LOGIN“เยี่ยนชิงเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดพ่อจึงตามลูกมา” ไม่รอให้เยี่ยนชิงตอบชายชราท่าทางสุขุมใจเย็นไม่มีวี่แววหวาดกลัวก็เอ่ยขึ้นคล้ายไม่มีเวลามากนัก
“เพราะที่นี่ไม่ยอมให้เจ้าผ่านไปง่ายๆ ” "ใยจึงเป็นลูกล่ะขอรับ" "เจ้าเป็นตัวแทนอักษรในกวีที่หายไปหากกวีสมบูรณ์ยุทธภพก็สมดุล" ความรู้สึกเย็นวาบไหลผ่านสันหลังเมื่อสายตามองไปตามือที่ชี้มาที่โคนดอกไม้ต้นดอกพลับพลึงสีเลือด "ทุกอย่างที่ลูกรับรู้ตอนนี้ทั้งรูปรสกลิ่นเสียงมันตีรวนในกายของลูกจนแยกไม่ออกว่าควรจะปวดหัวคลื่นไส้หิวน้ำหายใจเข้าหรือไม่ควรหายใจ..ลูกคิดว่าเราแค่เดินกลับถึงบ้านก็พอ" “เยี่ยนชิงลูกรักครั้งนี้อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่ลูกมี ตั้งสติให้ดี" "ท่านพ่อใยจึงรับสั่งเช่นนั้น" "ถึงเวลาแล้วที่ทุกอย่างบนยุทธภพนี้จะกลับคืนสู่ความปกติไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นมันก็เป็นเพียงเรื่องธรรมดาที่ผ่านเข้ามา ทุกคนล้วนเกิดมาพร้อมกับหน้าที่ที่ต้องทำ อย่าได้จมปลักอยู่กับอดีตจงเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับความสูญเสียมากเพียงใด อย่าลืมว่าพวกเจ้ามีสิ่งที่ต้องทำ " หยางเฟยหลงยกมือใหญ่โตวางลงบนศรีษะเยี่ยนชิงคนที่เลี้ยงมาด้วยความเอ็นดู เลี้ยงคนมีชีวิตทั้งที่ตนไม่มีชีวิตรอดจากการแย่งชิงบทกวีโกลาหลเมื่อนานมาแล้ว “ท่านพ่อ ตระกูลเราต้องคำสาปจริงหรือ" "หึหึ เจ้าไม่ชอบฟังเรื่องที่ไม่อยากฟังเสมอใยหนนี้จึงยอมถามเรื่องที่จะทำให้ปวดใจเล่าลูกรัก" "นี่คือหนทางการเติบใหญ่ใช่หรือไม่ขอรับ" "อืม ก็เจ้าอายุครบสิบแปดปีแล้วต่อไปนี้คงต้องเหนื่อยหน่อย" "ขอรับ เพราะว่าข้าโตแล้วข้าจึงต้องมีเรื่องที่ต้องทำ ข้าจะเชื่อฟังท่าน" "ไม่ต้องแล้วเยี่ยนชิง ไม่ต้องเชื่อผู้ใด จงฟังเสียงหัวใจของเจ้า ฟังเพียงเพียงหัวใจของเจ้าก็พอ" “ลูกเป็นชายอ่อนแอเพียงนี้แม้แต่หัวใจก็เกรงว่าจะเชื่อตนเองมิได้ แฮะ แฮะ” “เยี่ยนชิงลูกรู้หรือไม่ว่าพลังแห่งความรักยิ่งใหญ่เพียงใด ทุกอย่างที่ล้วนเกิดขึ้นบนยุทธภพล้วนเกิดขึ้นจากความรัก ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดความรักจะไม่ปราณีเจ้าอย่างแน่นอน” เยี่ยนชิงเงียบปากพลางทำตาปรือส่ายหน้าน้อยๆ ใบหน้างดงามปรายดวงตาคู่สวยก้มลงมองที่พื้นเบื้องล่างไม่รู้ว่าตั้งแต่ตอนไหนที่ไม่มองสิ่งที่อยู่ต่ำยามค่ำคืน เมื่อพบเจอดงดอกพลับพลึงสีชาดสีโปรดที่เกิดขึ้นบนพื้นดินไม่ใช่ดอกเหมยที่ต้องแหงนหน้าขึ้นมองกลับรู้สึกคุ้นเคยราวกับรอวันได้พบเจอ "ท่านพ่อ" "พ่อต้องไปแล้ว" "ท่าน..." เยี่ยนชิงเพ่งพินิจหมอกควันเคลื่อนที่โลมเลียร่างสูงของบิดายื่นมือออกไปหมายจะรั้งเอาไว้แต่กลับวาดผ่านร่างกายบางเบาไร้มวลสาร ฟิ้วว~ สายลมพัดแรงขึ้นอีกครั้งภาพตรงหน้าก็กลายเป็นกลุ่มควันสีแดงลอยเคลื่อนโอบล้อมรอบร่างบางเบาแต่อบอุ่น กลีบดอกพลับพลึงแดงไหวพร้อมกัน เสียงซู่ซ่าครั้งนี้ฟังคล้ายเสียงหัวเราะแผ่วต่ำจากใต้ดิน เยี่ยนชิงกำชายผ้าที่แขนแน่น ร่างท่านพ่อปลิดปลิวลอยไปกับกลิ่นบุปผาอากาศเย็นเฉียบเย็นชื้นไหลผ่านลำคอ ลงไปเกาะอยู่ในอกในสายตาร่างที่ไม่เคยมีอยู่ค่อยๆ จางหายไปทุกขณะ “อ้ะ!” ฝ่ามือใหญ่เคลื่อนออกมาจากเงามืดคว้าร่างบางของเยี่ยนชิงเข้ามาโอบกอดเอาไว้แน่นทันทีที่วิญญาณของพ่อผู้ล่วงลับหายไป "นั่นไม่ใช่พ่อเจ้าอีกแล้ว" อี้หลานก้มลงกระซิบข้้างใบหูขาวเยี่ยนชิงแหงนขึ้นสบตาคนพูดพลางตอบหนักแน่น "นั่นท่านพ่อข้า" "พ่อแม่ที่แท้จริงของเจ้าไม่ใช่ครอบครัวนั้นจำได้หรือไม่ข้าชอบเอ่ยถึงกลิ่นเจ้า กลิ่นเจ้าเหมือนกลิ่นบ้านอันอบอุ่นแต่สิ่งนั้นคือเจ้าไม่ใช่บ้านที่มีวิญญาณของสัตว์อสูร ผู้นั้นคือวิญญาณสัตว์อสูรเลี้ยงดูเจ้ามาจนคิดว่าเจ้าคือลูกตนเอง ยันต์หน้าบ้านนั่นเองเชื้อเชิญสัตว์อสูร เชื้อเชิญข้า รอข้ากลับมาอยู่ดูแลเจ้าบริวานเหล่านั้นจึงหายไปตอนที่ข้าเข้าไปแล้ว" "ไม่จริง.. ท่านพ่อท่านแม่ข้ายัง..มีชีวิต" "เจ้าไม่ใช่ลูกของผู้ใดเจ้าคือเจ้าที่อยู่เคียงข้างข้า" ครืนนน~ เสียงดังมาจากใต้ดอกไม้ จากในหมอก จากทุกทิศพร้อมกัน หัวใจเยี่ยนชิงเต้นแรงจนเจ็บปวดจากสิ่งที่คนรักบอก ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่รู้หรือเลือกที่จะไม่รับรู้กันแน่ร่างเล็กปิดหูหลับตานั่งลงท่ามกลางดงดอกพลับพลึงภาพและเสียงมากมายไหลเข้ามาในหัวพร้อมกันจนไม่รู้เหตุการณ์ก่อนหลังโลกทั้งโลกดับมืดปิดประสาทรับรู้จากภายนอกจมดิ่งเข้าสู่ที่ใหม่ ครืนนนน!! ดอกพลับพลึงโยกไหวรุนแรง กลีบร่วงหล่นเปื้อนคราบสีเข้มที่นั่นเยี่ยนชิงเห็นมือมนุษย์ครึ่งหนึ่งโผล่พ้นดิน นิ้วกำแน่น แต่ปลายนิ้วถูกกัดแทะจนแหว่งหาย “นี่มัน…” เสียงแหบพร่าของเยี่ยนชิงมาพร้อมกับควันแดงหนาพวยพุ่งรอบตัวหลอมรวมกับเสียงโหยหวนเป็นเสียงเดียว 'ชายา..' '..พระชายา' 'เจ้ารักมัน!' พระชายาเยี่ยนชิง!!! อ๊ากกกก!! เยี่ยนชิงยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างกรีดร้องราวกับคนเสียสติภาพตรงหน้าไม่ใช่ภาพหน้าเกลียดหน้ากลัวสยดสยองแต่อย่างใดตรงกันข้ามกลับเป็นใบหน้าของชายร่างสูงสง่าใบหน้าหล่อเข้มดุดันแต่งองค์ทรงเครื่องสูงศักดิ์ที่สุดเท่าที่เคยพบเห็น ใบหน้านั้นหันมาตวาดเขาด้วยความโกรธเกรี้ยวดวงตาคู่คมถลึงตึงแดงก่ำราวกับเส้นเลือดในตาแตก เส้นเสียงสะท้านฟ้าสะเทือนดินกำลังผ่าร่างเล็กให้ขาดกระจุย 'ท ทะ..ท่านพี่' คนถูกเรียกเดินตรงเข้ามาเมื่อเอ่ยเรียกเช่นนั้นคนคนนั้นลากกระบี่ยาวปลายแหลมคมเข้ามาใกล้เขาทุกทีก่อนที่เยี่ยนชิงจะทันได้หายใจปลายกระบี่แหลมคมก็วาดผ่านบางอย่างเบื้องหน้าก่อนจะถึงร่างของตน ควั่บบบ!! ลำคอคนตรงหน้าหลุดออกจากร่างเลือดสาดกระจายจนชุดสีชมพูอ่อนโชกชุ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเยี่ยนชิงช้อนร่างหนาขึ้นมากอดแนบแน่นอย่างไม่รังเกียจแต่ชายผู้นั้นที่เรียกเขากลับหิ้วหัวที่พึ่งตัดหันหลังกลับไป แล้วโลกทั้งใบก็ดับวูบลง ..เยี่ยนชิงนั่นไม่ใช่ข้า..(พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู
เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต
. (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง
นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ
ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ
โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ







