Share

5

Author: smith
last update Last Updated: 2026-01-17 00:32:17

          วันเวลาผ่านไปจนถึงวันอาทิตย์อีกครั้ง ลลิตมองดูนักเรียนดนตรีในสถาบัน ทั้งคนที่เพิ่งเดินทางมาถึงและกลุ่มที่เพิ่งเลิกคลาสเรียนลงมา เธอนั่งรอให้ถึงชั่วโมงเรียนของเธอหลังจากที่คณิตขับรถมาส่งเธอแล้วก็กลับไป วันนี้เขาไม่ได้อยู่รอเหมือนคราวก่อน บอกแต่เพียงว่าเรียนเสร็จแล้วให้มานั่งใกล้ๆ หน้าประตู พอเห็นรถของเขาแล้วให้เดินออกมาขึ้นรถได้เลย ลลิตนั่งคิดไปพลางว่าคณิตคงไม่รู้สึกกับเธอเหมือนเดิมแล้ว ทั้งที่ค่ำวันนั้นเธอและเขายังนั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนเขาให้อภัยในความผิดของเธอแล้วด้วยซ้ำ ลลิตนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด เธอเริ่มสับสนและโกรธที่คณิตไม่ดีกับเธอเหมือนอย่างเก่า หลายวันมานี้เขาทำเหมือนเธอเป็นคนไม่สนิท เหมือนเป็นลูกเลี้ยงห่างๆ ที่เขามีหน้าที่เพียงส่งเสียให้มีที่กินที่อยู่และได้เรียนหนังสือหนังหาก็เท่านั้น

          “น้องลลิต ห้องเรียนว่างนะคะ เข้าไปซ้อมก่อนได้เลย เดี๋ยวครูอลันสอนอีกคนเสร็จจะตามเข้าไป” ครูที่เคาน์เตอร์ธุรการเดินเข้ามาบอกกับเธอ

          “อ๋อ ขอบคุณค่ะ” ลลิตหยิบกระเป๋าและแฟ้มดนตรีเดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องเรียนเดิมเมื่อคราวก่อน

          ลลิตมองไปที่ประตูห้องเรียนของเธอตั้งแต่ห่างออกมาหลายก้าวก่อนจะถึงห้อง ที่บานประตูมีกระจกใสจากกึ่งกลางค่อนไปทางซ้ายสูงขึ้นไปราวๆ ฟุตครึ่งหากเธอกะไม่ผิดด้วยสายตา ห้องเรียนนี้อยู่ด้านในสุด ถ้าไม่เดินเข้ามาจนถึงหน้าห้องจริงๆ ก็แทบจะมองไม่เห็นคนข้างในเลย ลลิตเปิดประตูเดินเข้าไปแล้วเริ่มกดคีย์ไล่เสียงเปียโนดูเล่นๆ ตั้งแต่โน้ตตัวโดเสียงกลาง ไล่สูงขึ้นไปหนึ่งออคเทฟ นิ้วโป้งที่ตัว “โด” นิ้วชี้ที่ตัว “เร” นิ้วกลางที่ตัว “มี” แล้วหมุนนิ้วโป้งลงใต้นิ้วกลางมากดที่ตัว “ฟา” ตามที่ครูอลันทำให้ดูคราวก่อน

          “แกร๊ก” เสียงลูกบิดประตูเปิดออก ลลิตที่กำลังทบทวนบทเรียนอยู่อย่างจดจ่อ ถึงกับต้องสะดุ้ง

          “อุ้ย ครูทำให้ตกใจเหรอ ขอโทษที” ลลิตยิ้มเมื่อเห็นหน้าเขา

          “หนูกำลังทบทวนไปเพลินๆ น่ะค่ะ แต่ไม่ตกใจเท่าไหร่” ลลิตตอบเขา

          “พร้อมจะเริ่มกันเลยไหมล่ะ ไหนคราวก่อนครูสอนอะไรไป”

          “สอนทฤษฎีเบื้องต้นและวิธีวางนิ้วมือค่ะ”

          “เมื่อกี้เห็นกำลังไล่สเกลนะ ครูได้สอนแล้วเหรอ”

          “ยังไม่ได้สอนแต่หนูแอบจำตอนครูทำให้ดูค่ะ” อลันยิ้ม

          “ไหนทำอีกทีซิ ท่าจะไม่ธรรมดาแล้วนะเรา” ลลิตยิ้มบ้าง เธอไล่สเกลครบหนึ่งออคเทฟด้วยมือขวา

          “เยี่ยมมาก แสดงว่าซ้อมมาดี”

          “เปล่าเลยค่ะ บ้านหนูไม่มีเปียโน”

          “จริงเหรอ นี่แค่ดูครูทำคราวก่อนแล้วแอบจำมาก็เล่นได้คล่องแบบนี้เลยเหรอ”

          “ใช่ค่ะ” ลลิตตอบเขาดื้อๆ อลันพยักหน้า เขาชักจะอยากจะสอนลลิตให้ถี่ขึ้นกว่าอาทิตย์ละครั้งเสียแล้ว

          “ที่เธอเพิ่งเล่นไปน่ะ เรียกว่า ซีเมเจอร์ สเกล เธอหัวไว วันนี้ฉันจะสอนเพลงในคีย์นี้ให้เลยนะ”

          อลันไม่รอช้า เขาเปิดโน้ตเพลงในหน้า 5 แล้วเริ่มบรรเลงเพลงตามโน้ตบนหน้านั้นให้ลลิตฟัง เธอมองดูมือของครูอลันทั้งสองข้างที่กำลังร่ายรำอยู่บนคีย์เปียโน เส้นเลือดของเขาปูดโปนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย ผิวที่หลังมือเนียนเรียบ เล็บสีชมพูเต็มปลายนิ้วได้ขนาด ลลิตอดคิดไม่ได้ว่ามันจะเป็นยังไงหากว่านิ้วทั้งสิบนั้นได้มาบรรเลงอยู่บนจุดต่างๆ ของร่างกายของเธอ โดยเฉพาะตรงที่ที่มันมักจะมีชีพจรเต้นขึ้นมาเอง จนลลิตต้องถูมันให้หายไปอยู่หลายครั้งคราว

          “ชอบไหมเพลงนี้”

          “ชอบค่ะ พรีลูด อิน ซีเมเจอร์” ลลิตชี้นิ้วตามตัวหนังสือ แล้วอ่านชื่อเพลงตามที่เธอเห็น

          “เก่งมาก เด็กบางคนอ่านคำนี้ว่า พรี-ลู-เด้” ลลิตหัวเราะ

          “อิน ซี มาจอร์ อีกต่างหาก” ลลิตยิ่งขำเข้าไปใหญ่

          “เธอเก่งภาษาอังกฤษด้วยใช่ไหมเนี่ย” ลลิตยักไหล่ ทำท่าทางทะเล้นใส่ครูอลัน

          “เรียนหนังสือที่ไหนล่ะ”

          “เรียนโฮมสคูลที่บ้านค่ะ” อลันเอียงหน้าทำท่าคิดสงสัย

          “หนูมาจากบ้านกำพร้า คุณคณิตเลยให้เรียนแบบนี้ไปก่อน” ลลิตไม่ปิดบัง

          “งั้นเหรอ แล้วคุณคณิตนี่คือใครกัน... ขอโทษที ครูถามซ่อกแซ่กเกินไปแล้ว”

          “ไม่เป็นไรค่ะ หนูอยากเล่า นี่หนูยังไม่มีเพื่อนเลยสักคน ก็เรียนหนังสือที่บ้านนี่นะ คุณคณิตก็เป็นคนที่รับหนูมาเลี้ยงนี่ล่ะ เป็นพ่อบุญธรรมค่ะ”

          “แล้วทำไมไม่เรียกเขาว่าพ่อล่ะ” ลลิตคิดตาม จริงด้วย ทำไมเธอไม่เรียกเขาว่าพ่อ เขาเองก็ไม่เคยบอกให้เธอเรียกเขาอย่างนั้นด้วย

          “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” อลันเริ่มขมวดคิ้ว

          “ไม่เป็นไร ช่างมัน มาเรียนกันก่อน” อลันเริ่มสอนลลิตเล่นเพลงนั้น ใจจริงเขาคิดว่ามันอาจจะยากเกินไปสำหรับผู้เริ่มต้น แต่ลลิตอายุ 15 ปีทั้งยังหัวไว อลันอยากพูดว่าเธอน่าจะมีพรสวรรค์ด้วยซ้ำ เขาค่อยๆ ลองให้เธออ่านโน้ตเองจากเส้นบรรทัด 5 เส้น เมื่อตัวโน้ตทับลงไปบนเส้นไหน หรืออยู่ระหว่างสองเส้นไหน มันแทนโน้ตอะไร แต่เรื่องจังหวะสั้นยาวของโน้ตแต่ละตัวที่ไม่เท่ากันนั้น เขาคิดว่ามันน่าจะทำให้เธอเบื่อเสียก่อน แค่ฟังตัวอย่าง จำโน้ตได้จากการอ่านและร้องตาม เท่านี้ก็เริ่มฝึกเล่นได้แล้ว

          เวลาหนึ่งชั่วโมงผ่านไปไวเอามากๆ ทั้งลลิตและอลันรู้สึกเช่นเดียวกันเพราะทั้งคู่ต่างก็สนุกกับการเรียนการสอน อลันสั่งการบ้านให้ลลิตไปทบทวนบทเพลงหนึ่งบรรทัดที่อลันสอนให้ไป แต่ลลิตไม่โต้ตอบอะไรเขาเลย

          “ทำไมล่ะ มีปัญหาอะไรเหรอ”

          “ให้หนูทบทวนแบบท่องเอาเหรอคะ ก็บ้านหนูไม่มีเปียโนไง”

          “อ้อ จริงสิ เธอบอกครูแล้วนี่นะ ฉันจะบอกให้คุณคณิตซื้อเปียโนไว้ที่บ้านให้เธอซ้อมหลังหนึ่งดีไหม”

          “หนูกลัวว่าถ้าที่บ้านมีเปียโนแล้วจะต้องเรียนที่บ้านเลยน่ะสิคะ”

          “ครูไปสอนให้ก็ได้ นี่ก็มีสอนตามบ้านเด็กอยู่เหมือนกัน”

          “แต่คุณคณิตน่าจะจ้างครูคนอื่นมาสอนแทนไปเลย ครูที่เป็นผู้หญิงน่ะค่ะ คราวก่อนเขาบอกนึกว่าหนูจะได้เรียนกับครูผู้หญิง” อลันคิดตาม

          “หมายความว่าเขาไม่อยากให้เธออยู่ใกล้ๆ ผู้ชายอะไรแบบนี้เหรอ”

          “ใช่มั้งคะ ครูพัชที่สอนหนังสือให้ก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ทั้งชีวิตหนูมีแต่เขาเลยที่เป็นผู้ชาย ตอนนี้มีครูอลันเพิ่มมาอีกคน” ลลิตยิ้มตาหวาน อลันยิ้มตามเธอ

          “ไม่เป็นไร งั้นมาซ้อมที่นี่ก็ได้นะ วันอื่นที่ไม่ใช่วันเรียนเราน่ะ หาห้องว่างๆ ซ้อมเอาได้เลย ครูเสียดายพรสวรรค์เธอถ้าขาดซ้อม นี่ยังถือว่าเริ่มช้ามากนะ หลายคนน่ะไม่กี่ขวบเขาก็เริ่มเรียนกันแล้ว”

          “ค่ะ เดี๋ยวหนูลองถามคุณคณิตดู”

          “ต้องถามด้วยเหรอ”

          “ไม่งั้นใครจะมาส่งหนูล่ะ”

          “เอ้า งั้นก็ได้ แต่จริงๆ คนเรียนเปียโนควรจะมีเครื่องไว้ซ้อมที่บ้านนะ ดนตรีมันต้องฝึกซ้อม ไว้สะดวกแล้วครูจะคุยกับที่บ้านให้” ลลิตพยักหน้า แต่ในใจนั้นเธอไม่อยากให้มีเปียโนอยู่ที่บ้านเลย ถ้ามันต้องฝึกซ้อมจริงๆ เธอมาซ้อมที่นี่อย่างครูอลันว่าก็ได้ เผื่อจะได้เจอครูด้วย ลลิตมองหน้าครูอลันเหมือนไม่อยากจะลืมใบหน้าของเขา

          “อ้อ ลืมไปอย่าง” อลันหยิบแผ่นพับออกจากกระเป๋าสะพายข้างที่เขาใส่อุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งหนังสือเพลงไว้ในนั้น

          “วันเสาร์หน้าสถาบันเรามีงาน เธอมาสิ จะมีการแสดงของนักเรียน มีจับฉลาก เล่นเกม น่าสนุกนะ”

          “แต่หนูไม่รู้จักใครเลย ตอนก่อนขึ้นมาเรียนวันนี้เห็นใครๆ ก็มีเพื่อนมีคนรู้จักกัน”

          “แล้วเธอรู้จักครูไหม” อลันถาม เขารอให้ลลิตตอบ

          “รู้จักสิคะ”

          “แปลว่ามีคนรู้จักแล้ว มาร่วมกิจกรรม เดี๋ยวก็มีเพื่อนเพิ่ม เชื่อครูสิ กลับไปบอกพ่อบุญธรรมนะว่าเธออยากมีเพื่อนผู้หญิงวัยเดียวกัน เชื่อเถอะว่าเขาต้องอนุญาต”

          “ได้ค่ะครู หนูว่าน่าจะมาได้แหละ วันเสาร์เจอกันนะคะ”

          “ครับ”

ลลิตยกมือไหว้ครูอลันแล้วเดินกลับลงมารอคณิตตรงเก้าอี้ริมกระจกที่สถาบัน วันนี้มวลร้อนๆ นั่นไม่ได้จู่โจมเข้าหาเธออย่างคราวก่อน คงเพราะลลิตได้ปลดปล่อยมันออกไปจนจุดซ่อนเร้นมันหยุดเต้นเร่าๆ ไปหลายครั้งตลอดสัปดาห์

          อลันลงมาที่เคาน์เตอร์ธุรการ เขามองเห็นลลิตกำลังนั่งคอยคณิตมารับอยู่ที่ริมกระจก มองยังไงลลิตก็ไม่เหมือนเด็กกำพร้าเลยแม้แต่น้อย ดูเธอสะอาดหมดจรด น่าทะนุถนอม แววตาก็ดูเปื้อนยิ้มไม่มีความเศร้าเจือปนมา อลันยังนั่งมองเธออยู่เงียบๆ เขายังสงสัยในตัวคณิตที่ลลิตบอกว่าเป็นพ่อบุญธรรม ลลิตนั่งแกว่งขาเล่นอย่างสบายใจ รองเท้าแมรีเจนที่เธอสวมทับถุงเท้าสีขาวยิ่งทำให้เธอดูเหมือนลูกคุณหนูไม่ต่างกับเด็กคนอื่นๆ ที่นี่ จะว่าไปแล้วผิวพรรณของเธอยังดีกว่านักเรียนหลายๆ คนของเขาเสียอีก เขาหวังว่าคณิตคงไม่ได้คิดอกุศลใดๆ กับเธอ เธอมีแววจะไปได้ไกล วันนี้แค่เพลงของบาคบรรทัดแรกที่เขาสอนไป เธอก็เล่นได้คล่องแคล่วในเวลาเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น

