Beranda / LGBTQ+ / อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน / บทที่2 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (2/3)

Share

บทที่2 จุดเริ่มต้นของเรื่องราว (2/3)

last update Tanggal publikasi: 2025-07-03 22:47:49

รถเริ่มเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ เมื่อขับรถเลยบ้านหลังนั้นไปโดยหันกลับมามองแต่กลับไม่เห็นยายแก่คนนั้นอีก ผมได้ร้องเรียกแม่

"แม่ๆ เมื่อกี้แม่เห็นยายแก่ที่อยู่บ้านร้างเมื่อกี้มั้ย" ผมถามแม่ขณะที่ผมกำลังนั่งหันไปทางด้านหลังภายในรถ

"คนไหนหรอจ๊ะลูก" น้ำเสียงต่ำแหบแต่มันกลับเย็นเยียบจนขนลุกซู่ เหมือนเสียงนั้นไม่ได้ออกมาจากลำคอของมนุษย์

ผมรีบหันขวับกลับมาทางแม่ทันที สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าผมคือยายแก่ที่นั่งตรงเบาะที่แม่นั่งอยู่ หน้าหันมาทางผม ใบหน้าของยายมีใบหน้าแห้งเหี่ยว กำลังยิ้มให้ผม รอยยิ้มของยายกว้างจนน่าขนลุก ผมฟูยุ่งเหยิง ตาสองข้างไม่มี ผมตกใจกลัวอย่างสุดขีดจนผมร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น ผมรีบเอามือสองข้างปิดหน้าปิดตาไว้ ทันใดนั้นเองเสียงของแม่ก็ร้องเรียกชื่อผมดังขึ้นมา

"เทียน เทียน เกิดอะไรขึ้นลูก พ่อกับแม่อยู่นี่ไงลูก" แม่ถามผมด้วยสีหน้าเป็นห่วง แม่เอามือมาจับมือผมออกเพื่อไม่ให้ผมปิดหน้าปิดตาไว้

"แม่เทียนกลัว เทียนอยากกลับบ้านแล้วฮื้อ..ฮื้ออ..ฮือ..ออ.." ผมพูดพลางร้องไห้โฮเสียงดัง

"ลูกบอกแม่ได้มั้ยว่าทำไม"

"ผมไม่เอาแล้วแม่ ผมอยากกลับบ้านฮื้อ..ออ..ฮืออ.." ผมร้องไห้จนแทบพูดไม่รู้เรื่อง

"ลูกฟังแม่นะ มันไม่มีอะไรต้องกลัวพ่อกับแม่อยู่นี่แล้ว" แม่ผมพยายามพูดปลอบผมด้วยน้ำเสียงอย่างอ่อนโยน

พ่อผมตอนนี้เงียบไม่พูดไม่จามาสักพักนึงแล้ว พอผ่านไปสักพักพ่อเริ่มปริปากพูดหลังจากที่เงียบไปนาน

"ผมว่ามันแปลกๆนะ ปกติแล้วเราต้องออกไปทางถนนใหญ่ได้แล้ว แต่นี่เราวนกันอยู่ที่เดิมมาหลายรอบแล้ว"

แม่และผมเริ่มสังเกตดูบรรยากาศข้างนอกรถ ซึ่งรถของพวกเราวนมายังบ้านร้างที่ผมเจอยายแก่คนนั้นมาหลายรอบแล้ว ส่วนตอนนี้พระอาทิตย์ก็เริ่มจะตกดินแล้วด้วย แม่นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนใบหน้าจะถอดสีอย่างเห็นได้ชัด แม่รีบหยิบพระเครื่องที่ตาเคยให้แม่ไว้จากในกระเป๋าของแม่ แม่นำพระเครื่องใส่วางในมือแล้วพนมมือขึ้นหลับตา พอผ่านไปไม่นานนักแม่ก็ได้นำพระเครื่องห้อยไว้ตรงกระจกรถตรงกลางด้านหน้า ผ่านไปไม่ถึง 20 นาที รถพวกผมก็สามารถออกมายังถนนใหญ่ได้สำเร็จ ทุกคนในรถต่างพากันเงียบตั้งแต่ที่รู้ว่าขับรถไปนานแค่ไหนก็วนกลับมาอยู่ที่บ้านร้างหลังนั้น ผมเองก็ไม่ได้ปริปากบอกทุกคนว่าผมเห็นอะไร

"เทียนฟังแม่นะ ไม่ว่าลูกจะเห็นหรือได้ยินอะไร ลูกห้ามทักท้วงเด็ดขาด เข้าใจมั้ย" แม่หันหน้ามาทางผม สีหน้าของแม่จริงจังมากกว่าปกติ ผมไม่เคยเห็นแม่เป็นแบบนี้มาก่อน

"ครับ" ผมตอบกลับแม่ทันที

เวลา 20:13น.

หลังจากผ่านเรื่องแปลกๆที่เกิดขึ้นมาได้ก่อนหน้านั้น ทุกอย่างก็ดูกลับมาเป็นปกติดี ไม่มีอะไรติดขัดระหว่างทางเหมือนทั้งวันมานี้ จนในที่สุดพวกผมก็ขับรถมาถึงจังหวัดที่ตากับยายของผมอาศัยอยู่ ผมเริ่มรู้สึกง่วงอีกครั้ง ในขณะที่ผมกำลังจะหลับนั้น จู่ๆก็ยินคนเรียกชื่อผม

"เทียน เทียน" น้ำเสียงก้องกังวานเย็นยะเยียบ

ผมสะดุ้งตื่นทันที ความรู้สึกง่วงที่มีก่อนหน้าได้หายไป ผมมองออกไปยังนอกกระจกรถ สิ่งที่ปรากฏต่อหน้าของผมคือผู้หญิงผมยาวผมปิดหน้าทางซีกหน้าขวา ใส่ชุดกระโปรงยาวจนถึงเข่าสีขาวไม่มีลาย ยืนอยู่ข้างถนนทางด้านฝั่งทางซ้ายของตำแหน่งคนนั่งข้างหน้า บรรยากาศโดยรอบในตอนนี้มีป่าไม้ใหญ่กอไผ่ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นไม่มีแม้แต่บ้านคนอาศัยอยู่ มีเพียงแสงไฟจากหน้ารถที่ฉายฝ่าความมืด ถนนยามค่ำเต็มไปด้วยรถที่แล่นไปมาไม่ขาดสาย

ผมแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นผู้หญิงคนนั้น ผมนั่งนิ่งอยู่นาน รู้ตัวอีกทีมือทั้งสองก็เย็นเฉียบ แผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทั้งที่อุณหภูมิภายในรถไม่ได้สูงมากนัก ส่วนร่างกายของผมไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ผมนั่งฟังเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นผิดจังหวะ ในสมองผมตอนนี้มีแต่คำว่ากลัว เต็มไปหมด

"เทียน เทียน ตอบกลับเราหน่อยสิ" น้ำเสียงก้องกังวานเย็นยะเยียบดังขึ้นอีกครั้ง

ผมนิ่งเงียบทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร แต่ร่างกายของผมกลับต่อต้าน ผมกลัวจนแทบจะฉี่แตกอยู่แล้ว ผมมองด้วยหางตามองออกไปข้างนอกกระจก ผมเห็นผีตัวนั้นยืนอยู่ทางข้างถนน ถึงแม้ว่าพ่อของผมจะขับรถผ่านกี่ครั้งต่อกี่ครั้งผีผู้หญิงชุดขาวนั่นก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม

"จันทร์เอ๋ย จันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง

ขอเชือกสีแดงมาแขวนคอเจ้า

ขอให้เลือดของเจ้าหยดลงราวน้ำอบในพิธี

ขอให้เจ้าร้องขอชีวี แต่ไม่มีใครได้ยินเสียง

ขอให้เจ้าไม่มีศพให้ฝัง ไม่มีเถ้าถ่านให้โปรย

ขอให้ถูกทอดทิ้งไม่หลงเหลือแม้แต่เงา

ทุกภพชาติของเจ้าจะกลายเป็นฝันร้ายที่ข้านำพาไป

ตราบใดที่ยังมีการเวียนว่ายตายเกิด ข้าจะตามล่าเจ้าไม่มีสิ้นสุด" น้ำเสียงของเธอเบาแผ่วคำพูดแต่ละคำค่อยๆหลุดรอดออกมาจากลำคอแห้งเหือด ฟังคล้ายเสียงลมปะทะใบไม้แห้ง แต่กลับทำให้หัวใจเย็นวาบไปทั้งตัว

