Mag-log inตลอดทางกลับมาบ้าน ลลิตไม่พูดไม่จา คณิตรู้สึกได้ว่าเธอเงียบเกินกว่าปกติ
“ครูเขาดุไหม”
“ไม่ดุค่ะ”
“แล้วทำไมนั่งเงียบเลย”
“สงสัยจะเครียดเพราะคนมันเยอะมั้งคะ หนูไม่ค่อยคุ้น อยู่แต่บ้านมาตั้งนาน” คณิตไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น ทั้งคู่นั่งเงียบกันมาตลอดทางจนกลับถึงบ้าน
ลลิตนั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ในมือของเธอมีหนังสือเล่มหนึ่งที่เปิดสุ่มเอาไว้อำพรางสายตา เธอแอบมองคณิตถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือแต่เสื้อกล้ามโดยไม่ระวังตัว เขาคุ้นเคยกับลลิตจนคิดว่ามันคงจะไม่เป็นไร ลลิตมองเห็นปลายถันของเขาที่เป็นสีเข้ม มันชูชันผ่านเนื้อผ้าของเสื้อกล้ามตัวบางๆ ออกมาอย่างเด่นชัด พ่อบุญธรรมของเธออายุ 36 ปีแล้ว เขากำลังหนุ่มแน่นพร้อมสรรพด้วยคุณสมบัติทุกด้าน แต่เธอไม่เห็นว่าเขาจะมีคนรัก ตลอดหนึ่งปีมานี้ เขาทำแต่งาน แล้วก็กลับบ้านมากินข้าวเย็นกับเธอ วันหยุดคือวันของเขาและเธอ เธอจะได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ได้ไปดูสถานที่สำคัญต่างๆ ได้กินของอร่อยๆ หลากหลาย รวมทั้งบุฟเฟต์นานาชาติตามโรงแรม ทั้งชีวิตของลลิตมีแต่คณิต เธออยากรู้ว่าทั้งชีวิตของคณิตจะมีแค่เธอเหมือนกันรึไม่ ลลิตนั่งถือหนังสือบังหน้า เธอแอบมองดูเขาหยิบโน่นจับนี่ตรงชั้นวางของหน้าทีวีที่ทำจากไม้ทั้งหมด วันนี้อลันกุมมือเธอ เขาลูบไล้ที่แผ่นหลังของเธอขึ้นลงจนลลิตใจสั่น ในห้องเรียนเปียโนนั้น บรรยากาศมันอบอวลด้วยมวลร้อนอะไรสักอย่างที่ลลิตเองก็ไม่เคยได้รู้สึกถึง มันเคลื่อนมาที่กลางทรวงอกของเธอแล้วลดตัวลงต่ำสู่บริเวณที่ลับที่สุดของลูกผู้หญิง ตรงนั้นของเธอเต้นตุ้บๆ เหมือนกับมีหัวใจอีกดวงมาช่วยสูบฉีดเลือด ลลิตอยากจะใช้นิ้วมือถูมันออกไปให้หายเสีย ตอนเลิกคลาส เธอถึงกับต้องเข้าห้องน้ำไปส่องและจับดูว่ามันมีอาการบวมขึ้นมาหรือไม่ เธอรู้สึกเหมือนมันเปล่งปลั่งกว่าที่เคย มันชมพูจัดเป็นพิเศษตอนเธอลองก้มดูเมื่อวานนี้
“คิดว่าชอบไหม” คณิตเดินเข้ามานั่งที่ชุดโซฟาฝั่งตรงข้ามลลิต
“ขา อะไรนะคะ”
“เธอคิดว่าชอบไหม” คณิตถามคำเดิม ลลิตหน้าแดงก่ำ เธอหันไปมองดูว่าพี่สาอยู่ใกล้ๆ แถวนั้นไหม
“ชอบ.. ชอบอะไรเหรอคะ” ลลิตพยายามไม่มองผ่านเสื้อกล้ามของเขา
“ก็ที่ไปเรียนเปียโนมาไง ชอบไหมล่ะ ไหนครูเขาสอนอะไรบ้าง” ลลิตโล่งอก
