Share

จะอยู่ก็อยู่ไป

last update Last Updated: 2026-02-02 11:40:51

"เจ้าเด็กนี่..อะไรที่ทำให้เป็นแบบนี้กัน ทำไมไม่เห็นความว่างเปล่า ทำไมต้องติดยันต์เชื้อเชิญสัตว์อสูร คนผู้นี้ปลดผนึกที่ไม่มีผู้ใดปลดได้ให้ข้าเพราะเหตุใด"

ร่างสูงพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าเรียบเฉยปรายสายตาคู่คมสอดส่ายทั่วเรือนไม้กว้างขวางสะอาดสะอ้านแต่ไร้วี่แววของการใช้ชีวิตอื่นนอกจากเสียงเดินของเท้าเล็ก ไม่มีกลิ่นอายมนุษย์อื่นนอกจากเจ้าของบ้าน

“ที่นี่…เป็นบ้านใครกันแน่”

คำถามที่เปล่งออกมาทำให้หมอกควันรอบบ้านสงบนิ่งราวกับหมดหน้าที่ลงแล้ว

ร่างสูงยืนนิ่งมองร่องรอยแห่งการเข่นฆ่า เลือดสาดกระเซ็นทั่วบ้านเพียงแตะต้องผนัง สิ่งของ หรือแม้แต่ตอนแตะต้องเจ้าตัวเล็กเมื่อครู่ ก็เห็นบางอย่างย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำเพียงแต่เลือนลางไหลเข้ามาเร็วเสียจนจับต้นสายปลายเหตุไม่ได้ก็เท่านั้น

ตกดึก

ร่างหนาสวมผ้าที่เย็บต่อกันลวกๆ แต่กลับไม่ดูแย่ลงสักนิด อาจเป็นเพราะใบหน้าหล่อเหลาที่เข้าได้กับทุกสถาณการนั่นก็เป็นได้

ห้้องนอนเยี่ยนชิงเงียบลงอีกครั้งท่ามกลางความมืด มีเพียงเสียงลมกับน้ำพัดผ่าน

“ข้าไม่เข้าใจ…ว่าทำไมเจ้าถึงยอมให้ผู้อื่นแตะต้องร่างกายแรงเช่นนั้น”

เสียงหนึ่งดังในความเงียบเยี่ยนชิงนอนไม่หลับแม้จะดึกดื่นมากแล้วร่างเล็กม้วนตัวกับผ้าห่มจนเป็นก้อนหนาโผล่ออกมาแค่หัวนอนตะแคงหันหลังให้คนที่ไม่ต้องห่มผ้าก็อยู่ได้แถมยังมีไออุ่นแผ่ซ่านออกมาราวกับเตาผิง

“ใครจะอยากยอมก็ข้าไร้วรยุทธ” เยี่ยนชิงตอบเสียงอู้อี้

“พ่อแม่เจ้ารู้หรือไม่ว่าถูกกลั่นแกล้ง” คำถามที่รู้ดีว่าเอ่ยถึงสิ่งที่ไม่มีเพียงแต่อยากฟังว่าอีกคนจะตอบเช่นไร

“อย่ายุ่งเรื่องของข้า…”

เยี่ยนชิงพูดเหมือนจะตัดบท แต่เสียงกลับแผ่วลงกลางประโยคคำพูดติดอยู่ในลำคอสายตาหลุบต่ำ ปล่อยให้ลมกลางคืนพัดม่านไหวเบา ๆ

“ถ้าเจ็บกว่านี้จะยอมหรือไม่” ชายแปลกหน้าถามต่อ ราวกับไม่รู้จักคำว่าง่วงนอน เยี่ยนชิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้น

“อืม…”

ลมพัดเข้ามาอีกระลอก เปลวตะเกียงไหววูบ เงาของทั้งสองคนทาบซ้อนกันบนผนังไม้ เป็นเงาที่รูปร่างไม่เข้ากันเอาเสียเลยคนหนึ่งสูงใหญ่ อีกคนผอมบางแต่กลับยืนใกล้กันอย่างประหลาด เยี่ยนชิงเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน

“…ให้ข้าใช้ร่างกายเจ้าสิ”

“ว่าไงนะ” คำพูดนั้นทำให้เยี่ยนชิงสะดุ้งโหย๋ง

“รวมร่างกันได้นี่”

