Home / LGBTQ+ / อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล / ตอนที่ 16 นานมาแล้ว

Share

ตอนที่ 16 นานมาแล้ว

last update publish date: 2026-02-03 11:08:13

เมื่อกว่าพันปีก่อน แคว้นหยางหยินสุ่ยเคยเป็นศูนย์กลางแห่งสมดุล หยินและหยางไหลเวียนเกื้อหนุนกันอย่างเป็นธรรมชาติ ยุทธภพสงบนิ่งราวผิวน้ำที่ไร้คลื่น แต่แล้วในปีหนึ่ง ความสมดุลนั้นกลับแตกสลายลงโดยไร้สัญญาณเตือน พลังหยินหยางแปรปรวน สวรรค์และปฐพีไม่สอดคล้อง เส้นลมปราณของโลกบิดเบี้ยว และสัตว์อสูรก็เริ่มเพ่นพ่าน

ท่านผู้เฒ่าเล่าต่อกันมาว่า เพื่อป้องกันไม่ให้ดวงจิตแห่งหยินหยางถูกกลืนกิน มีทูตองค์หนึ่งในยุคนั้นตัดสินใจผนึกมันไว้

ทว่าการผนึกครั้งนั้นมิได้อาศัยค่ายกลหรืออาคมใด หากซ่อนมันไว้ในสิ่งที่ไม่อาจอธิบายได้ด้วยถ้อยคำธรรมดา สิ่งที่ถูกเรียกขานในเวลาต่อมาว่า “ต้นไร้ราก” ต้นไร้รากคือต้นไม้ในสถาณที่หนึ่งของหุบเขาบรรพชนตระกูลหยางเป็นจุดกึ่งกลางฟ้าดินที่ไม่มีผู้ใดรู้แม้แต่ผู้เอาไปซ่อน

เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาและการตามล่าของอสูร แคว้นหยางหยินสุ่ยจึงถูกลบเลือนด้วยนามใหม่ สกุลอวิ๋นถูกเชิญให้เข้ามาดูแลดินแดนแทน และพิธีตามหาต้นไร้รากก็ถือกำเนิดขึ้น มิใช่ในฐานะตำนานแห่งความหวัง หากเป็นความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง เพราะตราบใดที่ดวงจิตหยินหยางยังคงถูกผนึก สมดุลของโลกก็ไม่อาจกลับคืนอย่างสมบูรณ์ ทว่าหากมันถูกเปิดเผยผิดเวลา อสูรย่อมเป็นฝ่ายพบมันก่อนมนุษย์ เพราะทูตผู้ดูแลก็็แหลกสลายไปด้วยน้ำมือสัตว์อสูรเช่นกัน ดวงจิตที่ค้ำจุนความสมดุลของโลกสองสิ่งถูกปิดผนึกจนแม้แต่ยุทธภพเองก็ค่อยๆ หลงลืมไปตามกาลเวลา

ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีผู้ตามหาไม่ใช่เพื่อครอบครองหากเพื่อคืนสมดุลให้โลก

ตลอดพันปีที่ผ่านมาไม่มีผู้ใดค้นหาสิ่งนั้นเจอมีเพียงความจริงที่สืบทอดกันมาอย่างเงียบงัน สมดุลยังไม่กลับมา อสูรยังคงเป็นใหญ่ในความมืดไม่ปรากฎตัวแต่เพียงเอ่ยถึงก็สะพรึงอกสั่นขวัญแขวน ความหวังที่จะกำจัดยังเป็นศูนย์การคืนสมดุลหยินหยางเท่านั้นที่จะมีพลังมากพอให้ต่อกรลากสิ่งชั่วร้ายลงนรก

และต้นไร้รากก็คือความหวังและยังคงถูกเอ่ยนามราวกับเงาเลือนราง โดยไม่มีผู้ใดยืนยันว่าอยู่ที่ใดหากวันหนึ่งมันถูกพบนั่นจะไม่ใช่เพียงจุดจบของตำนาน หากเป็นการเริ่มต้นของสิ่งที่ทั้งยุทธภพยังไม่พร้อมเผชิญเลยแม้แต่น้อย

หลังปีแห่งความโกลาหลเมื่อพันปีก่อน วันที่ดวงจิตหยินหยางถูกผนึกไว้ ณ สุสานบรรพชนหยางหยินสุ่ย บรรพชนในยุคนั้นตระหนักดีว่า มิใช่ทุกคนจะเหมาะสมกับการเข้าใกล้สิ่งซึ่งค้ำจุนสมดุลของโลก ผู้ที่ใจไม่มั่นคง ผู้ที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน หรือผู้ที่ปล่อยให้อารมณ์ชี้นำ ล้วนสามารถกลายเป็นช่องทางให้อสูรใช้ตามรอยดวงจิตหยินหยางได้โดยไม่รู้ตัว เพื่อป้องกันหายนะซ้ำรอยเดิม เส้นทางการจบการฝึกจึงถูกแบ่งออกเป็นสองทางตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ทางหนึ่งคือการเข้าสุสานเพื่อตามหาต้นไร้รากเส้นทางที่เปิดให้ผู้ซึ่งถูกคัดเลือกโดยชะตา อีกทางหนึ่งคือการสอบวิชากวีไร้นาม ซึ่งภายนอกดูราวกับเป็นเพียงบทกวีโบราณ หากแท้จริงแล้วคือชุดตำราที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อ “เชื่อมต่อกับพลังหยินหยาง” ผู้ที่เลือกเส้นทางนี้จำต้องละทิ้งวิทยายุทธการสู้รบเพื่อแสวงหาพลังแห่งสงบนิ่งและดำรงชีวิตอยู่ภายใต้กรอบที่ไม่อาจก้าวล่วง เพราะทุกถ้อยคำ ทุกความคิด ล้วนถูกควบคุมไม่ให้สั่นสะเทือนแก่สมดุลอันเปราะบาง

มีคำเล่าต่อกันมาว่า ผู้ที่ไม่อาจผ่านการคัดเลือกของสุสาน หรือผู้ที่ไม่เหมาะสมกับการเข้าใกล้ดวงจิต จะถูกบังคับให้เลือกวิชากวีไร้นาม เพื่อไม่ให้กลายเป็นตัวแปรที่ทำให้โลกยิ่งแปรปรวน นั่นเองคือเหตุผลที่ศิษย์ทุกคนเกลียดการสอบกวีไม่ต่างกัน เพราะมันไม่ใช่ทางเลือก หากคือการยอมรับโดยนัยว่าตนเอง

“ไม่ถูกเลือก”

กวีไร้นามจึงถูกเก็บไว้ในหอสมุด ไม่ได้รับการสรรเสริญ ไม่ถูกกล่าวถึงในที่สาธารณะ ทว่ากลับยังคงถูกใช้สืบต่อกันมานับพันปี ในโลกที่ดวงจิตหยินหยางยังคงถูกอสูรเฝ้าตามล่า การควบคุมผู้ที่ไม่ควรรู้ความจริง สำคัญไม่แพ้การรอคอยผู้ที่จะตามหาต้นไร้รากให้พบ และนั่นเองคือเหตุผลที่ไม่มีใครรักบทกวีเหล่านั้น ทว่าก็ไม่มีผู้ใดกล้าปฏิเสธการมีอยู่ของมัน

.

.

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   พาทฮ่องเต้พันปีก่อน

    (พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   แนะนำตัวอีกครั้ง

    เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 42 กวีรักสุดท้าย

    . (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 41 กวีรัก

    นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่40 ของเรา

    ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่39 สุดท้าย

    โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status