*ฟังเพลงเพื่อเพิ่มคำอรรถรส

หลังจากที่ผีตนนั้นพูดจบ จู่ๆเสียงเพลงจากเครื่องเล่นเพลงภายในรถดังขึ้น

"สาปแช่งให้บรรลัย ขอเทพไทโปรดช่วยฟัง

ข้าปวดร้าวฤดี ใจสลายตรงนี้ถึงชีพดับพลัน ข้าจะตามล้าง

ให้มันมอดม้วย ตายตกตามกัน

ไม่สิ้นวงศ์วาน ไม่หมดเวรกรรม

จะอยู่ตรงนี้ เคียดแค้นชิงชัง

เพราะข้าจะตาม คอยเอาชีวิต ดำดิ่งลงไป"

แม่รีบเอื้อมมือไปปิดเครื่องเล่นเพลงในรถ แต่ปิดเท่าไหร่เพลงก็ยังคงเล่นอย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้นผมร้องไห้โฮพลางพนมมือยกมือขึ้นไว้ก้มหน้าก้มตา นึกถึงตาของผมและพระเครื่องที่แม่ห้อยไว้อยู่หน้ากระจกรถข้างหน้า ผมกลัวผมรู้สึกกลัวมาก ผมได้แต่ภาวนาขอให้ถึงบ้านตาให้โดยเร็วที่สุด ส่วนพ่อกับแม่ของผมพยายามพูดปลอบผมไม่ให้ผมกลัว แม่พยายามปิดเสียงเพลง จนในที่สุดเครื่องเล่นเพลงในรถก็ถูกปิดลงไป ทุกอย่างกลับเงียบสงบเหลือเพียงเสียงร้องสะอื้นของผม แม่ของผมหันหน้ามาทางผมแล้วจับมือผมไว้แน่นจนถึงบ้านของตา

พ่อผมขับรถเข้าจอดไว้หน้าบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านไม้ทั้งหลังและมี 2 ชั้น บนชั้น 2 จะมีทั้งหมด 3 ห้อง ห้องแรกเป็นห้องพระอยู่ทางทิศตะวันออก ห้องที่สองเป็นห้องนอนของตากับยายอยู่ตรงกลางบ้าน บางครั้งตาก็ไปนอนในห้องพระ ส่วนห้องสุดท้ายเป็นห้องไว้สำหรับพวกผม ทุกครั้งที่พวกผมมาบ้านตาก็จะพากันนอนห้องนี้เสมอซึ่งห้องนี้จะอยู่ทางทิศตะวันตก บันไดจะอยู่ตรงข้ามด้านหน้าของห้องที่พวกผมอยู่ ส่วนด้านล่างใต้ถุนบ้านก็จะมีกองฟืนไว้สำหรับทำอาหาร ส่วนตรงหน้าบ้านที่อยู่ทางขวามือจะมีแคร่ไม้ไผ่ไว้สำหรับนั่งเล่น หลังจากจอดรถเสร็จเรียบร้อย ผมเปิดประตูรถพร้อมกับพ่อแม่ออกมา บรรยากาศโดยรอบในตอนนี้เงียบสงบ มีเพียงเสียงของแมลงที่ขับกล่อมอยู่ท่ามกลางความมืด เสียงจิ้งหรีดและเรไรดังประสานกันราวกับเป็นบทเพลงของธรรมชาติ สายลมพัดเบาๆ ทำให้ใบไม้ไหวซ่า เพิ่มความรู้สึกเย็นสบายและผ่อนคลาย ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมากเมื่อถึงบ้านของตากับยายได้อย่างปลอดภัย

