Share

9

Author: smith
last update Last Updated: 2026-01-28 13:16:29

          “อีกสองชั่วโมงเจอกันนะ”

          “ได้ค่ะ” ลลิตปิดประตูรถแล้วเดินเข้ามาใกล้หน้าประตูสถาบัน

          “ลลิต” เสียงครูอลันเรียกเธอจากไกลๆ

          “ครูอลัน สวัสดีค่ะ” เธอหันกลับไปมองดูคณิตที่ขับรถออกไปแล้ว

          “เมื่อวานทำไมครูไม่ทักหนูเลย แล้วส่ายหน้าด้วย ตอนหนูเดินลงมา” ลลิตถามอลันด้วยน้ำเสียงเกือบจะตะโกน อลันเดินมาถึงก็จับแขนของลลิตแล้วดันตัวเธอเลยไปอีกทางบนฟุตบาทหน้าสถาบัน ลลิตเดินตามไปอย่างงุนงง

          “ถึงร้านแล้วค่อยคุยกัน” เขาพูดเรียบๆ

          อลันพาลลิตเดินเข้าซอยข้างสถาบันดนตรีมาลึกได้ราว 100 เมตร ข้างในนี้เหมือนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่หลายๆ ครอบครัวพร้อมใจกันเปิดร้านอาหาร หรืออาจเป็นเพียงพื้นที่ให้เช่าขายของ ลลิตตื่นตาตื่นใจมาก

          “โอ้โห ของกินเยอะแยะเลย” อลันมองหน้าเธอ

          “ดูสิ เห็นแค่นี้ก็ตื่นเต้นแล้ว ได้ไปไหนมาไหนเหมือนคนอื่นเขาบ้างไหมนะ”

          “ได้ไปสิคะ” ลลิตสวนคำ

          “ก็คงไปกับคุณคณิต”

          “ใช่ พี่สาด้วย” อลันเลิกคิ้วขึ้น     

          “ใครเหรอ” เขาถามต่อ

          “พี่เลี้ยงของคุณคณิตค่ะ คอยช่วยดูแลหนูด้วย”

          “อ้อ อย่างนี้ที่บ้านก็ไม่ได้อยู่กันสองคนสินะ”

          “ค่ะ เมื่อก่อนพี่สากินนอนบ้านเราเลย แต่หลังๆ นี้พี่สาจะมาเช้าเย็นกลับเพราะต้องกลับไปดูแลแม่ที่แก่และป่วยค่ะ หนูเดาเอาว่าตอนกลางวันคงมีคนช่วยดูแลแทนให้”

          “งั้นเหรอ” อลันเดินมาพร้อมกับลลิตอย่างช้าๆ เธอมองหน้าเขาก็พอรู้ว่าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่

          “คิดอะไรอยู่เหรอคะครู”

          “เปล่าหรอก ฉันก็แค่คิดภาพตาม เรากินอะไรกันดีล่ะ”

          ลลิตมองดูร้านรวงต่างๆ ที่เปิดขาย ธงผ้าสีแดงที่แขวนไว้เรียงกัน 4-5 ผืนหน้าร้านตรงหัวมุมทางแยกเตะตาเธออย่างมาก

          “นั่นเขาขายอะไรคะ ธงแดงๆ”

          “อ๋อ นั่นร้านราเมง กินไหม”

          “คืออะไร” ลลิตถามอย่างไม่อาย ตอนนี้เธอเหมือนเด็กน้อยอายุแค่ 5-6 ขวบที่กำลังสงสัยแล้วเอ่ยปากถามพ่อแม่ออกไปอย่างใสซื่อ อลันมองตาเธอแล้วยิ่งนึกเอ็นดูลลิตอยู่ข้างใน

          “บะหมี่ญี่ปุ่นไง อร่อยนะ ครูชอบกิน ไปลองกันดีกว่า ร้านนี้ครูยังไม่เคยกินเหมือนกัน”

          อลันเดินไปถึงหน้าร้าน เขาจับธงสีแดงขยับให้พ้นระดับศีรษะ ส่วนลลิตเดินตามหลังเข้ามาสบายๆ

          “ไหนว่าคุณคณิตพาไปโน่นมานี่ไง ราเมงมันไม่ใช่ของหายากเลยนะ ห้างไหนก็มี”

          “แต่หนูได้กินเป็ดปักกิ่งนะ นั่งโต๊ะใหญ่ที่มีแต่เราสามคน เหลือก็ห่อกลับมาไว้บ้าน กินได้อีกหลายมื้อ ได้กินสเต็ค ได้กินอาหารอิตาเลียนด้วย” ลลิตพยายามปกป้องพ่อบุญธรรม

          “โอเคๆ แค่ไม่รู้จักราเมง เดี๋ยววันนี้ได้ลองแล้วนะ เอาแบบไหนดี เลือกเอาตามรูปเลย”

          “หนูอ่านหนังสือออกน่ะครู” อลันขำเบาๆ

          “ครูรู้”

          ลลิตเลือกอยู่นาน สุดท้ายเธอก็เลือกสั่งบะหมี่ต้มยำทะเล ซึ่งอ่านเป็นภาษาไทยได้ง่ายมากที่สุดแล้ว หากว่าเลือกเมนูอื่น เธอคงต้องชี้เอาจากรูปอย่างที่ครูอลันว่า มันเป็นภาษาไทยที่เธออ่านออก แต่ไม่รู้จะออกเสียงว่ายังไงไม่ให้ครูอลันหัวเราะเธอ

          “ของผมเอา ‘สไปซี่มิโสะ’ ครับ” อลันสั่งอาหารกับพนักงาน

          “มัน ซ.โซ่ นี่คะครู”

          “ใช่ไง ทำไมเหรอ”

          “ทำไมครูอ่านว่ามิโสะ ไม่ใช่มิโซะล่ะคะ”

          “นั่นแหละ เขาเขียนแบบนี้ทุกร้าน แต่คนก็อ่านแบบครูทุกร้านและทุกที่ด้วย” ลลิตทำหน้างง

          “แค่อ่านหนังสือออกคงไม่พอแล้วล่ะสิเนี่ย”

          “ใช่ ไม่พอ ต้องออกนอกบ้านให้มากๆ ออกมาดูโลกให้เยอะๆ เดี๋ยวครูพาไปเอง มีหลายเรื่องที่เธอจะต้องรู้นะ แค่ขอให้ค่อยๆ รู้ไป ยังไม่ต้องบอกพ่อบุญธรรม เดี๋ยวเขาจะเป็นห่วง แล้วเวลาอยู่บ้านก็ทำตัวให้ปกติ อย่าให้มีพิรุธ” ลลิตเริ่มแปลกใจกับคำพูดของครูอลัน

          “แปลว่าหนูห้ามบอกคุณคณิตว่ามากินข้าวกับครูเหรอ”

          “ยังไม่ต้องบอก ก่อนมานี่บอกเขาว่าอะไรล่ะ”

          “บอกว่าขอมาซ้อมเปียโนค่ะ”

          “นั่นแหละ แล้วท่องไว้เท่านั้นเลย จะได้ไม่หลุดปากพูด ถ้าอยากคุยอะไรก็มาเล่าให้ฉันฟังแทน”

          ลลิตแปลกใจแต่ก็ยังไม่ได้ถามอะไรจากเขามากมาย ไม่เกินห้านาที ชามบะหมี่ของทั้งคู่ก็ถูกยกมาเสิร์ฟ

          “ชามใหญ่มากค่ะ” ลลิตทำตาโตแล้วพูดขึ้น “แต่บะหมี่มีนิดเดียว” ลลิตใช้ตะเกียบกวนเส้นราเมงขึ้นดูปริมาณ

          “เอกลักษณ์ของบะหมี่ญี่ปุ่นเขาล่ะ ชามใหญ่ น่ากิน ลองชิมน้ำซุปดู” ลลิตลองชิมตามที่ครูบอก

          “อร่อยดีค่ะ”