“อ๋อ ชอบค่ะ วันนี้ยังไม่ได้เล่นอะไรเป็นเพลงเลย ครูสอนท่านั่งที่ถูกต้อง วางมือบนเปียโน แล้วก็เรื่องทฤษฎีเบื้องต้นค่ะ มีได้ลองกดๆ ที่เปียโนนิดนึง”
“แปลว่ารู้แล้วสิว่าตัวไหนตัวโด เร มี”
“ใช่ค่ะ ครูบอกให้ดูคีย์ดำที่เป็นสองอัน แล้วเลื่อนลงมาด้านซ้าย นั่นคือตัวโด” คณิตหัวเราะ
“ครูสอนแบบนี้จริงเหรอ เอ้อ แปลกดี แล้วครูเขาเป็นไงบ้าง”
“ครูอลันเล่นเปียโนเก่งมากค่ะ หนูฟังเพลินเลย”
“อลัน.. ผู้ชายเหรอ”
“ใช่ค่ะ ทำไมเหรอคะ”
“เปล่าหรอก ฉันนึกว่าเธอจะได้เรียนกับครูผู้หญิงซะอีก” คณิตดูท่าทางเป็นกังวลขึ้นมา ระหว่างนั้นลลิตมองดูรายละเอียดใบหน้าของเขา จริงๆ แล้วเขาหล่อเหลาไม่แพ้ครูอลันเลย ทั้งยังดูคมเข้ม มาดขรึมเป็นผู้ใหญ่ ตรงจุดนี้ที่ลลิตคิดว่าครูอลันยังเป็นรอง
“ช่วงนี้พี่สาเขาจะมาทำงานแบบไปกลับนะ ทนเหงานิดนึง เดี๋ยวเดียวฉันก็กลับมากินข้าวด้วยแล้ว”
“ทำไมพี่สาต้องไปกลับล่ะคะ”
“กลับไปดูแลแม่ เห็นว่าอาการไม่ค่อยจะดีน่ะ”
“แล้วพี่สาไม่เหนื่อยแย่เลยเหรอคะ ขับรถไปกลับ”
“โอ้ย ไม่ต้องห่วงหรอก พี่สาเขาแกร่ง ขับรถเองได้สบายๆ” ลลิตทำหน้าตาเหมือนกำลังครุ่นคิด
“คิดอะไรอยู่ล่ะ” เขาถาม
“เปล่าค่ะ หนูก็คิดไปเรื่อย” คณิตยิ้ม
จากวันนั้นลลิตพยายามตรวจดูที่ส่วนนั้นของเธอทุกวัน เธอกลัวว่าร่างกายจะมีอะไรผิดปกติ สีของมันเปลี่ยนไป มันเริ่มมีอาการเต้นตุ้บๆ เหมือนตอนที่นั่งในห้องเปียโนขึ้นมาเองบ่อยๆ ปลายถันของเธอก็แข็งขึ้นมาจนเธอต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อคลายอาการซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยสักเท่าไหร่ ลลิตต้องใช้การอาบน้ำ ใช้การเอานิ้วมือถูมันไปสักพักจนใจเต้นแรงมาก แล้วทุกอย่างจะหยุดลงอย่างผ่อนคลายเหมือนสายน้ำเชี่ยวที่ดันตัวเองออกจากเขื่อนได้ในที่สุด วันนี้ก็เช่นกัน เธอกำลังจะคลายเครียด แต่คณิตกลับบ้านมาตะโกนเรียกหาเธอเสียก่อน
ภาพที่ลลิตปลดผ้าขนหนูลงกับพื้นยังตราตรึงอยู่ในหัวสมองของคณิต เขาเก็บจานล้างเองเพื่อแบ่งเบาภาระให้พี่สา เขาบอกราตรีสวัสดิ์ลลิต เธอเข้านอนไปทั้งที่สายน้ำยังไม่ดันตัวออกจากเขื่อน ความอายทำให้ลลิตไม่ได้ทำกิจก่อนนอนเหมือนทุกวัน