"ต๋อง แก้ว เทียน กูให่เฉพาะลูกหลานกูเข้าได้ทอนั่น ไผที่กูบ่ได้เอิ้นห้ามเข้ามาเหยียบหน้าเฮือนกูเด็ดขาด" (ต๋อง แก้ว เทียน กูให้เฉพาะลูกหลานกูเข้าได้เท่านั้น ใครที่กูไม่ได้เรียกห้ามเข้ามาเหยียบแม้แต่หน้าบ้านของกูเด็ดขาด)

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่41 ขอตึงๆดิ้

    "มึงมาช้า! ทุกคนเขารอมึงคนเดียว รีบไปวอร์ม!!" เสียงเข้มของพี่คนหนึ่งดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศที่กำลังครึกครื้น เทียนชะงักก้าวทันที หันไปมองก็เห็นชายร่างสูงในชุดพละของคณะ ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกล ใบหน้าคมเข้ม ท่าทางมั่นใจแต่ดูจริงจังจนน่ากลัวนิดๆ เทียนไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน คิดว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ปีสามที่เพิ่งเข้ามาช่วยดูแลทีม เสียงรอบข้างเริ่มเงียบลง"ขอโทษครับ" ก่อนที่เทียนจะรีบพยักหน้าแล้วก้าวเท้าไปวอร์มตามคำสั่งทันที..."พวกมึงเล่นอะไรกันอยู่วะ?! คิดว่ามาเล่นขายของก้นอยู่เหรอ! เล่นแบบนี้อย่าหวังว่าจะชนะ" เสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วสนาม เสียงเข้มของพี่ปีสามสะท้อนก้องจนทุกคนหยุดเคลื่อนไหวทันที เหงื่อที่ไหลตามขมับของเทียนเย็นวาบขึ้นมาในพริบตา พี่คนนั้นยืนกอดอกอยู่กลางสนาม แววตาคมกริบฉายชัดทั้งความไม่พอใจและความกดดัน"ตั้งสติให้ดี แล้วเริ่มใหม่ รอบนี้อย่าเห็นพลาดแบบเมื่อกี้อีก เข้าใจไหม!""ครับ" เสียงของทุกคนในสนามดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่แต่ละคนจะขยับตัวกลับเข้าตำแหน่งของตัวเองอย่างรวดเร็ว เทียนสูดหายใจลึก พยายามเรียกสมาธิกลับมาอีกครั้ง ขณะที่แววตาของพี่ปีสามยังคงจับจ้องอยู่ตรงกลางสนามเวลาล่วงเ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่40 คำว่า"แพ้"สถาปัตย์ไม่เคยรู้จักอยู่แล้ว

    ณ โรงอาหารคณะวิศวะในโรงอาหาร บรรยากาศช่วงเที่ยงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและจอแจของนักศึกษา กลิ่นอาหารจากหลายร้านลอยคลุ้งอบอวลทั่วบริเวณ ที่โต๊ะมุมหนึ่งใกล้หน้าต่าง มีกลุ่มนักศึกษาชายสามคนนั่งกินข้าวด้วยกัน พวกเขาสวมเสื้อนักศึกษา หน้าตาดูเหนื่อยเล็กน้อยจากการเรียนเช้าหนึ่งในนั้นก้มหน้ากินข้าวเงียบๆ อีกคนหัวเราะกับโทรศัพท์ในมือ ส่วนคนที่พูดอยู่นั้นก็บ่นขึ้นมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด"แม่ง!! ทำไมพี่มึงต้องนัดมาคณวิดวะด้วยวะ?! ไกลฉิบหายย! แทนที่จะนัดคณะเราหรือไม่ก็คณะแพทย์ก็ได้" ต้นกล้าบ่นเสียงดังพลางวางช้อนลงกับจาน แล้วหันไปมองหน้า ปอที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่ด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อนปอเงยหน้าขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนจะตอบเรียบๆ "กูบอกมันอยู่ เห็นบอกว่าเป็นความลับขั้นสุดยอด" "สุดยอดห่าไร!! กูอยากไปล่อสาวสถาปัตย์โว้ยยย!" ต้นกล้าพูดต่อเสียงดังขึ้นเล็กน้อย"เงียบๆไอ้สัส! มึงพกโทรโข่งมาด้วยรึไง? เห็นไหมคนมองโต๊ะเราหมดแล้วนิ" เทียนว่าพลางขมวดคิ้ว มองไปรอบๆ ที่ตอนนี้มีสายตาหลายคู่เหลือบมองโต๊ะของพวกเขาต้นกล้าทำตาโตเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าหลายโต๊ะยังหันมามอง เขารีบยกมือขึ้นพนมเหนืออกอย่างรวดเร็ว พนมอยู่อ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่39 มันกำลังตามมา (2/2)

    ก่อนหน้านี้พาร์ทของขุนความเงียบเข้าครอบคลุมทั่วทั้งห้อง มีเพียงแสงจากโคมตั้งโต๊ะที่ส่องสลัวลงบนใบหน้าของขุน เขายกมือขึ้นแตะจมูกเมื่อรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลรินลงมาช้าๆ เลือดสีเข้มซึมผ่านปลายนิ้วอย่างไม่ทันตั้งตัว ขุนขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหยุดนิ่ง ในวินาทีนั้นเอง เขารับรู้ได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างไปจากเดิมอากาศรอบตัวเหมือนเปลี่ยนไปทันที ความเงียบหนักอึ้งที่กดทับจนหัวใจเต้นแรงขึ้น ขุนหันไปมองทางหน้าต่าง เมฆหนาทึบเคลื่อนเข้ามาช้าๆ แล้วบดบังแสงของพระจันทร์จนหมดสิ้น ในความมืดนั้น ขุนรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งจ้องมองเขาอยู่จากที่ใดที่หนึ่งภายนอกขุนหันขวับไปทางเตียง เสียงลมหวิวลอดเข้ามาจากหน้าต่างที่แง้มไว้ทำให้ม่านบางสะบัดเบาๆ เขาก้าวเร็วๆ เข้าไปหาเตียงที่เทียนนอนอยู่ เลือดกำเดายังไหลรินอยู่ แต่ขุนกลับไม่สนใจ เขายกมือขึ้นเช็ดลวกๆ ก่อนจะยกสองมือประสานตรงหน้าอก เสียงพึมพำแผ่วต่ำหลุดออกมาจากริมฝีปาก คำบริกรรมที่ไม่มีใครฟังเข้าใจทันทีที่เสียงบริกรรมสุดท้ายจางหาย ขุนลืมตาขึ้นช้าๆ แววตานิ่งลึกแต่แฝงความรีบร้อน เขาหันไปมองเทียนที่ยังหลับนิ่ง ลมหายใจของอีกฝ่ายกลับสม่ำเสมอขึ้นเหมือนไม่มีอะไ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่38 มันกำลังตามมา (1/2)

    ขุนก้มหน้าจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า แสงจากโคมตั้งโต๊ะสาดทอเป็นวงเล็กๆ บนกองเอกสาร เงาของเขาทาบลงบนพื้น เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดหยุดบ้างต่อบ้างสลับกับเสียงพลิกกระดาษ เวลาในห้องค่อยๆ ไหลผ่านอย่างเชื่องช้าบนเตียงด้านหลัง เทียนนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่ม ผมปรกหน้าผากเล็กน้อย ลมหายใจสม่ำเสมอแผ่วเบาแสดงถึงการหลับลึก ห้องทั้งห้องมีเพียงเสียงแอร์และเสียงปลายปากกาที่ถูกขุนแตะลงบนกระดาษเป็นบางครั้งขุนเงยหน้ามองนาฬิกา เกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่ดวงตาเขายังคงฝืนอ่านบรรทัดสุดท้ายของเอกสารอีกกองหนึ่ง ความล้าทำให้สายตาพร่าเล็กน้อย แต่ยังฝืนทำต่อไปในจังหวะที่เขาขมวดคิ้วจากความปวดหนึบในศีรษะ ขุนก็รู้สึกได้ถึงของเหลวอุ่นๆ ไหลผ่านริมจมูก เขายกมือขึ้นแตะอย่างไม่ใส่ใจในตอนแรก คิดว่าอาจเป็นเหงื่อ แต่เมื่อมองลง มือของเขากลับเปื้อนสีแดงสดเลือดกำลังไหลออกมาจากจมูกของเขาอย่างช้า ๆ รินลงตามร่องริมฝีปากและหยดลงบนกระดาษที่ยังทำไม่เสร็จ ขุนนิ่งไปชั่วอึดใจ เสียงแอร์ยังคงดังเท่าเดิม แต่บรรยากาศกลับหนักอึ้งขึ้นราวกับห้องทั้งห้องกำลังกดทับลงมาที่หัวไหล่ของเขาและที่เตียง เทียนยังคงนอนหลับสนิท ไม่รู้เลยว่าในความเงียบของค่ำคืนนี้ กำลังมี