เยี่ยนชิงปรือตาส่งเสียงกระซิบกระซาบในความมืดเสียงห้วน “ฝันไปเถอะ เป็นคนเสียสติจริงๆ สินะ ไปนอนเลย อย่าส่งเสียง เดี๋ยวผู้อื่นรู้”

ชายผู้นั้นพยักหน้าอย่างว่าง่าย ราวกับเด็กที่ถูกสั่งให้ไปนั่งเขาเดินไปที่ฟูกเจ้าบ้านด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ

“นั่นที่นอนข้า”

“มีที่เดียว จะนอนที่ใดได้”

“…นั่นสิ” เยี่ยนชิงชะงักไปครู่หนึ่ง มองฟูกเล็กที่วางชิดผนังเขาถอนใจ เดินไปทิ้งตัวลงข้างหนึ่งของฟูก ก่อนหันไปดันอีกฝ่ายเบาๆ

“ถอยไปหน่อย อย่าเบียดข้า เจ้าตัวโต ที่นอนข้ามีน้อยนิด” ชายผู้นั้นขยับตามคำสั่ง แต่ยังคงอยู่ใกล้จนไหล่เกือบแตะกัน ความอุ่นจากร่างใหญ่แผ่มาเงียบ ๆ ท่ามกลางความหนาวของคืนดึก

“เจ้าควรกินให้มากหน่อย ตัวเท่ามด”

ปึ้ก!

ศอกเล็กกระทุ้งใส่สีข้างคนด้านหลังดุเสียงขุ่นใส่ใบหน้าเรียบเฉยแม้นจะจิกกัดผู้อื่นก็ยังคงหน้าเดียวหน้าเดิม

“หุบปากไปเลย!”

ทั้งสองคนนอนเงียบไปชั่วครู่ มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ เสียงไม้ในเรือนลั่นเบาๆ ตามแรงลมจากนอกหน้าต่าง

เยี่ยนชิงมองเพดานอยู่ในความมืด ดวงตาสะท้อนแสงตะเกียงริบหรี่ เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร คืนนี้ถึงไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา ทั้งที่คนข้างกายเป็นคนแปลกหน้า แต่กลับไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้จะพูดจาไม่รู้เรื่องแต่..

สบาย..สบายใจ

ชายผู้นั้นยังคงนอนลืมตามองเพดานนิ่งๆ สูดกลิ่นหอมกรุ่นใกล้จมูกแล้วหลับตาลงสู่ห้วงนิทรา

.

.

ค่ำคืนเต็มแสงจันทร์เดียวกันหมอกหนาลอยต่ำ ปกคลุมบึงกว้างราวผืนผ้าไหมสีเงินน้ำลึกสงบนิ่งเหมือนกระจกแต่ใต้ผิวน้ำ คลื่นสั่นสะเทือนกลางบึงแผ่พลังโดยรอบส่องประกายมรกตเหมือนแผ่นเกล็ดน้ำส่องสะท้อนแสงจันทร์กระพือไปตามสายลมแต่เงียบงันเหนือผิวน้ำ…

เงาหนึ่งก็ทอดทับลงบนประตูบ้านหลังหนึ่งลากร่างแดงฉานขาดวิ่นไร้วิญญาณของคนเฝ้าบ้านมาตามทางกลิ่นคาวคลุ้งลานบ้านแดงฉานจากหน้าบ้านไปจนถึงห้องนอนเจ้าบ้าน

อึ่ก..

"กวีบทนี้ผู้ใดเป็นคนเขียน"

"อึ่กก ข้าไม่รู้.."

ฟึ่บบบ!

ศีรษะกลิ้งไปหยุดอยู่ข้างเสาดวงตายังเบิกค้าง มองไฟโคมที่สั่นไหวประตูใหญ่เปิดออกเองทีละบานต้อนรับเงาดำเคลื่อนผ่านเรือนหนึ่งสู่อีกเรือนหนึ่ง

เสียงขาดหายกลางคำร่างล้มลงโดยไม่ทันลุกหนีพื้นไม้ดูดซับของเหลวสีเข้มจนเงาวับกลิ่นคาวลอยคลุ้งปะปนกับควันธูปในเรือน ร่างฉีกขาดที่อกข้างซ้ายถูกควักเอาหัวใจไปกลืนกินก่อนจะหันไปหาคนสุดท้ายในเรือนเอ่ยถามคำถามเดียวเท่านั้น

"เจ้าล่ะรู้หรือไม่ กวีเล่มนี้ผู้ใดเป็นคนเขียน?"

"พ..พี่..ศิษย์พี่เยี่ยนชิง"

"เยี่ยนชิง?"

"ช ใช่..ย หยาง เยี่ยนชิง"

ไม่ทันพ้นลำคอเงาหนึ่งวูบผ่านเหลือเพียงสองร่างนอนแนบกันนิ่งสนิทเลือดซึมเป็นทางยาวไร้เสียงต่อสู้การขอชีวิตเองก็ไร้ประโยชน์

มีเพียงความเงียบที่คืบคลานเรือนสกุลหยางแล้วเรือนเล่าจมอยู่ในแสงจันทร์ซีดจางเมื่อทุกอย่างจบลงเงาดำนั้นหยุดยืนกลางลานมองไปรอบตัวร่างไร้ศรีษะกระจัดกระจายไม่รีบเร่งทุกย่างก้าวแม่นยำดั่งเคยเดินเส้นทางนี้มานับครั้งไม่ถ้วน

"ข้าเจอเจ้าแล้วยอดรัก เราจะต้องได้เจอกันในไม่ช้าอย่างแน่นอน"

ยามไร้ดวงดาวคลุมทับเมืองชายฝั่งจนเงียบงัน แม้แต่ลมก็สงบราวกับทุกอย่างหยุดนิ่ง บางสิ่งเคลื่อนตัวขึ้นมาจากใต้โลกมืดมิด เงาร่างสูงโปร่งก้าวขึ้นจากน้ำไร้เสียง เสียงหยดน้ำตกจากผมยาวสีซีดไหลลงมาตามบ่า แสงโคมสะท้อนเป็นประกายเย็นราวเกล็ดปลาใต้จันทร์

ดวงตาวาวลึกต่างจากมนุษย์สีสันประหลาดไหลเวียนอยู่ในม่านตา คล้ายแสงที่ถูกขังไว้ในน้ำลึก มองผ่านทุกสิ่งด้วยความนิ่งเฉย

นิ้วเรียวยาวประดับเครื่องโลหะเก่าแก่เลื่อนผ่านริมฝีปากช้า ๆ ราวกับชิมกลิ่นอายของอากาศกลิ่นตัวอักษรบนกวีกระจัดกระจายในหนังสือที่ถูกรื้อค้นไม่แตะต้องของมีค่าใดสิ่งใดนอกจากสมุดเล่มบางตรงมุมโต๊ะ พลิกหน้าทีละแผ่นด้วยท่าทีเนิบช้าจนเจอช่องว่างที่ควรมีตัวอักษรอยู่

“ทำไมหายไป…”

ใบหน้าสง่างามแต่ดุดันเกินใครเอ่ยเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกับความว่างเปล่า นัยตาวูบไหวเย็นยะเยือกกัดกินร่างมนุษย์ทุกคนได้ภายในพริบตาแม้แต่กับสัตว์อสูรก็หาได้ระคายเคืองผิวไม่

“หยางหยิน...ดวงจิตของเจ้าอยู่ที่ใด”

ความรักที่ถูกเจ้าทูตนั้นเอาไปซ่อน ข้าจะต้องหาเจอแล้วเอากลับคืนมาให้จงได้

.