          “เดี๋ยวครูปรุงเพิ่มให้” อลันหยิบพวงเครื่องปรุงจากขอบโต๊ะมาเตรียมพร้อม

          “ไม่เอาค่ะครู มันอร่อยแล้ว กินแบบนี้ล่ะ ธรรมชาติ ไม่ต้องปรุงแต่ง” อลันชะงักไป ไม่ใช่เพียงเพราะลลิตห้ามเขาเอาไว้ไม่ให้ยุ่งกับรสชาติบะหมี่ของเธอ แต่เป็นเพราะความหมายที่คำพูดของลลิตสะท้อนออกมา ธรรมชาติ และไม่ปรุงแต่ง เหมือนเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขา อลันเอ็นดูเธอมากขึ้นทุกทีๆ แล้ว

          ลลิตกินบะหมี่จนหมดชาม ไม่เหลือแม้น้ำซุปซักหยด

          “ถ้าวันอื่นหนูอยากกินราเมง หนูจะบอกคุณคณิตว่ายังไงดี ไม่ให้เขารู้ว่ามากับครู”

          “ก็บอกว่าเห็นจากโทรทัศน์สิ ไม่เห็นจะยาก” ลลิตคิดตาม

          “โอเคค่ะ ตามนั้น” เธอทำท่าทำทางเริงร่าเหมือนเด็กๆ อลันเป็นห่วงลลิตตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้ว่าเธอมาจากบ้านกำพร้า ทั้งยังถูกรับมาตอนเข้าวัยรุ่นแล้ว คุณคณิตไม่มีภรรยา อยู่บ้านกับพี่เลี้ยงชื่อสาแล้วก็มีลลิต ซึ่งตอนนี้พี่สาก็ไม่อยู่บ้านช่วงกลางคืนอีก มันจะเป็นไปได้รึยังไงว่าเขาจะไม่คิดอะไรกับลลิตเลย อลันยังคงข้องใจ  เขาไม่อยากให้เรื่องร้ายๆ ต้องเกิดขึ้น ลลิตเป็นเด็กสวยน่ารัก แต่ดูแล้ววาสนาของเธอมันสลับซับซ้อน เหมือนว่าเบื้องบนให้สิ่งดีๆ กับเธอมา แต่ห่อหุ้มมันไว้ด้วยเรื่องราวชีวิตที่อาจจะเรียกได้ว่าเลวร้ายหากว่าไม่มีใครช่วยปลดเปลื้องมันให้อย่างบริสุทธิ์ใจ

          “ครูจ่ายให้นะ ไม่ต้องคิดมาก” ลลิตยกมือไหว้ขอบคุณอลัน

          “ไม่ต้องไหว้ ครูอายุแค่ 22 เอง คิดว่าครูเป็นพี่ชายเธอก็ได้นะ” ลลิตยิ้มแล้วยังทำท่าจะยกมือไหว้เขาอีก

          “เอ้ยๆ ไม่ต้องไหว้ๆ ลืมไป ครูสั่งไว้ ขอบคุณค่ะครู บะหมี่อร่อยมาก” อลันยิ้ม

          “เผลอแป๊บเดียวจะได้เวลาเรียนแล้ว กลับเข้าสถาบันก่อนเถอะ เธอเดินนำไปก่อนเลย ครูขี้เกียจตอบคำถามคนอื่น” ลลิตพยักหน้า เธอออกจากร้านมาก่อน ให้อลันจ่ายเงินในร้านไป

          ลลิตรีบเดินกลับเข้ามาเตรียมตัวเรียนดนตรี เธอไม่ได้สนใจเลยว่าครูจะตามมารึยัง ทันทีที่ถึงห้องเรียน เธอกางสมุดโน้ตดนตรีวางบนสแตนสำหรับวางโน้ต แล้วเริ่มต้นซ้อมเพลง พรีลูด อิน ซีเมเจอร์ของบาคในท่อนแรกที่ครูอลันสอนค้างเอาไว้ วันนี้เธอคงได้เรียนเพลงนี้ต่อ เธอรอให้ครูอลันตามเข้ามา ให้เขาหายใจรดตัวเธอ และจับมือของเธอวางลงบนคีย์ ลลิตสูดลมหายใจรอให้มวลร้อนอันหอมหวลกลมกล่อมกลับมาเยือนเธออีกครั้ง ข้างๆ ครูอลันในห้องเรียนเปียโนของเธอและเขาเพียงสองคน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   9

