LOGINณ โรงเรียนบ้านป่าไม้พัฒนา เช้าวันเปิดเทอมวันแรกดูจะคึกคักเป็นพิเศษ เด็กๆ ชั้น ป.5 นั่งตัวตรงแหน็วผิดปกติ เพราะครูน้ำฝน ครูประจำชั้นคนสวยแอบสปอยล์ไว้ตั้งแต่ก่อนปิดเทอมว่าจะมีครูใหม่มาแนะนำตัว
ทันทีที่บานประตูไม้เปิดออก ครูน้ำฝนก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มสดใส "เด็กๆ คะ วันนี้ครูมีแขกรับเชิญพิเศษมาแนะนำให้รู้จักค่ะ"
ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กางเกงสแลคทรงเนี้ยบก้าวตามเข้ามา รูปลักษณ์ของเขาช่างตัดกับบรรยากาศโรงเรียนชายขอบป่าอย่างสิ้นเชิง ผิวขาวจัด ใบหน้าหล่อเหลาสะอาดสะอ้าน และแววตาสุขุมนุ่มลึกบอกยี่ห้อคนเมืองผู้มีการศึกษามาอย่างดี
"สวัสดีครับเด็กๆ"
เด็กยี่สิบสองชีวิตพร้อมใจกันประนมมือไหว้โดยมิได้นัดหมาย อคิณยกมือรับไหว้ด้วยรอยยิ้มละมุนตา
"นี่คือครูอคิณนะคะ ครูอาสามาช่วยสอนคณิตศาสตร์และทักษะชีวิตให้พวกเรา ครูอคิณเคยสอนในเมืองใหญ่มาก่อน แต่ครั้งนี้เขาตั้งใจมาหาประสบการณ์ท่ามกลางธรรมชาติกับพวกเราเลยนะ" ครูน้ำฝนช่วยเสริม
"ครูหวังว่าจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากพวกเราเหมือนกันนะครับ" อคิณเอ่ยสั้นๆ ทว่าจริงใจ
"ครูใหม่หล่อมากแก... ผิวงี้ขาวจั๊วะเลย!" แก้วกาญกระซิบกระซาบกับแพรวา ขณะที่ปลานักเรียนหลังห้องแอบหัวเราะคิกคัก บรรยากาศที่เคยเกร็งกลับกลายเป็นความอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
อคิณมองไปรอบห้องด้วยแววตาเป็นประกาย เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำคอนเทนต์ แต่เขาต้องการหนีจากกรอบชีวิตที่ครอบครัวขีดไว้ให้ในฐานะทายาทนักธุรกิจใหญ่ การมาอยู่ที่นี่คือพื้นที่หายใจที่เขาโหยหามาตลอดชีวิต
ระหว่างที่อคิณกำลังทำความรู้จักกับแก้วกาญและกลุ่มเด็กหน้าห้อง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังกึกก้องมาจากทางเดินไม้หน้าห้องเรียน
ชายผมยาวประบ่าในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ป่าไม้สีเขียวเข้มปรากฏตัวขึ้น รองเท้าบูทหนังสีน้ำตาลเปื้อนฝุ่นบ่งบอกถึงภารกิจที่เพิ่งผ่านพ้นมา ผิวของเขาคร้ามแดด ใบหน้าคมเข้มดุดันแต่แฝงด้วยความสงบราวกับผืนป่าที่เขาปกป้อง
"ขอโทษครับครูน้ำฝน พอดีผมติดงานนิดหน่อย... วันนี้ผมมาตามนัดครับ เรื่องการอนุรักษ์ป่า" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดึงความสนใจของทุกคนในทันที
"คุณธาริน! เชิญเลยค่ะ เด็กๆ กำลังรออยู่พอดี" ครูน้ำฝนเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แววตาของเธอเป็นประกายอย่างปิดไม่มิด
ธารินพยักหน้าทักทายอคิณตามมารยาท ก่อนจะก้าวไปหน้าชั้น "สวัสดีครับเด็กๆ วันนี้พี่จะมาเล่าเรื่องป่า เรื่องสัตว์ และวิธีที่พวกเราจะช่วยกันรักษาบ้านของพวกเรานะ"
อคิณถอยฉากมานั่งข้างครูน้ำฝนที่มุมห้อง ปล่อยให้วิทยากรหนุ่มมาดเซอร์ทำหน้าที่ ธารินเริ่มใช้ช็อกขีดเขียนบนกระดานดำอย่างคล่องแคล่ว เพียงไม่กี่อึดใจ ภาพต้นไม้ ขุนเขา และช้างป่าก็ปรากฏขึ้นราวกับมีชีวิต
