LOGINมุมหนึ่งที่เห็นไกลๆ มีหญิงสาวกับเด็กน้อยคนหนึ่งกำลังก่อกองทรายเล่น ท่าทางที่เด็กน้อยหัวเราะชอบใจตอนที่น้ำทะเลซัดปราสาททรายพังนั้น ทำให้เรนยกมุมปากยิ้มตามเล็กน้อย เจ้าหนูนั่นไม่ได้ร้องโยเยกับการพังทลายของปราสาททรายที่เจ้าตัวบรรจงสร้างอยู่นาน แถมยังยิ้มหัวและมูฟออนด้วยการสร้างมันขึ้นมาใหม่อีกครั้ง นั่นแสดงให้เห็นถึงการเลี้ยงดูที่พ่อแม่ได้ใส่โปรแกรมเรื่องความไม่จีรังยั่งยืนของสิ่งใดๆ และการไม่ยึดติดลงไปในสมองเล็กๆ นั่น ถือว่าเป็นผู้ปกครองที่ใช้ได้เลยทีเดียว
แวบหนึ่งที่หวนคิดถึงความหลังเนิ่นนานมา ตอนที่ยังเล็กและได้มาเที่ยวเมืองไทย เขากับร็อคก็ชอบเล่นทรายแบบนี้ แต่พวกเขามีช่วงวัยไร้เดียงสาค่อนข้างสั้น เพราะหลังจากนั้นไม่นาน การเล่นดินเล่นทรายอย่างไร้สาระก็เปลี่ยนไปเล่นอะไรที่จริงจังมากขึ้น ถูกฝึกฝนอย่างหนักเพื่อพุ่งเป้าในการเป็นสายลับขององค์กรใต้ดิน เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ เผลอแผล็บเดียวเขาก็อายุล่วงมาถึงวัยสามสิบตอนปลายอย่างที่เห็น
เรนถอนสายตาจากภาพเบื้องหน้า ก้มมองนาฬิกา เมื่อถึงกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ชายหนุ่มก็หยุดและก้าวลงจากลู่วิ่งไฟฟ้า ใช้ผ้าซับเหงื่อบนใบหน้า พอทอดสายตาไปที่ชายหาดอีกครั้ง ร่างหญิงสาวในชุดว่ายน้ำสีฟ้าก็ตรึงสายตาของเขา เจ้าหล่อนสวมเสื้อคลุมบางทับชุดบิกินีอีกชั้น มัดผมเป็นจุกกลางศีรษะ ใบหน้าเล็กสวมแว่นกันแดดอันใหญ่ ยื่นมือไปจูงมือเด็กชายตัวน้อยพาเข้าไปในร่มสีสดใส เธอล้างมือให้ลูกน้อย รอยยิ้มของเจ้าหนูนั่นทำให้เขาต้องยิ้มตามอีกครั้ง มีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินไปร่วมแจมกับสองแม่ลูกนั่น เดาว่าคงจะเป็นสามีของผู้หญิงคนนั้นนั่นเอง เรนหมดความสนใจทันทีและหันหลังเดินออกจากห้องฟิตเนส กลับขึ้นห้องเพราะค่ำนี้เขามีนัดกับหมากตัวหนึ่งที่จะทำให้เกมของเขาเดินไปข้างหน้าอีกก้าว
ส่วนหญิงสาวกับเด็กชายที่เมื่อครู่ก่อนตกเป็นเป้าสายตาของคนที่อยู่ในห้องฟิตเนสของโรงแรมนั้น ขณะนี้ก็กำลังล้างตัว
"ป๊าจะพาเอิรธ์ไปทานข้าวที่ไหนฮะ"
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นถามด้วยความตื่นเต้น เวลาสี่โมงกว่าแล้ว ฟ้าใสซึ่งพาลูกลงมาชายหาดตั้งแต่เช้าตามเสียงรบเร้าจึงต้องพาลูกขึ้นเสียที เย็นนี้เมฆาจะพาไปกินอาหารทะเลตามแพลนที่พี่ชายได้บอกเอาไว้
"เราอยากไปกินกุ้งเยอะๆ ไม่ใช่เหรอ"
"ใช่ค้าบ" พอรู้ว่าจะได้ไปกินกุ้งของโปรดเด็กชายก็ยิ้มแฉ่งดีใจใหญ่
