แชร์

ความไม่สงบ

ผู้เขียน: นรกสร้าง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-02 15:16:17

“ได้ยินข่าวฆ่ายกครัวตระกูลหยางหรือไม่”

เสียงสนทนากดต่ำดังลอดมาจากแถวหน้าในสำนักเรื่องเล่าเช้านี้คงไม่พ้นเรื่องนี้เพราะมันชวนสยดสยองเสียจนอดเล่าลือไมาได้ ช่วงนี้มีการเข่นฆ่ายกครัวเกิดขึ้นจนราชสำนักยุ่งเหยิงพอสมควรบรรยากาศอันหนักอึ้งไม่สดชื่นนัก

“น่ากลัวมาก เด็กก็ไม่เว้น ฝีมือใครกันนะ”

“สัตว์อสูรไง มันออกอาละวาดหลายหนผู้ใดใช้แซ่หยางก็ลำบากหน่อยนะไม่ว่าจะอดีตหรืออนาคต ก็คงย่ำแย่ราวกับต้องสาป”

“ถ้าเป็นเช่นนั้นจะรับมือเช่นไรดี”

ข่าวการตายยกครัวแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงราวกับควันพิษ ลอยคลุ้งอยู่ในโรงน้ำชา ตลาด และลานประลองยุทธ์ ไม่มีผู้ใดไม่พูดถึง และไม่มีผู้ใดไม่หวาดหวั่น

แซ่หยางเป็นแซ่ต้องสาปจริงหรือ

เยี่ยนชิงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเรียน ปลายพู่กันชะงักกลางตัวอักษร ได้ยินข่าวนั้นชัดเจนหากเป็นสัตว์อสูรละก็...

มีตรงนี้หนึ่งตัวนะ

...ไอ้คนที่ตามติดเป็นเงาตามตัวนี่ไง!

ตาคู่สวยเผลอเหลือบลงไปใต้โต๊ะเตี้ยแม้ตรงนั้นจะไร้แสง แต่่เงาบนพื้นไม้กลับทอดยาวผิดธรรมชาติ ยาวเสียจนดูคล้ายกับเยี่ยนชิงตัวสูงใหญ่นักหนาจึงได้ทอดยาวบนพื้นไม้เช่นนี้ ราวกับเป็นเงาของใครอีกคนที่ซ้อนอยู่

เยี่ยนชิงขยับตัวเล็กน้อย

เงานั้นก็ขยับตาม

เยี่ยนชิงนิ่ง

เงานั้นก็นิ่ง

“เฮ้อออ”

เยี่ยนชิงถอนหายใจออกมาหน้าตาน่ารักเซ็งสุดขีด มือเรียววางพู่กันลงข้างกระดาษ ความรู้สึกหนักอึ้งจากข่างสะเทือนขวัญยังไม่จางหายแต่มีเรื่องกวนใจให้รำคาญมากกว่า

จู่ๆ ก็มีตัวอะไรไม่รู้มาตามติดแจ

"นี่! เลิกปลอมเป็นเงาได้แล้วไม่มีแสงแล้ว!" เยียนชิงโวยวายพลางหันซ้ายหันขวามองผู้อื่นรอบตัวอย่างระแวดระวัง

พรึ่บ!

จุดดำเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าหนังสือที่เขากำลังอ่าน มดตัวหนึ่งเดินไปเดินมาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เหยียบข้ามตัวอักษรเหมือนเดินตรวจสนาม

เดินไป

เดินมา

น่ารำคาญเยี่ยนชิงปิดหนังสือดัง

“ปึ้ง!!”

“โอ้ เกรี้ยวกราดจัง วันนี้อารมณ์ไม่ดีหรือ หยางเยี่ยนชิง” เสียงยียวนดังขึ้นแม้นไม่เห็นหน้านิ่งๆ เหมือนตอนเป็นร่างมนุษย์เยี่ยนชิงก็รู้ดีว่าเจ้าตัวจะทำหน้าเช่นไร

“เจ้าเข้ามาได้เช่นไรเจ้าอสูรร้าย”