"ป่าไม่ใช่แค่ต้นไม้ แต่มันคือบ้าน..." ธารินย่อตัวลงสบตาเด็กๆ "ถ้าบ้านพัง สัตว์ก็ไม่มีที่นอน ไม่มีข้าวกิน และสุดท้ายลำธารที่พวกเราเคยโดดเล่นก็จะแห้งเหือด เพราะไม่มีรากไม้คอยโอบอุ้มน้ำไว้ให้เรา"
"แล้วเสือโคร่งจะมากินวัวที่บ้านหนูไหมคะพี่ธาริน?" แก้วกาญถามขึ้นอย่างใสซื่อ
ธารินคลี่ยิ้ม... เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่ทำให้คนมองอย่างอคิณถึงกับชะงัก
"ถ้าเราเหลือบ้านในป่าให้เขามากพอ เขาจะไม่ยุ่งกับเราเลยครับ เพราะข้างในนั้นมีของอร่อยสำหรับเขาเยอะกว่า"
"คุณธารินนี่เขามีเสน่ห์แปลกๆ เนอะคุณอคิณ ดูสิ เด็กๆ เคลิ้มกันหมดเลย" ครูน้ำฝนเอียงคอกระซิบข้างหูอคิณ
"นั่นสิครับ..." อคิณตอบรับเพียงสั้นๆ แต่สายตายังคงจดจ้องที่ชายร่างสูงคนนั้นไม่วางตา สำหรับอคิณ ธารินมีความลับบางอย่างที่น่าค้นหา เขาจำได้ดีว่าคนคนนี้คือคนที่ลงไปช่วยเข็นรถที่ติดหล่มของเขาอย่างไม่นึกรังเกียจ และมาส่งเขาถึงโรงเรียนโดยไม่ยอมรับเงินค่าตอบแทนแม้แต่บาทเดียว
จังหวะนั้นเอง ธารินเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนข้างห้องพอดี หัวใจของอคิณกระตุกวูบไปหนึ่งจังหวะอย่างคุมไม่ได้ เขาตั้งใจจะหลบตาตามมารยาท แต่กลับถูกแรงดึงดูดบางอย่างตรึงไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะแอบตั้งคำถามในใจว่า สายตาที่ธารินมองมานั้น... เขามองมาที่ตน หรือมองครูน้ำฝนที่นั่งอยู่ข้างๆ กันแน่?
"คุณอคิณครับ?" เสียงของธารินปลุกอคิณออกจากภวังค์
"ผมเหรอครับ?" อคิณชี้ตัวเองอย่างงงๆ
"ครับ รบกวนช่วยผมหน่อย" ธารินยิ้มกว้าง แววตาเจ้าเล่ห์เล็กน้อย "เด็กๆ ครับ ตบมือต้อนรับครูอคิณด้วยครับ!"
อคิณก้าวออกไปหน้าห้อง ยืนเคียงข้างชายร่างกำยำในชุดป่าไม้ ธารินโน้มตัวลงมากระซิบจนได้กลิ่นจางๆ ของแดดและใบไม้จากตัวเขา "คุณอคิณ... กล้าเต้นให้เด็กๆ ดูไหมครับ?"
ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายและดีกรีนักเรียนนอกทำให้เขาพยักหน้าอย่างมั่นใจ "มีอะไรที่ผมทำไม่ได้ด้วยเหรอครับ"
"งั้นคุณรับบทเป็นกวางน้อยนะครับ ส่วนผม... จะเป็นเสือโคร่งที่จ้องจะตะครุบคุณ"
ครูน้ำฝนถูกดึงมาร่วมวงในบทต้นไม้ใหญ่ ละครโรงเล็กเริ่มขึ้นพร้อมเสียงเพลง กวางน้อยอคิณเริ่มส่ายสะโพกเต้นรำไปรอบๆ ต้นไม้น้ำฝนอย่างขี้เล่นเพื่อเอาใจเด็กๆ ทว่าเมื่อเสือโคร่งธาริน คำรามก้อง และพุ่งเข้าโอบรัดเขาจากทางด้านหลัง อคิณกลับยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่ายที่รินรดอยู่ข้างใบหู ทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะ
"กวางน้อย... ไม่หนีเหรอครับ เสือจะกินแล้วนะ" เสียงกระซิบหยอกล้อนั้นทำให้คนตัวบางกว่าได้สติ
"ช่วยด้วยครับ! เสือกำลังจะกินผมแล้ว!" อคิณแสร้งร้องโวยวายและพยายามดิ้นออกจากวงแขนแข็งแกร่ง เขาเริ่มวิ่งไล่จับกับพ่อเสือรอบต้นไม้น้ำฝน เสียงหัวเราะของเด็กๆ ดังลั่นห้องเรียน
ท่ามกลางความสนุกสนาน อคิณกลับรู้สึกว่าภายใต้เกมการละเล่นนี้ มีกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ไหลวนอยู่ระหว่างเขาและชายหนุ่มผมยาวคนนี้... ซึ่งมันอาจจะอันตรายยิ่งกว่ากรงเล็บเสือโคร่งเสียอีก!