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่37 จะร้องให้ฟังเป็นคนแรก

    ขุนผลักบานประตูให้เปิดออก เทียนก้าวเข้ามาในห้องก่อนโดยที่ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ เสียงฝีเท้าดังแผ่วเบาก้องท่ามกลางความเงียบ ไม่นานนักไฟในห้องก็ค่อยๆสว่างขึ้น เขาปิดประตูตามหลัง ก่อนจะยืนอยู่ไม่ไกลจากเทียน ทั้งสองยังคงนิ่ง ไม่มีบทสนทนาใดเกิดขึ้น ราวกับต่างฝ่ายต่างกำลังรอให้ใครสักคนเริ่มพูดก่อน ในที่สุด ขุนก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้น พลางเอ่ยเสียงเรียบ " อยากกินอะไรไหม?" "หื่อ ตอนนี้ยังไม่หิว" "แน่ใจ?" "ก็เออดิ ถามอยู่ได้" ขุนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงของเทียน "..." "...โกรธอะไร จะได้ขอโทษ" "แล้วทำไมกูต้องโกรธมึงด้วยมิทราบครับ" เทียนมองด้วยสีหน้าไม่พอใจปนหงุดหงิดเล็กน้อย บรรยากาศในห้องยังเงียบ ขุนจ้องเทียนนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยช้าๆ "รู้ไหม ว่าตัวเองเป็นคนโกหกไม่เก่ง" เทียนนิ่งไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินขุนพูดแบบนั้น เขาเลิกคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ "อะไรของนายอีกเนี่ย ก็กูไม่หิว! มึงเซ้าซี้กูอยู่ได้" เทียนตอบสั้นๆ น้ำเสียงหงุดหงิดยังไม่ลดลง ขุนมองหน้าเทียนตรงๆไม่หลบสายตา เทียนยังทำหน้าดุใส่ขุนอยู่ แต่ก่อนที่เขาจะอ้าปากเถียงต่อ เสียงท้องของเขาดันร้องดังขึ้นมากอย่

