Beranda / LGBTQ+ / อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล / ตอนที่27 กู้หมิงเยว่

Share

ตอนที่27 กู้หมิงเยว่

last update Tanggal publikasi: 2026-02-06 01:54:53

(กู้หมิงเยว่)

เสียงเท้าเหยียบใบไม้แห้งบนพื้นดังกรอบแกรบเปลวเพลิงแตกตัวลั่นเปรี๊ยะลอยมาตามสายลม เสียงของผู้คนอลหม่านกู่ร้องก้องไล่หลังมาติดๆ

กลิ่นหอมฉุนของดอกไม้กลางคืนเหมือนควันหนาแน่นที่แทรกซึมเข้าโพรงจมูกความคิดเริ่มช้าลงโดยไม่รู้ตัวขายาวก้าวออกไปอีกสองสามก้าว...

ออกไปอีกสี่ห้าก้าว..

ราวกับลอยได้เองกลีบสีแดงสดฉีกออกเป็นเส้นสีซีดจางอมชมพูดูน่ารักเกินกว่าชื่อที่ได้ยินเส้นเกสรยาวเหยียดแผ่กระจายคล้ายเส้นผมต้นบางเรียวปักลงในดินสีคล้ำมีหญ้ารกขึ้นโดยรอบเบื้องหลังลาดเอียงต่ำราวกับทางลงหุบเหวรกชัก ทางเดินที่ไม่เรียกว่าทางเพราะมืดครึ้มอึมครึมต้นไม้ใบหนาซ้อนทับหลายชั้น

แท่งหิน ป้ายไม้ ซากแท่นบูชาโผล่พ้นกลีบดอกขึ้นมาเป็นหย่อม ๆ รูปแบบของสุสานไม่ใช่ของตระกูลใดไม่ใช่ของทหาร หากเป็นที่ฝังศพไร้การจัดระเบียบเพราะ..ที่แห่งนี้คือสุสานของสัตว์อสูรจากยุคก่อน

แซ่ก แซ่ก..

ขายาวของกู้หมิงเยว่ก้าวผ่านกลิ่นหอมในอากาศเริ่มแปรเปลี่ยนไป ไม่ใช่เพียงความหวานแต่ผสมปนเปไปด้วยกลิ่นคาวที่ไม่คุ้นเคยจนแยกไม่ออกว่าคือกลิ่นใดกันแน่

นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่มันคืออาณาเขตคือความทรงจำคือความปรารถนาที่ไม่ยอมตายไปพร้อมอดีตที่ค้างคา ทันทีที่ก้าวเข้าไปสิ่งที่อยู่เบื้องล่างพลันกลับกลายเป็นรูปร่างสะโอดสะองชุดแดงนับร้อยราวกับกองทัพ

พลับพลึงแดงมิใช่ดอกไม้ธรรมดากลีบของมันบางเฉียบราวผิวหนังแรกเกิด สีแดงสดดุจเลือดใหม่ที่ยังอุ่น กลิ่นคาวปนกลิ่นหวานมัวเมาคล้ายเหล้าหมักแต่หนักหน่วงกว่า

องค์รักที่รับรู้ตำนานนี้เป็นอย่างดียกมือขึ้นปิดจมูกทันทีแต่คนที่มีวิทยายุทธอย่างกู้หมิงเยว่กลับยังคงยินนิ่งเดินต่อราวกับไม่รู้สึกอะไร

ยิ่งเข้าไปกลางดงดอกไม้เสียงไอแห้งๆ แข่งกันไอหลุดออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ความแสบเผาไหลย้อนจากลำคอขึ้นสู่โพรงจมูก ราวกับสูดเอาไอร้อนของเถ้ากระดูกเข้าไปเต็มๆ

“แค่กๆๆๆๆ องค์ชายกู้กลิ่น…มันเหมือน..” ทหารเฝ้าระวังองค์ชายพยายามพูดเสียงแตกพร่ากำคอกลั้นควันพิษ

ประโยคยังไม่จบดีก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากระแทกพื้นร่างกำยำถูกลางหายลับไปพร้อมกับเสียงโหยหวนทรมาณแสนสาหัส

กู้หมิงเยว่ใช้วิชาปิดประสาทรับกลิ่นได้แต่ทหารประจำกายช้ากว่าไม่อาจทำสมาธิได้นานในเสี้ยววินาทีถัดมาทุกอย่างหนักหนากว่าที่คาดจึงถูกดึงหายไปทีละคน พลังอสูรที่รวมตัวอัดแน่น ลากถ่วงบั่นทอนวรยุทธไม่น้อยมิอาจต้านทานได้นาน

“พวกเจ้ากลับไปข้าจะไปตามเยี่ยนชิงผู้เดียวหากผู้อื่นถามให้บอกว่ามาจากต้าอวิ๋นไปเจอกันที่วังหลวง"

องครักษ์ส่ายหน้าแรงๆ แม้สายตาจะหวาดกลัวบรรยากาศจริงที่ต่างจากจินตนาการไว้มากจนนึกไม่ถึงว่าความสะพรึงแรกจะสยดสยองเพียงนี้

“ข้า..ข้าจะไปขอให้คนมาช่วย" วงอักขระส่องแสงวาบก่อนจะผลักร่างองค์รักสภาพย่ำแย่ออกจากอาณาเขตนั้นอย่างแรง ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากถอยหลังลอยละลิ่วออกไปเหลือเพียงกู้หมิงเยว่ที่ยืนอยู่ลำพัง

จังหวะเดียวกันนั้นพื้นดินกลับสั่นสะเทือน ควันสีแดงพุ่งทะลุทุ่งดอกพลับพลึงออกมาแผดเสียงแหลมสูงชวนปวดแก้วหู ดวงตาหลายคู่เรืองแสง เสียงลมหายใจหนักหน่วงเต็มไปด้วยความกระหาย

ร่างที่แฝงอยู่ในดอกพลับพลึงคือผีเสื้อสัตว์อสูรแฝงความงดงามล่อลวงผู้คนดูดกลืนวิญญาณเพื่อเพิ่มพลังชีวิต กู้หมิงเยว่รู้สึกราวกับถูกรุมกินโต๊ะพลับพลึงส่งกลิ่นแปลกประหลาดสัตว์อสูรทำท่าจะเขมือบตนกระบี่จึงถูกชัักออกมาจากฝักเคลื่อนตัวเข้าใส่ควันทั้งดำและแดงสีที่พุ่งเข้าหาทุกทิศทาง

ฟ้าวววว!

ฟุ่บๆๆ

เสียงโลหะกรีดอากาศของกระบี่สีขาวฟาดผ่านเงาดำเลือดของมันแดงสดคาวกว่ามนุษย์ สายสีแดงกระเซ็นพรวดสาดใส่ดอกไม้เป็นเส้นโค้งกระทบพื้นหิน บรรดาสัตว์อสูรกรีดร้องดังซ้อนกันไม่หยุด เงาร้ายล้อมเข้ามาจากทุกทิศ คราบเลือดสดกลิ่นคาวคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับของซากวิญญาณหลายชั่วยามผ่านไปอสูรร้ายที่ตายเกลื่อนกลับไม่ลดจำนวนลงจนกู้หมิงเยว่ก้าวถอยข้อมือแข็งเกร็งจับกระบี่ฟาดฟันเนิ่นนานจนอ่อนล้าสั่นเทา

เปรี๊ยงงง!!

เสียงกระดูกกรอบแตกเมื่อหัวหลุดร่วงร่างคายของเหลวคาวสีสดร่างที่เป็นดีภาชนะก็ไร้ความหมาย ร่างหนึ่งกระเด็นก่อนจะทรุดลงปริแตกแสงสีขาวดั่งนามของปลายกระบี่สว่างวาบ ฉีกเงามืดออกเป็นเศษส่วนไม่ทันหยุดหายใจเงาอีกชุดก็พุ่งเข้ามาเล็บยาวเฉียดแก้ม เส้นผมสีดำขาดวิ่นจากความคมของอสูรร้าย

ฟั่บบบ!!

เสียงกระแทกหนักๆ ส่งร่างภูตผีลอยคว้างกลางอากาศ ก่อนถูกกระบี่แทงทะลุอกเลือดกระเซ็นโปรยปรายดั่งสายฝนพรำชะโลมต้นดอกไม้ประหลาดแม้นจะคล้ายกลิ่นของเยี่ยนชิงแต่ไม่มีผู้ใดหอมหวานเท่า

ฝีเท้ารวดเร็วเฉียบคมฟาดฟันตัดผ่านเงาอสูรเลือดสาดกระเซ็นลงบนกลีบดอกพลับพลึงสีแดงทุ่งทั้งทุ่งทั้งแดงฉานและเปียกชุ่มกลิ่นหวานหอมมึนเมาแทรกเข้ามาในลมหายใจโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วอุ่นผิดปกติ เสื้อคลุมแนบผิวแน่นขึ้นราวกับอากาศรอบตัวเปลี่ยนไปการต่อสู้เมื่อครู่ยังไม่จบเลือดปีศาจยังอุ่นอยู่บนดอกไม้

หยดหนึ่ง…สองหยด…

ดอกไม้สีชาดที่ก่อนหน้านั้นแนบนิ่ง ค่อยๆ คลี่กลีบออกทีละชั้นสีแดงเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เส้นใยบนกลีบสั่นระริกกลิ่นดอกไม้หนาแน่นแทรกซึมเข้าปอด

กู้หมิงเหยว่สังหารอสูรล้มลงตัวแล้วตัวเล่าแต่ทุกครั้งที่เลือดปีศาจซึมลงสู่พื้นป่าดอกไม้ก็ยิ่งคลุ้มคลั่งเบ่วบานส่งกลิ่นหอมทวีความเข้มข้น

กลีบบางขาดกระจายเส้นเกสรพันรัดข้อเท้า ดึงรั้งการเคลื่อนไหวดินเปื้อนเลือดกลายเป็นโคลนสีแดงฉาน เสียงปะทะของคมดาบดังปะปนกับเสียงฉีกขาดของดอกไม้ราวกับทั้งทุ่งกำลังถูกฉีกกระชากออกจากกัน

อึ่กกก!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   พาทฮ่องเต้พันปีก่อน

    (พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   แนะนำตัวอีกครั้ง

    เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 42 กวีรักสุดท้าย

    . (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 41 กวีรัก

    นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่40 ของเรา

    ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่39 สุดท้าย

    โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 34 รากบรรพชน

    หึ่ๆๆๆๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำกังวานก้องแฝงความอิ่มเอมพึงพอใจราวกับพบเจอสมบัติที่ตามหาจากลายแทงจนพบ มันดังลอยออกมาจากความมืดแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาทราวกับเข้ามาตะโกนก้องข้างในรูหู เยี่ยนชิงหลบฉากด้าสหลังอี้หลานฝ่ามือกำแน่นที่แขนเสื้อคนตัวโตหวาดกลัวแม้ไม่พบเห็นว่าเป็นใคร “เจอตัวจนได้…หยางหยินของข้า”

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่33 ต้นไร้ราก

    (อี้หลานหมิงเยว่) “ที่นี่…ที่ไหนกันแน่” เสียงบ่นอุบดังลอดริมฝีปากเล็ก เยี่ยนชิงกวาดสายตามองไปรอบตัว หุบเขาพลับพลึงสีเลือดทอดยาวสุดสายตา กลีบดอกสีแดงคล้ำไหวเอนตามแรงลม ราวกับเปลวไฟที่ไม่มีวันมอด เงามืดทอดทับซ้อนกันจนแยกไม่ออกว่าทางใดคือจุดเริ่ม ทางใดคือจุดจบ “เราจะออกจากที่นี่เช่นไร…เดินวนมาสามรอ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 32 หยินหยาง

    แรงกดดันแผ่ออกมาจากร่างสูงเพียงยืนเฉยก็ทำให้ดอกพลับพลึงทั้งหุบเขาสั่นไหว เสียงกระซิบของบรรพชนดังก้องแว่วอยู่ในอากาศ ราวกับกำลังคุกเข่าคารวะผู้มาเยือนผู้ซึ่งชื่อของตนเคยถูกสลักไว้ว่า “หยางหยิน” นามรอง “หยางเยี่ยนชิง”ในฐานะรากเหง้าแห่งแผ่นดิน เมื่อชายผู้นั้นขยับก้าวเข้ามา เศษศิลาทั้งหมดรอบกายกลับร่ว

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่31 จิตวิญญาณบรรพชน

    กึก..แท่นบรรพชนสูงสุดตั้งตระหง่านอยู่กลางลานหินสีหม่น อักขระโบราณที่สลักไว้รอบแท่นถูกกาลเวลากัดกร่อนจนเส้นสายเลือนลาง แต่แรงกดดันที่แฝงอยู่ไม่เคยจางหาย ลมในเขตสุสานพัดเอื่อยหากความเย็นกลับซึมลึกเข้าไปถึงกระดูกราวกับที่นี่ไม่ใช่เพียงสถานที่ หากเป็นแดนคั่นระหว่างความทรงจำกับคำสาป หรูอี้หงก้าวขึ้นไปด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status