          รถจากัวร์สีเขียวแก่คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด ลลิตลุกขึ้นแล้วเปิดประตูบานสวิงเดินออกไปขึ้นรถคันนั้น อลันลุกขึ้นแล้วพยายามมองเข้าไปข้างในรถ เขาได้เห็นคณิตแค่จากไกลๆ และเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากๆ อย่างน้อยเขาก็ดูไม่น่าใช่ตาแก่โรคจิต เขามีความคิดส่งลูกบุญธรรมเรียนดนตรีคลาสสิค หากเขาจะเลี้ยงลลิตเพื่อกระทำการอย่างอื่น คงไม่ต้องลำบากหาโรงเรียนเปียโนให้อย่างนี้หรอก เขาบอกกับตัวเอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   5

    วันเวลาผ่านไปจนถึงวันอาทิตย์อีกครั้ง ลลิตมองดูนักเรียนดนตรีในสถาบัน ทั้งคนที่เพิ่งเดินทางมาถึงและกลุ่มที่เพิ่งเลิกคลาสเรียนลงมา เธอนั่งรอให้ถึงชั่วโมงเรียนของเธอหลังจากที่คณิตขับรถมาส่งเธอแล้วก็กลับไป วันนี้เขาไม่ได้อยู่รอเหมือนคราวก่อน บอกแต่เพียงว่าเรียนเสร็จแล้วให้มานั่งใกล้ๆ หน้าประตู พอเห็นรถของเขาแล้วให้เดินออกมาขึ้นรถได้เลย ลลิตนั่งคิดไปพลางว่าคณิตคงไม่รู้สึกกับเธอเหมือนเดิมแล้ว ทั้งที่ค่ำวันนั้นเธอและเขายังนั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนเขาให้อภัยในความผิดของเธอแล้วด้วยซ้ำ ลลิตนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด เธอเริ่มสับสนและโกรธที่คณิตไม่ดีกับเธอเหมือนอย่างเก่า หลายวันมานี้เขาทำเหมือนเธอเป็นคนไม่สนิท เหมือนเป็นลูกเลี้ยงห่างๆ ที่เขามีหน้าที่เพียงส่งเสียให้มีที่กินที่อยู่และได้เรียนหนังสือหนังหาก็เท่านั้น “น้องลลิต ห้องเรียนว่างนะคะ เข้าไปซ้อมก่อนได้เลย เดี๋ยวครูอลันสอนอีกคนเสร็จจะตามเข้าไป” ครูที่เคาน์เตอร์ธุรการเดินเข้ามาบอกกับเธอ “อ๋อ ขอบคุณค่ะ” ลลิตหยิบกระเป๋าและแฟ้มดนตรีเดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องเรียนเดิมเมื่อคราวก่อน ลลิตมองไปที่ประตูห้องเรียนของเธอตั้ง