คืนนั้นคณิตนอนแทบไม่หลับ ทำไมหนูน้อยลลิตถึงทำอย่างนั้นกับเขา เขาพยายามพิเคราะห์หาส่วนผิดของตัวเอง เขาบกพร่องตรงไหนไปหรือเปล่า ลลิตถึงได้เริ่มทำอะไรทำนองนี้ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งปวดหัว ลลิตตอนที่สวมเสื้อผ้าปกติ เธอก็ดูไม่ต่างจากเด็กน้อยที่เขารับเข้าบ้านมาตั้งแต่วันแรก แต่เมื่อได้มองเห็นเธอด้วยเนื้อหนังมังสา เธอเป็นสาวสะพรั่งไม่เหมือนเด็กอายุแค่ 15 ปีที่เขานั่งกินข้าวด้วยอยู่ทุกวัน หน้าอกของเธอดูเป็นเต้ากลมกลึง เสื้อผ้าที่เขาและพี่สาช่วยกันเลือกให้คงช่วยพรางสัดส่วนแท้จริงของเธอเอาไว้ เอวของเธอขอดเว้าเข้าตรงกลาง หน้าท้องแบนราบไม่เหมือนกับสองเนินที่ทิ้งตัวลงมาจากแผ่นอก เส้นขนบางๆ ที่คงเริ่มก่อตัวมาได้พักใหญ่แลดูงดงามกำลังพอดี ไม่มากไปไม่น้อยไป คณิตหลับตาแล้วส่ายศีรษะแรงๆ เขากุมมือไปที่เป้ากางเกง พยายามข่มอวัยวะข้างใต้ไม่ให้ลุกชันขึ้นไปกว่านี้ สุดท้าย เขาก็ได้แต่ล้วงเข้าไปกำมันเอาไว้ให้เต็มมือแล้วขยับขึ้นลงจนทุกอย่างเสร็จสิ้น
คณิตปลดปล่อยความเครียดลงแผ่นทิชชู่อย่างหนาที่เขาคว้าได้จากหัวเตียง เขาลุกไปปัสสาวะหนึ่งครั้ง ชำระล้างทุกอย่างอีกหน แล้วจึงเข้านอนก่อนที่จะต้องตื่นขึ้นมายอมรับกับความน่าละอายของตัวเองในเช้าวันถัดไป
จนท้องฟ้าเริ่มมีแสงรำไรขึ้นมา ลลิตรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ารอครูพัชมาสอนหนังสือให้ พี่สามาถึงก่อนที่คณิตและลลิตจะลงมาชั้นล่าง วันนี้เธอแวะซื้อไก่ทั้งตัวมาจากตลาด พร้อมด้วยมันฝรั่ง แครอท และหัวหอม สองพ่อลูกจะได้กินไก่อบด้วยกัน พี่สาอมยิ้มขณะที่นึกขำอยู่ในใจ ครอบครัวอะไรช่างประหลาดดีแท้ พ่ออายุ 35 มาอยู่บ้านกลางสวน ลูกเป็นเด็กกำพร้าแต่ฉลาดทั้งยังสะสวย ส่วนเธอเป็นแม่ของทั้งสองคนนั้นและอยู่ในวัยที่จวนเจียนจะเป็นไม้ใกล้ฝั่งเต็มที พี่สารู้สึกรักบ้านหลังนี้ เธอรักคณิต รักลลิต และรักการได้เป็นแม่บ้านของที่นี่ คณิตไม่เคยปฏิบัติกับเธอไม่ดีเลย เธอไม่เคยรู้สึกเหมือนเป็นลูกจ้าง ทั้งที่ในความเป็นจริงเธอก็เป็นอยู่แค่นั้น ลลิตชอบเข้ามาชวนคุยถามไถ่ถึงเรื่องราวต่างๆ เวลาที่พวกเธออยู่บ้านกันสองคน สิ่งศักดิ์สิทธิ์มอบครอบครัวนี้ให้เธอจริงๆ งั้นเหรอ เอาเถอะ เธอพอใจที่สุดแล้ว
“คุณหนูทั้งสองตื่นกันรึยัง เย็นนี้มีไก่อบนะ รออาหารเช้าแป๊บเดียว ไม่เกิน 15 นาทีก็ลงมากินได้” พี่สาตะโกนบอกกคนทั้งคู่จากตีนบันไดชั้นหนึ่ง แล้วเดินเข้าครัวมาหยิบไข่ไก่ในตู้เย็นออกมาเตรียมทำชุดอาหารเช้า เธอหยิบขนมปังซาวร์โดออกจากตู้ หั่นให้หนาราวครึ่งนิ้วแล้วสอดลงเครื่องปิ้งคราวละสองแผ่น ปิ้งไว้สองชุด ก่อนจะทอดแฮมและไส้กรอก เตรียมเครื่องดื่มเป็นกาแฟดำให้คณิต ส่วนลลิตดื่มโกโก้ร้อน เธอไม่อยากให้ถึงวันที่ต้องเลิกทำสิ่งเหล่านี้เลย มันคือความสุขของเธอ
