LOGIN“เดี๋ยวนะ นี่แกเป็นน้องสาวของพี่ ๆ เขาหรอ” ฉันไม่ตอบได้แต่พยักหน้าให้
ธีมมันถามออกมาด้วยความตกใจ จะตกใจก็ไม่แปลกก็ไม่เคยมีใคร ๆ เคยเห็นพวกเฮียอยู่กับฉันหรือลงรูปฉันก็ลงให้เห็นแค่ด้านหลัง แต่ที่เฮียรีบออกมาแก้ข่าว คงเพราะพี่สาวคนสวยคนนั้นแน่เลย
“งั้นกูขอถามมึงหน่อยนะ ยังมีอะไรอีกบ้างที่มึงยังไม่ได้บอกพวกกู” ปันฟ้าถามออกมาด้วยความสงสัยพอฉันมองไปรอบ ๆ ก็ได้แต่คิดว่า คงไม่ได้มีแค่มันหรอที่สงสัยเพราะพี่ ๆ เขามองฉันด้วยสายตาที่สงสัยไม่ต่างจากกัน
“ขอนึกแป๊บหนึ่งนะ ว่ามีเรื่องอะไรที่ยังไม่ได้บอก” ฉันทำสีหน้าครุ่นคิดว่ามีเรื่องอะไรอีกบ้างไหม
“คิดว่าไม่มีแล้วนะ” ฉันบอกพวกมัน
พอเรื่องนี้จบพวกเพื่อนของฉัน ก็หันไปมองพวกพี่เขาแล้วก้เป็นไอ้ธีมเจ้าเดิมเจ้าประจำที่ชอบแพ้เสียงในหัวตัวเองเอ่ยถามออกมาโต้ง ๆ
“พวกพี่มาทำอะไรกันหรอครับ ถ้าแค่พี่แทนกับพี่เวนิสมาผมไม่แปลกใจเท่าไหร่เพราะเขามาหาแฟนเขา แต่พี่สองคนมาทำไมหรอครับหรือมีแฟนอยู่คณะนี้”
ฉันทนไม่ไหวกับคำพูดกวนบาทาของมันเลยประเคนบาทาไปให้มันหนึ่งทีจนมันหันมาโวยวายกับฉัน
“โอ๊ย…มึงถีบกูทำไมเนี่ย อ่อ ๆ” มันตั้งท่าจะแซวต่อฉันเลยหยิบขวดน้ำที่อยู่ใกล้มือที่สุดเตรียมจะเขวี้ยงใส่มัน แต่ก็มีเสียงของพี่เขาพูดขึ้นมาซะก่อน
“พี่มาหาน้องเวครับ หรือว่าพี่มาไม่ได้ครับ” ฉันล่ะนึกอยากจะเกลียดเขาจังไอ้การพูดตอบเพื่อนฉันแต่สายตากับมองมาที่ฉันนี่มันคืออะไร หรือฉันไปโดนสวิตตัวไหนของเขาเข้า
“อะ…นี่ครับเฮียซื้อมาให้” อยู่ ๆ เขาก็บอกก็ยื่นถุงที่ใส่อะไรสักอย่างมาให้ฉัน ฉันเปิดดูก็พบว่าสิ่งของที่อยู่ในนั้นคือขนมร้านโปรดของฉันพร้อมกับชาเขียวที่ชอบกินอีก
“เอามาให้เวทำไมคะ” ฉันถามออกแล้วทำสีหน้าสงสัยอย่างถึงที่สุด
“เรียกแทนตัวว่า หนู สิค่ะ แทนตัวว่าหนูไม่ใช่ เว แบบที่แทนตัวกับคนอื่น” เขาก้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูของฉัน
“เฮียยังไม่ตอบคำถามของหนูเลยนะคะ”
“ก็เฮียบอกแล้วว่าเฮียจะจีบหนูคืนเหมือนที่ตามจีบเฮียไงคะ” คำตอบของเฮียเขาทำให้หัวใจของฉันเต้นแรงมาก ฉันรู้สึกว่าหน้าของตัวเองเริ่มร้อนผ่าวและรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะมีอาการประหม่าเล็กน้อย แต่ก็ต้องเก็บอาการเอาไว้