“ก็..เดินเข้ามาเจ้าไม่เคยระวังตัวอยู่แล้วนี่” อีกฝ่ายยักไหล่ สีหน้าสบายอารมณ์

ร่างมดนั่งลงบนขอบโต๊ะอย่างไม่เกรงใจเท้าจิ๋วแกว่งไปมาราวกับแสนสบายมีคนคอยทำอะไรๆ ให้ ดวงตาเล็กจิ๋วจับจ้องคนตรงหน้าไม่วาง

ครืดดดด

ร่างสูงของหมิงเยว่เดินตรงเข้ามานั่งตรงข้ามเยี่ยนชิงอย่างถือวิสาสะ

“ได้ยินข่าวหรือยัง”

“ข่าวอะไร”

“ตระกูลหยาง ถูกฆ่ายกครัว”

เยี่ยนชิงเงยหน้าขึ้นมองอดีตคู่หมั้นที่วันนี้ฉายเดี่ยวมาก่อกวน

“ข้าไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว”

“เจ้าจะรู้จักผู้อื่นที่ไม่ใช่เชื้อสายตนได้เช่นไรทั้งวันอยู่แต่แถวบ้าน ดวงตาพล่าเบลอไม่เห็นผู้อื่นถ้าสัตว์อสูรบุกมา เจ้าก็คงจะยังนั่งตาลอยไม่รู้เรื่องรู้ราว” เสียงล้อเลียนเอ่ยไม่จริงจังนัก

“ชิ้! ก็ข้าถูกห้ามฝึกวรยุทธ”

เยี่ยนชิงก้มหน้าลงอีกครั้ง สายตามองหนังสือที่เปิดค้างอยู่ เขาพลิกหน้ากระดาษคล้ายกำลังหาอะไรบางอย่าง

เจ้ามดตัวดีเดินมาไต่ขึ้นบนหลังมือเล็กอย่างจงใจขาเล็กจิ๋วเคาะแปะๆ ยั่วให้เยี่ยนชิงหงุดหงิด

“เจ้าไม่ถามหรือว่าทำไมบุรุษวัยเจริญเช่นเจ้า ถึงถูกตัดขาดจากวิถียุทธ์ ไม่สงสัยสักนิดเลย?”

“มารดาข้าสอนว่าอย่าใส่ใจเรื่องผู้อื่นเพราะมันไร้ประโยชน์”

หมิงเยว่จ้องดวงหน้าเนียนใสพลางยื่นมาบีบแก้มเล็กจนปากจู๋แล้วขยี้มดที่ไต่มือเยี่ยนชิง

แปะ!ขยี้ ๆ

“อ้ะ! เจ้าทำอะไร! ขยี้มันทำไม!”

“ก็มันน่ารำคาญ” หมิงเยว่ตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะโน้มตัวลงใกล้ เสียงหัวเราะหายไป เหลือเพียงน้ำเสียงจริงจังที่ไม่คุ้นเคย

“เจ้ารู้หรือไม่ทำไมคนที่ตายจึงมีแต่คนเป็นตระกูลหยางแซ่เดียวกับเจ้า”

"...ไม่"

“บางที ตระกูลเจ้าอาจดึงดูดเหล่าอสูรให้เข้าหาก็เป็นได้ หยาง เยี่ยน ชิง”

อากาศในห้องอึมครึมขึ้นมาราวกับตอบรับคำของหมิงเยว่ หน้าตาหล่อเหลาจ้องนิ่งเข้ามาในดวงตาเยือกเย็นลง เยี่ยนชิงเงยหน้าขึ้น สบตาสหายตรงหน้าวูบหนึ่งราวกับมีประกายห่วงใยแฝงอยู่ในดวงตานั้นของหมิงเยว่

แต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อคนที่กลั่นแกล้งตนมากที่สุดก็คือกู้หมิงเยว่ผู้นี้

“ข้า..”

“ปกป้องตนเองไม่ได้ก็ควรหาที่พึ่งซะ”

“ฮะ?”