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่36 รายการQ&A

    "สวัสดีค่าา ยินดีตอนรับเข้าสู่ช่วงQ&A ถามปุ๊บตอบปั๊บ ถามปั๊บปั๊บตอบปุ๊บปุ๊บEP.4แล้วนะคะ~""แขกรับเชิญของเราก็คือออออ..เดือนมหาลัยปีนี้ น้องขุนค่าาาาาาาาา!!"ทั้งพิธีกรกับน้องขุนยกมือไหว้พร้อมกัน"ทุกคนคะ! ตัวจริงน้องขุนหล่อม้ากกกกกกก ทำเอาพิธีกรเกร็งเลยค่ะ5555555""ขอบคุณครับ" น้ำเสียงของขุนเรียบนิ่ง ไม่มีวี่แววตื่นเต้น หรือเคอะเขินรุ่นพี่พิธีกรกลับหัวเราะกลบความเงียบได้อย่างมืออาชีพ เธอกำลังนั่งไขว่ห้างอย่างเป็นกันเองบนเก้าอี้ทรงสูง ใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา สวมชุดนักศึกษาแบบเรียบร้อย"เอาล่ะค่าาา วันนี้เราจะมาถามคำถามสั้นๆ สนุกๆ ให้แฟนๆ ได้รู้จักตัวตนของขุนมากขึ้น! ทั้งหมดมี 10 คำถามค่ะ พร้อมยังคะ?""ครับ""คำถามแรก ทำไมถึงได้ชื่อเล่นว่า ขุน คะ?""...""ตาเป็นคนตั้งให้...ผมเองก็ไม่ทราบครับ"พิธีกรถึงกับชะงักเล็กน้อย ก่อนจะรีบส่งยิ้มกลบอึดอัด"เราไปกันต่อที่คำถามต่อไปดีกว่าค่าาาา~""คำถามที่สอง ชอบสีอะไรคะ?""ดำครับ""คำถามที่สาม งานอดิเรกที่ชอบทำค่ะ""แกะเพลงเล่นเปียโนครับ"รุ่นพี่พิธีกรพลิกกระดาษคำถามในมืออีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย"แล้ววว~ น้องขุนมีแพลนจ

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่32 แสร้ง

    เทียนมีไฟ ใจมีเธอ อ่านแล้ว "มึงตอบพี่แตงไทยหน่อย"อ่านแล้ว "ตอบยัง"Khun_2k"ไม่" เทียนมีไฟ ใจมีเธอ อ่านแล้ว "เพื่อ?""ทำไมมึงไม่ไปมอวันนี้"Khun_2k"ทำไมรู้?"เทียนมีไฟ ใจมีเธอ"กูเก่ง สรุปเป็นไร""แดกยายัง"Khun_2k"มีแผลนิดหน่อย""กินแล้ว เหลือแต่ทำแผล"เทียนมีไฟ ใจมีเธออ่านแล้ว "แล้วทำไมไม่

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่30 เพื่อนรักสมัยเด็ก...?

    เทียนค่อยๆลืมตาขึ้นกลางดึก ความเงียบงันอบอวลทั่วห้อง เขาค่อยๆหันไปยังปลายเตียงภายในห้องนอน มุมกลางห้อง ปรากฏเด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่เงียบๆ ไม่ไกลจากเตียงนอนมากนัก ร่างเล็กในเสื้อยืดสีดำ ยืนนิ่งจ้องมาทางเขา ด้วยแววตาว่างเปล่าแต่กลับทำให้รู้สึกสบายใจแปลกๆเทียนขยับตัวขึ้นเล็กน้อย เหมือนเคยเห็นจากที่ไห

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่26 ฉลองดิ้วะ!!

    ก่อนหน้านี้"จุกช่วยสอนร้องเพลงอีสานหน่อย""เป็นหยังเทียนคึสิฮ่องเพลงเป็นภาษาอีสาน" (ทำไมเทียนถึงอยากร้องเพลงเป็นภาษาอีสาน) จุกขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเอียงคอพลางจ้องเทียนที่กำลังนั่งอยู่บนเตียงนอน"อาทิตย์หน้ามีประกวดดาวเดือน แล้วมันมีรอบแสดงความสามารถ เลยคิดว่าอยากร้องเพลงเป็นแนวผสมสนุกๆแหวกแนวหน่

  • อาถรรพ์เงาวิญญาณเฮี้ยน   บทที่25 ดาวเดือนมหาลัยประจำปี 2568

    "สวัสดีค่ะชื่ออลิซ มาจากคณะพยาบาลศาสตร์ค่ะ" ทันทีที่อลิซแนะนำตัวเสร็จ เสียงปรบมือก็ดังขึ้นทั่วทั้งหอประชุม "สวัสดีครับชื่อตอง มาจากคณะพยาบาลศาสตร์ครับ" "สวัสดีค่ะชื่อกอหญ้า มาจากคณะเภสัชศาสตร์ค่าา" "สวัสดีครับชื่อเตอร์ครับ มาจากคณะเภสัชศาสตร์" . . . "สวัสดีค่าาชื่อน้ำผึ้ง มาจากคณะแพทยศ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status