Share

5

Author: smith
last update Huling Na-update: 2026-01-17 00:32:17

          วันเวลาผ่านไปจนถึงวันอาทิตย์อีกครั้ง ลลิตมองดูนักเรียนดนตรีในสถาบัน ทั้งคนที่เพิ่งเดินทางมาถึงและกลุ่มที่เพิ่งเลิกคลาสเรียนลงมา เธอนั่งรอให้ถึงชั่วโมงเรียนของเธอหลังจากที่คณิตขับรถมาส่งเธอแล้วก็กลับไป วันนี้เขาไม่ได้อยู่รอเหมือนคราวก่อน บอกแต่เพียงว่าเรียนเสร็จแล้วให้มานั่งใกล้ๆ หน้าประตู พอเห็นรถของเขาแล้วให้เดินออกมาขึ้นรถได้เลย ลลิตนั่งคิดไปพลางว่าคณิตคงไม่รู้สึกกับเธอเหมือนเดิมแล้ว ทั้งที่ค่ำวันนั้นเธอและเขายังนั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนเขาให้อภัยในความผิดของเธอแล้วด้วยซ้ำ ลลิตนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด เธอเริ่มสับสนและโกรธที่คณิตไม่ดีกับเธอเหมือนอย่างเก่า หลายวันมานี้เขาทำเหมือนเธอเป็นคนไม่สนิท เหมือนเป็นลูกเลี้ยงห่างๆ ที่เขามีหน้าที่เพียงส่งเสียให้มีที่กินที่อยู่และได้เรียนหนังสือหนังหาก็เท่านั้น

          “น้องลลิต ห้องเรียนว่างนะคะ เข้าไปซ้อมก่อนได้เลย เดี๋ยวครูอลันสอนอีกคนเสร็จจะตามเข้าไป” ครูที่เคาน์เตอร์ธุรการเดินเข้ามาบอกกับเธอ

          “อ๋อ ขอบคุณค่ะ” ลลิตหยิบกระเป๋าและแฟ้มดนตรีเดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องเรียนเดิมเมื่อคราวก่อน

          ลลิตมองไปที่ประตูห้องเรียนของเธอตั้งแต่ห่างออกมาหลายก้าวก่อนจะถึงห้อง ที่บานประตูมีกระจกใสจากกึ่งกลางค่อนไปทางซ้ายสูงขึ้นไปราวๆ ฟุตครึ่งหากเธอกะไม่ผิดด้วยสายตา ห้องเรียนนี้อยู่ด้านในสุด ถ้าไม่เดินเข้ามาจนถึงหน้าห้องจริงๆ ก็แทบจะมองไม่เห็นคนข้างในเลย ลลิตเปิดประตูเดินเข้าไปแล้วเริ่มกดคีย์ไล่เสียงเปียโนดูเล่นๆ ตั้งแต่โน้ตตัวโดเสียงกลาง ไล่สูงขึ้นไปหนึ่งออคเทฟ นิ้วโป้งที่ตัว “โด” นิ้วชี้ที่ตัว “เร” นิ้วกลางที่ตัว “มี” แล้วหมุนนิ้วโป้งลงใต้นิ้วกลางมากดที่ตัว “ฟา” ตามที่ครูอลันทำให้ดูคราวก่อน

          “แกร๊ก” เสียงลูกบิดประตูเปิดออก ลลิตที่กำลังทบทวนบทเรียนอยู่อย่างจดจ่อ ถึงกับต้องสะดุ้ง

          “อุ้ย ครูทำให้ตกใจเหรอ ขอโทษที” ลลิตยิ้มเมื่อเห็นหน้าเขา

          “หนูกำลังทบทวนไปเพลินๆ น่ะค่ะ แต่ไม่ตกใจเท่าไหร่” ลลิตตอบเขา

          “พร้อมจะเริ่มกันเลยไหมล่ะ ไหนคราวก่อนครูสอนอะไรไป”

          “สอนทฤษฎีเบื้องต้นและวิธีวางนิ้วมือค่ะ”

          “เมื่อกี้เห็นกำลังไล่สเกลนะ ครูได้สอนแล้วเหรอ”

          “ยังไม่ได้สอนแต่หนูแอบจำตอนครูทำให้ดูค่ะ” อลันยิ้ม

          “ไหนทำอีกทีซิ ท่าจะไม่ธรรมดาแล้วนะเรา” ลลิตยิ้มบ้าง เธอไล่สเกลครบหนึ่งออคเทฟด้วยมือขวา

          “เยี่ยมมาก แสดงว่าซ้อมมาดี”

          “เปล่าเลยค่ะ บ้านหนูไม่มีเปียโน”

          “จริงเหรอ นี่แค่ดูครูทำคราวก่อนแล้วแอบจำมาก็เล่นได้คล่องแบบนี้เลยเหรอ”

          “ใช่ค่ะ” ลลิตตอบเขาดื้อๆ อลันพยักหน้า เขาชักจะอยากจะสอนลลิตให้ถี่ขึ้นกว่าอาทิตย์ละครั้งเสียแล้ว

          “ที่เธอเพิ่งเล่นไปน่ะ เรียกว่า ซีเมเจอร์ สเกล เธอหัวไว วันนี้ฉันจะสอนเพลงในคีย์นี้ให้เลยนะ”

          อลันไม่รอช้า เขาเปิดโน้ตเพลงในหน้า 5 แล้วเริ่มบรรเลงเพลงตามโน้ตบนหน้านั้นให้ลลิตฟัง เธอมองดูมือของครูอลันทั้งสองข้างที่กำลังร่ายรำอยู่บนคีย์เปียโน เส้นเลือดของเขาปูดโปนขึ้นมาเพียงเล็กน้อย ผิวที่หลังมือเนียนเรียบ เล็บสีชมพูเต็มปลายนิ้วได้ขนาด ลลิตอดคิดไม่ได้ว่ามันจะเป็นยังไงหากว่านิ้วทั้งสิบนั้นได้มาบรรเลงอยู่บนจุดต่างๆ ของร่างกายของเธอ โดยเฉพาะตรงที่ที่มันมักจะมีชีพจรเต้นขึ้นมาเอง จนลลิตต้องถูมันให้หายไปอยู่หลายครั้งคราว

          “ชอบไหมเพลงนี้”

          “ชอบค่ะ พรีลูด อิน ซีเมเจอร์” ลลิตชี้นิ้วตามตัวหนังสือ แล้วอ่านชื่อเพลงตามที่เธอเห็น

          “เก่งมาก เด็กบางคนอ่านคำนี้ว่า พรี-ลู-เด้” ลลิตหัวเราะ

          “อิน ซี มาจอร์ อีกต่างหาก” ลลิตยิ่งขำเข้าไปใหญ่

          “เธอเก่งภาษาอังกฤษด้วยใช่ไหมเนี่ย” ลลิตยักไหล่ ทำท่าทางทะเล้นใส่ครูอลัน

          “เรียนหนังสือที่ไหนล่ะ”

          “เรียนโฮมสคูลที่บ้านค่ะ” อลันเอียงหน้าทำท่าคิดสงสัย

          “หนูมาจากบ้านกำพร้า คุณคณิตเลยให้เรียนแบบนี้ไปก่อน” ลลิตไม่ปิดบัง

          “งั้นเหรอ แล้วคุณคณิตนี่คือใครกัน... ขอโทษที ครูถามซ่อกแซ่กเกินไปแล้ว”

          “ไม่เป็นไรค่ะ หนูอยากเล่า นี่หนูยังไม่มีเพื่อนเลยสักคน ก็เรียนหนังสือที่บ้านนี่นะ คุณคณิตก็เป็นคนที่รับหนูมาเลี้ยงนี่ล่ะ เป็นพ่อบุญธรรมค่ะ”

          “แล้วทำไมไม่เรียกเขาว่าพ่อล่ะ” ลลิตคิดตาม จริงด้วย ทำไมเธอไม่เรียกเขาว่าพ่อ เขาเองก็ไม่เคยบอกให้เธอเรียกเขาอย่างนั้นด้วย