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   4

    ตลอดทางกลับมาบ้าน ลลิตไม่พูดไม่จา คณิตรู้สึกได้ว่าเธอเงียบเกินกว่าปกติ “ครูเขาดุไหม” “ไม่ดุค่ะ” “แล้วทำไมนั่งเงียบเลย” “สงสัยจะเครียดเพราะคนมันเยอะมั้งคะ หนูไม่ค่อยคุ้น อยู่แต่บ้านมาตั้งนาน” คณิตไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น ทั้งคู่นั่งเงียบกันมาตลอดทางจนกลับถึงบ้าน ลลิตนั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ในมือของเธอมีหนังสือเล่มหนึ่งที่เปิดสุ่มเอาไว้อำพรางสายตา เธอแอบมองคณิตถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือแต่เสื้อกล้ามโดยไม่ระวังตัว เขาคุ้นเคยกับลลิตจนคิดว่ามันคงจะไม่เป็นไร ลลิตมองเห็นปลายถันของเขาที่เป็นสีเข้ม มันชูชันผ่านเนื้อผ้าของเสื้อกล้ามตัวบางๆ ออกมาอย่างเด่นชัด พ่อบุญธรรมของเธออายุ 36 ปีแล้ว เขากำลังหนุ่มแน่นพร้อมสรรพด้วยคุณสมบัติทุกด้าน แต่เธอไม่เห็นว่าเขาจะมีคนรัก ตลอดหนึ่งปีมานี้ เขาทำแต่งาน แล้วก็กลับบ้านมากินข้าวเย็นกับเธอ วันหยุดคือวันของเขาและเธอ เธอจะได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ได้ไปดูสถานที่สำคัญต่างๆ ได้กินของอร่อยๆ หลากหลาย รวมทั้งบุฟเฟต์นานาชาติตามโรงแรม ทั้งชีวิตของลลิตมีแต่คณิต เธออยากรู้ว่าทั้งชีวิตของคณิตจะมีแค่เธอเหมือนกันรึไม่ ลล

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   3

    ลลิตดีใจจนเนื้อเต้นตั้งแต่วันที่แม่รัลบอกว่าคุณคณิตจะรับเธอไปเป็นลูก จนตอนนี้เธอก็ยังใจเต้นรัว ยิ่งเมื่อคณิตเลี้ยวรถเข้าเขตบ้านหลังหนึ่ง มันสวยงามอย่างที่ลลิตไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังงามขนาดนี้ ลลิตก้าวลงจากรถมายืนมองตัวบ้านให้ชัดๆ เธอหันกลับมามองคณิตด้วยใจอยากจะขอบคุณเขาดังๆ สักล้านครั้งที่ให้โอกาสเธอ “รอฉันเดี๋ยวนึง” คณิตบอกกับเธอ เขาปิดประตูรถฝั่งคนขับแล้วเดินย้อนไปที่ท้ายรถ เปิดฝากระโปรงแล้วหยิบกระเป๋าสัมภาระของลลิตออกมา ลลิตรอให้เขาเดินมาขนาบข้างแล้วจึงเดินต่อไปพร้อมๆ กัน “บ้านสวยจังเลยค่ะ” ลลิตบอกกับเขา “สวยกว่าบ้านแม่รัลไหม” คณิตถาม ลลิตมองดูไล่ตั้งแต่พื้นหินขัดตรงทางเดินไปจนถึงตัวบ้าน “หนูว่าสวยกว่า เป็นไม้ทั้งหลังเลย ฝาไม้กระดานเป็นแนวตั้งมีหินสลับด้วย หนูเคยเห็นแต่ฝาไม้แนวนอน” คณิตค่อยๆ เดินช้าๆ ให้ลลิตได้พิจารณาดูบ้านใหม่ที่เธอจะได้เข้ามาอยู่ “แต่มันอาจจะอยู่ลึกไปหน่อยนะ ฉันไม่ชอบอยู่หมู่บ้านน่ะ มันวุ่นวาย” “หนูก็ไม่ชอบความวุ่นวายค่ะ แบบที่บ้านแม่รัลไง วุ่นวายตลอด” คณิตหัวเราะ เขาปล

