ANMELDENตอนที่ 5: เริ่มถูกจับตา
แสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนสีขาวสะอาดตา ไม่ได้ทำให้ ‘ภีม’ รู้สึกขี้เกียจเหมือนอย่างเคย เขาลุกขึ้นจัดการตัวเองด้วยจังหวะที่มั่นคง กลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆ ผสมกับน้ำหอมแนวมัสก์บางเบาที่ฉีดลงบนจุดชีพจร ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูสุขุมแต่เข้าถึงยาก ภีมหยิบเสื้อเชิ้ตสีครีมที่ดูเรียบง่าย แต่เนื้อผ้าและการตัดเย็บประณีตจนเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ของเกรดทั่วไป เขาจัดทรงผมให้เข้าที่ด้วยปลายนิ้ว มองตัวเองในกระจกพลางเหยียดยิ้มบาง “ไม่ต้องตะโกนบอกใครว่าฉันเปลี่ยนไป... แค่ทำให้พวกเขาละสายตาไม่ได้ก็พอ” บรรยากาศในมหาวิทยาลัยวันนี้ดูแปลกไปจากเดิม ทันทีที่ก้าวขาเข้าตึกคณะ เสียงฝีเท้าที่สม่ำเสมอของภีมดูจะดึงดูดความสนใจจากรอบข้างได้มากกว่าที่เคยเป็น “เฮ้ย นั่นภีมเหรอวะ? ทำไมช่วงนี้ดูออร่าจับจัง” “เออ เมื่อก่อนดูจืด ๆ ป่ะวะ ตอนนี้คือโคตรเนี้ยบ เดินผ่านเมื่อกี้ได้กลิ่นน้ำหอมอย่างแพง” เสียงซุบซิบไล่หลังมาเป็นระยะ แต่ภีมไม่ได้หยุดฟัง เขาเพียงแค่ก้าวเดินต่อไปด้วยท่วงท่าสงบ นิ่ง และเฉยชา ราวกับว่าสายตาเหล่านั้นเป็นเพียงลมที่พัดผ่านตัวเขาไป ภายในห้องเรียนรวมวิชาแพทย์ที่บรรยากาศตึงเครียด อาจารย์อาวุโสขยับแว่นสายตาพลางกวาดตามองนิสิตในห้องก่อนจะยิงคำถามเคสวินิจฉัยที่ซับซ้อนเกินกว่าเนื้อหาในบทเรียน “มีใครจะลองวิเคราะห์ Case Study นี้ไหม?” ทั้งห้องเงียบกริบ หลายคนก้มหน้าหลบสายตา แต่ภีมกลับยกมือขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เขาลุกขึ้นยืน อธิบายเป็นขั้นตอนด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าชัดเจน ข้อมูลเชิงลึกถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นระบบจนอาจารย์ถึงกับพยักหน้าตามด้วยความทึ่ง “วินิจฉัยได้ดีมาก... ละเอียดและรอบคอบสมกับที่เป็นนิสิตแพทย์” เสียงฮือฮาดังขึ้นเบา ๆ ทั่วห้องเรียน เพื่อนหลายคนที่เคยเมินเขา กลับต้องรีบจดตามสิ่งที่เขาพูด ภีมนั่งลงช้า ๆ หัวใจเขากระตุกวูบหนึ่งเมื่อเผลอนึกถึงใบหน้าของ ‘ธันวา’ คนที่เขาเคยพยายามพิสูจน์ตัวเองให้เห็นในอดีต เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหลับตาลงสั้น ๆ “โฟกัส... อย่าปล่อยให้เศษขยะในความทรงจำมาทำลายปัจจุบัน” โรงอาหารช่วงพักเที่ยงคือจุดรวมกระแสข่าวลือชั้นดี ภีมนั่งทานข้าวกับกลุ่มเพื่อนนิสิตแพทย์อย่างสงบ แต่เขารู้ตัวดีว่าตัวเองกำลังเป็นเป้าสายตา โดยเฉพาะเมื่อกลุ่ม ‘ตัวท็อป’ ของมหาวิทยาลัยกำลังเดินเข้ามา