          “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” อลันเริ่มขมวดคิ้ว

          “ไม่เป็นไร ช่างมัน มาเรียนกันก่อน” อลันเริ่มสอนลลิตเล่นเพลงนั้น ใจจริงเขาคิดว่ามันอาจจะยากเกินไปสำหรับผู้เริ่มต้น แต่ลลิตอายุ 15 ปีทั้งยังหัวไว อลันอยากพูดว่าเธอน่าจะมีพรสวรรค์ด้วยซ้ำ เขาค่อยๆ ลองให้เธออ่านโน้ตเองจากเส้นบรรทัด 5 เส้น เมื่อตัวโน้ตทับลงไปบนเส้นไหน หรืออยู่ระหว่างสองเส้นไหน มันแทนโน้ตอะไร แต่เรื่องจังหวะสั้นยาวของโน้ตแต่ละตัวที่ไม่เท่ากันนั้น เขาคิดว่ามันน่าจะทำให้เธอเบื่อเสียก่อน แค่ฟังตัวอย่าง จำโน้ตได้จากการอ่านและร้องตาม เท่านี้ก็เริ่มฝึกเล่นได้แล้ว

          เวลาหนึ่งชั่วโมงผ่านไปไวเอามากๆ ทั้งลลิตและอลันรู้สึกเช่นเดียวกันเพราะทั้งคู่ต่างก็สนุกกับการเรียนการสอน อลันสั่งการบ้านให้ลลิตไปทบทวนบทเพลงหนึ่งบรรทัดที่อลันสอนให้ไป แต่ลลิตไม่โต้ตอบอะไรเขาเลย

          “ทำไมล่ะ มีปัญหาอะไรเหรอ”

          “ให้หนูทบทวนแบบท่องเอาเหรอคะ ก็บ้านหนูไม่มีเปียโนไง”

          “อ้อ จริงสิ เธอบอกครูแล้วนี่นะ ฉันจะบอกให้คุณคณิตซื้อเปียโนไว้ที่บ้านให้เธอซ้อมหลังหนึ่งดีไหม”

          “หนูกลัวว่าถ้าที่บ้านมีเปียโนแล้วจะต้องเรียนที่บ้านเลยน่ะสิคะ”

          “ครูไปสอนให้ก็ได้ นี่ก็มีสอนตามบ้านเด็กอยู่เหมือนกัน”

          “แต่คุณคณิตน่าจะจ้างครูคนอื่นมาสอนแทนไปเลย ครูที่เป็นผู้หญิงน่ะค่ะ คราวก่อนเขาบอกนึกว่าหนูจะได้เรียนกับครูผู้หญิง” อลันคิดตาม

          “หมายความว่าเขาไม่อยากให้เธออยู่ใกล้ๆ ผู้ชายอะไรแบบนี้เหรอ”

          “ใช่มั้งคะ ครูพัชที่สอนหนังสือให้ก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน ทั้งชีวิตหนูมีแต่เขาเลยที่เป็นผู้ชาย ตอนนี้มีครูอลันเพิ่มมาอีกคน” ลลิตยิ้มตาหวาน อลันยิ้มตามเธอ

          “ไม่เป็นไร งั้นมาซ้อมที่นี่ก็ได้นะ วันอื่นที่ไม่ใช่วันเรียนเราน่ะ หาห้องว่างๆ ซ้อมเอาได้เลย ครูเสียดายพรสวรรค์เธอถ้าขาดซ้อม นี่ยังถือว่าเริ่มช้ามากนะ หลายคนน่ะไม่กี่ขวบเขาก็เริ่มเรียนกันแล้ว”

          “ค่ะ เดี๋ยวหนูลองถามคุณคณิตดู”

          “ต้องถามด้วยเหรอ”

          “ไม่งั้นใครจะมาส่งหนูล่ะ”

          “เอ้า งั้นก็ได้ แต่จริงๆ คนเรียนเปียโนควรจะมีเครื่องไว้ซ้อมที่บ้านนะ ดนตรีมันต้องฝึกซ้อม ไว้สะดวกแล้วครูจะคุยกับที่บ้านให้” ลลิตพยักหน้า แต่ในใจนั้นเธอไม่อยากให้มีเปียโนอยู่ที่บ้านเลย ถ้ามันต้องฝึกซ้อมจริงๆ เธอมาซ้อมที่นี่อย่างครูอลันว่าก็ได้ เผื่อจะได้เจอครูด้วย ลลิตมองหน้าครูอลันเหมือนไม่อยากจะลืมใบหน้าของเขา