“ซื่อบื้อ”

คล้ายกับถูกต่อว่าแต่ฝ่ามืออุ่นหนาก็ตบปุๆ บนหัวเล็กเบาๆ ราวกับเอ็นดูเช่นเคย

หมิงเยว่ไม่เบี่ยงสายตาเบนไปทางหน้าต่างที่แสงแดดเริ่มคล้อยต่ำ เงาของซี่ไม้ทอดยาวพาดพื้น คล้ายกรงบางๆ ที่มองไม่เห็น

เยี่ยนชิิงไม่เข้าใจคำว่าที่พึ่งพิงนั้นนักคำว่าซื่อบื้อก็คำด่าธรรมดาเหมือนทุกครั้ง

หรือมันคือคำเตือนให้ระวังตัว หมิงเยว่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ราวกับถูกดึงเข้าหาช้าๆ เยี่ยนชิงเหม่อลอยประมวลความคิดเชื่องช้าไม่ทันขยับไปไหนใบหน้าคนเคยคุ้นก็ใกล้เข้ามาจนเกือบแนบชิด..

วื้ดด~

ลมสายหนึ่งพัดวูบเข้ามาในห้องไม่มีปี่มีขลุ่ย กระดาษบนโต๊ะสะบัดดังพรึ่บ พู่กันที่เยี่ยนชิงวางไว้ไม่มั่นคงนักกลิ้งไปกระแทกแท่นหมึกล้มลง

ฟึ่บบ!

จ้อกกกก

หมึกดำข้นกระเด็นออกมาเป็นทางแม่นยำราวกับจับวางสาดกระเซ็นลงบนแขนเสื้อสีอ่อนของหมิงเยว่เต็มๆ

“เฮ้ย!”

กู้หมิงเยว่สะดุ้งเฮือกลุกผึ๋งขึ้นยืนชูแขนที่เปื้อนขึ้นชุดไหมราคาแพงที่เปื้อนเป็นปื้นดำทำให้คุณชายเบิกตากว้างก่อนจะเปลี่ยนเป็นแววหัวเสียทันที

“อะไรกัน!”

เยี่ยนชิงมองผ้าเนื้อดีราคาแพงเปรอะเลอะหมึกของตนตาค้างตกใจดล็กน้อย แต่ตนไม่ได้ทำ ลมในห้องสงบลงแล้ว ราวกับเมื่อครู่เป็นเพียงความบังเอิญ

“ลมบ้าอะไรพัดมาแรงเพียงนี้!”

กู้หมิงเยว่สะบัดแขนเสื้อแรงๆ แต่คราบหมึกกลับยิ่งเลอะเป็นวงกว้างกว่าเดิม ใบหน้าที่เคยยียวนบึ้งตึงถึงขีดสุด เขาจ้องเยี่ยนชิงที่กระพริบตาปริบๆ มองมาใบหน้าไร้เดียงสาและไร้วรยุทธจะกลั่นแกล้งผู้ใดได้สุดท้ายหันหลังสะบัดชายแขนเสื้ออีกข้างอย่างหงุดหงิด

“ซวยชะมัด!”

พูดจบก็เดินฉับๆ ออกไปเสียงฝีเท้ากระแทกพื้นดังหนักกว่าปกติ ประตูถูกผลักเปิดแล้วปิดลงด้วยความรุนแรง

ครืดดด ปึ้ง!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   อยู่คู่โลก

    ห้องกลับมาเงียบอีกครั้งเยี่ยนชิงยืนอยู่ที่เดิม มองแท่นหมึกที่เอียงเล็กน้อย หมึกหยดหนึ่งไหลช้าๆ ก่อนจะหยุดนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเยี่ยนชิงเม้มริมฝีปากบาง เงยหน้ามองหน้าต่าง ลมด้านนอกพัดผ่านกิ่งไม้เบาๆ“กับผู้อื่นกลัวหัวหดทีกับข้าแทบจะกินหัวแถมบ่นจนหูชา”เสียงที่ลอยมาตามลมของร่างสูงที่ยืนกอดอกปรายหางตามองมาแสยะยิ้มหนึ่งหนราวกับคนไม่เคยยิ้มแล้วเบะปากบึ้งตึงดังเดิมเยี่ยนชิงปาพูกันลอยละลิ่วปลิวไปถึงเสียงนั้นแต่มันก็ถูกหยุดลงแล้วกระเด็นออกนอกหน้าต่างไปเพียงโบกมือปัดผ่านลมเบาๆฟิ้วววตุ้บ!'โอ๊ย! ใครปาพู่กันมาใส่หัวข้า!'เสียงคนนอกห้องดังเล็ดลอดเข้ามาทำให้เยี่ยนชิงหดหัวหมอบลงบนโต๊ะแยกเขี้ยวใส่เจ้าของผลงาน“เยี่ยนชิงปาข้าวของทำไมไม่พอใจสิ่งใด~”เยี่ยนชิงสูดลมหายใจเข้ากัดฟันกรอด ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับคืนสู่ท่าทางเรียบร้อยเมื่อท่านอาจารย์ถือพู่กันเข้ามา"นี่ของเจ้า เยี่ยนชิง"“เอ่อ..ศิษย์ไล่แมลง ใช่ๆ ปาไล่แมลงน่ารำคาญอยู่ขอรับในห้องเรียนมีแมลง...น่ารำคาญอยู่่"เยี่ยนชิงหันมองหน้าต่างจัดชายแขนเสื้อ ทั้งที่สายตาแวบมองเงาสะท้อนบนพื้นอย่างระแวดระวังแน่ใจว่ามีเพียงคนตรงหน้าเห็นเหตุการณ์เมื่อค

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ความไม่สงบ

    “ได้ยินข่าวฆ่ายกครัวตระกูลหยางหรือไม่”เสียงสนทนากดต่ำดังลอดมาจากแถวหน้าในสำนักเรื่องเล่าเช้านี้คงไม่พ้นเรื่องนี้เพราะมันชวนสยดสยองเสียจนอดเล่าลือไมาได้ ช่วงนี้มีการเข่นฆ่ายกครัวเกิดขึ้นจนราชสำนักยุ่งเหยิงพอสมควรบรรยากาศอันหนักอึ้งไม่สดชื่นนัก“น่ากลัวมาก เด็กก็ไม่เว้น ฝีมือใครกันนะ”“สัตว์อสูรไง มันออกอาละวาดหลายหนผู้ใดใช้แซ่หยางก็ลำบากหน่อยนะไม่ว่าจะอดีตหรืออนาคต ก็คงย่ำแย่ราวกับต้องสาป”“ถ้าเป็นเช่นนั้นจะรับมือเช่นไรดี”ข่าวการตายยกครัวแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงราวกับควันพิษ ลอยคลุ้งอยู่ในโรงน้ำชา ตลาด และลานประลองยุทธ์ ไม่มีผู้ใดไม่พูดถึง และไม่มีผู้ใดไม่หวาดหวั่นแซ่หยางเป็นแซ่ต้องสาปจริงหรือเยี่ยนชิงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเรียน ปลายพู่กันชะงักกลางตัวอักษร ได้ยินข่าวนั้นชัดเจนหากเป็นสัตว์อสูรละก็...มีตรงนี้หนึ่งตัวนะ...ไอ้คนที่ตามติดเป็นเงาตามตัวนี่ไง!ตาคู่สวยเผลอเหลือบลงไปใต้โต๊ะเตี้ยแม้ตรงนั้นจะไร้แสง แต่่เงาบนพื้นไม้กลับทอดยาวผิดธรรมชาติ ยาวเสียจนดูคล้ายกับเยี่ยนชิงตัวสูงใหญ่นักหนาจึงได้ทอดยาวบนพื้นไม้เช่นนี้ ราวกับเป็นเงาของใครอีกคนที่ซ้อนอยู่เยี่ยนชิงขยับตัวเล็กน้อยเงานั้น

