LOGIN“เจ้านั่นเป็นใคร”
เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้เยี่ยนชิงที่นั่งเหม่อลอยกับวิธีเพราะไม่ได้ฟังท่านอาจารย์พูด ใบหน้าหวานมึนเบลอมองหาผู้ถามซ้ายขวาชะงักมือที่กำลังเปิดหนังสือตรงหน้าหันใต้ชายคาเรียนที่แสงแดดยามบ่ายส่องไม่ถึง เงาของเสาไม้ทอดยาวทาบพื้นหินเย็นเฉียบ ชายคนหนึ่งยืนพิงเสาไม้อยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ใบหน้าเคียงขางทางตะวันขึ้นชวนให้แสบตาจนต้องหรี่ลงมอง ใบหน้านิ่งคมคายคล้ายสุขุมแต่ก็ดูเจ้าเล่ห์เกินกว่าจะเป็นคนดี ทันทีที่ร่างนั้นเดินใกล้เข้ามากขึ้นดวงตาของเยี่ยนชิงก็เบิกโตขึ้น หล่อมาก แต่.. “โอ๊ะ! นี่เจ้าแปลงกายเป็นคนได้ด้วย นึกว่าถูกบดขยี้ตายไปเสียแล้ว” เยี่ยนชิงอ้าปากค้างราวกับเห็นผี เห็นกับตาว่าเจ้ามดงี่เง่าถูกหมิงเยว่ขยี้บนปลายจมูกตนเอง น้ำเสีียงเหน็บแนมหมั่นไส้แต่ในใจกลับโล่งอก ดวงตาคู่คมแน่นิ่งไร้อารมณ์แม้ทั้งหมดที่รวมเป็นใบหน้านี้จะดูหล่อเหลาอย่างร้ายกาจก็ตาม “หึ่ กระจอกเช่นนั้นจะทำอะไรข้าได้” มุมปากได้รูปยกขึ้นข้างหนึ่งร่างสูงยืนกอดอกเชิดหน้าท่าทางอวดดีจนเยี่ยนชิงย่นจมูกใส่สะบัดหันหน้าไปอีกทาง “บุตรชายสกุลกู้..อดีตว่าที่คู่หมั้นข้า” ลมเย็นพัดลอดชายคา เส้นผมของเขาปลิวแตะข้างแก้ม ดวงตาที่มองพื้นนิ่งแฝงความอึดอัดบางอย่างที่ไม่เคยพูดออกมา “ทำไมตามกลั่นแกล้งเจ้า รักเจ้ามากหรือ?” ใบหน้านิ่งนั้นเลิกคิ้วราวกับประหลาดใจเอ่ยถามต่อราวกับพวกสอดรู้น้ำเสียงไม่อารมณ์ใด แต่สายตากลับจับจ้องไม่วางตา “ข้าถอนหมั้น” ปากเล็กเม้มเข้าหากันก่อนจะตอบออกมา ท่าทางชวนให้ฉงนทำให้คนที่ตามติดสังเกตุเห็น "ทำไมถอนหมั้น" "ข้าจำไม่ได้ รู้แต่ว่าเคยหมั้นกัน" "ข้าว่าข้าพอจะรู้ว่าเพราะเหตุใด" "เพราะเหตุใด?" "เจ้าสติฟั่นเฟือน" ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งควานหาลูกแอปเปิลที่ขโมยของเยี่ยนชิงมาอีกทีในแขนเสื้อขึ้นมากัดกิน ถ้อยคำร้ายๆ แต่ไร้อารมณ์นั้นทำให้เยี่ยนชิงคิดไตร่ตรองครู่ใหญ่สติฟั่นเฟือน.. ต่อว่าผู้อื่นหน้าตาเฉยทั้งที่ตนเองเป็นคนที่สมควรถูกต่อว่ามากกว่าแบบนี้ ดวงตาโตถลึงใส่ชายร่างสูงที่นอนด้วยกันทุกคืน ไม่รู้ว่านอนด้วยกันได้อย่างไรทั้งที่เหมือนศัตรูเช่นนี้ เยี่ยนชิงงงตัวเองจึงยกมือเกาหัวเหมือนอยู่กับต้นไม้แห้งกร้าน..