"เดี๋ยวป๊าจะพาไปที่ร้านริมทะเล กุ้งกระโดดขึ้นมาจากเรือสดๆ เลย อยากเห็นไหม"
"หุยยย... จริงเหรอฮะ" เด็กน้อยทำตาโตตื่นเต้น
"จริงสิ ป๊าจะโกหกทำไมล่ะ รีบไปอาบน้ำเร็วเข้า"
"โอเคค้าบ"
น้องเอิร์ธรับคำเสร็จก็รีบวิ่งรี่ไปหาแม่ทันที
"แม่ฟ้าค้าบ เอิร์ธจะอาบน้ำละนะ"
เด็กชายวัยห้าขวบอาบน้ำเองได้แล้ว แต่คนเป็นแม่ยังไม่ยอมละสายตา ยังคงเข้าไปช่วยบ้างเนื่องจากกลัวลูกจะลื่นล้ม เธอคอยถือฝักบัวรดตัวให้จนลูกอาบน้ำเสร็จ จากนั้นแม่ก็อาบบ้าง
เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว เมฆาก็ขับรถพาน้องสาวและหลานชายไปยังร้านอาหารซึ่งเป็นร้านลับในหมู่บ้านชาวเลติดกับชายหาด
ฟ้าใสเดินตามหลังพี่ชายที่จูงมือน้องเอิร์ธเข้าไปในร้าน เธอยังไม่เคยมาที่นี่ มันเป็นอาคารชั้นเดียวที่เดินทะลุไปถึงด้านหลังซึ่งอยู่ติดกับหาดทราย ได้ยินเสียงคลื่นซัดสาดชัดเจน ระเบียงกว้างมีหลังคาครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งเปิดโล่งให้แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืนได้แบบฉ่ำๆ เสาระเบียงทุกต้นแขวนตะเกียงเจ้าพายุโบราณให้ความรู้สึกคลาสิกแบบไทยๆ
ขณะกำลังเดินตามหลังบริกรเข้าไปภายใน ฟ้าใสก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงขายาวกำลังเดินควงมากับหญิงสาวสวยเข้ามาในร้าน เขาหันมาสบสายตากับเธอพอดี และดูเหมือนเขาจะชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเมินหน้าหนีไม่สนใจแล้วเดินเข้าไปในร้าน
ฟ้าใสมองตามแผ่นหลังของเขาด้วยความรู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก แต่ใบหน้าที่มีแว่นตาสวมของเขาก็ไม่ได้มีอะไรบอกว่าเธอเคยเห็นเขามาก่อน
"โต๊ะนี้ครับ" บริกรกล่าวอย่างสุภาพ เมฆาจองโต๊ะที่อยู่ด้านหน้า เห็นทะเลและฟองคลื่นสีขาวได้อย่างชัดเจน
"กินอะไรดีลูก" ฟ้าใสกางเมนูแล้วให้ลูกชายเป็นคนชี้ เจ้าหนูก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมฆาเองก็ช่วยกันกับหลาน จนสั่งไปหลายเมนูแล้วจึงพอแค่นี้ก่อน
"บรรยากาศดีจังเลย พี่หาเจอได้ไงเนี่ย ไหนว่าเป็นร้านลับๆ ไง" เมฆาใช้ชีวิตท่องเที่ยวมากกว่าเธอ ตั้งแต่มีเจ้าตัวเล็กฟ้าใสก็ไม่ค่อยได้ออกจากกรุงเทพฯ มากนัก ได้ฮอลิเดย์ใกล้ๆ แถวพัทยาเป็นหลัก
"ฟ้าจำผู้ชายคนหนึ่งที่ภูเก็ตได้ไหม ที่ร้านอาหารน่ะ ผู้ชายตัวสูงและใส่แว่น คนที่ฟ้าหันไปทีไรก็เห็นว่าเขามองฟ้าอยู่"เรนลองสะกิดความทรงจำให้เธอ ฟ้าใสก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเมื่อนึกออก"จำได้ค่ะ เพราะคุยกับเขานิดหนึ่งที่หน้าห้องน้ำ เอ๊ะ... อย่าบอกนะคะว่านั่นคือ...พี่"เรนพยักหน้า..."ใช่...พี่เอง ตอนนั้นพี่กำลังทำงานอยู่""โห...มีอีกมั้ยคะ" เธอถามออกไปอย่างทึ่งจัดและคาดไม่ถึง"ที่ฟ้าได้เจอก็มีแค่นี้แหละ" ส่วนที่ไม่เจอก็ไม่ต้องพูดถึง... มันเยอะมากจนนับไม่ถ้วน ฉายาสายลับพันหน้านั้นไม่เกินจริงหรอกเพลงจบลงพอดี เรนโอบเอวฟ้าใสเดินออกจากฟลอร์ เหลือบสายตาไปเห็นว่าร็อคกับราชาวดียังคงเต้นรำเพลงต่อไปไม่หยุด พี่ชายของเขาทำเหมือนไม่ได้เต้นรำกับเมียมาเป็นชาติอย่างนั้นแหละ เพราะตอนนี้มันทิ้งลูกๆ เอาไว้ที่โต๊ะให้ปู่กับย่าดูแลเฉย แต่จะว่ามันก็ไม่ได้เพราะเขาเองก็ปล่อยลูกๆ ไว้กับคุณตาคุณยายเหมือนกันเรนนึกถึงครั้งที่ร็อคบอกว่ามันกำลังบินมาเมืองไทยเพื่อช่วยเขาปิดจ๊อบแต่ไอ้พี่ชายกลับหายหัวไปเฉย เพิ่งมาเฉลยทีหลังว่ามันโกหก ที่จริงมันไปที่เกาะกลางทะเล จัดการเก็บกวาดลูกน้องของไอ้ฮอล์กจนเกลี้ยง แล้ว
"ไม่เอาค่ะ อย่าซนสิคะ... นี่มันดึกแล้วนะ เรานอนกันดีกว่า เพราะพรุ่งนี้มีนัดจะต้องไปที่บ้านริมน้ำนะ"หญิงสาวเตือนเบาๆ มารดาของเมฆานัดให้ไปลองชุดที่ท่านเป็นคนออกแบบให้ด้วยตัวเอง หญิงสาวจึงรู้สึกตื่นเต้นมาก ไม่อยากสาย เธอผลักอกกว้างเบาๆ แต่มีหรือเขาจะปล่อยง่ายๆ"แป๊บเดียวเอง น้ำเดียวแล้วจะให้นอน...นะครับ"เขากระซิบขอด้วยภาษาทะลึ่ง พร้อมกับมือไม้ก็ซุกซนไปทั่วตัวเธอไม่ยอมหยุด"คุณนี่นะ..."เธอบ่นงึมงำน้ำเสียงเบาหวิวเพราะเริ่มอ่อนไหวไปกับสัมผัสหวามที่เขากำลังทำอยู่ มืออุ่นล้วงเข้าไปใต้เสื้อแล้วกลิ้งกลึงยอดถันที่ไวต่อความรู้สึก"อา ดีจัง...ผมชอบที่คุณจุดติดเร็วแบบนี้"แววตาที่เต็มไปด้วยไฟปรารถนาปนเว้าวอนของเขาทำให้ซิมใจอ่อนยวบพร้อมกับร่างกายที่อ่อนระทวยตาม เธอไม่เคยใจแข็งกับเมฆาได้เลยสักครั้ง"ไม่เกินยี่สิบนาทีนะคะ" หญิงสาวกล่าวเสียงอ้อมแอ้มเขาไม่ตอบ แต่ก้มมาปิดปากและจุมพิตเธออย่างเร่าร้อนไม่ยอมเสียเวลาอีกต่อไป เมฆารู้ว่ายังไงเมียก็ต้องตามใจเขาอยู่แล้ว ซิมรักเขามาก เขารู้ดี และเขาเองก็รักเธอมากพอกัน ตอนนี้ก็แทบจะรอไม่ไหวแล้วที่จะได้สร้างครอบครัวกับเธอเสียทีและแล้ววันแต่งงานก็มาถึง...พิธีว
"จริงเหรอคะ? ซิมไม่ได้สังเกตเลยเนี่ย" หญิงสาวยกมือขึ้นแตะบริเวณขอบตาด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อยเมฆาคลี่ยิ้มขำที่เธอเชื่อคำกระเซ้าแซวของเขา บุคลิกภายนอกทั่วไปซิมเหมือนผู้หญิงบอบบางและซื่อใส แต่เวลาทำงานตัวตนของซิมจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เธอสามารถสั่งจัดการคนได้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย เธอใจแกร่ง เด็ดขาด และกล้าหาญอย่างที่ผู้ชายหลายคนสู้ไม่ได้ เป็นคนสองบุคลิกอย่างแท้จริง เมฆารักเธอทั้งสองเวอร์ชัน และรู้สึกมันเขี้ยวมากเวลาเห็นซิมตามมุกของเขาไม่ทันแบบนี้"ไม่เชื่อก็ไปส่องกระจกบนห้องดูสิ ปะ ผมจะพาไปเอง"ชายหนุ่มกล่าวพลางฉุดมือเธอให้ลุกขึ้น ซ่อนรอยยิ้มพราวเอาไว้"ซิมยังทำงานไม่เสร็จเลยค่ะ" เธอทักท้วงเสียงอ่อน"เอาไว้ทำต่อพรุ่งนี้เถอะ ตอนนี้มันเป็นเวลาพักผ่อนกับผัวนะที่รัก"สีหน้ากรุ้มกริ่มของเขาทำให้ซิมไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเขาต้องการจะพักผ่อนจริงๆ แต่ก็ยอมเดินตามแรงดึง จนกระทั่งเข้าไปในห้องนอน พอเขาผลักเธอเบาๆ ให้ล้มลงไปบนเตียง หญิงสาวก็รู้ความนัยว่าไอ้ที่เดาไว้น่ะ...ไม่ผิดเลยสักนิด"คนเจ้าเล่ห์" เธอต่อว่าต่อขานทันที แต่เขาก็ยิ้มรับหน้าตาระรื่น"กับคุณ... ถ้าไม่เจ้าเล่ห์...ผมก็อดจู๋จี๋ด้วยน่ะสิ ทุกวันนี้
กลางดึกของคืนที่มีสายฝนตกโปรยปราย เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายกำลังอยู่เวรที่ด่านตรวจ พวกเขารู้สึกเซ็งและเบื่อหน่ายกับสภาพอากาศแสนอึมครึมและเปียกแฉะนี้เหลือเกิน เวลาค่อนคืนอย่างนี้ก็คงมีแค่คนมีเวรอย่างพวกเขาเท่านั้นแหละที่จะต้องมานั่งถ่างตาทำงานเพื่อให้คนอีกหลายสิบล้านคนได้นอนหลับอย่างเป็นสุขในนิทรารมณ์จนกระทั่งเวลาเลยเที่ยงคืนไปเล็กน้อยก็มีเสียงครืดคราดของวิทยุสื่อสารดังขึ้น เรียกสติที่กำลังเคลิ้มของจ่าหมีให้เงี่ยหูฟังก่อนจะหยิบขึ้นมาดู มันเหมือนคลื่นวิทยุที่ยังจูนไม่ตรงสถานีจึงเกิดเสียงซ่าไม่หยุด"อะไรวะเนี่ย ฟังไม่รู้เรื่องเลยโว้ย ห่าเอ๊ย"จ่าสบถขรม แต่ก็ตั้งใจฟังต่อไป พอมองหาว่ามันมาจากคลื่นความถี่ไหน เขากลับเห็นแต่ตัวเลขยาวเหยียด คล้ายกับว่ามันไม่ได้มาจากแหล่งสื่อสารปกติของพวกตำรวจ ชั่วแวบหนึ่งจ่านึกถึงคำเล่าขานที่ว่าในช่วงสองสามปีมานี้มันมี คลื่นรบกวนพิเศษ ที่ไม่ทราบแหล่งที่มาคอยแจ้งเบาะแสเรื่องพวกกระทำผิดกฎหมายทำให้ตำรวจสามารถจับกุมพวกเดนนรกพร้อมของกลางได้หลายเคสจนเป็นข่าวอยู่เนืองๆ"เตรียมสกัดจับรถเก๋งสีดำ ยี่ห้อโตโยต้า ป้ายทะเบียน กค 781... มียาบ้า... ค้นใต้เบาะและท้ายรถที่มีการต่
สามปีต่อมาฟ้าใสกำลังกล่อมหยาดธาราหลับตอนบ่ายอยู่ในคอกที่ห้องนั่งเล่น เธอเปิดทีวีทิ้งเอาไว้เป็นเพื่อน“จากกรณีเรือสำราญซาฮาราถูกเจ้าหน้าที่ยึดจับและตรวจพบเฮโรอีนจำนวนมากพร้อมกับใต้ท้องเรือมีเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่าสิบแปดปีกว่าสิบคนซ่อนอยู่นั้น เวลานี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขยายผลและจับกุมนักการเมืองระดับรองหัวหน้าพรรคพร้อมตำรวจระดับนายพลอีกจำนวนสี่คน... ส่วนเบาะแสการจับกุมนั้นเจ้าหน้าที่ไม่อาจเปิดเผยผู้ให้ข้อมูลได้ แต่เท่าที่คนขุดข่าวทราบ เห็นว่าเป็นแหล่งเดียวกันกับเบาะแสคดีทลายบ่อนเถื่อนใจกลางกรุงเมื่อเดือนที่แล้ว...และคดีค้าประเวณีและทารุณกรรมเด็กที่พัทยาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา”ฟ้าใสหันไปให้ความสนใจมากขึ้น และเมื่อฟังจบริมฝีปากงามก็คลี่เป็นรอยยิ้มจางๆ แหล่งข่าวปริศนามันจะเป็นฝีมือของใครได้ล่ะ ถ้าไม่ใช่...เรนตอนนี้องค์กรใต้ดินมีบอสใหม่ที่เป็นคนดีและมีอุดมการณ์หนักแน่น ทำให้เรนยอมช่วยเหลือเป็นครั้งคราว แต่ห้ามไม่ให้องค์กรมายุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเขาเด็ดขาด เรนขู่ไปว่าถ้ามีใครมายุ่งเขาจะถล่มเกาะเหี้ยนั่นให้มันจบๆ ไป ทุกวันนี้ชีวิตของพวกเขาจึงอยู่อย่างสงบสุขอย่างที่เรนปรารถนา“หลับแล้วเหรอ”
ฟ้าใสฉี่ใส่แก้วเสร็จก็เอามาวางที่เคาน์เตอร์ เรนเอื้อมมือมา แต่เธอรีบตีเพียะ“ไม่ต้องเลยค่ะ ฟ้าจะทำเอง พี่ยืนอยู่เฉยๆ พอ” เธออายจะตายอยู่แล้วตอนนี้ แต่ก่อนที่จะได้ตรวจ ฟ้าใสก็ทำท่าจะขย้อนของเก่าอีกรอบ รีบหมุนตัวไปยังชักโครกแล้วโก่งคออาเจียนยกใหญ่เรนรีบขยับมาลูบหลังให้หญิงสาวอย่างเป็นห่วง“พี่บอกแล้วว่าให้อยู่เฉยๆ ก็ไม่เชื่อ” เขาทำบ่นให้เธอ แต่มือก็คอยลูบหลังและจับผมให้ คว้าทิชชูมาส่งให้เช็ดปากอย่างเอาใจใส่ แล้วก็กดชักโครกให้เสร็จสรรพ“นั่งตรงนี้ พี่จะทำให้เอง”เขาประคองเธอให้นั่งที่ขอบอ่างอาบน้ำ จากนั้นก็รีบหยอดปัสสาวะใส่อุปกรณ์ ทำตามคำแนะนำข้างกล่องอย่างเคร่งครัดฟ้าใสนั่งมองร่างสูงที่กำลังวุ่นวายกับอุปกรณ์ตรวจฯ เธออดที่จะยิ้มบางออกมาไม่ได้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะเป็นผู้ชายของเธอจริงๆ มันเหมือนฝันที่เป็นจริงไม่เคยบอกใครเลยว่าเมื่อนานมาแล้วเด็กสาวคนหนึ่งเคยมีผู้ชายในฝันกับเขาเหมือนกัน เธอแอบซุกซ่อนความลับนี้เอาไว้อย่างลึกสุดใจ แม้แต่ตัวเธอเองก็แกล้งทำเป็นลืมๆ มันไปซะ เพราะคิดว่ามันไม่มีทางที่จะเป็นจริงได้ พี่เรนคนที่มีชีวิตลึกลับและจับต้องไม่ได้คนนั้นไม่มีทางที่จะมองฟ้าใสเด็กกะโปโล







