เข้าสู่ระบบ“คณิตาภรณ์ สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะ จะขอสั่งผ้ายกม้วนหลายๆ แบบ สำหรับร้านรับตัดเสื้อผ้า”
“ยินดีครับ สนใจผ้าชนิดไหนครับ”
“อยากมีสต็อคไว้หลายๆ แบบเลยค่ะ เผื่อเวลาที่ลูกค้ารีเควสท์มาจะได้มีผ้าพร้อมตัดทันที”
ราจเงียบไปสักครู่
“ไม่ทราบอยู่กรุงเทพฯ รึเปล่าครับ”
“ใช่ค่ะ”
“ทางเรามีบริการส่งด่วนนะครับ เพราะที่คณิตาภรณ์เราเป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง รวมทั้งมีสินค้านำเข้าด้วย ขออนุญาตแนะนำให้รับเป็นผ้าสำหรับงานตัดทั่วไป และหากทางคุณมีลูกค้าต้องการผ้าแบบพิเศษ ก็สามารถโทรเข้ามาสั่งได้เลย ภายในวันเดียวก็ถึงแล้วครับ”
คณิตมองดูราจรับสายลูกค้าอย่างสังเกตสังกา เขาพูดคุยกับลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้จะติดสำเนียงแขกมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ฟังดูขัดหูแต่อย่างใด เขาสลับหูโทรศัพท์ไปใช้หัวไหล่ด้านซ้ายหนีบเอาไว้ สองมือหยิบกระดาษปากกาจดออเดอร์ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว คณิตยิ้ม
“ได้ครับ ขอบพระคุณมากนะครับ ล็อตนี้ไม่ได้รับด่วนใช่ไหมครับ... ครับๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เกินสองวันอย่างช้าครับ” ราจวางสายจากลูกค้าไป
“เป็นไงบ้าง” คณิตเดินมาหยุดที่โต๊ะทำงานของราจ
“เอ่อ.. ก็ไม่มีอะไรนะครับ สนุกดี” เขาเงยหน้ามองคณิตที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะ
“ลูกค้าว่าไงบ้างล่ะ”
“โอเคเลยครับ นี่ผมจดชื่อที่อยู่กับออเดอร์ไว้หมดแล้ว เหลือประสานกับฝ่ายขนส่งเรา รับปากลูกค้าไว้ว่าสองวันผ้าไปถึงครับ”
“ถึงแน่นะ ยิ่งรับปากเขาไปแล้วด้วยน่ะ” คณิตทำหน้าตาหยั่งเชิงลูกน้อง
“แน่ครับ ผมจะไปย้ำกับพี่ปอง” คณิตพยักหน้าแล้วยิ้ม
“มาที่ห้องผมแป๊บนึงสิ ผมมีอะไรจะคุยด้วยหน่อย” ราจรับคำแล้วเดินตามเจ้านายเข้าไปในห้อง
คณิตผายมือให้เขานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ในห้องทำงานของคณิต เขาแต่งห้องไว้อย่างสวยงาม มีชุดประดับไม้สลักรูปต้นไม้ที่ราจก็เดาไม่ออกว่าเป็นต้นอะไร แต่กิ่งและใบของมันแผ่ออกด้านข้างอย่างสวยงาม เขานึกชื่นชมฝีมือช่างที่สลักงานออกมาได้อย่างละเอียดละออ เขาไม่เคยเห็นงานฝีมือประเภทนี้มาก่อนเลย
“สวยใช่ไหมล่ะ”
“ครับ สวยมาก”
“แต่ฉันว่ามันไม่ค่อยเข้ากับบรรยากาศในห้องเท่าไหร่เลย แต่ซื้อมาแล้วก็ไม่รู้จะเอาไปวางที่ไหน ที่บ้านก็แต่งจนครบ จนพอดีไปหมดแล้ว”
“ก็วางไว้ในห้องนี้เหมือนเดิมได้นี่ครับ ไม่เข้ากันก็ไม่เห็นเป็นไร งานศิลปะมันมีคุณค่าในตัวเองอยู่แล้ว” ราจพยายามอธิบายความตามที่ใจคิด คณิตยิ้ม