    “อีกสองชั่วโมงเจอกันนะ” “ได้ค่ะ” ลลิตปิดประตูรถแล้วเดินเข้ามาใกล้หน้าประตูสถาบัน “ลลิต” เสียงครูอลันเรียกเธอจากไกลๆ “ครูอลัน สวัสดีค่ะ” เธอหันกลับไปมองดูคณิตที่ขับรถออกไปแล้ว “เมื่อวานทำไมครูไม่ทักหนูเลย แล้วส่ายหน้าด้วย ตอนหนูเดินลงมา” ลลิตถามอลันด้วยน้ำเสียงเกือบจะตะโกน อลันเดินมาถึงก็จับแขนของลลิตแล้วดันตัวเธอเลยไปอีกทางบนฟุตบาทหน้าสถาบัน ลลิตเดินตามไปอย่างงุนงง “ถึงร้านแล้วค่อยคุยกัน” เขาพูดเรียบๆ อลันพาลลิตเดินเข้าซอยข้างสถาบันดนตรีมาลึกได้ราว 100 เมตร ข้างในนี้เหมือนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่หลายๆ ครอบครัวพร้อมใจกันเปิดร้านอาหาร หรืออาจเป็นเพียงพื้นที่ให้เช่าขายของ ลลิตตื่นตาตื่นใจมาก “โอ้โห ของกินเยอะแยะเลย” อลันมองหน้าเธอ “ดูสิ เห็นแค่นี้ก็ตื่นเต้นแล้ว ได้ไปไหนมาไหนเหมือนคนอื่นเขาบ้างไหมนะ” “ได้ไปสิคะ” ลลิตสวนคำ “ก็คงไปกับคุณคณิต” “ใช่ พี่สาด้วย” อลันเลิกคิ้วขึ้น “ใครเหรอ” เขาถามต่อ “พี่เลี้ยงของคุณคณิตค่ะ คอยช่วยดูแลหนูด้วย” “อ้

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   8

    อีกนิดเดียว ลลิตบอกกับตัวเองในใจ ใกล้แล้ว “ก๊อกๆ” ลลิตสะดุ้งโหยง เธอรีบดึงมือออกมาแล้วแอบเช็ดปลายนิ้วกับชายกระโปรงเมื่อลุกขึ้น “เดี๋ยวพ่อบุญธรรมมารับแล้วจะไม่เจอนะ ลลิต ครูจะกลับแล้วล่ะ นั่งทำอะไรอยู่” ครูอลันถามลลิตหลังจากที่เคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาทันที “เปล่าค่ะ ไม่ได้ทำอะไร กำลังนึกอยู่ว่าจะบอกคุณคณิตดีไหมว่าให้มีเปียโนที่บ้านด้วย” เธอพยายามสังเกตสีหน้าครูอลันว่าเขาจะรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนี้หลังจากที่เขาออกไป อลันมองตาเธอสลับซ้ายขวา “ไว้ไปกินข้าวกันไหม คราวหน้าบอกให้คุณคณิตมาส่งเร็วหน่อยสิ บอกเขาว่าอยากมาซ้อมก่อนจะเริ่มเรียน ไม่งั้นก็ซื้อเปียโนไว้ที่บ้าน ทีนี้ล่ะอดออกมาเรียนแน่” ลลิตไม่ตอบเขา “ดีไหม ไปกินข้าวกับครู ครูมีเรื่องอยากเล่าให้เธอฟังเยอะแยะเลย เผื่อเธอมีอะไรอยากจะบอกครูบ้าง” ลลิตหยุดคิดสักครู่แล้วพยักหน้า อลันยิ้ม “งั้นวันนี้กลับเถอะ เดี๋ยวเขามาแล้วไม่เจอจะถูกดุเอานะ” “ค่ะๆ” ลลิตรีบเก็บข้าวของซึ่งก็มีเพียงกระเป๋าสะพายใส่ของส่วนตัวเพียงหนึ่งใบเล็กๆ เท่านั้น “ครูลงไปก่อนนะ”

