Beranda / LGBTQ+ / อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล / ตอนที่ 13 ความไม่สงบ

Share

ตอนที่ 13 ความไม่สงบ

last update Tanggal publikasi: 2026-02-02 15:16:17

“ได้ยินข่าวฆ่ายกครัวตระกูลหยางหรือไม่”

เสียงสนทนากดต่ำดังลอดมาจากแถวหน้าในสำนักเรื่องเล่าเช้านี้คงไม่พ้นเรื่องนี้เพราะมันชวนสยดสยองเสียจนอดเล่าลือไมาได้ ช่วงนี้มีการเข่นฆ่ายกครัวเกิดขึ้นจนราชสำนักยุ่งเหยิงพอสมควรบรรยากาศอันหนักอึ้งไม่สดชื่นนัก

“น่ากลัวมาก เด็กก็ไม่เว้น ฝีมือใครกันนะ”

“สัตว์อสูรไง มันออกอาละวาดหลายหนผู้ใดใช้แซ่หยางก็ลำบากหน่อยนะไม่ว่าจะอดีตหรืออนาคต ก็คงย่ำแย่ราวกับต้องสาป”

“ถ้าเป็นเช่นนั้นจะรับมือเช่นไรดี”

ข่าวการตายยกครัวแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงราวกับควันพิษ ลอยคลุ้งอยู่ในโรงน้ำชา ตลาด และลานประลองยุทธ์ ไม่มีผู้ใดไม่พูดถึง และไม่มีผู้ใดไม่หวาดหวั่น

แซ่หยางเป็นแซ่ต้องสาปจริงหรือ

เยี่ยนชิงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเรียน ปลายพู่กันชะงักกลางตัวอักษร ได้ยินข่าวนั้นชัดเจนหากเป็นสัตว์อสูรละก็...

มีตรงนี้หนึ่งตัวนะ

...ไอ้คนที่ตามติดเป็นเงาตามตัวนี่ไง!

ตาคู่สวยเผลอเหลือบลงไปใต้โต๊ะเตี้ยแม้ตรงนั้นจะไร้แสง แต่่เงาบนพื้นไม้กลับทอดยาวผิดธรรมชาติ ยาวเสียจนดูคล้ายกับเยี่ยนชิงตัวสูงใหญ่นักหนาจึงได้ทอดยาวบนพื้นไม้เช่นนี้ ราวกับเป็นเงาของใครอีกคนที่ซ้อนอยู่

เยี่ยนชิงขยับตัวเล็กน้อย

เงานั้นก็ขยับตาม

เยี่ยนชิงนิ่ง

เงานั้นก็นิ่ง

“เฮ้อออ”

เยี่ยนชิงถอนหายใจออกมาหน้าตาน่ารักเซ็งสุดขีด มือเรียววางพู่กันลงข้างกระดาษ ความรู้สึกหนักอึ้งจากข่างสะเทือนขวัญยังไม่จางหายแต่มีเรื่องกวนใจให้รำคาญมากกว่า

จู่ๆ ก็มีตัวอะไรไม่รู้มาตามติดแจ

"นี่! เลิกปลอมเป็นเงาได้แล้วไม่มีแสงแล้ว!" เยียนชิงโวยวายพลางหันซ้ายหันขวามองผู้อื่นรอบตัวอย่างระแวดระวัง

พรึ่บ!

จุดดำเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าหนังสือที่เขากำลังอ่าน มดตัวหนึ่งเดินไปเดินมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เหยียบข้ามตัวอักษรเหมือนเดินตรวจสนาม

เดินไป

เดินมา

น่ารำคาญเยี่ยนชิงปิดหนังสือดัง

“ปึ้ง!!”

“โอ้ เกรี้ยวกราดจัง วันนี้อารมณ์ไม่ดีหรือ หยางเยี่ยนชิง” เสียงยียวนดังขึ้นแม้นไม่เห็นหน้านิ่งๆ เหมือนตอนเป็นร่างมนุษย์เยี่ยนชิงก็รู้ดีว่าเจ้าตัวจะทำหน้าเช่นไร

“เจ้าเข้ามาได้เช่นไรเจ้าอสูรร้าย”

“ก็..เดินเข้ามาเจ้าไม่เคยระวังตัวอยู่แล้วนี่” อีกฝ่ายยักไหล่ สีหน้าสบายอารมณ์

ร่างมดนั่งลงบนขอบโต๊ะอย่างไม่เกรงใจเท้าจิ๋วแกว่งไปมาราวกับแสนสบายมีคนคอยทำอะไรๆ ให้ ดวงตาเล็กจิ๋วจับจ้องคนตรงหน้าไม่วาง

ครืดดดด

ร่างสูงของหมิงเยว่เดินตรงเข้ามานั่งตรงข้ามเยี่ยนชิงอย่างถือวิสาสะ

“ได้ยินข่าวหรือยัง”

“ข่าวอะไร”

“ตระกูลหยาง ถูกฆ่ายกครัว”

เยี่ยนชิงเงยหน้าขึ้นมองอดีตคู่หมั้นที่วันนี้ฉายเดี่ยวมาก่อกวน

“ข้าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว”

“เจ้าจะรู้จักผู้อื่นที่ไม่ใช่เชื้อสายตนได้เช่นไรทั้งวันอยู่แต่แถวบ้าน ดวงตาพล่าเบลอไม่เห็นผู้อื่นถ้าสัตว์อสูรบุกมา เจ้าก็คงจะยังนั่งตาลอยไม่รู้เรื่องรู้ราว” เสียงล้อเลียนเอ่ยไม่จริงจังนัก

“ชิ้! ก็ข้าถูกห้ามฝึกวรยุทธ”

เยี่ยนชิงก้มหน้าลงอีกครั้ง สายตามองหนังสือที่เปิดค้างอยู่ เขาพลิกหน้ากระดาษคล้ายกำลังหาอะไรบางอย่าง

เจ้ามดตัวดีเดินมาไต่ขึ้นบนหลังมือเล็กอย่างจงใจขาเล็กจิ๋วเคาะแปะๆ ยั่วให้เยี่ยนชิงหงุดหงิด

“เจ้าไม่ถามหรือว่าทำไมบุรุษวัยเจริญเช่นเจ้า ถึงถูกตัดขาดจากวิถียุทธ์ ไม่สงสัยสักนิดเลย?”

“มารดาข้าสอนว่าอย่าใส่ใจเรื่องผู้อื่นเพราะมันไร้ประโยชน์”

หมิงเยว่จ้องดวงหน้าเนียนใสพลางยื่นมาบีบแก้มเล็กจนปากจู๋แล้วขยี้มดที่ไต่มือเยี่ยนชิง

แปะ!ขยี้ ๆ

“อ้ะ! เจ้าทำอะไร! ขยี้มันทำไม!”

“ก็มันน่ารำคาญ” หมิงเยว่ตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะโน้มตัวลงใกล้ เสียงหัวเราะหายไป เหลือเพียงน้ำเสียงจริงจังที่ไม่คุ้นเคย

“เจ้ารู้หรือไม่ทำไมคนที่ตายจึงมีแต่คนเป็นตระกูลหยางแซ่เดียวกับเจ้า”

"...ไม่"

“บางที ตระกูลเจ้าอาจดึงดูดเหล่าอสูรให้เข้าหาก็เป็นได้ หยาง เยี่ยน ชิง”

อากาศในห้องอึมครึมขึ้นมาราวกับตอบรับคำของหมิงเยว่ หน้าตาหล่อเหลาจ้องนิ่งเข้ามาในดวงตาเยือกเย็นลง เยี่ยนชิงเงยหน้าขึ้น สบตาสหายตรงหน้าวูบหนึ่งราวกับมีประกายห่วงใยแฝงอยู่ในดวงตานั้นของหมิงเยว่

แต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อคนที่กลั่นแกล้งตนมากที่สุดก็คือกู้หมิงเยว่ผู้นี้

“ข้า..”

“ปกป้องตนเองไม่ได้ก็ควรหาที่พึ่งซะ”

“ฮะ?”

“ซื่อบื้อ”

คล้ายกับถูกต่อว่าแต่ฝ่ามืออุ่นหนาก็ตบปุๆ บนหัวเล็กเบาๆ ราวกับเอ็นดูเช่นเคย

หมิงเยว่ไม่เบี่ยงสายตาเบนไปทางหน้าต่างที่แสงแดดเริ่มคล้อยต่ำ เงาของซี่ไม้ทอดยาวพาดพื้น คล้ายกรงบางๆ ที่มองไม่เห็น

เยี่ยนชิิงไม่เข้าใจคำว่าที่พึ่งพิงนั้นนักคำว่าซื่อบื้อก็คำด่าธรรมดาเหมือนทุกครั้ง

หรือมันคือคำเตือนให้ระวังตัว หมิงเยว่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ราวกับถูกดึงเข้าหาช้าๆ เยี่ยนชิงเหม่อลอยประมวลความคิดเชื่องช้าไม่ทันขยับไปไหนใบหน้าคนเคยคุ้นก็ใกล้เข้ามาจนเกือบแนบชิด..

วื้ดด~

ลมสายหนึ่งพัดวูบเข้ามาในห้องไม่มีปี่มีขลุ่ย กระดาษบนโต๊ะสะบัดดังพรึ่บ พู่กันที่เยี่ยนชิงวางไว้ไม่มั่นคงนักกลิ้งไปกระแทกแท่นหมึกล้มลง

ฟึ่บบ!

จ้อกกกก

หมึกดำข้นกระเด็นออกมาเป็นทางแม่นยำราวกับจับวางสาดกระเซ็นลงบนแขนเสื้อสีอ่อนของหมิงเยว่เต็มๆ

“เฮ้ย!”

กู้หมิงเยว่สะดุ้งเฮือกลุกผึ๋งขึ้นยืนชูแขนที่เปื้อนขึ้นชุดไหมราคาแพงที่เปื้อนเป็นปื้นดำทำให้คุณชายเบิกตากว้างก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววหัวเสียทันที

“อะไรกัน!”

เยี่ยนชิงมองผ้าเนื้อดีราคาแพงเปรอะเลอะหมึกของตนตาค้างตกใจดล็กน้อย แต่ตนไม่ได้ทำ ลมในห้องสงบลงแล้ว ราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงความบังเอิญ

“ลมบ้าอะไรพัดมาแรงเพียงนี้!”

กู้หมิงเยว่สะบัดแขนเสื้อแรงๆ แต่คราบหมึกกลับยิ่งเลอะเป็นวงกว้างกว่าเดิม ใบหน้าที่เคยยียวนบึ้งตึงถึงขีดสุด เขาจ้องเยี่ยนชิงที่กระพริบตาปริบๆ มองมาใบหน้าไร้เดียงสาและไร้วรยุทธจะกลั่นแกล้งผู้ใดได้สุดท้ายหันหลังสะบัดชายแขนเสื้ออีกข้างอย่างหงุดหงิด

“ซวยชะมัด!”

พูดจบก็เดินฉับๆ ออกไปเสียงฝีเท้ากระแทกพื้นดังหนักกว่าปกติ ประตูถูกผลักเปิดแล้วปิดลงด้วยความรุนแรง

ครืดดด ปึ้ง!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   พาทฮ่องเต้พันปีก่อน

    (พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   แนะนำตัวอีกครั้ง

    เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 42 กวีรักสุดท้าย

    . (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 41 กวีรัก

    นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่40 ของเรา

    ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่39 สุดท้าย

    โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 34 รากบรรพชน

    หึ่ๆๆๆๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำกังวานก้องแฝงความอิ่มเอมพึงพอใจราวกับพบเจอสมบัติที่ตามหาจากลายแทงจนพบ มันดังลอยออกมาจากความมืดแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาทราวกับเข้ามาตะโกนก้องข้างในรูหู เยี่ยนชิงหลบฉากด้าสหลังอี้หลานฝ่ามือกำแน่นที่แขนเสื้อคนตัวโตหวาดกลัวแม้ไม่พบเห็นว่าเป็นใคร “เจอตัวจนได้…หยางหยินของข้า”

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่33 ต้นไร้ราก

    (อี้หลานหมิงเยว่) “ที่นี่…ที่ไหนกันแน่” เสียงบ่นอุบดังลอดริมฝีปากเล็ก เยี่ยนชิงกวาดสายตามองไปรอบตัว หุบเขาพลับพลึงสีเลือดทอดยาวสุดสายตา กลีบดอกสีแดงคล้ำไหวเอนตามแรงลม ราวกับเปลวไฟที่ไม่มีวันมอด เงามืดทอดทับซ้อนกันจนแยกไม่ออกว่าทางใดคือจุดเริ่ม ทางใดคือจุดจบ “เราจะออกจากที่นี่เช่นไร…เดินวนมาสามรอ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 32 หยินหยาง

    แรงกดดันแผ่ออกมาจากร่างสูงเพียงยืนเฉยก็ทำให้ดอกพลับพลึงทั้งหุบเขาสั่นไหว เสียงกระซิบของบรรพชนดังก้องแว่วอยู่ในอากาศ ราวกับกำลังคุกเข่าคารวะผู้มาเยือนผู้ซึ่งชื่อของตนเคยถูกสลักไว้ว่า “หยางหยิน” นามรอง “หยางเยี่ยนชิง”ในฐานะรากเหง้าแห่งแผ่นดิน เมื่อชายผู้นั้นขยับก้าวเข้ามา เศษศิลาทั้งหมดรอบกายกลับร่ว

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่31 จิตวิญญาณบรรพชน

    กึก..แท่นบรรพชนสูงสุดตั้งตระหง่านอยู่กลางลานหินสีหม่น อักขระโบราณที่สลักไว้รอบแท่นถูกกาลเวลากัดกร่อนจนเส้นสายเลือนลาง แต่แรงกดดันที่แฝงอยู่ไม่เคยจางหาย ลมในเขตสุสานพัดเอื่อยหากความเย็นกลับซึมลึกเข้าไปถึงกระดูกราวกับที่นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่ หากเป็นแดนคั่นระหว่างความทรงจำกับคำสาป หรูอี้หงก้าวขึ้นไปด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status