม"ตอนนี้ฉันไม่มีวรโชติเมธีให้ปกป้องแล้ว..." เขาพึมพำกับตัวเองในรถที่มืดสลัว ความเจ็บปวดจากการสูญเสียธุรกิจเทียบไม่ได้เลยกับความอ้างว้างในใจ อคิณซบหน้าลงกับพวงมาลัยรถ ปล่อยให้ความเงียบงันกัดกินจิตใจ เขาหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เลย ว่าควรจะไปทางไหนต่อดี จ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status