.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   อยู่คู่โลก

    ห้องกลับมาเงียบอีกครั้งเยี่ยนชิงยืนอยู่ที่เดิม มองแท่นหมึกที่เอียงเล็กน้อย หมึกหยดหนึ่งไหลช้าๆ ก่อนจะหยุดนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเยี่ยนชิงเม้มริมฝีปากบาง เงยหน้ามองหน้าต่าง ลมด้านนอกพัดผ่านกิ่งไม้เบาๆ“กับผู้อื่นกลัวหัวหดทีกับข้าแทบจะกินหัวแถมบ่นจนหูชา”เสียงที่ลอยมาตามลมของร่างสูงที่ยืนกอดอกปรายหางตามองมาแสยะยิ้มหนึ่งหนราวกับคนไม่เคยยิ้มแล้วเบะปากบึ้งตึงดังเดิมเยี่ยนชิงปาพูกันลอยละลิ่วปลิวไปถึงเสียงนั้นแต่มันก็ถูกหยุดลงแล้วกระเด็นออกนอกหน้าต่างไปเพียงโบกมือปัดผ่านลมเบาๆฟิ้วววตุ้บ!'โอ๊ย! ใครปาพู่กันมาใส่หัวข้า!'เสียงคนนอกห้องดังเล็ดลอดเข้ามาทำให้เยี่ยนชิงหดหัวหมอบลงบนโต๊ะแยกเขี้ยวใส่เจ้าของผลงาน“เยี่ยนชิงปาข้าวของทำไมไม่พอใจสิ่งใด~”เยี่ยนชิงสูดลมหายใจเข้ากัดฟันกรอด ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับคืนสู่ท่าทางเรียบร้อยเมื่อท่านอาจารย์ถือพู่กันเข้ามา"นี่ของเจ้า เยี่ยนชิง"“เอ่อ..ศิษย์ไล่แมลง ใช่ๆ ปาไล่แมลงน่ารำคาญอยู่ขอรับในห้องเรียนมีแมลง...น่ารำคาญอยู่่"เยี่ยนชิงหันมองหน้าต่างจัดชายแขนเสื้อ ทั้งที่สายตาแวบมองเงาสะท้อนบนพื้นอย่างระแวดระวังแน่ใจว่ามีเพียงคนตรงหน้าเห็นเหตุการณ์เมื่อค

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ความไม่สงบ

    “ได้ยินข่าวฆ่ายกครัวตระกูลหยางหรือไม่”เสียงสนทนากดต่ำดังลอดมาจากแถวหน้าในสำนักเรื่องเล่าเช้านี้คงไม่พ้นเรื่องนี้เพราะมันชวนสยดสยองเสียจนอดเล่าลือไมาได้ ช่วงนี้มีการเข่นฆ่ายกครัวเกิดขึ้นจนราชสำนักยุ่งเหยิงพอสมควรบรรยากาศอันหนักอึ้งไม่สดชื่นนัก“น่ากลัวมาก เด็กก็ไม่เว้น ฝีมือใครกันนะ”“สัตว์อสูรไง มันออกอาละวาดหลายหนผู้ใดใช้แซ่หยางก็ลำบากหน่อยนะไม่ว่าจะอดีตหรืออนาคต ก็คงย่ำแย่ราวกับต้องสาป”“ถ้าเป็นเช่นนั้นจะรับมือเช่นไรดี”ข่าวการตายยกครัวแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงราวกับควันพิษ ลอยคลุ้งอยู่ในโรงน้ำชา ตลาด และลานประลองยุทธ์ ไม่มีผู้ใดไม่พูดถึง และไม่มีผู้ใดไม่หวาดหวั่นแซ่หยางเป็นแซ่ต้องสาปจริงหรือเยี่ยนชิงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเรียน ปลายพู่กันชะงักกลางตัวอักษร ได้ยินข่าวนั้นชัดเจนหากเป็นสัตว์อสูรละก็...มีตรงนี้หนึ่งตัวนะ...ไอ้คนที่ตามติดเป็นเงาตามตัวนี่ไง!ตาคู่สวยเผลอเหลือบลงไปใต้โต๊ะเตี้ยแม้ตรงนั้นจะไร้แสง แต่่เงาบนพื้นไม้กลับทอดยาวผิดธรรมชาติ ยาวเสียจนดูคล้ายกับเยี่ยนชิงตัวสูงใหญ่นักหนาจึงได้ทอดยาวบนพื้นไม้เช่นนี้ ราวกับเป็นเงาของใครอีกคนที่ซ้อนอยู่เยี่ยนชิงขยับตัวเล็กน้อยเงานั้น