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   7

    “คณิตาภรณ์ สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ จะขอสั่งผ้ายกม้วนหลายๆ แบบ สำหรับร้านรับตัดเสื้อผ้า” “ยินดีครับ สนใจผ้าชนิดไหนครับ” “อยากมีสต็อคไว้หลายๆ แบบเลยค่ะ เผื่อเวลาที่ลูกค้ารีเควสท์มาจะได้มีผ้าพร้อมตัดทันที” ราจเงียบไปสักครู่ “ไม่ทราบอยู่กรุงเทพฯ รึเปล่าครับ” “ใช่ค่ะ” “ทางเรามีบริการส่งด่วนนะครับ เพราะที่คณิตาภรณ์เราเป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง รวมทั้งมีสินค้านำเข้าด้วย ขออนุญาตแนะนำให้รับเป็นผ้าสำหรับงานตัดทั่วไป และหากทางคุณมีลูกค้าต้องการผ้าแบบพิเศษ ก็สามารถโทรเข้ามาสั่งได้เลย ภายในวันเดียวก็ถึงแล้วครับ” คณิตมองดูราจรับสายลูกค้าอย่างสังเกตสังกา เขาพูดคุยกับลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้จะติดสำเนียงแขกมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ฟังดูขัดหูแต่อย่างใด เขาสลับหูโทรศัพท์ไปใช้หัวไหล่ด้านซ้ายหนีบเอาไว้ สองมือหยิบกระดาษปากกาจดออเดอร์ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว คณิตยิ้ม “ได้ครับ ขอบพระคุณมากนะครับ ล็อตนี้ไม่ได้รับด่วนใช่ไหมครับ... ครับๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เกินสองวันอย่างช้าครับ” ราจวางสายจากลูกค้าไ

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   6

    บันไดหินที่หน้าประตูบ้านมีพื้นผิวเย็นเฉียบ ลลิตนั่งอยู่ตรงนั้นเฉยๆ นานกว่าสิบนาทีแล้ว วันนี้พี่สามาทำงานสาย เธออยากจะรู้จริงๆ ว่าแต่ละคนรอบตัวเธอมีเหตุผลอะไร ในเวลาที่ต้องกลับบ้านช้า มาทำงานสาย หรือปล่อยให้เธออยู่คนเดียวเหงาๆ จากตีนบันไดหินเลยออกไปทางหน้าตัวบ้านเป็นทางเดินสไตล์ฝรั่ง ปูพื้นด้วยหินก้อนโตๆ สลับขนาดกันไป ด้านบนถูกขัดให้เรียบจนเหมาะสำหรับทำเป็นทางเดิน ลลิตมองดูรูปสลักจากสัมฤทธิ์ที่ตั้งประดับอยู่ตรงหัวโค้งทางเดินข้างๆ ม้านั่งยาวที่คงตั้งเอาไว้เผื่อใครจะอยากแวะนั่งเล่น เธอรวบกระโปรงลุกขึ้น ก้าวขาลงมาอย่างช้าๆ เพื่อจะเดินเข้าไปสำรวจบริเวณนั้น คุณคณิตคงจะมีเงินเยอะมากๆ ปีเศษมานี้เธอไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้เลย เธอมัวแต่มีความสุขอยู่กับบ้านหลังงามที่เป็นชายคาให้เธอได้อยู่อาศัย เธอเอร็ดอร่อยกับอาหารแต่ละมื้อที่พี่สาทำให้และได้ออกไปกินตามร้านข้างนอกในเวลาที่คุณคณิตเว้นว่างจากการงาน เธอเพลิดเพลินกับเนื้อหาวิชาเรียนที่ครูพัชบอกว่าต้องรู้ให้หมดเสียก่อนจึงจะไปโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วๆ ไปได้ จนมาถึงวันนี้ ทุกอย่างที่เธอเคยตื่นเต้นกับมัน ได้กลายเป็นกิจวัตรประจำว