          “อ้อ ลืมไปอย่าง” อลันหยิบแผ่นพับออกจากกระเป๋าสะพายข้างที่เขาใส่อุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งหนังสือเพลงไว้ในนั้น

          “วันเสาร์หน้าสถาบันเรามีงาน เธอมาสิ จะมีการแสดงของนักเรียน มีจับฉลาก เล่นเกม น่าสนุกนะ”

          “แต่หนูไม่รู้จักใครเลย ตอนก่อนขึ้นมาเรียนวันนี้เห็นใครๆ ก็มีเพื่อนมีคนรู้จักกัน”

          “แล้วเธอรู้จักครูไหม” อลันถาม เขารอให้ลลิตตอบ

          “รู้จักสิคะ”

          “แปลว่ามีคนรู้จักแล้ว มาร่วมกิจกรรม เดี๋ยวก็มีเพื่อนเพิ่ม เชื่อครูสิ กลับไปบอกพ่อบุญธรรมนะว่าเธออยากมีเพื่อนผู้หญิงวัยเดียวกัน เชื่อเถอะว่าเขาต้องอนุญาต”

          “ได้ค่ะครู หนูว่าน่าจะมาได้แหละ วันเสาร์เจอกันนะคะ”

          “ครับ”

ลลิตยกมือไหว้ครูอลันแล้วเดินกลับลงมารอคณิตตรงเก้าอี้ริมกระจกที่สถาบัน วันนี้มวลร้อนๆ นั่นไม่ได้จู่โจมเข้าหาเธออย่างคราวก่อน คงเพราะลลิตได้ปลดปล่อยมันออกไปจนจุดซ่อนเร้นมันหยุดเต้นเร่าๆ ไปหลายครั้งตลอดสัปดาห์

          อลันลงมาที่เคาน์เตอร์ธุรการ เขามองเห็นลลิตกำลังนั่งคอยคณิตมารับอยู่ที่ริมกระจก มองยังไงลลิตก็ไม่เหมือนเด็กกำพร้าเลยแม้แต่น้อย ดูเธอสะอาดหมดจรด น่าทะนุถนอม แววตาก็ดูเปื้อนยิ้มไม่มีความเศร้าเจือปนมา อลันยังนั่งมองเธออยู่เงียบๆ เขายังสงสัยในตัวคณิตที่ลลิตบอกว่าเป็นพ่อบุญธรรม ลลิตนั่งแกว่งขาเล่นอย่างสบายใจ รองเท้าแมรีเจนที่เธอสวมทับถุงเท้าสีขาวยิ่งทำให้เธอดูเหมือนลูกคุณหนูไม่ต่างกับเด็กคนอื่นๆ ที่นี่ จะว่าไปแล้วผิวพรรณของเธอยังดีกว่านักเรียนหลายๆ คนของเขาเสียอีก เขาหวังว่าคณิตคงไม่ได้คิดอกุศลใดๆ กับเธอ เธอมีแววจะไปได้ไกล วันนี้แค่เพลงของบาคบรรทัดแรกที่เขาสอนไป เธอก็เล่นได้คล่องแคล่วในเวลาเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น

          รถจากัวร์สีเขียวแก่คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอด ลลิตลุกขึ้นแล้วเปิดประตูบานสวิงเดินออกไปขึ้นรถคันนั้น อลันลุกขึ้นแล้วพยายามมองเข้าไปข้างในรถ เขาได้เห็นคณิตแค่จากไกลๆ และเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากๆ อย่างน้อยเขาก็ดูไม่น่าใช่ตาแก่โรคจิต เขามีความคิดส่งลูกบุญธรรมเรียนดนตรีคลาสสิค หากเขาจะเลี้ยงลลิตเพื่อกระทำการอย่างอื่น คงไม่ต้องลำบากหาโรงเรียนเปียโนให้อย่างนี้หรอก เขาบอกกับตัวเอง