“แค่เอาของมาให้แค่นี้หรอคะ หนูนึกว่ามาเพราะคิดถึงกันซะอีก” ฉันพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาเพื่อเอาคืนจนพี่เขาเสียอาการไปเหมือนกัน
“อะแฮ่ม ๆ อย่าลืมนะครับเพื่อนว่าไม่ได้อยู่ตรงนี้กันแค่สองคน” เป็นพี่อาทิตย์ที่เอ่ยขึ้นมา
“ไอ้อาทิตย์มึงไม่พูดก็ไม่มีใครคิดว่ามึงเป็นใบ้หรอกนะ” ดูท่าเฮียแกน่าจะอารมณ์เสียอยู่ไม่น้อย
“แล้วนี่ไม่ขึ้นเรียนกันหรอครับ” พี่แกถามเพราะเมื่อเช้าฉันลงในสตอรี่ว่ามีเรียนเวลานี้
“ที่จริงก็ต้องขึ้นเรียนแล้วล่ะค่ะ แต่พอดีอาจารย์ยกคลาสให้แค่ส่งงานที่สั่งไว้แล้วก็ปล่อย
“แล้วหนูจะไปไหนกันต่อครับ บ่ายมีเรียนไหม”
“บ่ายอืม..อ่อบ่ายพวกหนูไม่มีเรียนอยู่แล้วค่ะแต่ส่วนที่จะไปไหนตอนนี้ขอคิดอีกที” ฉันตอบพี่เขาไปเพราะว่าอันที่จริงก็ไม่ได้มีแพลนที่จะไปไหนอยู่แล่วบ่ายนี้ จนพี่เขาเอ่ยฉันพวกฉันว่า
“งั้นไปนั่งเล่นที่คณะพวกเฮียไหม อาจารย์เขาอนุญาตให้เข้าได้”
ด้านปฐพี
ผมเอ่ยปากชวนน้องให้ ๆ ไปนั่งเล่นที่คณะของพวกผมอันที่จริงที่ชวนก็เพราะผมอยากอยู่ใกล้ ๆ น้องอยากทำความรู้จักกันมากกว่านี้ แต่พอถามออกไปน้องเขาก็ทำท่าคิดหนักเหมือนไม่อยากไปเลย
“ถ้าหนูไม่อยากไปก็ไม่เป็นไรนะครับ เผื่อหนูมีธุระที่จะต้องไปทำ” ผมบอกน้องออกไปแต่ในใจก็รู้สึกเฟลนิดหน่อย อาการของคนมีความรักมันเป็นแบบนี้นี่เอง
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะค่ะ หนูยังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะไม่ไป” พอน้องพูดจบก็หันไปถามเพื่อน
“พวกมึงจะไปไหม” เพื่อน ๆ น้องก็ตอบตกลงที่จะไปด้วยกันทั้งหมด
“ที่กูอยากไปด้วย เพราะกูอยากเสือกเข้าใจ๊” เป็นเสียงไอ้เด็กธีมพูดกับน้องแต่พอน้องทำท่าจะฟาดก็รีบวิ่งหนีนำหน้าไปเลย
“ไปครับ” ผมพูดพลางเอือมมือไปจับมือของน้องแล้วพากันเดินไปที่คณะของผม
พอเดินเข้ามาในห้อง ทุกสายตาก็มาที่พวกผมผมเลยเดินจูงมือน้องมานั่งที่โต๊ะ โต๊ะเรียนห้องนี้เป็นแถวยาว ริมสุดจะเป็นไอ้แทนแล้วก็อั่งเปา แล้วก็เป็นน้องแล้วก็ผมด้านหลังก็จะเป็นอาทิตย์กับปันฟ้าตามด้วยเวนิสและสีครามส่วนธีมก็นั่งถัดไปจากอาทิตย์
“นั่งกันเป็นคู่เลยนะทิ้งกูเลย” เหมือนผมจะได้ยินเสียงถอนหายใจของน้อง แล้วน้องก็หันไปหาธีมทันที
“ไอ้ธีม อย่าให้กูพูดเรื่องมึงบ้างนะมึง มึงอย่าคิดว่าจะไม่มีใครรู้ความลับของมึงนะ กูจะบอกให้ว่าความลับไม่มีในโลกหรอกกูโดนมาแล้ว”
“อันนั้นมึงหลุดเองคร้าบ” ก็จริงที่ธีมมันพูดนะ อันนี้น้องเขาหลุดออกมาเองพอผมได้ยินผมก็นึกขำออกมาเบา ๆ
“หึ หึ” แต่ผมก็ต้องตกใจเพราะหันไปเจอสายตาของน้อง
“ขำอะไรคะ อ่อ..ใช่สิคะก็หนูมันหลุดพูดออกมาเองนี้เลยตลกมาใช่ไหมคะ” น้องพูดจบก็หันไปหยิบแก้วชาเขียวขึ้นมาดูดพอได้ยินเสียงน้องพูดออกมาด้วยเสียงเศร้า ๆ ผมเลยหันไปปลอบน้อง
“ก็ดีแล้วค่ะ ที่หนูหลุดพูดออกมา ไม่งั้นเฮียจะคิดว่าตัวเองหลายใจแอบรักผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกันทั้ง ๆ ที่เธอคนนั้นเป็นคนคนเดียวกัน” ผมก้มตัวไปกระซิบข้างหูน้องให้ได้ยินกันแค่สองคน พอผมเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นหน้าน้องแดงมาก ๆ
สักพักอาจารย์ก็เข้ามา จะบอกว่าพวกผมสนิทกับพวกอาจารย์มากพูดแกล้งกันได้
“เอ้า แก๊งไอ้พวกตัวแสบ พาสาว ๆ หนุ่ม ๆ มานั่งด้วยหรอ ดูท่าจะไม่ใช่เด็กวิศวะนะ แฟนพวกแกเหรอ” อาจารย์ถามพวกผมเพราะว่าน้อง ๆ ใส่ชุดนักศึกษามา แต่พวกผมใส่ช็อปมา อาจารย์แกเลยมองดูรู้ว่าไม่ใช่เด็กคณะนี้
“แฟนค่ะ/ครับ” เวนิสกับแทนมันตอบอาจารย์ไปส่วนผมกับไอ้อาทิตย์ก็ตอบกลับไปในประโยคเดียวกัน
“ยังไม่ใช่แฟนครับผมกำลังจีบอยู่” หลังจากนั้นอาจารย์ก็แซวผมกับไอ้อาทิตย์ทันที
“เห้ย จริงหรอนายปฐพีอย่างเธอนี่จะจีบสาวหรอปกติเห็นทำหน้าดุไม่กลัวสาวเขากลัวหรือยังไงแล้วยิ่งนายอาทิตย์ยิ่งทำอาจารย์แปลกใจนะเนี่ยปกติเห็นกวนคนอื่นไปวัน ๆ ยิ่งกับพวกอาจารย์มันยังไม่เว้น สาวไม่ปวดหัวจนวิ่งหนีหรอ” อาจารย์พูดจบไอ้อาทิตย์ก็โวยวายทันที
“โห จารย์ดูพูดเข้าผมยิ่งกำลังทำคะแนนอยู่ เดี๋ยวน้องเข้าให้คะแนนผมติดลบหรอก”
“อาจารย์ครับก็ตอนนั้นผมไม่เจอคนที่ถูกใจนี่ครับผมก็ต้องทำตัวเองให้น่ากลัวไว้ก่อน คนจะได้ไม่เข้ามายุ่งกับผมเยอะไงครับ” ผมเลยพูดตอบอาจารย์ไป พอผมพูดจบอาจารย์เขาก็พยักหน้า
“เอาล่ะ ๆ เริ่มเรียนกันได้แล้ว” หลังจากอาจารย์พูดจบก็สอนแบบมหากาพย์ ตอนนี้ก็ผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วโมงผมเลยหันไปนั่งมองคนข้าง ๆ ก็พบว่านอนได้ฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะแล้ว สงสัยจะง่วงนอนผมเลยถอดเสื้อช็อปแล้วเอาห่มให้น้องกันหนาว
“เอาล่ะ คาบนี้อาจารย์ขอจบเอาไว้ตรงนี้ก่อนครั้งหน้าค่อยว่ากันใหม่” พออาจารย์แกพูดจบ/เสร็จก็เดินออกไปทันทีเลย
“หนูคะ ตื่นได้แล้วค่ะตอนนี้เที่ยงแล้วนะ” ผมค่อย ๆ เรียกน้องแล้วก็สะกิดน้องไปด้วย
“อืม…เที่ยงแล้วหรอคะ เฮียเรียนเสร็จแล้วหรอคะ” น้องพูดพึมพำพลางจะเอามือขยี้ตา แต่ผมขว้ามือน้องเอาไว้ก่อน
“อย่าขยี้ค่ะหนู เดี๋ยวก็ตาแดงหรอก เฮียเรียนเสร็จแล้วเดี๋ยวเราไปทานข้าวเที่ยงกันนะ” น้องลุกแล้วส่งเสื้อช็อปให้ผม
พวกเราพากันออกมาจากห้องเรียนแล้วเดินตรงดิ่งไปหาโต๊ะทานข้าวกันพอได้โต๊ะพวกเราก็แยกกันไปซื้อข้าวแต่ผมเดินตามน้องไปด้วย ก็แค่อยากรู้ว่าน้องชอบทานอาหารแบบไหน อยากเรียนรู้ความชอบของน้องเหมือนที่น้องเรียนรู้ความชอบของผม
“ป้าคะ เอาราดหน้าทะเลพิเศษหนึ่งจานค่ะ” น้องสั่งผมเลยสั่งอาหารไปบ้าง
“ป้าครับผมเอา ข้าวผัดกะเพราทะเลหนึ่งจานครับ”
“ได้เลย ๆ รอแป๊บนะลูก” ผ่านไปสักพักเสียงป้าแกก็เรียกให้ไปเอาอาหาร
“ได้แล้ว ๆ มาเอาไปเลยลูก ราดหน้าพิเศษ 40 ส่วนข้าวผัดกะเพรา30”
ก่อนที่น้องจะหยิบตังออกมาจ่าย ผมจึงชิงจ่ายเงินค่าอาหารไปก่อน
“นี่ครับป้า ทั้งหมด70บาทครับจ่ายรวมกัน” น้องหันมาทำหน้ามุ่ยใส่ผมเพราะชิงจ่ายเงินให้
“ไปครับไปซื้อน้ำก่อนเดี๋ยวเราไป ทานอาหารกัน” น้องเลยพูดว่าจะเลี้ยงน้ำผมแทน ผมเลยตอบตกลงเพราะถ้าผมไม่ตกลงคงงอนผมแน่นอนเลยแบบนี้ สักพักพวกเราก็เดินมาถึงร้านน้ำ ผมถือจานข้าวกับราดหน้าให้น้องผมเอาทั้งสองใส่ถาดไว้น้องจะได้ถือน้ำได้
“เฮียอยากดื่มน้ำอะไรคะ” น้องหันมา
“อะไรก็ได้ครับเฮียทานได้ทุกอย่างเลย”
“พี่คะ เอาน้ำผึ้งมะนาวหนึ่งแก้ว อัญชันมะนาวหนึ่งแก้วและน้ำเปล่าสองขวดค่ะ” ยืนรอไปสักพักก็ได้น้ำที่สั่งไปทั้งหมด น้ำเปล่าใส่ถุงไว้ส่วนน้ำสองแก้วก็มีถุงพลาสติกหูหิ้วจึงง่ายต่อการถือ
“โห ไปซื้อข้าวหรือไปจีบกันครับ ถึงได้นานขนาดนี้”
“มึงแหกตาดูก่อนไหมไอ้อาทิตย์ ร้านป้าแกแถวยาวขนาดนั้นจะให้กูมาไวได้ยังไง มึงแดก ๆ ไปเถอะไม่ต้องมาเสือกเรื่องกูนักหรอก เอาตัวเองให้รอดก่อนไหม” ผมเลยสวนมันกลับไปมันถึงกับไปไม่ถูกเลย
“แดกราดหน้าอีกแล้ว ชีวิตนี้มึงจะแดกแค่ราดหน้าหรอ” ธีมมันถามน้อง น้องเลยสวนกลับไป
“กูไปแดกบนหัวมึงหรอธีม ที่มึงแดกแค่ข้าวมันไก่กูยังไม่พูดเลยนะ” หลังจากนั้นสงครามบนโต๊ะอาหารก็เงียบไปทันที หลังจากกินเสร็จเวนิสก็พูดขึ้นมาว่า บ่ายวันนี้พวกเราก็ไม่มีเรียน จะไปไหนกันดีหรือว่าแยกย้ายกันกลับห้องไปพักผ่อน
“กูว่ากลับไปนอนพักกันเถอะ แม่งอาจารย์คลาสนี้ทำเอากูง่วงนอนเลย งั้นแยกกันตรงนี้เลยนะ” ไอ้อาทิตย์มันพูดจบมันก็เดินไปจับมือของปันฟ้าแล้วลากน้องออกไปทันที
“ไปกันครับ เดี๋ยวเฮียไปส่งหนูที่คอนโดเอง” แล้วผมก็จับมือน้องออกเดินออกไปที่รถทันที
ตอนที่ 14 กามเทพแผลงศรหลังจากวันนั้นวันที่ฉันได้เจอครอบครัวของเขา ตอนนี้ฉันกับเขาก็คบกันได้เกือบจะสามเดือนแล้ว ตลอดเวลาที่ฉันเราคบกันเขาดูแลฉันดีมาก ๆ ทั้งเอาใจใส่ทั้งให้เกียรติฉัน ตอนนี้ฉันมาเรียนส่วนเขาเองก็มีเรียนด้วยเหมือนกันเขาเลยขับรถมาส่งฉันก่อน“ตัวเล็กถึงแล้วค่ะ หนูตื่นขึ้นมาก่อนนะเดี๋ยวเราไปหาอะไรทานกันก่อนขึ้นเรียน”“เฮียวันนี้จะทานข้าวที่คณะหนูหรอ”“ใช่ค่ะตัวเล็ก ไอ้พวกนั้นมันก็มาด้วยนะ” ไอ้พวกนั้นที่เขาว่าน่าจะเป็นพวกพี่เพื่อนของเขานั้นแหละ“ไปค่ะ วันนี้เฮียมีเรียตอนสิบโมงเช้าใช่ไหมคะ หนูว่าหนูจำไม่ผิดนะคะ”“ใช่ค่ะ แต่หนูมีเรียนตอนเก้าโมงครึ่งใช่ไหมคะตัวเล็ก”“ใช่ค่ะ งั้นเราลงไปกันเถอะค่ะ” หลังจากนั้นพวกฉันก็ลงจากรถไปแล้วพากันเดินตรงไปยังโรงอาหาร แต่วันนี้ฉันกับรู้สึกว่ามีอะไรบ้างอย่างเปลี่ยนไประหว่างยัยปันฟ้ากับพี่อาทิตย์“แฮ่ม ฉันรู้สึกว่าเหมือนมีใครบ้างคนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง” ฉันพูดพลางหันไปมองหน้าของปันฟ้า“มาถึงก็กวนส้นตีนเลยนะมึง” ฉันหันไปตามเสีย
ตอนที่ 13: เยือนบ้านแฟนครั้งแรกหลังจากนั้นพวกเราก็กับถึงกรุงเทพเกือบบ่ายเพราะพวกเราแวะที่กันอีกนิดหน่อยแล้วก็แวะทานข้าวกันส่วนฉันที่ตอนแรกว่าจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนเขากับเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีฉันก็ตื่นขึ้นมาตอนเราเข้ามาในกรุงเทพแล้ว“หนูตื่นแล้วหรอคะตัวเล็ก” เขาเอ๋ยถามฉันด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล โดยที่สายตายังจดจ้องอยู่กับเส้นทางเบื้องหน้าอยู่“ตื่นแล้วค่ะ เราจะไปไหนกันหรอคะ” ฉันถามเขาออกไปด้วยความสงสัยเพราะทางที่เขาพาฉันมามันไม่ใช่ทางกลับคอนโดของฉัน“เราจะไปบ้านเฮียกันค่ะตัวเล็ก” หืม ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหมเขาบอกว่าจะพาฉันไปบ้านของเขา“ฮะ ไปบ้านเฮียหรอคะ ไปทำไมคะ”“ป๊ากับม๊าของเฮียอยากเจอหนูค่ะ หนูไม่ต้องกลัวนะคะพวกท่านใจดีมาก”“ป๊าม๊าของเฮียจะชอบหนูหรอคะ หนูกลัวว่าพวกท่านจะไม่ชอบหนู”“ตัวเล็กหนูไม่ต้องกังวลนะ ป๊าม๊าของเฮียต้องชอบหนูมากแน่ๆ”“เฮียไม่ได้หลอกให้หนูดีใจเล่นใช่ไหมคะ” ฉันถามเขาออกไปเพราะด้วยความกังวลนิดหน่อยถึงเขาจะบอกว่าไม่ต้องกังวลก็ตามเขาขับรถมาสักพักก็ถึงบ้านที่มีขนาดใหญ่โตพอสมควรซึ่งไม่ต่างจากบ้านฉันเท่าไหร่ มีคนออกมาเปิดประตูรั่วให้พวกเราแล้วเขาก็ขับรถไปที่โรง
ตอนที่ 12: ขอเป็นแฟนเธอผมตื่นเช้ามาด้วยความงงนิดหน่อยว่ามาอยู่ที่ห้องของน้องได้ยังไง ผมจึงนั่งแล้วค่อย ๆ ใช้ความคิดว่าเมี่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้างพอนึกออกก็ได้แต่ยิ้ม เมื่อคืนน้องหอมแก้มผมบอกว่าให้รางวัล ผมได้ยินเสียงประตูห้องเปิดออกมาน้องคงจะตื่นแล้วแหละ“ตื่นแล้วเหรอคะเฮียดิน ปวดหัวไหมคะเดี๋ยวหนูไปหายาแก้แฮงค์ให้ไหมคะ”“ตื่นแล้วค่ะ เฮียปวดหัวนิดหน่อยค่ะเดี๋ยวก็หายหนูไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” น้องว่าจบก็เดินมานั่งข้าง ๆ ผม“ทำไมเมื่อคืนถึงได้เมาแบบนั้นล่ะคะ ถ้าพวกพี่ ๆ เขาไม่ได้ไปด้วยแล้วเมาแบบนี้จะทำยังไงคะ” น้องถามผมน้ำเสียงเหมือนจะงอแงนิดหน่อยคงเพราะนั่งรอผมแน่เลยถึงได้งอแง“เฮียขอโทษค่ะ เฮียไม่มีคำแก้ตัวใด ๆ ครั้งหน้าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่นอนค่ะ”“แน่ใจนะคะ” น้องถามผมเพื่อยืนยันอีกครั้ง“แน่ใจค่ะ เฮียรับปากหนูแล้วเฮียก็จะทำให้ได้”“หนูคะวันนี้มีแพลนจะไปไหนไหมคะ”“ไม่มีค่ะ เฮียมีอะไรหรือเปล่าคะ”“พอดีเฮียอยากพาหนูไปที่ที่หนึ่ง หนูไปกับเฮียนะ”“โอเคค่ะ เฮียอาบน้ำก่อนนะคะ เมื่อเช้าหนูเก็บห้องนั้นให้แล้วเพราะหนูคิดว่าเฮียต้องมายึดพื้นที่หนูแน่นอน” น้องพูดกับผมพลางชี้นิ้วไปที่อีกห้องน
ตอนที่ 11: ตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำอีก“ธีม กูถามมึงจริง ๆ นะทำไมบอกพวกกูวะ อะกูเข้าใจนะว่ามึงไม่พร้อมที่จะเปิดตัวหรือมึงยังไม่พร้อมจะบอกพวกกูพวกกูก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่มึงควรเกริ่นกับพวกกูก่อนไหมล่ะ ไม่ใช่เปิดตัวมาปัง เล่นกูแทบสิ้นพระชนม์เลย”“เฮ้อ เอาจริง ๆ กูยังไม่อยากให้พวกมึงรู้เท่าไหร่ว่า…”“ว่ามึงชอบผู้ชาย ไม่ใช่สิ มึงไม่ได้ชอบผู้ชายมึงแค่รักพี่เขาแล้วมึงก็กลัวพวกกูรับไม่ได้ใช่ไหมที่แฟนมึงเป็นผู้ชาย”เฮ้อ ฟังจากที่มันพูดแล้วฉันว่ามันกลัวพวกฉันรับไม่ได้มากกว่า ฉันล่ะอยากจะตบมันให้หัวทิ่มจังเลย