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   จะอยู่ก็อยู่ไป

    "เจ้าเด็กนี่..อะไรที่ทำให้เป็นแบบนี้กัน ทำไมไม่เห็นความว่างเปล่า ทำไมต้องติดยันต์เชื้อเชิญสัตว์อสูร คนผู้นี้ปลดผนึกที่ไม่มีผู้ใดปลดได้ให้ข้าเพราะเหตุใด"ร่างสูงพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าเรียบเฉยปรายสายตาคู่คมสอดส่ายทั่วเรือนไม้กว้างขวางสะอาดสะอ้านแต่ไร้วี่แววของการใช้ชีวิตอื่นนอกจากเสียงเดินของเท้าเล็ก ไม่มีกลิ่นอายมนุษย์อื่นนอกจากเจ้าของบ้าน“ที่นี่…เป็นบ้านใครกันแน่”คำถามที่เปล่งออกมาทำให้หมอกควันรอบบ้านสงบนิ่งราวกับหมดหน้าที่ลงแล้วร่างสูงยืนนิ่งมองร่องรอยแห่งการเข่นฆ่า เลือดสาดกระเซ็นทั่วบ้านเพียงแตะต้องผนัง สิ่งของ หรือแม้แต่ตอนแตะต้องเจ้าตัวเล็กเมื่อครู่ ก็เห็นบางอย่างย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำเพียงแต่เลือนลางไหลเข้ามาเร็วเสียจนจับต้นสายปลายเหตุไม่ได้ก็เท่านั้นตกดึกร่างหนาสวมผ้าที่เย็บต่อกันลวกๆ แต่กลับไม่ดูแย่ลงสักนิด อาจเป็นเพราะใบหน้าหล่อเหลาที่เข้าได้กับทุกสถาณการนั่นก็เป็นได้ห้้องนอนเยี่ยนชิงเงียบลงอีกครั้งท่ามกลางความมืด มีเพียงเสียงลมกับน้ำพัดผ่าน“ข้าไม่เข้าใจ…ว่าทำไมเจ้าถึงยอมให้ผู้อื่นแตะต้องร่างกายแรงเช่นนั้น”เสียงหนึ่งดังในความเงียบเยี่ยนชิงนอนไม่หลับแม้จะดึกดื่นมากแล

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   กลิ่นที่คุ้นเคย

    “รอยบนร่างกายเจ้ามีมากเพียงนี้เพราะซุ่มซ่ามสินะมือนั่นก็ด้วยผิวสวยเสียเปล่าไม่รักษา”เสียงเอ่ยตำหนิจากด้านหลังของเยี่ยนชิงมองชายผู้มีผิวพรรณเรียบเนียนดั่งอัญมณีแต่ปล่อยให้มีตราประทับเป็นรอยแผลเป็นมากมาย ราวกับเป็นคนทนุถนอมสิ่งของอย่างดีแม้สีหน้าน้ำเสียงจะราบเรียบแต่แววตาและถ้อยคำคุ้นหูราวกับมีคนพูดเช่นนั้นกับเยี่ยนชิงมาก่อนมือเล็กจึงชะงักมือที่จับสวมเสื้อผ้าชั่วขณะกึก..“นี่เจ้ายังไม่ออกไปอีกข้าผลัดผ้าอยู่ถึงเป็นบุรุษเช่นเดียวกันก็ไม่ควรมายืนมองคนไม่รู้จักกันเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่รู้จักมารยาท เป็นคนป่าหรือไร” เยี่ยนชิงหมุนตัวกลับทันที มือกุมเสื้อที่กำลังจะถอดแน่น“แค่สงสัย”“ไม่ต้องมายุ่งกับร่างกายข้าหันหลังไปข้าไม่เคยเห็นผู้ใดที่หน้าไม่อายเช่นเจ้า”เยี่ยนชิงรีบสวมเสื้อผ้าตัวใหม่ มือสั่นเล็กน้อยทั้งเพราะความหนาวเหน็บ“กลิ่นบ้านเจ้าเหมือนกลิ่นเจ้า”กลิ่นสะอาดอ่อนๆ ของดอกพลับพลึงที่ส่งกลิ่นยามค่ำกลิ่นไม้เก่าและกลิ่นหมึกซึมฝังเจืออยู่ในทุกอณูของผู้อาศัย ทุกซอกทุกมุม“บ้านข้ากลิ่นไม่เหมือนข้าจะเหมือนเจ้าหรือ” เยี่ยนชิงสวนตอบกลับเร็วตอกย้ำว่าที่นี่คือถิ่นตนชายแปลกหน้ายังคงถามต่อพลางกวาดสายตาม