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   2

    “พี่ลลิตไม่แต่งตัวเหรอ เดี๋ยวแขกจะมาแล้วนะ” บัวรสเดินเข้ามาหาลลิตที่นอนเอกเขนกอยู่บนเตียงในห้องนอนที่ทั้งสองต้องใช้ร่วมกัน “ไม่ล่ะ อยู่มาจนอายุ 14 แล้ว ไม่เห็นเข้าตาใครบ้างเลย ปีนี้พี่เลิกหวังแล้วดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาเสียใจ” ลลิตตอบบัวรสแล้วลุกขึ้นมานั่ง “หนูก็ 10 ขวบแล้วเหมือนกัน ไม่เห็นหนูจะหมดหวังเลย” บัวรสนั่งลงข้างเธอ “เธอน่ะน่ารัก วันนี้อาจจะมีคนรับเธอไปจากแม่รัลก็ได้ พี่มันคงแก่เกินไปแล้ว” “แน่ะ ดูพูดเข้า บอกว่าตัวเองแก่ได้ยังไง ถ้าพี่แก่แล้วแม่รัลล่ะ” บัวรสและลลิตหัวเราะไปด้วยกัน “พี่จะฟ้องแม่” “ฟ้องไปเลย แม่จะได้ไล่ออกจากบ้าน หนูจะได้ไปอยู่ที่อื่น เบื่อที่นี่จะตาย” ลลิตพยักหน้าแล้วยิ้มให้ เธอก็เบื่อหน่ายกับบ้านนี้แล้วเช่นกัน บัวรสคลี่ผมออกแล้วใช้มือสาง เธอสวมชุดกระโปรงสีแดงสด อาบน้ำอาบท่าจนสะอาดสะอ้าน “หนูไปให้แม่รัลถักเปียให้ดีกว่า จะได้สวยๆ แล้วมีคนรับไปเป็นลูกเขา” บัวรสลุกขึ้น “แล้วเป็นลูกแม่รัลไม่ดีเหรอ” ลลิตแกล้งถามก่อนบัวรสจะออกจากห้อง “แม่รัลลูกเยอะ แม่อะไรมีลูกตั้งสิบคน

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   1

    ดวงจันทร์กลางท้องฟ้าปรากฏแจ่มจ้าเป็นสีเหลืองสว่างใส คณิตมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวของเขาได้ค่อนข้างชัดเจนแม้ตะวันจะลับฟ้าไปนานแล้ว นี่เป็นอีกครั้งที่เขาสัมผัสได้ว่าแสงจันทร์มันมีจริง มันสาดส่องลงมายังที่ที่มืดมิดให้ใครต่อใครพอมองเห็นอะไรได้บ้างแม้ในยามค่ำคืน ทำไมลลิตไม่เปิดไฟโคมข้างประตูหน้าบ้านไว้นะ เขาคิด คณิตหิ้วกระเป๋าเอกสารคู่ใจเดินขึ้นบันไดหินสี่ขั้น สู่ประตูทางเข้าบ้านที่ทางสถาปนิกเสนอแบบแปลนให้กับคณิตตั้งแต่ครั้งที่บ้านหลังนี้ยังเป็นเพียงที่ดินผืนเปล่าๆ กลางสวนที่มีไม้ใหญ่เขียวขจี เขาบอกมันเรียกว่าสไตล์เนเชอรัล เหมาะกับคนที่รักธรรมชาติ ตรงกันข้ามเป็นคนละขั้วกับบ้านสไตล์โมเดิร์นที่หลายคนนิยมชมชอบกัน คณิตไขประตูเข้าบ้าน ถอดรองเท้าออกเก็บใส่ตู้รองเท้าขนาดกลางๆ ที่ตั้งอยู่ห่างจากประตูบ้านเพียงเล็กน้อย “ลลิต” เขาตะโกนเรียก แต่ไม่มีเสียงใดๆ ขานรับกลับมา คณิตเปิดไฟ วางกระเป๋าลงที่เก้าอี้นวมตัวเดี่ยวหน้าโทรทัศน์จอกว้างขนาด 54 นิ้วแล้วเดินขึ้นบันไดไปไปที่ชั้นสอง “ลลิต หลับแล้วเหรอ” เขาส่งเสียงเรียกหาเธออีกครั้ง แต่ก็ไม่มีแม้เงาของลลิต คณิตชักจะรู้สึ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status