คิดมาได้ไง ฉันเลยพูดกับมันต่อ“เฮ้อ นี่ถ้าไม่ติดว่าตรงนี้คนเยอะแล้วแฟนมึงก็อยู่กูจะตบให้หัวทิ่มเลยธีม คิดมาได้ไงถามจริง มึงกับพวกกูเป็นเพื่อนกันมากี่ปี ตั้งแต่จำความได้แล้วมั้ง”“เออ…กูขอโทษกูมาคิดเยอะไปเอง” ฉันยิ้มให้กับมันสำหรับพวกฉันไม่ว่ามันจะเป็นแบบไหนมันก็คือเพื่อนของพวกฉัน“เออ..กินเถอะเดียวเย็นหมดแล้ว” มันพยักหน้าส่งมาให้ฉัน ฉันเลยยิ้มตอบให้มันไปหลังจากพวกเราทานอาหารเสร็จ ก็เดินออกมาจากร้านมันหันมามองฉันแล้วพูดว่า“เดี๋ยวคืนนี้กูจะเล่าทั้งหมดให้ฟัง” ฉันพยักหน้าให้แล้วบอกมัน“ที่หลังมีอะไรห
ตอนที่ 10: เดทแรกวันนี้ท้องฟ้าสดใส ไม่มีเมฆฝนเลยพอพูดถึงฝนก็ทำให้ฉันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานตอนบ่ายทันที ฉันนี่ก็นะนึกยังไงถึงชวนผู้ชายขึ้นห้องแถมยังอนุญาตให้เขานอนค้างได้ด้วย ถ้าแม่รู้ฉันโดนตีก้นลายแน่ ๆ อ๊ะ ๆ ทุกคนคิดใช่ไหมว่าเราสองคนนอนเตียงเดียวกับแต่ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดนะ เฮียเขานอนที่โซฟากลางห้องนั่งเล่นที่พวกเราดูหนังด้วยกันเมื่อวาน“หืม…ทำไมห้องถึงดูเงียบ ๆ นะ” ฉันพึมพำออกมาเบา ๆ แล้วเดินตรงไปที่โซฟากลางห้องนั่งเล่น"หลับอยู่ยังไม่ตื่นนี่เอง คนอะไรขนาดหลับยังหล่อเลยจมูกก็โด่ง ปากก็สวย” ฉันพึมพำออกมาเบากลัวว่าถ้าเสียงดังจะรบกวนคนที่กำลังนอนอยู่“เฮียหล่อมากไหมคะหนู”“หล่อมาก เฮ้ย เฮียตื่นมาตั้งแต่ตอนไหนคะเนี่ย” ฉันมัวแต่เผลอมองความหล่อของเขาจนไม่ได้สังเกตว่าเขาตื่นนอนแล้ว จึงได้เผลอตอบคำถามของเขาไป แพ้เสียงในหัวตัวเองอีกแล้วฉัน“ก็ตื่นตั้งแต่ที่หนู ที่หนูเปิดประตูออกมานั่นแหละค่ะ” ฉันได้โป๊ะแล้วโป๊ะอีก ทำเอาฉันอายจนอยากจะมุดหนีไปกับโซฟาเลย“ตื่นแล้วก็ไปอาบน้ำได้แล้วค่ะ” ฉันพูดพลางดึงเขาให้ลุกขึ้น ฉันพยายามที่จะดึงเขาขึ้นมาแต่เขาก็ไม่ยอมลุกขึ้น“เฮียไหนเฮียรับปากหนูแล้วไงว่าจะพ
ตอนที่ 9: พายุฝนเป็นใจหลังจากนั้นเฮียจูงมือฉันมาที่รถเขา โดยที่ฉันยังไม่ทันที่จะได้ตอบตกลงเขาเลยตกลงตอนนี้ฉันจีบเฮียเขาหรือเขาจีบฉันกันแน่ฉันชักไม่มั่นใจซะแล้ว เดินอยู่ดี ๆ เขาก็หยุดแล้วก็หันกลับมามองฉัน“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันถามเขาออกไปด้วยความสงสัย“ขึ้นรถก่อนค่ะ เฮียมีอะไรจะถาม” เขาพูดพลางเปิดประตูรถให้ฉันขึ้น พอฉันขึ้นไปบนรถเขาก็ปิดประตูให้แล้วเดินอ้อมไปทางคนขับ“เฮียมีอะไรจะถามหนูหรอคะ” แต่แทนที่เขาจะตอบคำถามของฉันเขากลับ โน้มตัวลงมาแล้วดึงสายเบลมาคาดให้ฉัน“หนูเป็นน้องสาวของเฮียวินหรอ” เอ๊ะ เมื่อกี้เฮียดินเรียกเฮียวินว่าเฮียหรอเขารู้จักกันหรอ“เฮียดินรู้จักเฮียวินด้วยหรอคะ” เขาพยักหน้าให้ฉัน“อืม..เฮียรู้จักกับเฮียวินเพราะว่าเฮียวินเป็นพี่รหัสของเฮีย” ระหว่างเขาตอบฉันเขาก็ขับรถไปด้วย แบบนี้นี่เอง ถึงว่าพอเฮียวินรู้ว่าฉันจีบเขาถึงไม่ห้ามเหมือนครั้งที่แล้วเพราะแบบนี้เอง“ก็ว่าอยู่ทำไมเฮียวินถึงไม่ว่าอะไรตอนที่รู้ว่าหนูจีบเฮีย ถ้าเป็นคนอื่นนะ หนูไม่รอดแน่” ฉันพูดจบประโยคสุดท้ายก็ทำท่าทางขนลุกขนพอง“ทำไมคะ เฮียวินดุมากเลยหรอ” ฉันหันไปมองเขาแล้วก็พยักหน้าส่งไปให้“แต่เฮียแกก็ดุจริง
ตอนที่ 7: ข่าวปลอมหลังจากสีครามมาส่งฉันถึงบ้านแล้วฉันก็ได้เอ่ยชวนว่าจะเข้าบ้านไปพักก่อนไหมแต่เขากลับปฏิเสธแล้วก็รีบขับรถออกไปทันที“รีบไปไหนของเขานะ” ฉันได้แต่พูดลอย ๆ ขึ้นมา แต่กว่าจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ฉันก็เห็นป้านวลคนที่ดูแลฉันกับพวกเฮียมาตั้งแต่เด็ก“สวัสดีค่ะ ป้านวล”“ว๊ายย คุณหนูขาไปโดนอะไ
ตอนที่ 6: น้ำเมาเป็นเหตุหลังจากนั่งดูดาวกับพี่เขาได้สักพักแล้วฉันก็ชวนพี่เขาดื่มเพราะว่ากลุ่มเพื่อนที่นั่งอยู่ไม่ไกลเริ่มเปิดขวดดื่มกันบ้างแล้วถึง ฉันจะไม่ได้คอแข็งมากแต่ก็พอดื่มได้บ้างนิดหน่อย ในขณะที่พวกเราดูดาวก็จิบเหล้าเข้าไปบ้างพูดคุยกันบ้าง สักพักฉันว่าฉันเริ่มเมาแล้วพี่เขาก็อาสาไปส่งที่ห้อง
ตอนที่ 5 : ความสงสัยใต้แสงดาวหลังจากเมื่อคืนผมรู้สึกเหมือนว่าน้องกำลังหลบหน้าหลบตาผมอยู่แล้วแบบนี้จะไม่ให้ผมสงสัยได้ยังไงว่าน้องจะคือคนเดียวกับน้องรหัสลับของผมหรือเปล่า“ไอ้ดิน ทำไมมึงมองน้องเขาด้วยสายตาแบบนั้น” ไอ้แทนมันขยับเข้ามากระซิบกับผมเบา ๆ“ทำไม กูทำสายตาแบบไหน” ผมหันไปถามมันแล้วแสร้งทำหน้า
ตอนที่ 4: กลิ่นไอทะเลและเลนส์กล้องในที่สุดก็จบการเดินทางอันยาวนานของพวกเราทุกคน พวกเราทุกคนได้มาถึงที่พักแล้ว เป็นบ้านพักตากอากาศของครอบครัวฉันเองก่อนมาคุณแม่คงได้ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดไว้ให้แล้ว บ้านพักของฉันเป็นบ้านที่ติดชายหาดสามารถเดินเล่นนํ้าได้“สวัสดีค่ะป้าศรี” ฉันทักทายป้าแกอย่างสนิทสนม“ค