“เหมือนผมไง ผมก็ไม่เข้ากับบรรยากาศที่นี่เลย หน้าแขกอยู่คนเดียว แต่ผมก็มีคุณค่าแบบของผม” คณิตถึงกับหัวเราะออกมาเมื่อลูกน้องของเขาช่างเปรียบช่างเปรยขนาดนี้
“โอเคๆ คืองี้ ฉันอยากถามความรู้สึกในการทำงานหน่อย เหนื่อยไหมที่ต้องมาทำงานเสาร์อาทิตย์”
“ไม่เหนื่อยครับ เจ้านายก็จ่ายโอทีให้ผมไม่เคยขาด งานก็ไม่หนักเลยครับ ผ้าแต่ละแบบผมก็รู้จักหมดแล้ว แนะนำลูกค้าได้สบาย”
“ถ้าฉันเอาคนมาเพิ่มล่ะ”
“ก็ดีสิครับ งานผมก็เบาลง แต่ไม่ได้แปลว่าจะหักเงินเดือนผมใช่ไหม” ราจถามหน้าซื่อ
“เปล่าๆ ไม่ต้องกังวล ฉันก็ต้องมาถามความเห็นก่อนไง ให้คนมาช่วย เผื่อเสาร์อาทิตย์นายอยากไปไหนกับแฟนบ้าง แล้ววันไหนที่มาช่วย ก็เอาโอทีไปเหมือนเดิม ฉันจ่ายได้”
“ยังไม่มีเลยครับ แฟน”
“ก็หาสิ” คณิตสวนคำ “นี่ล่ะ เดี๋ยวพอมีคนมาช่วยแล้วก็ออกไปหาแฟนซะนะ อย่ามาเป็นเหมือนฉัน ทำแต่งาน แล้วก็ต้องมานั่งเหงาเวลาเห็นใครเขามีครอบครัวกัน” ราจยิ้มอายๆ
“แต่นายอาจต้องสอนงานเธอหน่อยนะ พอเธออยู่ร้านเองได้แล้วก็สบายละ”
“ครับ เจ้านาย”
ราจออกจากห้องไปเมื่อหมดธุระ คณิตคิดดีแล้วว่าจะให้ลลิตมาฝึกงานที่นี่ หากว่าอนาคตเขาจะไม่มีทายาทจริงๆ อย่างที่เขามองตัวเองเอาไว้ ก็คงต้องเป็นลลิตที่เขาตั้งใจจะเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ เป็นผู้หญิงเก่งอย่างที่หัวสมองของเธอเอื้ออำนวย
เขาหยิบกระเป๋าทำงานแล้วเดินออกมาหาราจอีกครั้ง
“วันนี้ฉันกลับก่อนนะ ฝากร้านด้วยล่ะ”
“ครับเจ้านาย เดินทางปลอดภัยครับ”
หลายวันมานี้คณิตพยายามจะไม่อยู่ใกล้ชิดกับลลิตให้มากจนเกินไป ภาพลลิตที่เปลือยเปล่าในคืนวันนั้นยังไม่เคยหายไปจากความคิดของเขา มันยังคงทำร้ายเขาอยู่ทุกคืน เขาไม่เคยคิดไม่ดีกับหนูน้อยลลิตตั้งแต่วันแรกที่เขารับเธอเข้ามา จนวันนี้เขาก็ยังมีแต่ความหวังดีจะมอบให้ แม้ว่าหลังจากคืนนั้น ร่างกายของเขาจะพยายามปฏิเสธความตั้งใจบริสุทธิ์ที่เขาตั้งมั่น เลือดเนื้อในกายของเขายังร้องเรียกหาการปลดปล่อยตามธรรมชาติอยู่เสมอๆ คงเพราะลลิตไม่ใช่ลูกในไส้ เธอไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไข แต่เขาเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า ว่าเขาจะเอาชนะธรรมชาติอันดิบเถื่อนของเนื้อหนังมังสาได้ ใจของเขาจะอยู่เหนือทุกสิ่งรวมทั้งกิเลสและตัณหาในฐานะมนุษย์
ลลิตมองดูครูอลันถือไมค์ทำหน้าที่พิธีกรในงานวันนี้อย่างมีชีวิตชีวา เธอนึกเปรียบเทียบครูอลันกับคุณคณิตอยู่ในใจ เหมือนคุณคณิตเป็นภาพโทนหม่นสีขาวดำ ส่วนครูอลันเหมือนวิดีโอกราฟิกแบบเทคนิคคัลเลอร์ เขาช่างดูฉูดฉาด พร้อมจะทำให้ลลิตหวามไหวได้เสมอ เธอรอให้ครูเสียบไมค์กลับเข้าไปที่ขาตั้งแล้วลงจากเวที ลลิตเดินเลียบด้านข้างผ่านนักเรียนดนตรีที่ทั้งนั่งและยืนอยู่ละแวกนั้นแล้วตรงเข้าไปหาครูอลันอย่างไม่สนใจใคร
“อ้าว ลลิต เป็นไง สนุกไหม ทำอะไรไปบ้างแล้ว” อลันทักทายเธอทันทีที่เห็นหน้า
“จับสลากได้แก้วมาใบนึงค่ะ ง่อยจังเลย” ครูหัวเราะ
“ฮ่าๆ ไม่เป็นไรๆ น่าเกลียดจัง ใครเอาของแบบนี้มาจับรางวัลนะ”
“นั่นสิ หนูอุตส่าห์ให้คุณคณิตเลือกของขวัญสวยๆ มา เป็นครอบแก้วรูปหิมะ แพงด้วยค่ะ คุณคณิตไม่ซื้อของถูกๆ มาหรอก”
“ครอบแก้วเหรอ... อันนี้รึเปล่า” ครูอลันหยิบมันขึ้นมาให้ลลิตดู
“ใช่ค่ะ! ครูจับได้ของหนูเหรอ”
“ใช่” ลลิตมองตาอลัน เธอดีใจมากที่เขาจับสลากได้ของขวัญจากเธอ อลันยิ้มแล้วเม้มปาก
“ครูต้องเป็นพิธีกรต่อไหมคะ”
“หมดหน้าที่ครูแล้วล่ะ นักเรียนของครูขึ้นโชว์ครบหมดแล้ว เดี๋ยววันนึงเธอก็ต้องแสดงบ้างนะ อีกเดี๋ยวก็เก่งแล้ว” ลลิตพยักหน้า
“หนูอยากเรียนเพิ่มอีกค่ะ เมื่อกี้แอบขึ้นไปซ้อมมาด้วย ครูอยากฟังไหม หนูว่าหนูเล่นได้คล่องขึ้นกว่าคราวก่อนอีกนา”
“จริงเหรอ...” อลันทำท่าคิดเล็กน้อย “ก็ได้ ไปลองเล่นให้ครูฟังหน่อย” อลันเดินตามลลิตขึ้นชั้นสองไปยังห้องเรียนประจำอย่างเต็มใจ
ไม่นานคณิตก็ขับรถมาถึงสถาบัน เขามาตามเวลานัดหมายที่ลลิตบอกเอาไว้ เธอขออนุญาตมาร่วมงานที่ทางสถาบันจัดขึ้นซึ่งคณิตก็ไม่ได้ขัดข้อง ให้เธอได้มีกิจกรรมอื่นๆ นอกจากอะไรเดิมๆ ที่น่าเบื่อหน่ายบ้าง เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อแม่หลายคนถึงได้บ่นหนักหนาเมื่อลูกเริ่มเข้าวัยรุ่น มันคงจะอย่างนี้นี่เอง
15 นาทีแล้วคณิตก็ยังไม่เห็นลลิตลงมา เขาเริ่มลุกขึ้นเดินไปมาอยู่ที่ชั้นล่างที่มีเปียโนตั้งโชว์อยู่หลายตัว
“สนใจตัวไหนรึเปล่าคะ” ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาถามคณิต
“อ๋อ ยังครับ พอดีผมมารับเด็ก เธอชื่อลลิตน่ะครับ มารอ 15 นาทีแล้วยังไม่เห็นเลย”
“วันนี้ไม่มีคลาส สงสัยจะเล่นสนุกอยู่โซนกิจกรรม ลองเดินขึ้นไปดูได้นะคะ”
“ขอบคุณครับ” คณิตกล่าวขอบคุณเธอแล้วลองขึ้นไปดู
เสียงดนตรีและเครื่องเคาะจังหวะดังมาจากชั้นสาม เขาเดินขึ้นไปดูตามที่มาของเสียง ลลิตยังนั่งอยู่ในห้องเปียโนที่เป็นห้องเรียนประจำของเธอและครูอลัน เธอไม่รู้เลยว่าคณิตขึ้นมาตามหาเธอถึงข้างบน ในวันนี้คงไม่มีใครสนใจเดินมาดูตามห้อง ทุกคนต่างกำลังสนุกอยู่ที่ชั้นสามและชั้นหนึ่งกันหมด ลลิตรอโอกาสนี้อยู่หลายวัน ครูอลันออกจากห้องไปแล้ว ปล่อยให้เธอนั่งอยู่คนเดียวกลางมวลร้อนที่เธอเองก็รอคอยให้มันก่อตัวขึ้น เธอชอบมากกว่าเวลาที่มันโอบรอบกายเธอเวลาครูอลันอยู่ใกล้ๆ มันร้อนรุ่มแต่ก็หวานชื่นกว่าเวลาที่เธออยู่คนเดียวหลายเท่าตัว ลลิตตื่นเต้นมาก เธอล้วงมือเข้าไปที่ใต้กระโปรงแล้วบดขยี้ที่จุดเดิมที่คุ้นเคยไม่ยั้งมือ
“อีกสองชั่วโมงเจอกันนะ” “ได้ค่ะ” ลลิตปิดประตูรถแล้วเดินเข้ามาใกล้หน้าประตูสถาบัน “ลลิต” เสียงครูอลันเรียกเธอจากไกลๆ “ครูอลัน สวัสดีค่ะ” เธอหันกลับไปมองดูคณิตที่ขับรถออกไปแล้ว “เมื่อวานทำไมครูไม่ทักหนูเลย แล้วส่ายหน้าด้วย ตอนหนูเดินลงมา” ลลิตถามอลันด้วยน้ำเสียงเกือบจะตะโกน อลันเดินมาถึงก็จับแขนของลลิตแล้วดันตัวเธอเลยไปอีกทางบนฟุตบาทหน้าสถาบัน ลลิตเดินตามไปอย่างงุนงง “ถึงร้านแล้วค่อยคุยกัน” เขาพูดเรียบๆ อลันพาลลิตเดินเข้าซอยข้างสถาบันดนตรีมาลึกได้ราว 100 เมตร ข้างในนี้เหมือนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่หลายๆ ครอบครัวพร้อมใจกันเปิดร้านอาหาร หรืออาจเป็นเพียงพื้นที่ให้เช่าขายของ ลลิตตื่นตาตื่นใจมาก “โอ้โห ของกินเยอะแยะเลย” อลันมองหน้าเธอ “ดูสิ เห็นแค่นี้ก็ตื่นเต้นแล้ว ได้ไปไหนมาไหนเหมือนคนอื่นเขาบ้างไหมนะ” “ได้ไปสิคะ” ลลิตสวนคำ “ก็คงไปกับคุณคณิต” “ใช่ พี่สาด้วย” อลันเลิกคิ้วขึ้น “ใครเหรอ” เขาถามต่อ “พี่เลี้ยงของคุณคณิตค่ะ คอยช่วยดูแลหนูด้วย” “อ้
อีกนิดเดียว ลลิตบอกกับตัวเองในใจ ใกล้แล้ว “ก๊อกๆ” ลลิตสะดุ้งโหยง เธอรีบดึงมือออกมาแล้วแอบเช็ดปลายนิ้วกับชายกระโปรงเมื่อลุกขึ้น “เดี๋ยวพ่อบุญธรรมมารับแล้วจะไม่เจอนะ ลลิต ครูจะกลับแล้วล่ะ นั่งทำอะไรอยู่” ครูอลันถามลลิตหลังจากที่เคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาทันที “เปล่าค่ะ ไม่ได้ทำอะไร กำลังนึกอยู่ว่าจะบอกคุณคณิตดีไหมว่าให้มีเปียโนที่บ้านด้วย” เธอพยายามสังเกตสีหน้าครูอลันว่าเขาจะรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนี้หลังจากที่เขาออกไป อลันมองตาเธอสลับซ้ายขวา “ไว้ไปกินข้าวกันไหม คราวหน้าบอกให้คุณคณิตมาส่งเร็วหน่อยสิ บอกเขาว่าอยากมาซ้อมก่อนจะเริ่มเรียน ไม่งั้นก็ซื้อเปียโนไว้ที่บ้าน ทีนี้ล่ะอดออกมาเรียนแน่” ลลิตไม่ตอบเขา “ดีไหม ไปกินข้าวกับครู ครูมีเรื่องอยากเล่าให้เธอฟังเยอะแยะเลย เผื่อเธอมีอะไรอยากจะบอกครูบ้าง” ลลิตหยุดคิดสักครู่แล้วพยักหน้า อลันยิ้ม “งั้นวันนี้กลับเถอะ เดี๋ยวเขามาแล้วไม่เจอจะถูกดุเอานะ” “ค่ะๆ” ลลิตรีบเก็บข้าวของซึ่งก็มีเพียงกระเป๋าสะพายใส่ของส่วนตัวเพียงหนึ่งใบเล็กๆ เท่านั้น “ครูลงไปก่อนนะ”