ลลิตเดินเท้าเร็วๆ ลงมาชั้นล่าง เธอยกมือไหว้สวัสดีพี่สาแล้วนั่งลงที่เก้าอี้
“คณิตล่ะ” ลลิตเงยหน้ามองเธอ
“ไม่ทราบสิคะ หนูยังไม่เห็นเลย”
“อ้าว ยังไงกัน วันนี้ตื่นสายหรอกเหรอ”
“เมื่อวานเขากลับมืดกว่าปกติค่ะ วันนี้ก็เลยไปสายได้ล่ะมั้ง” พี่สายิ้ม เธอชอบใจในคำพูดและท่าทางของลลิต ดูก็รู้ว่าเธอเป็นเด็กฉลาด วางตัวเก่ง เอาตัวรอดและทำตนเป็นที่รักได้เสมอ
“ฉันไม่ค้างที่นี่แล้วคิดถึงกันบ้างไหม แม่ฉันไม่สบาย อาจจะต้องไปกลับแบบนี้อีกนานเลย”
“หนูเหงาเลยล่ะค่ะ พี่สาให้แม่มาอยู่บ้านเราก็ได้นี่ หนูบอกคุณคณิตให้เอาไหม”
“โอ้ย ไม่ต้องหรอก อยู่บ้านท่านน่ะดีแล้ว มาอยู่สวนแบบนี้เดี๋ยวเกิดต้องรีบไปโรงพยาบาลมันจะไม่ทันการเอา” พี่สาวางแก้วโกโก้ลงตรงหน้าลลิต
“ขอบคุณค่ะ ไม่น่าจะมีใครชงโกโก้อร่อยเท่าพี่สาแล้ว”
“เธอก็หัดชงไว้เถอะ วันนึงฉันก็คงต้องไป ฝากชงกาแฟดำให้คณิตด้วยนะ”
“พี่สาจะไปไหน” ลลิตถามเสียงสูง
“อ้าวแม่หนู เกิดแก่เจ็บตายมันเรื่องธรรมชาติ อะไรมันก็ไม่แน่ไม่นอนนะ” ลลิตจิบโกโก้แล้วคิดตามที่พี่สาพูด สักพักคณิตก็เดินเข้ามาในครัว
“สวัสดีครับพี่สา หอมกรุ่นเหมือนเดิมเลย มื้อเช้าบ้านเรา” พี่สาวางจานอาหารที่มีพร้อมทุกอย่างลงตรงหน้าลูกๆ ทั้งคู่ คณิตลงมือกินมื้อเช้าทันที
“วันนี้ครูพัชมาเก้าโมงครึ่งนะ ตั้งใจเรียนด้วย” คณิตเร่งมือกินอาหารอย่างไม่สนใจใคร เขายกกาแฟดื่มรวดเดียวจนหมด พี่สาหันไปมองหน้าลลิต เธอรู้ได้ทันทีว่ามันมีอะไรไม่เหมือนเก่า
“วันนี้ผมรีบน่ะครับ ตื่นสาย ช่วงนี้งานเยอะด้วย” เขาวางแก้วกาแฟลงแล้วลุกจากโต๊ะทันที
“ฝากบ้านด้วยนะครับพี่สา ได้ยินแว่วๆ ว่าเย็นนี้มีไก่อบใช่ไหม วันนี้ผมจะรีบกลับมากิน... แต่พี่สาต้องกลับก่อนนี่นา น่าเสียดายจัง” ลลิตมองหน้าคณิตอย่างแปลกใจ เขาคิดจะพูดกับเธอแค่นี้เลยใช่ไหม
“ได้จ้ะ คุณไปทำงานเถอะ เดี๋ยวฉันดูแลลลิตเอง” ลลิตมองหน้าพี่สาอย่างกระอักกระอ่วน แต่เธอก็คงไม่กล้าพูดออกไปหรอกว่าเมื่อวานได้ทำเรื่องน่าอายอะไรเอาไว้