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง.. แสงอาทิตย์ยามอัสดงพาดผ่านร่างของเจ้าสัวเกรียงไกร อัครเดชโชติช่วง ชายวัยหกสิบสี่ปี ผู้ออกคำสั่งเพียงคำเดียวก็สะเทือนไปทั้งวงการพลังงานเอเชีย เขานั่งนิ่งบนเก้าอี้หนังแท้ สายตาจ้องมองออกไปที่ทัศนียภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า "ชัยชนะมันรสชาติขมปร่าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ สมศักดิ์" เขาเอ่ยเสียงพร่ากับเลขาสูงวัยคนสนิทที่ยืนกุมมืออยู่ด้านหลัง สมศักดิ์มองแผ่นหลังที่เริ่มค่อมลงของเจ้านายก่อนจะตอบเสียงเบา "ท่านทำเพื่อรากฐานของอัครเดชโชติช่วงครับ" เจ้าสัวเค่นหัวเราะในลำคอ "รากฐานที่ไม่มีใครสืบทอดน่ะหรือ? นายเองใช่ว่าไม่รู้..ถ้าฉันไม่ได้กดดันกวิน ลูกชายคนเดียวของฉันในวันนั้น..” ใบหน้ามีริ้วรอยตามวัยเศร้าสลดทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องเก่าที่ผ่านมาท่านเจ้าสัวเกรียงไกรกดดันลูกชายคนเดียวของตัวเอง เพียงเพราะกวินกล้าฝืนคำสั่งพ่อ ทิ้งทุกอย่างเพื่อผู้หญิงที่ไม่เหมาะสม หนีไปใช้ชีวิตลำบากที่ต่างจังหวัดร่วมกับผู้หญิงคนนั้น สุดท้ายอุบัติเหตุรถคว่ำในคืนฝนตกก็พรากทุกอย่างไป แม้แต่ชีวิตลูกชายกับสะใภ้... “ฉันฆ่าลูกตัวเองด้วยความทิฐิใช่ไหมสมศักดิ์?"คำ
..เช้าวันต่อมา ธารินมาทำงานในสภาพที่ใครเห็นก็ต้องตกใจ ขอบตาที่ดำคล้ำจากฝันที่เหมือนจริงทำเอาเขาเพลีย.. ใบหน้าที่เคยดูหล่อเหลาเข้มข้นกลับดูซีดเซียวเหมือนคนป่วยหนัก"โอ๊ยยยย! สภาพ! นี่คนหรือซากศพคะคุณธาริน?" เสียงแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่เจนนี่ดังขึ้นพร้อมกับร่างในชุดสีบานเย็นที่เดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา "เมื่อคืนไปฟัดกับเสือที่ไหนมาคะ หรือว่าแอบไปนอนกอดหมอนร้องไห้เพราะคุณชายเขามีชะนีมาตาม?" เจนนี่เธอมักหูตากว้างไกลเสมอ เพราะมีสายอย่างครูฝนโทรมาเม้าท์มอยอัพเดตเรื่องราวของสองหนุ่มให้เธอฟังแทบจะตลอดเวลาหนุ่มมาดเซอร์ถอนหายใจยาว วางกระติกน้ำลงบนโต๊ะไม้ "พี่เจนนี่... ผมว่าผมพอแล้วว่ะ ผมสู้เขาไม่ได้หรอก โลกของเขาหรูหราขนาดนั้น แฟนเขาก็สวยยังกับนางฟ้า ผมมันก็แค่เจ้าหน้าที่ป่าไม้จนๆ ป่าววะ..จะเอาอะไรไปแข่งเขาได้" ในเมื่อเพื่อนร่วมงานรู้ความเคลื่อนไหวของเขาเป็นอย่างดี ธารินก็ไม่คิดปิดบังอะไรต่อไป ดีเสียอีก อย่างน้อยพี่เจนนี่นางจะกลายเป็นที่ระบายชั้นดี ดีกว่าเจ้าสมันแมวขนส้มที่บ้านเขาอีกเจนนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยขี้เล่นกลับเปลี่ยนเป็นจริงจัง เธอทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วตบโต๊ะดัง ปัง!"