เสียงกรี๊ดเบา ๆ และแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นเมื่อกลุ่มของธันวาปรากฏตัว ทันทีที่กลุ่มนั้นเดินผ่านโต๊ะของภีม เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มธันวาก็สะกิดแขนเขา “เฮ้ยธัน... นั่นคนนั้นไง ที่คนพูดถึงกันน่ะ” ธันวาปรายตามองตามคำบอก แล้วเขาก็ต้องชะงัก สายตาคมกริบสบเข้ากับดวงตาเรียบนิ่งของภีมที่มองกลับมาพอดี ภีมไม่ได้หลบตา ไม่ได้ขวยเขิน และไม่ได้ดูตื่นเต้นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เขาเพียงแค่พยักหน้าให้เล็กน้อยตามมารยาทเหมือนคนรู้จักห่าง ๆ ก่อนจะก้มลงจัดการอาหารในจานต่ออย่างไม่แยแส “แค่นั้นเหรอ...?” ธันวาพึมพำกับตัวเอง มือที่กำลังจะวางช้อนหยุดค้างกลางอากาศ ความรู้สึกประหลาดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในอก มันคือความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้เมื่อพบว่าตัวเอง ‘ไม่ได้รับความสำคัญ’ อีกต่อไป “มึงโดนเมินเข้าให้แล้วไงธันวา” เพื่อนในกลุ่มแซวขำ ๆ “ดูท่าเขาจะไม่สนมึงแล้วจริง ๆ ว่ะ ออร่าขนาดนั้นหาใหม่ไม่ยากหรอก” “เพ้อเจ้อ” ธันวาตอบกลับเสียงแข็ง แต่กรามเขากลับขบเข้าหากันจนแน่น ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียด ‘พีชญ์’ ก็ขยับเข้ามานั่งข้างธันวาพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง เขาจัดแจงวางขวดน้ำและเช็ดโต๊ะให้ธันวาอย่างเอาอกเอาใจ “วันนี้คนมองธันเยอะจัง เหนื่อยไหมครับ? พีชญ์ซื้อน้ำเย็น ๆ มาให้” แม้คำพูดจะดูเป็นห่วง แต่ดวงตาของพีชญ์กลับลอบมองไปที่ภีมซึ่งนั่งอยู่อีกฝั่ง รอยยิ้มบนใบหน้าของพีชญ์เริ่มจืดจางลงเมื่อเห็นว่าภีมไม่ได้ดู ‘พ่ายแพ้’ อย่างที่ควรจะเป็น เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่าง... ภีมคนเก่าที่เคยคอยวิ่งไล่ตามพวกเขามันหายไปแล้ว และคนที่มาแทนที่กำลังทำให้พื้นที่ของเขาเริ่มสั่นคลอน เกมกระดานนี้... กำลังมีหมากตัวหนึ่งที่ขยับผิดแผนไปไกลเสียแล้ว บรรยากาศกลางโรงอาหารเริ่มร้อนระอุขึ้น ไม่ใช่เพราะอุณหภูมิภายนอก แต่เป็นเพราะรังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากโต๊ะตัวยาวกลางร้าน ‘พีชญ์’ ยังคงสวมบทบาทคนแสนดีได้อย่างไร้ที่ติ มือเรียวคอยคีบอาหารใส่จานให้ธันวาพลางส่งยิ้มอ่อนหวานที่ใครเห็นก็ต้องเอ็นดู “ธันลองชิมนี่ดูสิครับ พีชญ์จำได้ว่าธันชอบ” “อืม... ขอบใจนะ” ธันวาตอบรับสั้นๆ แม้จะตักอาหารเข้าปากตามมารยาท แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับไม่ได้โฟกัสอยู่ที่คนข้างกายเลยสักนิด ทุกครั้งที่มีจังหวะเผลอ สายตาของเขามักจะข้ามฝั่งไปหยุดอยู่ที่แผ่นหลังเหยียดตรงของใครบางคนที่นั่งอยู่ห่างออกไป... ภีมดูสงบ นิ่ง และดู ‘ไกล’ ออกไปกว่าที่เคยเป็น ทางฝั่งของพีชญ์ รอยยิ้มที่เคยดูละมุนเริ่มแข็งค้าง เขาสังเกตเห็นทุกการเคลื่อนไหวของธันวา ความเงียบที่ผิดปกติของคนข้างตัวกำลังตะโกนบอกเขาว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป พีชญ์นิ่งลง สายตาที่ทอดมองจานข้าวเริ่มเย็นเยียบขึ้นทีละนิด ‘เขามองมันบ่อยเกินไปแล้ว...’ ความคิดนี้ดังก้องอยู่ในหัว พร้อมกับความระแวงที่เริ่มแตกกิ่งก้าน ขณะเดียวกัน โลกโซเชียลของมหาวิทยาลัยก็กำลังสั่นสะเทือน เสียงแจ้งเตือนจากกลุ่มแชตดังระงม เพื่อนข้างตัวธันวารีบไถหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะอุทานออกมา “เชี่ย... ดูนี่ดิ ในเพจคิ้วท์บอยมีคนลงรูปเด็กแพทย์คนนั้นว่ะ ขนาดย้อนแสงยังดูดีฉิบหาย หัวข้อกระทู้คือ ‘ตัวท็อปวิศวะส่อแววโดนทิ้ง? เมื่อนกน้อยในกรงทองกลายเป็นพญาหงส์’ แรงอยู่นะมึง” ธันวาขมวดคิ้ว มือที่กุมแก้วน้ำอยู่เผลอออกแรงบีบจนข้อขาว เขาไม่ได้อยากสนใจ แต่หูเจ้ากรรมกลับคอยดักฟังทุกคำที่คนรอบข้างพูดถึง ‘ภีม’ “กูว่าไม่ใช่แค่ข่าวลือหรอก ดูสายตาคนทั้งโรงอาหารดิ มองมันตาไม่กะพริบ” เพื่อนอีกคนเสริม “ก็แค่ข่าวลือป่ะวะ ไร้สาระ” ธันวาเค้นเสียงเหยียดทิ้งท้าย แต่ลึกๆ ในอกกลับรู้สึกหน่วงอย่างบอกไม่ถูก เขากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกที่เหมือนกำลังจะเสีย ‘อะไรบางอย่าง’ ที่เคยเป็นของตายไป มันช่างกวนใจเขาเหลือเกิน ฝั่งคณะแพทย์ ภีมยังคงรักษาจังหวะชีวิตของตัวเองได้ดีเยี่ยม แม้เพื่อนในกลุ่มจะเริ่มทักเรื่องความปังของเขาไม่หยุด “ภีม ช่วงนี้นายฮอตจัดเลยว่ะ รู้ตัวป่ะเนี่ย” ภีมละสายตาจากตำราเรียนเล่มหนา ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูสุภาพแต่กลับสร้างระยะห่างอย่างประหลาด “เดี๋ยวคนก็เลิกสนใจไปเองแหละ มันก็แค่วูบเดียว” เขารู้ดีว่าความดังในรั้วมหาลัยมันฉาบฉวย และเขาไม่ได้โหยหามัน สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือการหลุดพ้นจากวงจรเดิมๆ (Rrrr...) หน้าจอโทรศัพท์สั่นไหว พร้อมชื่อ ‘แพรไหม’ ที่ปรากฏขึ้น ภีมกดรับสายทันที “ว่าไงครับพี่แพร” (“ไงจ๊ะ พ่อคนดัง ระวังตัวหน่อยนะ ช่วงนี้ออร่าแรงจนพี่เสียวไส้แทนเลยเนี่ย ระวังพวกแมลงหวี่แมลงวันจะรุมตอมนะจ๊ะ”) เสียงปลายสายหยอกล้ออย่างอารมณ์ดี “ไม่มีใครเข้าถึงตัวผมง่ายๆ หรอกครับพี่” ภีมตอบเสียงนุ่มทว่าเด็ดขาด “กำแพงผมสูงกว่าที่ใครจะข้ามมาได้ง่ายๆ” จังหวะที่ภีมกำลังเดินกลับตึกเรียน ร่างสูงของรุ่นพี่ต่างคณะคนหนึ่งก็เดินเข้ามาดักหน้าเพื่อชวนคุย ท่าทางสุภาพและสายตาชื่นชมของอีกฝ่ายดูออกชัดเจนว่ากำลัง ‘รุก’ อย่างหนัก ภีมหยุดยืนคุยตามมารยาท รอยยิ้มจางๆ และท่าทางตอบรับที่ดูนิ่งสงบนั้น ยิ่งทำให้เขามีเสน่ห์ขึ้นไปอีกเท่าตัว ภาพนั้นอยู่ในสายตาของธันวาที่ยืนห่างออกไปโดยตลอด... ธันวาชะงักฝีเท้า ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นชายคนอื่นเข้าใกล้ภีมจนไหล่แทบชิด ความร้อนวูบหนึ่งแล่นขึ้นหน้าอย่างควบคุมไม่ได้ ‘ทำไมต้องยืนใกล้ขนาดนั้นวะ? แล้วจะยิ้มให้มันทำไมเยอะแยะ’ มันคือความหวง... ที่เจ้าตัวยังไม่กล้ายอมรับ และยังไม่รู้ที่มาที่ไป แต่สีหน้าที่ตึงเครียดของธันวากลับบอกทุกอย่างได้ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูด โดยเฉพาะกับพีชญ์ที่ยืนเยื้องอยู่ข้างหลัง พีชญ์มองแผ่นหลังของธันวา สลับกับภาพภีมที่อยู่ไกลออกไป รอยยิ้มอ่อนโยนที่เคยมีเริ่มเลือนหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความนิ่งงันที่ซ่อนพายุเอาไว้ข้างใน ค่ำคืนนั้น... ในห้องพักสีขาวของภีม เขานั่งปิดไฟท่ามกลางความเงียบ มีเพียงแสงสลัวจากโคมไฟอ่านหนังสือ เขามองไปที่หน้าต่าง สะท้อนเงาตัวเองที่ดูแข็งแกร่งขึ้น “อย่ากลับไปโง่แบบเดิมอีก... ทางเดินของมึงคือข้างหน้า ไม่ใช่ที่เดิมข้างๆ เขา” ที่คอนโดหรูของธันวา เขานั่งทิ้งตัวลงบนโซฟาหนัง ภาพสายตาที่เฉยชาของภีมที่สบกับเขาตอนกลางวันวนเวียนอยู่ในหัวไม่จบสิ้น “เขา... เปลี่ยนไปขนาดนี้ได้ยังไงวะ ภีมคนเดิมหายไปไหน” และที่บ้านของพีชญ์ แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์ส่องกระทบใบหน้าที่เรียบตึง เขากำลังจ้องรูปแอบถ่ายของภีมในเพจมหาลัยด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ความเงียบงันปกคลุมห้องพัก ก่อนที่เสียงกระซิบเบาๆ จะหลุดออกมา “เกมกำลังเปลี่ยน... และฉันจะไม่ยอมเป็นฝ่ายแพ้เด็ดขาด” สายตาของพีชญ์เริ่มแข็งกร้าว ความสงสัยที่สะสมมาตลอดทั้งวันกลายเป็นคำยืนยันที่เจ็บปวดในอก “ธันวา... มึงกำลังสนใจมันจริงๆ ใช่ไหม” เมื่อคนเคยรักกลายเป็นคนแปลกหน้าที่น่าค้นหา และคนข้างกายเริ่มเผยสัญชาตญาณนักล่า... เกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความรัก แต่คือการเดิมพันด้วยศักดิ์ศรีที่ไม่มีใครยอมใคร!ตอนที่ 20 (ตอนจบ) : เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง... ในหัวใจดวงเดิมบรรยากาศยามเย็นที่ลานจอดรถหลังตึกคณะวิศวะฯ ค่อนข้างเงียบ ลมพัดแรงจนผมต้องหยิบเสื้อช็อปมากระชับเข้าหาตัว ธันวายืนพิงรถสปอร์ตคันหรูของเขา ดวงตาคมกริบที่เคยดูแคลนผมในวันวาน บัดนี้กลับฉายแวววูบไหวและเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ“ภีม...” เขาเรียกชื่อผมเบาๆ เหมือนกลัวว่าถ้าพูดแรงไป ผมจะสลายหายไปตรงหน้า “เรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด... ผมขอโทษนะ ขอโทษที่ผมมันโง่ เชื่อคนอื่นมากกว่าคนที่รักผมที่สุด”ผมยืนนิ่ง มองดูผู้ชายที่เคยเป็นทั้งโลกและฝันร้ายของผม “คุณรู้ใช่ไหมธันวา ว่าคำขอโทษมันลบแผลเป็นไม่ได้”“รู้ครับ รู้ดีเลย” เขาเดินเข้ามาใกล้จนผมได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย “ผมไม่ได้ขอให้ภีมลืม แต่ขอให้ผมได้พิสูจน์... ต่อจากนี้ไป จะไม่มีใครหน้าไหนมาเป่าหูผมได้อีก ความจริงของผมมีแค่เรื่องที่คุณพูดเท่านั้น”เขากุมมือผมไว้แน่น สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำเอาใจผมสั่นสะท้าน “กลับมาคบกับผมนะภีม... ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อชดใช้ แต่คบเพราะผมรักคุณจริงๆ รักแบบที่คนโง่อย่างผมเพิ่งจะเข้าใจ”ผมมองสบตาเขาเนิ่นนาน ความแค้นที่เคยสุมอกมันมอดดับลง เหลือเพียงความโหยหาที่ปฏิเสธไม่ได้
ตอนที่ 19: พิสูจน์บรรยากาศในมหาวิทยาลัยเช้านี้ดูจะหนักอึ้งกว่าทุกวัน กลิ่นอายของพายุอารมณ์ที่พัดถล่มเมื่อวานยังทิ้งร่องรอยไว้เป็นข่าวลือหนาหูที่ลอยคว้างอยู่ตามระเบียงตึก แววตาหลายคู่ที่มองมาทาง ‘ภีม’ เต็มไปด้วยความสงสัย บรรยากาศรอบตัวเขาเหมือนมีกำแพงล่องหนที่กั้นเอาไว้ให้โดดเดี่ยวภีมเดินก้มหน้าจังหวะเท้าสม่ำเสมอ แผ่นหลังที่ดูเหมือนจะเข้มแข็งแต่กลับสั่นไหวนิดๆ ในสายตาของใครบางคนธันวา ยืนมองภาพนั้นจากระยะไกล มือหนาที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงขยับกำเข้าหากันแน่น เขาเห็นทุกความอึดอัดที่ภีมแบกไว้ ความเจ็บปวดจากการถูกตัดสินซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันชัดเจนเสียจนเขารู้สึกร้อนรน‘พอแล้วกับการเป็นแค่คนดู’ ธันวาบอกตัวเองในใจ ความลังเลที่เคยมีถูกเผาไหม้ไปจนสิ้น ‘ครั้งนี้... กูจะเลือกเอง’ภายในห้องเลกเชอร์ที่ควรจะเต็มไปด้วยเสียงหัวข้อวิชาการ กลับกลายเป็นลานประหารขนาดย่อม มีการเรียกชี้แจงด่วนเรื่องความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่เป็นประเด็น ภีมนั่งอยู่ตรงนั้น... ท่ามกลางวงล้อมของสายตาที่กดดันเหมือนจะรีดเอาคำสารภาพออกมาให้ได้“มันมีหลักฐานนะภีม ถ้าไม่ใช่แกจริงๆ ก็แค่อธิบายมาดิ เงียบแบบนี้คนเขาก็คิดไปไกลหมดแล้ว” เ