“อีกสองชั่วโมงเจอกันนะ” “ได้ค่ะ” ลลิตปิดประตูรถแล้วเดินเข้ามาใกล้หน้าประตูสถาบัน “ลลิต” เสียงครูอลันเรียกเธอจากไกลๆ “ครูอลัน สวัสดีค่ะ” เธอหันกลับไปมองดูคณิตที่ขับรถออกไปแล้ว “เมื่อวานทำไมครูไม่ทักหนูเลย แล้วส่ายหน้าด้วย ตอนหนูเดินลงมา” ลลิตถามอลันด้วยน้ำเสียงเกือบจะตะโกน อลันเดินมาถึงก็จับแขนของลลิตแล้วดันตัวเธอเลยไปอีกทางบนฟุตบาทหน้าสถาบัน ลลิตเดินตามไปอย่างงุนงง “ถึงร้านแล้วค่อยคุยกัน” เขาพูดเรียบๆ อลันพาลลิตเดินเข้าซอยข้างสถาบันดนตรีมาลึกได้ราว 100 เมตร ข้างในนี้เหมือนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่หลายๆ ครอบครัวพร้อมใจกันเปิดร้านอาหาร หรืออาจเป็นเพียงพื้นที่ให้เช่าขายของ ลลิตตื่นตาตื่นใจมาก “โอ้โห ของกินเยอะแยะเลย” อลันมองหน้าเธอ “ดูสิ เห็นแค่นี้ก็ตื่นเต้นแล้ว ได้ไปไหนมาไหนเหมือนคนอื่นเขาบ้างไหมนะ” “ได้ไปสิคะ” ลลิตสวนคำ “ก็คงไปกับคุณคณิต” “ใช่ พี่สาด้วย” อลันเลิกคิ้วขึ้น “ใครเหรอ” เขาถามต่อ “พี่เลี้ยงของคุณคณิตค่ะ คอยช่วยดูแลหนูด้วย” “อ้
อีกนิดเดียว ลลิตบอกกับตัวเองในใจ ใกล้แล้ว “ก๊อกๆ” ลลิตสะดุ้งโหยง เธอรีบดึงมือออกมาแล้วแอบเช็ดปลายนิ้วกับชายกระโปรงเมื่อลุกขึ้น “เดี๋ยวพ่อบุญธรรมมารับแล้วจะไม่เจอนะ ลลิต ครูจะกลับแล้วล่ะ นั่งทำอะไรอยู่” ครูอลันถามลลิตหลังจากที่เคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาทันที “เปล่าค่ะ ไม่ได้ทำอะไร กำลังนึกอยู่ว่าจะบอกคุณคณิตดีไหมว่าให้มีเปียโนที่บ้านด้วย” เธอพยายามสังเกตสีหน้าครูอลันว่าเขาจะรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนี้หลังจากที่เขาออกไป อลันมองตาเธอสลับซ้ายขวา “ไว้ไปกินข้าวกันไหม คราวหน้าบอกให้คุณคณิตมาส่งเร็วหน่อยสิ บอกเขาว่าอยากมาซ้อมก่อนจะเริ่มเรียน ไม่งั้นก็ซื้อเปียโนไว้ที่บ้าน ทีนี้ล่ะอดออกมาเรียนแน่” ลลิตไม่ตอบเขา “ดีไหม ไปกินข้าวกับครู ครูมีเรื่องอยากเล่าให้เธอฟังเยอะแยะเลย เผื่อเธอมีอะไรอยากจะบอกครูบ้าง” ลลิตหยุดคิดสักครู่แล้วพยักหน้า อลันยิ้ม “งั้นวันนี้กลับเถอะ เดี๋ยวเขามาแล้วไม่เจอจะถูกดุเอานะ” “ค่ะๆ” ลลิตรีบเก็บข้าวของซึ่งก็มีเพียงกระเป๋าสะพายใส่ของส่วนตัวเพียงหนึ่งใบเล็กๆ เท่านั้น “ครูลงไปก่อนนะ”
“คณิตาภรณ์ สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ จะขอสั่งผ้ายกม้วนหลายๆ แบบ สำหรับร้านรับตัดเสื้อผ้า” “ยินดีครับ สนใจผ้าชนิดไหนครับ” “อยากมีสต็อคไว้หลายๆ แบบเลยค่ะ เผื่อเวลาที่ลูกค้ารีเควสท์มาจะได้มีผ้าพร้อมตัดทันที” ราจเงียบไปสักครู่ “ไม่ทราบอยู่กรุงเทพฯ รึเปล่าครับ” “ใช่ค่ะ” “ทางเรามีบริการส่งด่วนนะครับ เพราะที่คณิตาภรณ์เราเป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง รวมทั้งมีสินค้านำเข้าด้วย ขออนุญาตแนะนำให้รับเป็นผ้าสำหรับงานตัดทั่วไป และหากทางคุณมีลูกค้าต้องการผ้าแบบพิเศษ ก็สามารถโทรเข้ามาสั่งได้เลย ภายในวันเดียวก็ถึงแล้วครับ” คณิตมองดูราจรับสายลูกค้าอย่างสังเกตสังกา เขาพูดคุยกับลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้จะติดสำเนียงแขกมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ฟังดูขัดหูแต่อย่างใด เขาสลับหูโทรศัพท์ไปใช้หัวไหล่ด้านซ้ายหนีบเอาไว้ สองมือหยิบกระดาษปากกาจดออเดอร์ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว คณิตยิ้ม “ได้ครับ ขอบพระคุณมากนะครับ ล็อตนี้ไม่ได้รับด่วนใช่ไหมครับ... ครับๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เกินสองวันอย่างช้าครับ” ราจวางสายจากลูกค้าไ
บันไดหินที่หน้าประตูบ้านมีพื้นผิวเย็นเฉียบ ลลิตนั่งอยู่ตรงนั้นเฉยๆ นานกว่าสิบนาทีแล้ว วันนี้พี่สามาทำงานสาย เธออยากจะรู้จริงๆ ว่าแต่ละคนรอบตัวเธอมีเหตุผลอะไร ในเวลาที่ต้องกลับบ้านช้า มาทำงานสาย หรือปล่อยให้เธออยู่คนเดียวเหงาๆ จากตีนบันไดหินเลยออกไปทางหน้าตัวบ้านเป็นทางเดินสไตล์ฝรั่ง ปูพื้นด้วยหินก้อนโตๆ สลับขนาดกันไป ด้านบนถูกขัดให้เรียบจนเหมาะสำหรับทำเป็นทางเดิน ลลิตมองดูรูปสลักจากสัมฤทธิ์ที่ตั้งประดับอยู่ตรงหัวโค้งทางเดินข้างๆ ม้านั่งยาวที่คงตั้งเอาไว้เผื่อใครจะอยากแวะนั่งเล่น เธอรวบกระโปรงลุกขึ้น ก้าวขาลงมาอย่างช้าๆ เพื่อจะเดินเข้าไปสำรวจบริเวณนั้น คุณคณิตคงจะมีเงินเยอะมากๆ ปีเศษมานี้เธอไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้เลย เธอมัวแต่มีความสุขอยู่กับบ้านหลังงามที่เป็นชายคาให้เธอได้อยู่อาศัย เธอเอร็ดอร่อยกับอาหารแต่ละมื้อที่พี่สาทำให้และได้ออกไปกินตามร้านข้างนอกในเวลาที่คุณคณิตเว้นว่างจากการงาน เธอเพลิดเพลินกับเนื้อหาวิชาเรียนที่ครูพัชบอกว่าต้องรู้ให้หมดเสียก่อนจึงจะไปโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วๆ ไปได้ จนมาถึงวันนี้ ทุกอย่างที่เธอเคยตื่นเต้นกับมัน ได้กลายเป็นกิจวัตรประจำว
วันเวลาผ่านไปจนถึงวันอาทิตย์อีกครั้ง ลลิตมองดูนักเรียนดนตรีในสถาบัน ทั้งคนที่เพิ่งเดินทางมาถึงและกลุ่มที่เพิ่งเลิกคลาสเรียนลงมา เธอนั่งรอให้ถึงชั่วโมงเรียนของเธอหลังจากที่คณิตขับรถมาส่งเธอแล้วก็กลับไป วันนี้เขาไม่ได้อยู่รอเหมือนคราวก่อน บอกแต่เพียงว่าเรียนเสร็จแล้วให้มานั่งใกล้ๆ หน้าประตู พอเห็นรถของเขาแล้วให้เดินออกมาขึ้นรถได้เลย ลลิตนั่งคิดไปพลางว่าคณิตคงไม่รู้สึกกับเธอเหมือนเดิมแล้ว ทั้งที่ค่ำวันนั้นเธอและเขายังนั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนเขาให้อภัยในความผิดของเธอแล้วด้วยซ้ำ ลลิตนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด เธอเริ่มสับสนและโกรธที่คณิตไม่ดีกับเธอเหมือนอย่างเก่า หลายวันมานี้เขาทำเหมือนเธอเป็นคนไม่สนิท เหมือนเป็นลูกเลี้ยงห่างๆ ที่เขามีหน้าที่เพียงส่งเสียให้มีที่กินที่อยู่และได้เรียนหนังสือหนังหาก็เท่านั้น “น้องลลิต ห้องเรียนว่างนะคะ เข้าไปซ้อมก่อนได้เลย เดี๋ยวครูอลันสอนอีกคนเสร็จจะตามเข้าไป” ครูที่เคาน์เตอร์ธุรการเดินเข้ามาบอกกับเธอ “อ๋อ ขอบคุณค่ะ” ลลิตหยิบกระเป๋าและแฟ้มดนตรีเดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องเรียนเดิมเมื่อคราวก่อน ลลิตมองไปที่ประตูห้องเรียนของเธอตั้ง
ตลอดทางกลับมาบ้าน ลลิตไม่พูดไม่จา คณิตรู้สึกได้ว่าเธอเงียบเกินกว่าปกติ “ครูเขาดุไหม” “ไม่ดุค่ะ” “แล้วทำไมนั่งเงียบเลย” “สงสัยจะเครียดเพราะคนมันเยอะมั้งคะ หนูไม่ค่อยคุ้น อยู่แต่บ้านมาตั้งนาน” คณิตไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น ทั้งคู่นั่งเงียบกันมาตลอดทางจนกลับถึงบ้าน ลลิตนั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ในมือของเธอมีหนังสือเล่มหนึ่งที่เปิดสุ่มเอาไว้อำพรางสายตา เธอแอบมองคณิตถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือแต่เสื้อกล้ามโดยไม่ระวังตัว เขาคุ้นเคยกับลลิตจนคิดว่ามันคงจะไม่เป็นไร ลลิตมองเห็นปลายถันของเขาที่เป็นสีเข้ม มันชูชันผ่านเนื้อผ้าของเสื้อกล้ามตัวบางๆ ออกมาอย่างเด่นชัด พ่อบุญธรรมของเธออายุ 36 ปีแล้ว เขากำลังหนุ่มแน่นพร้อมสรรพด้วยคุณสมบัติทุกด้าน แต่เธอไม่เห็นว่าเขาจะมีคนรัก ตลอดหนึ่งปีมานี้ เขาทำแต่งาน แล้วก็กลับบ้านมากินข้าวเย็นกับเธอ วันหยุดคือวันของเขาและเธอ เธอจะได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ได้ไปดูสถานที่สำคัญต่างๆ ได้กินของอร่อยๆ หลากหลาย รวมทั้งบุฟเฟต์นานาชาติตามโรงแรม ทั้งชีวิตของลลิตมีแต่คณิต เธออยากรู้ว่าทั้งชีวิตของคณิตจะมีแค่เธอเหมือนกันรึไม่ ลล