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ถ้าเข้ามาได้ก็…

    “ถ้าคนในบ้านเห็นล่ะ”คราวนี้หันไปมองทางเรือน แสงตะเกียงจากในบ้านเลือนรางส่องออกมาผ่านช่องหน้าต่าง เส้นแสงสั่นไหวตามแรงลม เหมือนดวงตาของใครบางคนที่อาจหันมามองได้ทุกเมื่อ“ไม่เห็นหรอก”“เจ้าว่าอะไรนะ?”“ที่นี่มียันต์ด้วยนี่ ข้าเข้าได้”เยี่ยนชิงชะงัก หยุดแม้แต่การขยับปลายเท้า เขาหันกลับมามองชายตรงหน้าอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก สายตากวาดจากดวงตาสีทองที่สะท้อนแสงจันทร์บางเบา ไล่ไปตามสันจมูกคม เส้นกรามชัด และสีหน้าที่นิ่งสนิทราวกับไม่รู้เลยว่าสิ่งที่คนตรงหน้านี้พูดนั้นประหลาดเพียงใดยันต์ที่ติดหน้าประตูรั้วนี้ท่านพ่อบอกว่าสิ่งที่ไม่ควรเขามาในบ้านจะเข้ามาไม่ได้ หากเจ้าคนเถื่อนเข้าไม่ได้ก็แปลว่า..."เช่นนั้นเจ้าก็เข้าประตูไปสิ""ทำไมเจ้าไม่รีบเข้าไป ไม่หนาวหรือ?"ชายแปลกหน้าถามใกล้ใบหูเยี่ยนชิงสะดุ้ง เนื้อตัวเปียกปอนสั่นเทาด้วยความหนาว ปากบางซีดสั่นหงึกๆ หันมาตวาดชายตัวโตเสียงแหบน้อยๆ คล้ายคนจะเป็นหวัด“หนาวเซ่…”เยี่ยนชิงเดินไปเดินมาสลับกับมองประตูอย่างใช้ความคิด ราวกับหาทางเข้าบ้านไม่ถูก ทั้งที่ประตูรั้วอยู่ตรงหน้าชายแปลกหน้าเปลือยท่อนบนยังคงยืนตรงไหล่ผายกว้างไม่่ต้องห่อตัวกอดอกสั่นเทาด้วยค

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   อย่าตามข้ามา

    “เจ้ามาจากแคว้นใดกัน เอ่ยวาจาร้ายกาจด้วยใบหน้าเย็นชาดั่งคนตายเช่นนี้เสียมารยาทจริง!” เยี่ยนชิงยกแขนขึ้นกอดอกตัวเองเพราะหนาวจนปากสั่นซีดเซียวร่างบางสาวเท้าก้าวเร็วเข้าใกล้รั้วบ้านทุกทีลมหนาวพัดเอากลิ่นดอกไม้กลางคืนเช่นดอกพลับพลึงลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศกลิ่นหอมจาง ๆ นั้นตัดกับความมืดเงียบรอบตัวเงียบเสียจนได้ยินเพียงเสียงน้ำหยดจากชายคาและเสียงฝีเท้าที่เปียกชื้นเดินไปตามทางดินแป่ะ…แป่ะ…แปะเยี่ยนชิงก้มหน้าก้าวเดินไหล่บางห่อเข้าหากันเพราะความหนาวปลายผมเปียกน้ำแนบแก้มจนรู้สึกเย็นเฉียบในอกเต็มไปด้วยความรำคาญปนสับสนไม่ใช่รำคาญความหนาวแต่รำคาญคนที่เดินตามหลังมาไม่เลิกกึ่ก…ร่างเล็กหยุดฝีเท้าฉับเสียงแว่วซ้อนทับการก้าวเดินก็หยุดตาม เยี่ยนชิงหันกลับไปมองด้วยหางตาเงาร่างสูงใหญ่ยังคงอยู่ตรงนั้นยืนเงียบๆ ใต้แสงจันทร์สลัวใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสีทองนิ่งสนิทน่ากลัวหากมองเพียงผิวเผินแต่ท่าทางเหมือนเด็กน้อยแปะ แปะ ๆๆๆๆกึก..“เจ้าจะตามข้ามาทำไม!”เยี่ยนชิงหลุดเสียงหงุดหงิดหลุดออกมาอีกทั้งที่ไม่เคยใช้กับใครมาก่อนแม้แต่คนในเรือน เขายังไม่เคยบ่นมากขนาดนี้ชายผู้นั้นหยุดยืนหลังตั้งตรงใกล้ร่างเล็กของเยี่ยนชิงเย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status