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   จะอยู่ก็อยู่ไป

    "เจ้าเด็กนี่..อะไรที่ทำให้เป็นแบบนี้กัน ทำไมไม่เห็นความว่างเปล่า ทำไมต้องติดยันต์เชื้อเชิญสัตว์อสูร คนผู้นี้ปลดผนึกที่ไม่มีผู้ใดปลดได้ให้ข้าเพราะเหตุใด"ร่างสูงพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าเรียบเฉยปรายสายตาคู่คมสอดส่ายทั่วเรือนไม้กว้างขวางสะอาดสะอ้านแต่ไร้วี่แววของการใช้ชีวิตอื่นนอกจากเสียงเดินของเท้าเล็ก ไม่มีกลิ่นอายมนุษย์อื่นนอกจากเจ้าของบ้าน“ที่นี่…เป็นบ้านใครกันแน่”คำถามที่เปล่งออกมาทำให้หมอกควันรอบบ้านสงบนิ่งราวกับหมดหน้าที่ลงแล้วร่างสูงยืนนิ่งมองร่องรอยแห่งการเข่นฆ่า เลือดสาดกระเซ็นทั่วบ้านเพียงแตะต้องผนัง สิ่งของ หรือแม้แต่ตอนแตะต้องเจ้าตัวเล็กเมื่อครู่ ก็เห็นบางอย่างย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำเพียงแต่เลือนลางไหลเข้ามาเร็วเสียจนจับต้นสายปลายเหตุไม่ได้ก็เท่านั้นตกดึกร่างหนาสวมผ้าที่เย็บต่อกันลวกๆ แต่กลับไม่ดูแย่ลงสักนิด อาจเป็นเพราะใบหน้าหล่อเหลาที่เข้าได้กับทุกสถาณการนั่นก็เป็นได้ห้้องนอนเยี่ยนชิงเงียบลงอีกครั้งท่ามกลางความมืด มีเพียงเสียงลมกับน้ำพัดผ่าน“ข้าไม่เข้าใจ…ว่าทำไมเจ้าถึงยอมให้ผู้อื่นแตะต้องร่างกายแรงเช่นนั้น”เสียงหนึ่งดังในความเงียบเยี่ยนชิงนอนไม่หลับแม้จะดึกดื่นมากแล

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   กลิ่นที่คุ้นเคย

    “รอยบนร่างกายเจ้ามีมากเพียงนี้เพราะซุ่มซ่ามสินะมือนั่นก็ด้วยผิวสวยเสียเปล่าไม่รักษา”เสียงเอ่ยตำหนิจากด้านหลังของเยี่ยนชิงมองชายผู้มีผิวพรรณเรียบเนียนดั่งอัญมณีแต่ปล่อยให้มีตราประทับเป็นรอยแผลเป็นมากมาย ราวกับเป็นคนทนุถนอมสิ่งของอย่างดีแม้สีหน้าน้ำเสียงจะราบเรียบแต่แววตาและถ้อยคำคุ้นหูราวกับมีคนพูดเช่นนั้นกับเยี่ยนชิงมาก่อนมือเล็กจึงชะงักมือที่จับสวมเสื้อผ้าชั่วขณะกึก..“นี่เจ้ายังไม่ออกไปอีกข้าผลัดผ้าอยู่ถึงเป็นบุรุษเช่นเดียวกันก็ไม่ควรมายืนมองคนไม่รู้จักกันเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่รู้จักมารยาท เป็นคนป่าหรือไร” เยี่ยนชิงหมุนตัวกลับทันที มือกุมเสื้อที่กำลังจะถอดแน่น“แค่สงสัย”“ไม่ต้องมายุ่งกับร่างกายข้าหันหลังไปข้าไม่เคยเห็นผู้ใดที่หน้าไม่อายเช่นเจ้า”เยี่ยนชิงรีบสวมเสื้อผ้าตัวใหม่ มือสั่นเล็กน้อยทั้งเพราะความหนาวเหน็บ“กลิ่นบ้านเจ้าเหมือนกลิ่นเจ้า”กลิ่นสะอาดอ่อนๆ ของดอกพลับพลึงที่ส่งกลิ่นยามค่ำกลิ่นไม้เก่าและกลิ่นหมึกซึมฝังเจืออยู่ในทุกอณูของผู้อาศัย ทุกซอกทุกมุม“บ้านข้ากลิ่นไม่เหมือนข้าจะเหมือนเจ้าหรือ” เยี่ยนชิงสวนตอบกลับเร็วตอกย้ำว่าที่นี่คือถิ่นตนชายแปลกหน้ายังคงถามต่อพลางกวาดสายตาม