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   9

    “อีกสองชั่วโมงเจอกันนะ” “ได้ค่ะ” ลลิตปิดประตูรถแล้วเดินเข้ามาใกล้หน้าประตูสถาบัน “ลลิต” เสียงครูอลันเรียกเธอจากไกลๆ “ครูอลัน สวัสดีค่ะ” เธอหันกลับไปมองดูคณิตที่ขับรถออกไปแล้ว “เมื่อวานทำไมครูไม่ทักหนูเลย แล้วส่ายหน้าด้วย ตอนหนูเดินลงมา” ลลิตถามอลันด้วยน้ำเสียงเกือบจะตะโกน อลันเดินมาถึงก็จับแขนของลลิตแล้วดันตัวเธอเลยไปอีกทางบนฟุตบาทหน้าสถาบัน ลลิตเดินตามไปอย่างงุนงง “ถึงร้านแล้วค่อยคุยกัน” เขาพูดเรียบๆ อลันพาลลิตเดินเข้าซอยข้างสถาบันดนตรีมาลึกได้ราว 100 เมตร ข้างในนี้เหมือนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่หลายๆ ครอบครัวพร้อมใจกันเปิดร้านอาหาร หรืออาจเป็นเพียงพื้นที่ให้เช่าขายของ ลลิตตื่นตาตื่นใจมาก “โอ้โห ของกินเยอะแยะเลย” อลันมองหน้าเธอ “ดูสิ เห็นแค่นี้ก็ตื่นเต้นแล้ว ได้ไปไหนมาไหนเหมือนคนอื่นเขาบ้างไหมนะ” “ได้ไปสิคะ” ลลิตสวนคำ “ก็คงไปกับคุณคณิต” “ใช่ พี่สาด้วย” อลันเลิกคิ้วขึ้น “ใครเหรอ” เขาถามต่อ “พี่เลี้ยงของคุณคณิตค่ะ คอยช่วยดูแลหนูด้วย” “อ้

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   8

    อีกนิดเดียว ลลิตบอกกับตัวเองในใจ ใกล้แล้ว “ก๊อกๆ” ลลิตสะดุ้งโหยง เธอรีบดึงมือออกมาแล้วแอบเช็ดปลายนิ้วกับชายกระโปรงเมื่อลุกขึ้น “เดี๋ยวพ่อบุญธรรมมารับแล้วจะไม่เจอนะ ลลิต ครูจะกลับแล้วล่ะ นั่งทำอะไรอยู่” ครูอลันถามลลิตหลังจากที่เคาะประตูแล้วเปิดเข้ามาทันที “เปล่าค่ะ ไม่ได้ทำอะไร กำลังนึกอยู่ว่าจะบอกคุณคณิตดีไหมว่าให้มีเปียโนที่บ้านด้วย” เธอพยายามสังเกตสีหน้าครูอลันว่าเขาจะรู้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนี้หลังจากที่เขาออกไป อลันมองตาเธอสลับซ้ายขวา “ไว้ไปกินข้าวกันไหม คราวหน้าบอกให้คุณคณิตมาส่งเร็วหน่อยสิ บอกเขาว่าอยากมาซ้อมก่อนจะเริ่มเรียน ไม่งั้นก็ซื้อเปียโนไว้ที่บ้าน ทีนี้ล่ะอดออกมาเรียนแน่” ลลิตไม่ตอบเขา “ดีไหม ไปกินข้าวกับครู ครูมีเรื่องอยากเล่าให้เธอฟังเยอะแยะเลย เผื่อเธอมีอะไรอยากจะบอกครูบ้าง” ลลิตหยุดคิดสักครู่แล้วพยักหน้า อลันยิ้ม “งั้นวันนี้กลับเถอะ เดี๋ยวเขามาแล้วไม่เจอจะถูกดุเอานะ” “ค่ะๆ” ลลิตรีบเก็บข้าวของซึ่งก็มีเพียงกระเป๋าสะพายใส่ของส่วนตัวเพียงหนึ่งใบเล็กๆ เท่านั้น “ครูลงไปก่อนนะ”