ระยะทางเพียงห้าร้อยเมตรจากรั้วโรงเรียนถึงประตูบ้านพักป่าไม้ที่เคยเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง กลับรู้สึกยาวไกลราวกับนับพันกิโลเมตรในความรู้สึกของธาริน รองเท้าคอมแบทที่หนักอึ้งบดลงบนพื้นดินลูกรังอย่างไร้เรี่ยวแรง ปิ่นโตสเตนเลสในมือที่เคยเป็นตัวแทนของความหวัง ตอนนี้มันกลับกลายเป็นเพียงเศษเหล็กที่คอยตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเองทันทีที่เสียงลูกบิดประตูไม้ดังขึ้น เจ้าสม้มแมวไทยขนสีส้มฟูฟ่องที่เขารับเลี้ยงไว้ มันกระโดดลงจากขื่อหลังคา มารอรับเจ้าของด้วยการเอาหัวถูไถที่หน้าแข้งพร้อมส่งเสียงร้องเมี๊ยวๆ อย่างประจบประแจงเหมือนทุกวันธารินทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้เก่าๆ หน้าชานเรือน เขาวางปิ่นโตส่งๆ อย่างไม่แยแส ช้อนตัวเจ้าส้มขึ้นมาวางบนตัก มือหนาลูบหัวมันเบาๆ อย่างเหม่อลอย"ส้ม... แกเห็นไหม?" ธารินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "โลกของเขามันสวยงามขนาดไหน"เจ้าส้มมองหน้าเจ้านายด้วยดวงตากลมโต ราวกับจะรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่สื่อออกมา"ผู้หญิงคนนั้น... ทั้งสวย ทั้งสง่า ดูดีไปหมดทุกกระเบียดนิ้ว เธอคู่ควรกับอคิณเหมือนภาพวาดที่วางไว้คู่กันเลยนะ" ธารินหัวเราะขื่นๆ ในลำคอ "แล้วแกดูฉันสิส้ม... แค่คนขับกระบะเก่าๆ ต
เช้าวันต่อมา กลิ่นหอมของพริกแห้งคั่วและเบคอนกรอบอบอวลลอยมาตามลมตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาพักเที่ยงดี ธารินเดินถือปิ่นโตสแตนเลสสีครีมสะอาดตามาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด วันนี้เขาโกนหนวดเคราจนดูสะอาดตา เสื้อเชิ้ตถูกรีดมาอย่างประณีต (ฝีมือพี่เจนนี่ที่บ่นไปรีดไปนั่นแหละ) "มาแล้วครับ... เมนูตามสั่ง" ธารินวางปิ่นโตลงบนโต๊ะม้านั่งหินอ่อนที่อคิณนั่งรออยู่ก่อนแล้วอคิณ เงยหน้าขึ้นมองคนมาใหม่แล้วชะงักไปครู่หนึ่ง "วันนี้... ดูดีจังนะคุณ""ก็ทำอาหารให้นายจ้างกิน ก็ต้องดูดีหน่อยสิ เดี๋ยวคุณจะหาว่าผมเอาเชื้อโรคใส่ลงไปในสปาเกตตี" ธารินยิ้มกริ่มพลางเปิดฝาปิ่นโตออก เผยให้เห็นเส้นพาสต้าสีเหลืองทองที่คลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอก พริกแห้งสีแดงจัด และเบคอนที่เรียงตัวสวยงาม "ลองชิมดูสิ ผมตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะ"อคิณใช้ส้อมม้วนเส้นเข้าปากอย่างบรรจง รสชาติเผ็ดร้อนนิดๆ ของพริกแห้งตัดกับความเค็มมันของเบคอนและกลิ่นหอมของกระเทียมเจียว มันอร่อยเสียจนเขาเผลอครางในลำคอด้วยความพอใจ "อืม... อร่อยมากคุณ ธาริน... คุณทำเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะเนี่ย""จริงดิ๊? งั้นกินเยอะๆ นะ" ธารินนั่งลงฝั่งตรงข้าม เท้าคางมองคนตัวเล