ไม่รู้เรื่องเลย! “เจ้าสิสติไม่ดีคนดีที่ไหนมานอนแหกแข้งแหกขาบ้านผู้อื่นเช่นเจ้า ประหลาดคนเช่นนี้ยังจะกล้าต่อว่าผู้อื่นเจ้ามัน...หมาบ้า!” เยี่ยนชิงถลึงตาหันกลับมาตวาดใส่อีกฝ่าย ดวงตากลมโตกว้างขึ้นพลางกาวถอยหลัง “ใครจะไปรู้ ข้าลืมตาขึ้นมาก็เจอหน้าซื่อบื้อของเจ้าแล้ว ท่าทางประหลาด สมองปลาทองจำอะไรก็ไม่ได้” ชายประหลาดพูดพลางเหลือบตามองท่าทางเก้กังของเยี่ยนชิงทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ “นี่!” เยี่ยนชิงชี้หน้าใส่คนที่ี่่มากล่าวหาว่าตนหน้าตาซื่อบื่อไม่ทันได้อ้าปากร่างแกร่งก็เดินลากชายผ้ากรุยกรายที่เยี่ยนชิงเย็บปะต่อกันให้เพราะไม่มีอะไรจะใส่แล้วชอบเดินเปลือย.. สบายเหลือเกิน! “หิวอีกแล้วมีอะไรกินหรือไม่” ชายประหลาดไม่เคยสนใจว่าเยี่ยนชิงจะต่อว่าหรือทำท่าโกรธเพียงใด เปลี่ยนเรื่องขึ้นกลางคันทำเอาเยี่ยนชิงประมวลผลไม่ทันชะงักอ้าปากค้างไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนที่หน้าหนาหน้าทนหน้ามึนเช่นนี้อยู่บนโลก ขาเล็กก้าวเท้าเร็วหนีร่างสูงที่ติดเป็นปลิง “ไม่มี!” เยี่ยนชิงสะบัดแขนเสื้อใส่แล้วเดินนำออกมาแม้นจะมีสมาชิกใหม่เข้ามาในบ้านแต่เจ้าคนประหลาดก็หลบเลี่ยงได้ไหลลื่นยิ่งกว่ากิ้งก่าเปลี่ยนสีจึงไม่มีใครระแคะระคาย คนตัวโตในชุดขาวนอนตะแคงอยู่บนฟูกใกล้หน้าต่างผ้าดิบสีขาวเนื้อหยาบที่เยี่ยนชิงหามาเย็บคลุมกายลวกๆ แหวกกว้างเปิดบนแหวกร่างเพียงแต่ไม่ใช่หญิงงามเย้ายวนแต่เป็นชายร่างยักษ์กำยำที่ไม่น่ามองเท่าใดนัก ร่างกายที่มีแต่แนื้อแข็งแน่นไม่ต่างจากชนชั้นแรงงานแม้จะผิวพรรณหน้าตาดีแต่เปิดเผยท่าทางเช่นนี้ในบ้านผู้อื่นมันไม่เกินไปหน่อยหรือ! ท่อนแขนกำยำค้ำรองศีรษะตะแคงกายมองแผ่นหลังเล็กของเจ้าบ้านที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะไม้เตี้ย ดวงไฟตะเกียงส่องเงาจางๆ ให้เห็นเส้นผมของเยี่ยนชิงที่ถูกรวบไว้หลวมๆ ปลายผมตกลงข้างแก้ม ขณะก้มคัดหนังสือปากเล็กอ่านพึมพำตามไปด้วย ใบหน้าเรียวเล็กจิ้มลิ้มยุ่งเหยิงนั่งคัดอักษรทีละตัวหน้าตาท่าทางเช่นนั้น...เหมือน เหมือนใครบางคนที่ถูกลบออกไปจากความทรงจำ ทั้งกลิ่นที่คุ้นเคย สัมผัสที่คุ้นเคย ทุกอย่างไม่มีอะไรไม่คุ้น แต่..