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   5

    วันเวลาผ่านไปจนถึงวันอาทิตย์อีกครั้ง ลลิตมองดูนักเรียนดนตรีในสถาบัน ทั้งคนที่เพิ่งเดินทางมาถึงและกลุ่มที่เพิ่งเลิกคลาสเรียนลงมา เธอนั่งรอให้ถึงชั่วโมงเรียนของเธอหลังจากที่คณิตขับรถมาส่งเธอแล้วก็กลับไป วันนี้เขาไม่ได้อยู่รอเหมือนคราวก่อน บอกแต่เพียงว่าเรียนเสร็จแล้วให้มานั่งใกล้ๆ หน้าประตู พอเห็นรถของเขาแล้วให้เดินออกมาขึ้นรถได้เลย ลลิตนั่งคิดไปพลางว่าคณิตคงไม่รู้สึกกับเธอเหมือนเดิมแล้ว ทั้งที่ค่ำวันนั้นเธอและเขายังนั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนเขาให้อภัยในความผิดของเธอแล้วด้วยซ้ำ ลลิตนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด เธอเริ่มสับสนและโกรธที่คณิตไม่ดีกับเธอเหมือนอย่างเก่า หลายวันมานี้เขาทำเหมือนเธอเป็นคนไม่สนิท เหมือนเป็นลูกเลี้ยงห่างๆ ที่เขามีหน้าที่เพียงส่งเสียให้มีที่กินที่อยู่และได้เรียนหนังสือหนังหาก็เท่านั้น “น้องลลิต ห้องเรียนว่างนะคะ เข้าไปซ้อมก่อนได้เลย เดี๋ยวครูอลันสอนอีกคนเสร็จจะตามเข้าไป” ครูที่เคาน์เตอร์ธุรการเดินเข้ามาบอกกับเธอ “อ๋อ ขอบคุณค่ะ” ลลิตหยิบกระเป๋าและแฟ้มดนตรีเดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องเรียนเดิมเมื่อคราวก่อน ลลิตมองไปที่ประตูห้องเรียนของเธอตั้ง

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   4

    ตลอดทางกลับมาบ้าน ลลิตไม่พูดไม่จา คณิตรู้สึกได้ว่าเธอเงียบเกินกว่าปกติ “ครูเขาดุไหม” “ไม่ดุค่ะ” “แล้วทำไมนั่งเงียบเลย” “สงสัยจะเครียดเพราะคนมันเยอะมั้งคะ หนูไม่ค่อยคุ้น อยู่แต่บ้านมาตั้งนาน” คณิตไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น ทั้งคู่นั่งเงียบกันมาตลอดทางจนกลับถึงบ้าน ลลิตนั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ในมือของเธอมีหนังสือเล่มหนึ่งที่เปิดสุ่มเอาไว้อำพรางสายตา เธอแอบมองคณิตถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือแต่เสื้อกล้ามโดยไม่ระวังตัว เขาคุ้นเคยกับลลิตจนคิดว่ามันคงจะไม่เป็นไร ลลิตมองเห็นปลายถันของเขาที่เป็นสีเข้ม มันชูชันผ่านเนื้อผ้าของเสื้อกล้ามตัวบางๆ ออกมาอย่างเด่นชัด พ่อบุญธรรมของเธออายุ 36 ปีแล้ว เขากำลังหนุ่มแน่นพร้อมสรรพด้วยคุณสมบัติทุกด้าน แต่เธอไม่เห็นว่าเขาจะมีคนรัก ตลอดหนึ่งปีมานี้ เขาทำแต่งาน แล้วก็กลับบ้านมากินข้าวเย็นกับเธอ วันหยุดคือวันของเขาและเธอ เธอจะได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ได้ไปดูสถานที่สำคัญต่างๆ ได้กินของอร่อยๆ หลากหลาย รวมทั้งบุฟเฟต์นานาชาติตามโรงแรม ทั้งชีวิตของลลิตมีแต่คณิต เธออยากรู้ว่าทั้งชีวิตของคณิตจะมีแค่เธอเหมือนกันรึไม่ ลล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status