ตอน 18: ภีมพัง เสียงพัดลมเพดานในห้องเรียนดัง หึ่ง... หึ่ง... สม่ำเสมอ แต่วันนี้มันกลับฟังดูน่ารำคาญใจอย่างประหลาด ภีม นั่งนิ่ง สายตาเหม่อลอยจดจ้องไปที่กระดานไวท์บอร์ด แต่ดูเหมือนสมองจะไม่ได้ประมวลผลตัวอักษรเหล่านั้นเลย เสียงอาจารย์ที่กำลังบรรยายหน้าชั้นฟังดูไกลออกไปเหมือนเปิดลำโพงทิ้งไว้ในน้ำ รอบข้างที่เคยเป็นความคุ้นชินกลับกลายเป็นความอึดอัดที่ค่อย ๆ บีบอัดเข้ามาทีละนิด "เออ มึงเห็นข่าวเด็กบริหารป่ะ ที่ว่าทำของหายแล้วไปโทษเพื่อนอะ..." เสียงกระซิบจากโต๊ะหลังดังรอดเข้าหูเพียงไม่กี่คำ แต่มันกลับเหมือนเข็มแหลมที่ทิ่มพรวดลงบนแผลเป็นกลางใจภีม คำเหล่านั้นมันหมุนวน ดึงเอาความทรงจำสีหม่นที่เขาพยายามฝังกลบไว้ให้ฟุ้งกระจายขึ้นมาอีกครั้ง มือที่วางอยู่บนสมุดจดเริ่มเย็นเฉียบจนปลายนิ้วซีดขาว เขาพยายามจะบังคับให้ปากกาในมือลากไปตามเส้นบรรทัด แต่มันกลับสั่นจนอ่านไม่ออก ‘ไม่ใช่ตอนนี้... อย่าเพิ่งมาเป็นตอนนี้ดิ’ ภีมกัดริมฝีปากจนเจ็บ สั่งตัวเองให้หายใจเข้าลึก ๆ แต่มันกลับติดขัดอยู่ที่ลำคอเหมือนมีก้อนอะไรแข็ง ๆ มาจุกไว้ จู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็เริ่มพร่ามัว แสงจากหลอดนีออนในห้องเรียนดูจ้าจนแสบตา เสี
บทที่ 17: เกมสุดท้ายความเงียบภายในห้องพักสี่เหลี่ยมแคบๆ ดูจะหนักอึ้งกว่าปกติ มีเพียงแสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือที่สะท้อนลงบนนัยน์ตาที่ว่างเปล่าของ พีชญ์ เขานั่งกอดเข่าอยู่บนเตียง นิ้วเรียวเลื่อนอ่านคอมเมนต์ก่นด่าในโซเชียลที่พุ่งเป้ามาที่เขาไม่หยุดพัก หลังจากคลิป "ความลับ" นั้นหลุดออกไปพีชญ์แค่นหัวเราะในลำคอ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและเย็นเยียบ“ถ้าภาพลักษณ์แสนดีที่สร้างมามันพังจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว... ก็ไม่จำเป็นต้องรักษามันไว้อีกต่อไป”เขาโยนความกลัวทิ้งไป แล้วหยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาเปิด ข้อมูลที่เขาเคยแอบเก็บไว้ตอนคบกับภีมถูกกางออกมา ทั้งตารางเวร รหัสผ่านที่เคยเห็นผ่านตา และโครงสร้างเครือข่ายโรงพยาบาลของตระกูลภีม“พี่ชอบความสมบูรณ์แบบมากใช่ไหม ภีม?” พีชญ์พึมพำขณะเริ่มสร้างบัญชีอวตารชุดใหม่ “งั้นมาลองดูหน่อยว่าถ้า ‘อนาคต’ ที่พี่ภูมิใจมันพังพินาศ พี่จะยังทำหน้านิ่งแบบนั้นได้อยู่หรือเปล่า”เมล็ดพันธุ์ความเชื่อชุดใหม่ถูกหย่อนลงในกลุ่มแชตลับและบอร์ดคณะแพทย์อย่างมีชั้นเชิง ‘นศพ. คนเก่งแอบปล่อยข้อมูลคนไข้?’ ‘จรรยาบรรณที่หายไปหลังฉากหน้าแสนดี’ เขาไม่ระบุชื่อตรงๆ แต่ทิ้งร่องรอยให้ทุกคน "เ