อยากแกล้ง ความเงียบสงบกลับมาอีกครั้งชายผู้มาอาศัยหยิบแกนแอปเปิลที่กินหมดเหลือแต่แกนข้างกายแล้วขว้างออกไปเบื้องหน้า ตุ้บ! แกนแอปเปิลกระทบหลังบางของเยี่ยนชิงไม่แรงนัก ใบหน้าน่ารักติดรำคาญหันเสี้ยวหน้ามามองด้้วยสายตาเบื่อหน่ายที่ถูกก่อกวนตลอดเวลา “อย่าขว้างของ ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ให้เจ้ากินหากไม่มีสิ่งใดทำก็หาหนทางกลับบ้านของเจ้าไปซะ” เยี่ยนชิงเสนอหนทางด้วยความรำคาญแต่ชายหน้านิ่งกลับเลิกคิ้วหนาใส่เยี่ยนชิงราวกับจะบอกว่า ไม่ไปแล้วจะทำไมไอ้เปี๊ยก~ อย่างไม่สะทกสะท้าน ขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงผนัง เอียงศีรษะมองเจ้าบ้านที่หันกลับไปคัดอักษรต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความเงียบกลับมาอีกครั้ง มีเพียงเสียงปลายพู่กันเสียดสีกระดาษแผ่วๆ กับเสียงลมกลางคืนพัดผ่านช่องหน้าต่าง “นั่งนานไม่เบื่อหรือ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นราวกับเด็กที่อยากให้คนสนใจ เยี่ยนชิงถอนหายใจเบาๆ โดยไม่หันหน้าไปมองแต่ก็ตอบ “เบื่อสิ” “ไปเล่นน้ำกัน” “เบื่อเจ้า ออกไปเล่นคนเดียวเลยไป!” ชายแปลกหน้าทำเพียงอ้าปากหาวก่อนจะยืดแขนขึ้นเหนือศีรษะเหมือนไม่ได้ใส่ใจคำตำหนิ “เจ้าว่าอะไรนะ” มือนั้นยกขึ้นแคะหูย้อนถามด้วยท่าทียียวน เยี่ยนชิงกำหมัดบนโต๊ะกัดฟันถลึงตาใส่กระดาษราวกับบอกตัวเองให้ใจเย็นเอ่ยพึมพำออกมาเบาๆ แทบจะเป็นลมหายใจ “หูตึง!” คืนนั้น เมืองทั้งเมืองยังไม่ทันคลายกลิ่นควันธูปจากเรือนที่มีคนตาย ลมเย็นก็พัดผ่านตรอกแคบจนตะเกียงตามชายคาสั่นไหวเป็นระยะ เยี่ยนชิงออกไปกินข้าวอาบน้ำกลับเข้าห้องนอนตามปกติ ครืดด~ ประตูปิดลงราวกับกลัวว่าคนที่นอนแน่นิ่งหลับตาสงบเหมือนซากศพจะลุกขึ้นมาก่อกวนการอ่านหนังสือ โต๊ะไม้เตี้ยติดระเบียงหลังบ้าน ม่านบางสีซีดปลิวตามลมที่ลอดหน้าต่างเข้ามา กลิ่นหมึกจาง ๆ จากพู่กันที่วางค้างอยู่ตั้งแต่เมื่อเย็นยังไม่ทันจางหาย เยี่ยนชิงนั่งลงเขียนกวีเหมือนทุกครั้ง ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนอะไรเป็นพิเศษ แค่รู้สึกแปลกๆ ที่ได้ยินข่าวการตายอันชวนขนหัวลุก(พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู
เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต
. (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง
นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ
ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ
โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ