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   7

    “คณิตาภรณ์ สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ จะขอสั่งผ้ายกม้วนหลายๆ แบบ สำหรับร้านรับตัดเสื้อผ้า” “ยินดีครับ สนใจผ้าชนิดไหนครับ” “อยากมีสต็อคไว้หลายๆ แบบเลยค่ะ เผื่อเวลาที่ลูกค้ารีเควสท์มาจะได้มีผ้าพร้อมตัดทันที” ราจเงียบไปสักครู่ “ไม่ทราบอยู่กรุงเทพฯ รึเปล่าครับ” “ใช่ค่ะ” “ทางเรามีบริการส่งด่วนนะครับ เพราะที่คณิตาภรณ์เราเป็นทั้งผู้ผลิตและจัดจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง รวมทั้งมีสินค้านำเข้าด้วย ขออนุญาตแนะนำให้รับเป็นผ้าสำหรับงานตัดทั่วไป และหากทางคุณมีลูกค้าต้องการผ้าแบบพิเศษ ก็สามารถโทรเข้ามาสั่งได้เลย ภายในวันเดียวก็ถึงแล้วครับ” คณิตมองดูราจรับสายลูกค้าอย่างสังเกตสังกา เขาพูดคุยกับลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ แม้จะติดสำเนียงแขกมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ฟังดูขัดหูแต่อย่างใด เขาสลับหูโทรศัพท์ไปใช้หัวไหล่ด้านซ้ายหนีบเอาไว้ สองมือหยิบกระดาษปากกาจดออเดอร์ลูกค้าอย่างคล่องแคล่ว คณิตยิ้ม “ได้ครับ ขอบพระคุณมากนะครับ ล็อตนี้ไม่ได้รับด่วนใช่ไหมครับ... ครับๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เกินสองวันอย่างช้าครับ” ราจวางสายจากลูกค้าไ

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   6

    บันไดหินที่หน้าประตูบ้านมีพื้นผิวเย็นเฉียบ ลลิตนั่งอยู่ตรงนั้นเฉยๆ นานกว่าสิบนาทีแล้ว วันนี้พี่สามาทำงานสาย เธออยากจะรู้จริงๆ ว่าแต่ละคนรอบตัวเธอมีเหตุผลอะไร ในเวลาที่ต้องกลับบ้านช้า มาทำงานสาย หรือปล่อยให้เธออยู่คนเดียวเหงาๆ จากตีนบันไดหินเลยออกไปทางหน้าตัวบ้านเป็นทางเดินสไตล์ฝรั่ง ปูพื้นด้วยหินก้อนโตๆ สลับขนาดกันไป ด้านบนถูกขัดให้เรียบจนเหมาะสำหรับทำเป็นทางเดิน ลลิตมองดูรูปสลักจากสัมฤทธิ์ที่ตั้งประดับอยู่ตรงหัวโค้งทางเดินข้างๆ ม้านั่งยาวที่คงตั้งเอาไว้เผื่อใครจะอยากแวะนั่งเล่น เธอรวบกระโปรงลุกขึ้น ก้าวขาลงมาอย่างช้าๆ เพื่อจะเดินเข้าไปสำรวจบริเวณนั้น คุณคณิตคงจะมีเงินเยอะมากๆ ปีเศษมานี้เธอไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้เลย เธอมัวแต่มีความสุขอยู่กับบ้านหลังงามที่เป็นชายคาให้เธอได้อยู่อาศัย เธอเอร็ดอร่อยกับอาหารแต่ละมื้อที่พี่สาทำให้และได้ออกไปกินตามร้านข้างนอกในเวลาที่คุณคณิตเว้นว่างจากการงาน เธอเพลิดเพลินกับเนื้อหาวิชาเรียนที่ครูพัชบอกว่าต้องรู้ให้หมดเสียก่อนจึงจะไปโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วๆ ไปได้ จนมาถึงวันนี้ ทุกอย่างที่เธอเคยตื่นเต้นกับมัน ได้กลายเป็นกิจวัตรประจำว

