LOGIN"รู้สึกเช่นไร กายเจ้าคุ้นชินกับมันหรือไม่ ต้องการมันมากยิ่งขึ้นหรือไม่เยี่ยนชิง"
เสียงทุ้มพร่ากระซิบข้างใบหูเล็กคล้ายจะก่อกวนให้หงุดหงิดแต่หนนี้ตรงกันข้าม ความรู้สึกสุขสมราวกับรอคอยบางสิ่งมานานคล้ายกับการรอวันที่ผลของแอปเปิลสุกได้ที่ "อะ..ข ข้า ไม่…ไม่รู้" ร่างเล็็กในกำมือชายแปลกหน้าบิดกายเร่า "เยี่ยนชิงสัมผัสข้า ใบหน้า ลำคอ อกข้างซ้าย ข้าชอบให้เจ้าวางกรงเล็บเล็กๆ ของเจ้าเอาไว้บนนั้นเกาะเกี่ยวเอวของข้าเอาไว้ยามร่างเจ้าสั่นไหวรุนแรง ฝังคมเขี้ยวเล็กๆ ลงบนเนื้อตัวของข้า" "อี้หลาน..อ อ๊ะ จะทำอะไร" แท่งเนื้อร้อนระอุอันเขื่องที่เห็นตั้งแต่วันแรกที่เจอโผล่แทรกผ้าที่สวมออกมาประจักษ์แก่สายตาอีกหน ของร้อนตั้งตื่นตัวใจกลางหว่างขาร่างกำยำชวนให้สะพรึงทั้งที่อี้หลานจับมือเล็กไปมันกอบกุมกำขึ้ึ้้นลงต่อหน้าเยี่ยนชิงที่มองมันพลางกัดปากล่านแน่น "..คิดถึงสัมผัสนี้หรือไม่" "ข้า...ข้า . ." "เจ้าต้องการสิ่งใดจงทำมันตามที่เจ้าปรารถนา ในใจเจ้าหากไม่เอ่ยออกมาข้าจะทำอย่างที่เจ้าชอบเยี่ยนชิงข้ารู้ดีว่าเจ้าชื่นชอบสิ่งใด ยามนี้เจ้าอาจจะจำไม่ได้แต่ข้าเชื่อว่าเจ้าจะเข้าใจในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้านี้พวกเราอาจจะหลงลืมบางอย่างไป แต่พวกเราจะกลับมาจดจำวันคืนที่หายไป จดจำว่าเป็นใครและจดจำว่ามีสิ่งใดที่ต้องกลับไปจัดการมัน.." "อ่ะ อี้หลาน" "ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าให้กินข้าวปลาให้เยอะกว่านี้หน่อยมือเดียวของข้าแทบจะกำรอบเอวของเจ้าได้แล้ว" ไม่ว่าปล่าวร่างบางของเยี่ยนชิงลอยหวือขึ้นเหนือแท่งทวนแข็งขืนท่าทางคุกเข่าคร่อมเจ้าสิ่งนั้นชวนให้หวาดเสียว เยี่ยนชิงก้มมองลงมายังอาวุธเบื้องล่างแล้วเผลอก้มมองของตนมันตื่นตัวไม่ต่างกันยอดอกน้อยๆ นูนแข็งชูชัน "ยะ ยกข้าขึ้นทำไม?" "บดยา" "บด..ยา" หึ่~ ฟุ่บ! "อื๊ออ สิ่งนั้น ขะ เข้ามา..ในกายข้า" บางสิ่งเติมเต็มเข้ามาในกายเล็กแต่คล้ายจะทนุถนอม อีกนัยหนึ่งก็ดูเหมือนจะบดขยี้ให้แตกหัก "กึ่ด อ่าา เยี่ยนชิง.." "เจ็บ..มันเจ็บ" "เจ้าเองก็คงต้องการยาเช่นกัน เราคง ต้องบดยากันเยอะหน่อย ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บบ "อ๊าา อ่ะ ยะ อย่ากดเอวข้าลงบนสิ่งนั้น" แฮ่กก.. "อืมมม ร้อน เยี่ยนชิง ข้าร้อน ในกายเจ้าช่างร้ายกาจ ซี้ด อาา" "เจ้ามัน ลามก อ๊ะ อ่ะ อ๊าา ลามกที่สุด" "โอบคอข้าไว้" "ขะ.. ขาข้า กางกว้างเกินไปแล้ว" "นอกจากจะต้องกินให้มากแล้วเจ้ายังต้องยืดเส้นยืดสายให้มากขึ้นนะรู้หรือไม่เยี่ยนชิง" กึ่ก.. อึ่กก "ในท้อง ท้องข้าเต็มไปด้วย..ของเจ้า" "ชอบหรือไม่" "เจ้าจะบ้าหรือ…อึก อื๊อออ!" "แฮ่กก แฮ่กก ร่างกายของเจ้าต่างหากที่ลามกอาเยี่ยน" "ข้า..ร่างกายข้าราวกับจะแตกแยกออกเป็นเสี่ยงๆ อาวุธของเจ้า..ช่างร้ายกาจยิ่ง" "หึหึ เยี่ยนชิงเจ้าอย่ามัวแต่ลุ่มหลงในกามารม สุขสมเพียงได้เสพ เราหลอมรวมกันครั้งนี้ย่อมมีจุดประสงค์ นึกให้ออกสิว่ากวีบทนี้หมายความเช่นไรจึงเขียนมันซ้ำๆ ลองนึกดูดีๆ ว่าเจ้าเป็นใครใยจึงมาอยู่ในบ้านหลังนี้เพียงลำพัง" "อ่ะ..จะ เจ้าว่าเช่นไรนะ" "เจ้าอยู่ที่บ้านแห่งนี้เพียงลำพัง ถูกเลี้ยงดูด้วยบางสิ่งที่ไม่ใช่พ่อแม่และคนรับใช้ มีีคนที่ถูกเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างดี" "..จริงสิ ท่านพ่อท่านแม่ข้า..เจ้าทำเช่นนี้ในบ้านข้าท่านพ่อท่านแม่ข้าอยู่ที่ห้องนั้น.." "มองบ้านเจ้าให้ดีๆ สิเยี่ยนชิงว่าบ้านที่เจ้าอยู่มาตั้งแต่จำความได้มีสิ่งใดหลงเหลืออยู่นอกขาดเรือนเปล่า" วื้ดดดด ฟื้บบบ ฟื้บบบบ "เจ้้าถูกทำให้ตาบอดเพื่อเหตุใด ข้าถูกทำให้เป็นใบ้ด้วยเหตุใด แล้วการถูกทำให้ตัวร้อนหมายถึงสิ่งใด.." "ขะ ข้าไม่รู้ ข้าไม่เข้าใจ" "ไม่เคยได้ยินกวีนี้หรือ" "เคยแต่ตอนนี้ข้าไม่มีสตินึกอะไรตอนนี้" "เจ้านี่มัน.." ฟึ่บบ! "อ่ะเจ้าจะทำสิ่งใด" "คงต้องเตือนความจำหนักหน่อยหากการหลอมรวมกันฟื้นความทรงจำของเราได้้อาจรู้เบาะแสที่ความทรงจำหายไป" "ข้าต้องสมองกลับเพราะจมน้ำแน่ๆ ที่ยอมนอนกับเจ้า" "ปกติเจ้าก็ไม่ค่อยปกติอยู่แล้วข้าไม่ถือสาเจ้าหรอกเยี่ยนชิง" "เจ้าชอบกัดข้า..เจ้าหมาบ้า" "เรียกข้้าอี้หลานข้าชอบให้เจ้าเอ่ยนามนั้น เจ้าคงเห็นเช่นเดียวกับข้าในความทรงจำเจ้าดูเรียบร้อยพูดน้อยอ่อนโยน ผู้ใดทำเมียข้าเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้ข้าไม่อภัยให้แน่" "นี่เจ้า...หลอกด่าข้า หากไม่ชอบปัจจุบันก็กลับไปเมื่อพันปีก่อนเลยสิ ไป๊ ชิ่ว!" "เจ้าจำได้แล้วนี่~ข้าชอบตอนนี้เจ้าดู..สู้คนดี..สู้กับข้าน่ะ กับผู้อื่นหงอเหมือนแมว" "นั่นคนมีวรยุทธที่สุดในต้าอวิ๋นนะเจ้าจะให้ข้าเอาส่วนใดไปสู้ ข้ายังไม่อยากตายนี่นา" "หึหึ" "ขำอะไร!" "เปล่า ข้าชอบฟังเสียงเจ้าข้าพึ่งจำได้ว่าถูกผนึกในบทกวีที่ถูกฉีกออก มันช่างอ้างว้างเงียบเหงา เนิ่นนานเหลือเกิน" "ผู้ใดขังเจ้า" "หากจำไม่ผิด..ผู้นั้นคือสหายข้า..มู่อวี่ ข้าขอให้เขาผนึกไว้เองเพราะข้าทนความเจ็บปวดไม่ไหว" "เจ็บปวด ..จากสิ่งใด?" "เจ้า..ตกเป็นของฮ่องเต้" "...ห๊า!"(พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู
เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต
. (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง
นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ
ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ
โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ