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ถ้าเข้ามาได้ก็…

    “ถ้าคนในบ้านเห็นล่ะ”คราวนี้หันไปมองทางเรือน แสงตะเกียงจากในบ้านเลือนรางส่องออกมาผ่านช่องหน้าต่าง เส้นแสงสั่นไหวตามแรงลม เหมือนดวงตาของใครบางคนที่อาจหันมามองได้ทุกเมื่อ“ไม่เห็นหรอก”“เจ้าว่าอะไรนะ?”“ที่นี่มียันต์ด้วยนี่ ข้าเข้าได้”เยี่ยนชิงชะงัก หยุดแม้แต่การขยับปลายเท้า เขาหันกลับมามองชายตรงหน้าอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก สายตากวาดจากดวงตาสีทองที่สะท้อนแสงจันทร์บางเบา ไล่ไปตามสันจมูกคม เส้นกรามชัด และสีหน้าที่นิ่งสนิทราวกับไม่รู้เลยว่าสิ่งที่คนตรงหน้านี้พูดนั้นประหลาดเพียงใดยันต์ที่ติดหน้าประตูรั้วนี้ท่านพ่อบอกว่าสิ่งที่ไม่ควรเขามาในบ้านจะเข้ามาไม่ได้ หากเจ้าคนเถื่อนเข้าไม่ได้ก็แปลว่า..."เช่นนั้นเจ้าก็เข้าประตูไปสิ""ทำไมเจ้าไม่รีบเข้าไป ไม่หนาวหรือ?"ชายแปลกหน้าถามใกล้ใบหูเยี่ยนชิงสะดุ้ง เนื้อตัวเปียกปอนสั่นเทาด้วยความหนาว ปากบางซีดสั่นหงึกๆ หันมาตวาดชายตัวโตเสียงแหบน้อยๆ คล้ายคนจะเป็นหวัด“หนาวเซ่…”เยี่ยนชิงเดินไปเดินมาสลับกับมองประตูอย่างใช้ความคิด ราวกับหาทางเข้าบ้านไม่ถูก ทั้งที่ประตูรั้วอยู่ตรงหน้าชายแปลกหน้าเปลือยท่อนบนยังคงยืนตรงไหล่ผายกว้างไม่่ต้องห่อตัวกอดอกสั่นเทาด้วยค

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   อย่าตามข้ามา

    “เจ้ามาจากแคว้นใดกัน เอ่ยวาจาร้ายกาจด้วยใบหน้าเย็นชาดั่งคนตายเช่นนี้เสียมารยาทจริง!” เยี่ยนชิงยกแขนขึ้นกอดอกตัวเองเพราะหนาวจนปากสั่นซีดเซียวร่างบางสาวเท้าก้าวเร็วเข้าใกล้รั้วบ้านทุกทีลมหนาวพัดเอากลิ่นดอกไม้กลางคืนเช่นดอกพลับพลึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศกลิ่นหอมจาง ๆ นั้นตัดกับความมืดเงียบรอบตัวเงียบเสียจนได้ยินเพียงเสียงน้ำหยดจากชายคาและเสียงฝีเท้าที่เปียกชื้นเดินไปตามทางดินแป่ะ…แป่ะ…แปะเยี่ยนชิงก้มหน้าก้าวเดินไหล่บางห่อเข้าหากันเพราะความหนาวปลายผมเปียกน้ำแนบแก้มจนรู้สึกเย็นเฉียบในอกเต็มไปด้วยความรำคาญปนสับสนไม่ใช่รำคาญความหนาวแต่รำคาญคนที่เดินตามหลังมาไม่เลิกกึ่ก…ร่างเล็กหยุดฝีเท้าฉับเสียงแว่วซ้อนทับการก้าวเดินก็หยุดตาม เยี่ยนชิงหันกลับไปมองด้วยหางตาเงาร่างสูงใหญ่ยังคงอยู่ตรงนั้นยืนเงียบๆ ใต้แสงจันทร์สลัวใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสีทองนิ่งสนิทน่ากลัวหากมองเพียงผิวเผินแต่ท่าทางเหมือนเด็กน้อยแปะ แปะ ๆๆๆๆกึก..“เจ้าจะตามข้ามาทำไม!”เยี่ยนชิงหลุดเสียงหงุดหงิดหลุดออกมาอีกทั้งที่ไม่เคยใช้กับใครมาก่อนแม้แต่คนในเรือน เขายังไม่เคยบ่นมากขนาดนี้ชายผู้นั้นหยุดยืนหลังตั้งตรงใกล้ร่างเล็กของเยี่ยนชิงเย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status