เย็นวันต่อมา หลังจากที่ข้อตกลงผูกปิ่นโตเริ่มต้นขึ้น ธารินก็ใช้จังหวะที่โรงเรียนเลิก ขับรถกระบะคู่ใจมาจอดดักหน้าอคิณที่กำลังจะเดินกลับบ้านพักครูพอดี"อคิณ! ขึ้นรถ" ธารินตะโกนเรียกพลางโผล่หน้าออกมาจากกระจกรถ"จะไปไหนอีกคุณ? ผมว่าจะไปพักผ่อนที่ห้อง" อคิณขมวดคิ้ว แต่ขาก็เดินไปที่รถอย่างเป็นอัตโนมัติ"ก็คุณ สั่งสปาเกตตีพริกแห้งเบคอนไม่ใช่เหรอ วัตถุดิบในครัวผมมันหมดพอดี ไหนๆ คุณก็เป็นนายจ้างแล้ว ก็ต้องไปช่วยเลือกของสิ จะได้ถูกใจคุณไง อีกอย่าง... ผมไม่มีเงินสำรองจ่ายนะ คุณต้องไปควักกระเป๋าเอง" ธารินอ้างเหตุผลร้อยแปดที่ฟังดูลื่นไหลจนน่าหมั่นไส้อคิณถอนหายใจยาวแต่ก็ยอมก้าวขึ้นรถไปแต่โดยดี "คุณนี่มัน จริงๆ เลย... กล้าใช้แรงงานนายจ้างอย่างผมอีกนะ"รถกระบะเลี้ยวเข้าสู่ตลาดสดประจำอำเภอ กลิ่นคาวปลา กลิ่นเครื่องเทศ และเสียงอึกทึกครึกโครมของพ่อค้าแม่ค้าทำให้อคิณอยากจะเอาสำลีมาอุดหูเสียให้ได้ เขาเดินตามแผ่นหลังกว้างของธารินไปติดๆ เพราะกลัวจะหลงท่ามกลางฝูงชน"ระวังน้ำขังนะครับคุณชาย" ธารินหันมาคว้าข้อมืออคิณให้หลบหลีกแอ่งน้ำสีดำสนิทบนพื้นปูน อคิณสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสนั้นแต่ก็ไม่ได้สะบัดออก"นี่คุณ...
ณ บ้านพักไม้หลังเล็กของธารินที่ปกติจะมีเพียงกลิ่นยากันยุงและกลิ่นป่า บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นควัน คราบซีอิ๊ว และซอสฝาเขียว… ธารินในสภาพสวมผ้ากันเปื้อนสีหวาน (ที่ยืมแม่บ้านมา) กำลังยืนจ้องหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดยูทูปค้างไว้ในคลิป สอนทำไข่ข้นกุ้งให้เด้งสู้ลิ้น"โธ่เว้ย! ทำไมมันไม่เหมือนในยูทูปเลยวะ" ธารินสบถพลางมองก้อนไข่สีน้ำตาลไหม้ในกระทะใบใหม่ที่เพิ่งซื้อมาอย่างอ่อนใจ เขาไม่เคยรู้เลยว่าการทำอาหารมันยากเย็นขนาดนี้ ให้เขาฝึกช้างป่าให้เชื่องยังง่ายเสียกว่าทว่าธารินกลับไม่ยอมแพ้ เขาปิดแก็ส ยกกระทะออกมาล้างทำความสะอาด ก่อนเริ่มใหม่อีกครั้ง วันนี้เขาจะต้องทำไข่ข้นกุ้งเด้งให้ออกมารสชาติดี และมีหน้าตาน่ากินให้ได้"โอ๊ยยย ตาเถรตกน้ำตกท่า! คุณธารินขา ทำอะไรคะเนี่ย ครัวจะไหม้แล้วค่ะ!" เสียงแหลมสูงมาพร้อมกับร่างโปร่งในชุดลำลองสีสดใส…พี่เจนนี่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการสาวสองคนสวยประจำหน่วยป่าไม้เดินนวยนาดเข้ามา "พี่เจนนี่... มาพอดีเลยครับ ช่วยผมหน่อย ผมจะทำไข่ข้นกุ้ง" ธารินหันไปขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวังเจนนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ‘ร้อยวันพันปี พ่อหนุ่มมาดเซอร์หล่อกระซวกใจสาวสองอย่างเธอ ไม่เคยเข้าคร





![สถานะลับ(รับ)สถานะรัก [เมะxเมะ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