“คณิตาภรณ์ สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ จะขอสั่งผ้ายกม้วนหลายๆ แบบ สำหรับร้านรับตัดเสื้อผ้า” “ยินดีครับ สนใจผ้าชนิดไหนครับ” “อยากมีสต็อคไว้หลายๆ แบบเลยค่ะ เผื่อเวลาที่ลูกค้ารีเควสท์มาจะได้มีผ้าพร้อมตัดทันที” ราจเงียบไปสักครู่ “ไม่ทราบอยู่กรุงเทพฯ รึเปล่าครับ” “ใช่ค่ะ” “ทางเรามีบริการส่งด่วนนะครับ เพราะที่คณิตาภรณ์เราเป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง รวมทั้งมีสินค้านำเข้าด้วย ขออนุญาตแนะนำให้รับเป็นผ้าสำหรับงานตัดทั่วไป และหากทางคุณมีลูกค้าต้องการผ้าแบบพิเศษ ก็สามารถโทรเข้ามาสั่งได้เลย ภายในวันเดียวก็ถึงแล้วครับ” คณิตมองดูราจรับสายลูกค้าอย่างสังเกตสังกา เขาพูดคุยกับลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้จะติดสำเนียงแขกมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ฟังดูขัดหูแต่อย่างใด เขาสลับหูโทรศัพท์ไปใช้หัวไหล่ด้านซ้ายหนีบเอาไว้ สองมือหยิบกระดาษปากกาจดออเดอร์ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว คณิตยิ้ม “ได้ครับ ขอบพระคุณมากนะครับ ล็อตนี้ไม่ได้รับด่วนใช่ไหมครับ... ครับๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เกินสองวันอย่างช้าครับ” ราจวางสายจากลูกค้าไ
บันไดหินที่หน้าประตูบ้านมีพื้นผิวเย็นเฉียบ ลลิตนั่งอยู่ตรงนั้นเฉยๆ นานกว่าสิบนาทีแล้ว วันนี้พี่สามาทำงานสาย เธออยากจะรู้จริงๆ ว่าแต่ละคนรอบตัวเธอมีเหตุผลอะไร ในเวลาที่ต้องกลับบ้านช้า มาทำงานสาย หรือปล่อยให้เธออยู่คนเดียวเหงาๆ จากตีนบันไดหินเลยออกไปทางหน้าตัวบ้านเป็นทางเดินสไตล์ฝรั่ง ปูพื้นด้วยหินก้อนโตๆ สลับขนาดกันไป ด้านบนถูกขัดให้เรียบจนเหมาะสำหรับทำเป็นทางเดิน ลลิตมองดูรูปสลักจากสัมฤทธิ์ที่ตั้งประดับอยู่ตรงหัวโค้งทางเดินข้างๆ ม้านั่งยาวที่คงตั้งเอาไว้เผื่อใครจะอยากแวะนั่งเล่น เธอรวบกระโปรงลุกขึ้น ก้าวขาลงมาอย่างช้าๆ เพื่อจะเดินเข้าไปสำรวจบริเวณนั้น คุณคณิตคงจะมีเงินเยอะมากๆ ปีเศษมานี้เธอไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้เลย เธอมัวแต่มีความสุขอยู่กับบ้านหลังงามที่เป็นชายคาให้เธอได้อยู่อาศัย เธอเอร็ดอร่อยกับอาหารแต่ละมื้อที่พี่สาทำให้และได้ออกไปกินตามร้านข้างนอกในเวลาที่คุณคณิตเว้นว่างจากการงาน เธอเพลิดเพลินกับเนื้อหาวิชาเรียนที่ครูพัชบอกว่าต้องรู้ให้หมดเสียก่อนจึงจะไปโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วๆ ไปได้ จนมาถึงวันนี้ ทุกอย่างที่เธอเคยตื่นเต้นกับมัน ได้กลายเป็นกิจวัตรประจำว
วันเวลาผ่านไปจนถึงวันอาทิตย์อีกครั้ง ลลิตมองดูนักเรียนดนตรีในสถาบัน ทั้งคนที่เพิ่งเดินทางมาถึงและกลุ่มที่เพิ่งเลิกคลาสเรียนลงมา เธอนั่งรอให้ถึงชั่วโมงเรียนของเธอหลังจากที่คณิตขับรถมาส่งเธอแล้วก็กลับไป วันนี้เขาไม่ได้อยู่รอเหมือนคราวก่อน บอกแต่เพียงว่าเรียนเสร็จแล้วให้มานั่งใกล้ๆ หน้าประตู พอเห็นรถของเขาแล้วให้เดินออกมาขึ้นรถได้เลย ลลิตนั่งคิดไปพลางว่าคณิตคงไม่รู้สึกกับเธอเหมือนเดิมแล้ว ทั้งที่ค่ำวันนั้นเธอและเขายังนั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนเขาให้อภัยในความผิดของเธอแล้วด้วยซ้ำ ลลิตนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด เธอเริ่มสับสนและโกรธที่คณิตไม่ดีกับเธอเหมือนอย่างเก่า หลายวันมานี้เขาทำเหมือนเธอเป็นคนไม่สนิท เหมือนเป็นลูกเลี้ยงห่างๆ ที่เขามีหน้าที่เพียงส่งเสียให้มีที่กินที่อยู่และได้เรียนหนังสือหนังหาก็เท่านั้น “น้องลลิต ห้องเรียนว่างนะคะ เข้าไปซ้อมก่อนได้เลย เดี๋ยวครูอลันสอนอีกคนเสร็จจะตามเข้าไป” ครูที่เคาน์เตอร์ธุรการเดินเข้ามาบอกกับเธอ “อ๋อ ขอบคุณค่ะ” ลลิตหยิบกระเป๋าและแฟ้มดนตรีเดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องเรียนเดิมเมื่อคราวก่อน ลลิตมองไปที่ประตูห้องเรียนของเธอตั้ง
ตลอดทางกลับมาบ้าน ลลิตไม่พูดไม่จา คณิตรู้สึกได้ว่าเธอเงียบเกินกว่าปกติ “ครูเขาดุไหม” “ไม่ดุค่ะ” “แล้วทำไมนั่งเงียบเลย” “สงสัยจะเครียดเพราะคนมันเยอะมั้งคะ หนูไม่ค่อยคุ้น อยู่แต่บ้านมาตั้งนาน” คณิตไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น ทั้งคู่นั่งเงียบกันมาตลอดทางจนกลับถึงบ้าน ลลิตนั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ในมือของเธอมีหนังสือเล่มหนึ่งที่เปิดสุ่มเอาไว้อำพรางสายตา เธอแอบมองคณิตถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือแต่เสื้อกล้ามโดยไม่ระวังตัว เขาคุ้นเคยกับลลิตจนคิดว่ามันคงจะไม่เป็นไร ลลิตมองเห็นปลายถันของเขาที่เป็นสีเข้ม มันชูชันผ่านเนื้อผ้าของเสื้อกล้ามตัวบางๆ ออกมาอย่างเด่นชัด พ่อบุญธรรมของเธออายุ 36 ปีแล้ว เขากำลังหนุ่มแน่นพร้อมสรรพด้วยคุณสมบัติทุกด้าน แต่เธอไม่เห็นว่าเขาจะมีคนรัก ตลอดหนึ่งปีมานี้ เขาทำแต่งาน แล้วก็กลับบ้านมากินข้าวเย็นกับเธอ วันหยุดคือวันของเขาและเธอ เธอจะได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ได้ไปดูสถานที่สำคัญต่างๆ ได้กินของอร่อยๆ หลากหลาย รวมทั้งบุฟเฟต์นานาชาติตามโรงแรม ทั้งชีวิตของลลิตมีแต่คณิต เธออยากรู้ว่าทั้งชีวิตของคณิตจะมีแค่เธอเหมือนกันรึไม่ ลล