ตอนที่ 16: คนใหม่เช้าวันนี้เข็มนาฬิกายังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ ภีมตื่นขึ้นมาในห้องที่เงียบสงบ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาไม่ได้ทำให้เขารู้สึกว้าวุ่นเหมือนช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาลุกขึ้นจัดที่นอน เช็กตารางเรียน และเตรียมตัวอย่างใจเย็น จังหวะชีวิตที่เคยรวนเรเพราะ "ใครบางคน" เริ่มกลับเข้าที่เข้าทางจนเขาสัมผัสได้มันเป็นความปกติที่เรียบง่าย... และที่สำคัญคือในหัวของเขาไม่มีภาพของธันวาแทรกเข้ามาเหมือนอย่างเคย“แบบนี้แหละ... พอแล้ว” ภีมพึมพำกับตัวเองในกระจกก่อนจะคว้ากระเป๋าออกจากห้องไปบรรยากาศในห้องเรียนรวมวันนี้ดูคึกคักเป็นพิเศษ เมื่ออาจารย์สั่งงานกลุ่มที่ต้องประสานงานร่วมกับรุ่นพี่ปีสูงเพื่อจำลองการทำเคส ภีมนั่งมองแผ่นกระดาษในมือพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย จนกระทั่งเงาร่างหนึ่งเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า“ตรงนี้ถ้าลองเรียงลำดับความสำคัญของคนไข้ใหม่ จะทำให้เข้าใจง่ายขึ้นนะ”เสียงนุ่มแต่กังวานตบะทำเอาภีมเงยหน้าขึ้นมอง ผู้ชายเจ้าของใบหน้าใจดีที่มาพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ส่งมาให้เขาอย่างเป็นมิตร“พี่อาทิตย์” รุ่นพี่ปี 5 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเก่งและความนิ่งสงบอาสาเข้ามาช่วยดูงานให้กลุ่มของ
ตอนที่ 15: ระยะที่ปลอดภัยแสงแดดยามเช้าของมหาวิทยาลัยวันนี้ดูไม่จืดชืดเหมือนวันก่อนๆ แม้สายตาหลายคู่ที่มองตรงมายัง ‘ภีม’ จะยังมีแววใคร่รู้พ่วงมาด้วยหลังจากเหตุการณ์ ‘ความลับแตก’ ครั้งนั้น แต่บรรยากาศโดยรวมกลับเริ่มเบาบางลง ไม่ได้กดดันจนหายใจไม่ออกเหมือนช่วงแรก ภีมกระชับสายสะพายกระเป๋า เดินไปตามทางเดินหินอ่อนที่คุ้นเคย พยายามจดจ่ออยู่กับตารางเรียนในหัว มากกว่าเสียงซุบซิบที่เริ่มกลายเป็นเพียงเสียงนกเสียงกาทว่า... ความรู้สึกที่เหมือนมีใครบางคนจับจ้องอยู่นั้นกลับชัดเจนขึ้นห่างออกไปอีกฟากของลานกิจกรรม ‘ธันวา’ ยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงพิงเสาอาคารเรียนสายตามองตรงมาที่ภีมอย่างเงียบเชียบ เขาไม่ได้ก้าวเข้ามาหา ไม่ได้ตะโกนเรียกชื่อเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แค่ยืนอยู่ในระยะที่มองเห็นกันได้ชัดเจน แต่กลับเว้นช่องว่างไว้กว้างพอที่จะไม่ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกคุกคาม‘จะไม่กดดัน... จะไม่ทำให้ภีมอึดอัดอีกแล้ว’ นั่นคือคำสัญญาที่ธันวาให้ไว้กับตัวเองในใจ เขาเรียนรู้แล้วว่าการบุกเข้าไปมีแต่จะทำให้กำแพงนั้นสูงขึ้น การถอยออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเฝ้ามองดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่เจ็บปวด แต่ ‘จำเป็น’ ที่สุดในตอนนี้ช่วงพัก





![[แบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบระดับ SS]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