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   5

    วันเวลาผ่านไปจนถึงวันอาทิตย์อีกครั้ง ลลิตมองดูนักเรียนดนตรีในสถาบัน ทั้งคนที่เพิ่งเดินทางมาถึงและกลุ่มที่เพิ่งเลิกคลาสเรียนลงมา เธอนั่งรอให้ถึงชั่วโมงเรียนของเธอหลังจากที่คณิตขับรถมาส่งเธอแล้วก็กลับไป วันนี้เขาไม่ได้อยู่รอเหมือนคราวก่อน บอกแต่เพียงว่าเรียนเสร็จแล้วให้มานั่งใกล้ๆ หน้าประตู พอเห็นรถของเขาแล้วให้เดินออกมาขึ้นรถได้เลย ลลิตนั่งคิดไปพลางว่าคณิตคงไม่รู้สึกกับเธอเหมือนเดิมแล้ว ทั้งที่ค่ำวันนั้นเธอและเขายังนั่งกินข้าวด้วยกันเหมือนเขาให้อภัยในความผิดของเธอแล้วด้วยซ้ำ ลลิตนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด เธอเริ่มสับสนและโกรธที่คณิตไม่ดีกับเธอเหมือนอย่างเก่า หลายวันมานี้เขาทำเหมือนเธอเป็นคนไม่สนิท เหมือนเป็นลูกเลี้ยงห่างๆ ที่เขามีหน้าที่เพียงส่งเสียให้มีที่กินที่อยู่และได้เรียนหนังสือหนังหาก็เท่านั้น “น้องลลิต ห้องเรียนว่างนะคะ เข้าไปซ้อมก่อนได้เลย เดี๋ยวครูอลันสอนอีกคนเสร็จจะตามเข้าไป” ครูที่เคาน์เตอร์ธุรการเดินเข้ามาบอกกับเธอ “อ๋อ ขอบคุณค่ะ” ลลิตหยิบกระเป๋าและแฟ้มดนตรีเดินขึ้นชั้นสองไปยังห้องเรียนเดิมเมื่อคราวก่อน ลลิตมองไปที่ประตูห้องเรียนของเธอตั้ง

  • อยากขอวันวานคืนมาอีกครั้ง   4

    ตลอดทางกลับมาบ้าน ลลิตไม่พูดไม่จา คณิตรู้สึกได้ว่าเธอเงียบเกินกว่าปกติ “ครูเขาดุไหม” “ไม่ดุค่ะ” “แล้วทำไมนั่งเงียบเลย” “สงสัยจะเครียดเพราะคนมันเยอะมั้งคะ หนูไม่ค่อยคุ้น อยู่แต่บ้านมาตั้งนาน” คณิตไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น ทั้งคู่นั่งเงียบกันมาตลอดทางจนกลับถึงบ้าน ลลิตนั่งลงที่โซฟาในห้องนั่งเล่น ในมือของเธอมีหนังสือเล่มหนึ่งที่เปิดสุ่มเอาไว้อำพรางสายตา เธอแอบมองคณิตถอดเสื้อเชิ้ตออกเหลือแต่เสื้อกล้ามโดยไม่ระวังตัว เขาคุ้นเคยกับลลิตจนคิดว่ามันคงจะไม่เป็นไร ลลิตมองเห็นปลายถันของเขาที่เป็นสีเข้ม มันชูชันผ่านเนื้อผ้าของเสื้อกล้ามตัวบางๆ ออกมาอย่างเด่นชัด พ่อบุญธรรมของเธออายุ 36 ปีแล้ว เขากำลังหนุ่มแน่นพร้อมสรรพด้วยคุณสมบัติทุกด้าน แต่เธอไม่เห็นว่าเขาจะมีคนรัก ตลอดหนึ่งปีมานี้ เขาทำแต่งาน แล้วก็กลับบ้านมากินข้าวเย็นกับเธอ วันหยุดคือวันของเขาและเธอ เธอจะได้ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ได้ไปดูสถานที่สำคัญต่างๆ ได้กินของอร่อยๆ หลากหลาย รวมทั้งบุฟเฟต์นานาชาติตามโรงแรม ทั้งชีวิตของลลิตมีแต่คณิต เธออยากรู้ว่าทั้งชีวิตของคณิตจะมีแค่เธอเหมือนกันรึไม่ ลล

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status