Home / โรแมนติก / อุ้มรักมาเคียงเธอ / ความทรงจำที่เลวร้าย........

Share

อุ้มรักมาเคียงเธอ
อุ้มรักมาเคียงเธอ
Author: ปะหนัน

ความทรงจำที่เลวร้าย........

last update Last Updated: 2025-03-16 01:45:00

ตอนที่ 1

ความทรงจำที่เลวร้าย........

        

“ภพ”

         เทวนาถเรียกชื่อลูกชายที่กำลังทำเป็นมองไม่เห็นเขาที่นั่งรออยู่ที่โซฟากลางบ้าน

         “คุณพ่อ...มานั่งทำไมตรงนี้ ดึกแล้วยังไม่เข้านอนพรุ่งนี้จะความดันสูงได้นะครับ”

         ธีภพเมื่อหลีกไม่ได้ก็เปลี่ยนใจกลับมานั่งคุยกับบิดาแทนทั้งที่รู้ว่าพ่อของเขากำลังจะพูดเรื่องที่เขาไม่อยากฟัง

         “ลูกจำอาพชรเพื่อนของพ่อที่เคยมาที่บ้านเราบ่อย ๆ จำได้ไหม วันนี้ลูกสาวเขาโทรศัพท์มาบอกพ่อว่าพชรมีอาการ                     หัวใจล้มเหลวเฉีบพลัน พ่อตามไปที่โรงพยาบาลแต่ไม่ทัน ทุกอย่างมันเร็วมากเมื่อวานตอนบ่ายยังไปดื่มกาแฟด้วยกันอยู่เลย ”

         “ผมเสียใจด้วยนะครับคุณพ่อ ”

         ธีภพไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อเพราะตอนนี้บิดาของเขาอยู่ในห้วงอารมณ์ที่เศร้าจนเขาไม่กล้าพูดอะไรมาก

         “ชีวิตพ่อก็ยังไม่รู้ว่าจะมีพรุ่งนี้ได้อีกสักกี่วัน ธีภพลูกก็รู้ว่าพ่อมีห่วงอยู่เพียงเรื่องเดียวมันยากนักหรือที่ลูกจะทำให้พ่อสบายใจหรือจะรอให้พ่อต้องไปอย่างพชรลูกถึงจะทำให้พ่อได้”

         เทวนาถพูดจบก็ลุกจากโซฟาและเดินขึ้นไปยังห้องนอนด้วยท่าทางเหมือนคนกำลังสิ้นหวัง

         ธีภพเติบโตมากับความเกลียดชังคำว่าครอบครัวเพราะมารดาของเขาทิ้งครอบครัวไปกับผู้ชายคนใหม่ตั้งแต่ชายหนุ่มอายุได้แค่เพียงสิบปี

         วิกานดาแต่งงานกับธีภพเพราะถูกครอบครัวของเธอบังคับและตอนนั้นวิกานดาเองก็มีคนรักอยู่แล้ว ชีวิตแต่งงานของทั้งคู่แทบไม่มีความสุข เทวนาถเอาแต่หวาดระแวงว่าภรรยาของเขาจะกลับไปหาคนรักเก่าทั้งที่วิกานดาเองไม่เคยทำอะไรที่เป็นการนอกใจเลยสักครั้ง

         ธีภพเกิดและเติบโตมากับครอบครัวที่มีแต่การทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกันแทบไม่เว้นแต่ละวันจนในที่สุดวันหนึ่งมารดาของเขาก็ตัดสินใจเดินออกไปจากบ้านและไม่กลับมาอีกเลย ชายหนุ่มจึงตั้งใจมาตลอดว่าเขาจะไม่มีทางมีครอบครัวเขาจะอยู่คนเดียวและนี่คือสิ่งเดียวที่ทำให้ธีภพทุกข์ใจเพราะเขาอยากเห็นลูกชายมีครอบครัวที่สมบูรณ์อย่างน้อยมันก็จะทำให้เขาหมดห่วงถ้าวันหนึ่งต้องจากโลกนี้ไป

         ชายหนุ่มที่กำลังนั่งคิดถึงภาพครอบครัวของเขาเมื่อในอดีตกลับมามีสติอยู่กับปัจจุบันอีกครั้งเมื่อมีคนโทรศัพท์มา

         “คุณธีภพใช่ไหมคะ ธิชาเองนะคะที่เช่าคอนโดมิเนียมของคุณ”

         คนโทรศัพท์มารีบแนะนำตัวเองเพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงจะจำเสียงเธอไม่ได้แน่

         “ผมจำได้แล้วครับว่าแต่มีอะไรโทรมาดึกแบบนี้”

         “เมื่อสักครู่มีคนมาเคาะประตูที่ห้องค่ะแต่ธิชาไม่รู้จักเลยไม่ยอมเปิดให้ เขาบอกว่าชื่อณภัทร ธิชาเลยคิดว่าคุณน่าจะรู้จัก”

         ธีภพนึกขึ้นมาได้ว่าเขาลืมบอกเพื่อนสนิทว่าตอนนี้คอนโดมิเนียมของเขามีคนมาเช่าแล้วเพราะปกติแล้วห้องที่ธิชาเช่า   ธีภพจะเก็บไว้พักเองแต่ด้วยความสงสารหญิงสาวที่เป็นคนต่างจังหวัดเงินเดือนก็น้อยมีพนักงงานที่บริษัทแนะนำมาชายหนุ่มเลยใจอ่อนยอมให้เช่าในราคาที่ถูกมาก

         “เขาเป็นเพื่อนของผมเอง ขอโทษด้วยนะพอดีผมลืมบอกเขาไปว่าคุณมาเช่าแล้ว”

         “ไม่เป็นไรค่ะตอนแรกที่ธิชากลัวเพราะคิดว่าเป็นพวกมิจฉาชีพ เอ่อ..คุณธีภพเรียกธิชาเฉย ๆ ก็ได้นะได้ยินคุณเรียกว่าคุณที่ไรไม่คุ้นหูเลย”

         ธิชาสาวน้อยจากต่างจังหวัดเธอเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยจึงตัดสินใจเข้ามาหางานทำที่กรุงเทพและตอนนี้เธอก็ได้งานที่บริษัทของธีภพแต่อยู่ในแผนกที่อยู่คนละที่กับชายหนุ่มทั้งคู่จึงไม่เคยเจอกันได้มารู้จักกันครั้งนี้เพราะเลขาของชายหนุ่มแนะนำให้ธิชามาขอเช่าคอนโดมิเนียมจากเจ้านายเผื่อจะได้ราคาถูก

         “ผมเรียกคุณว่าธิชาก็ได้แต่ช่วยเรียกผมว่าคุณธีก็พอไม่ต้องมาเต็มยศแต่ก็ดีนะไม่เรียกนามสกุลด้วย”

         ทั้งสองต่างพากันหัวเราะด้วยความสนุกสนานเมื่อยิ่งคุยกันก็ยิ่งรู้สึกถูกคอจนต่างพากันลืมเวลาไปจากที่ตอนแรกหญิงสาวตั้งใจจะแค่โทรศัพท์มาถามเรื่องที่มีคนมาเคาะประตูตอนนี้กลายเป็นคุยกันจนถึงตอนเด็ก ๆ ไปแล้ว ส่วนใหญ่ธีภพจะเป็นฝ่ายฟังเพราะอีกฝ่ายพูดเก่งมากจนชายหนุ่มหาโอกาสพูดตอบแทบไม่ทัน

         “คุณธีเราคุยกันเกือบสองชั่วโมงแล้วธิชาขอตัวไปนอนก่อนนะคะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้ารถติดกว่าจะถึงที่บริษัทจะสายเอา นอนหลับฝันดีนะคะ”

         ธีภพนั่งยิ้มอยู่คนเดียวหลังจากที่ปลายสายวางสายไปแล้ว นานมากที่ธีภพรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้คุยกับใครสนุกแบบนี้มาก่อนเพราะชีวิตของเขามีแค่เพียงพนักงานที่บริษัทแต่ที่จะคุยกันมากก็เลขาหน้าห้องเท่านั้น เพื่อนตอนนี้ก็มีแค่ณภัทรคนเดียวซึ่งก็หาโอกาสคุยกันได้ไม่บ่อยเพราะอีกฝ่ายมีสาวให้ไปเดทไม่เว้นแต่ละวัน

         ห้องนอนที่ตอนนี้มันดูอ้างว้างให้ความรู้สึกเหงามากขึ้นเมื่อภาพความทรงจำเก่า ๆ ย้อนคืนมา เสียงของพ่อกับแม่ที่ทะเลาะกันยังดังอยู่ในความคิดถึง คำพูดด่าทอที่ชายหนุ่มฟังจนคุ้นหูถึงแม้มันจะผ่านมายี่สิบกว่าปีแล้วแต่เขาไม่เคยลืมมันได้สักวัน

         ธีภพเคยพยายามที่จะหาผู้หญิงสักคนมาเป็นแฟนและแต่งงานตามที่บิดาต้องการแต่สุดท้ายเขาก็ไม่เคยทำสำเร็จบางคนเขาก็เป็นฝ่ายทิ้งหรือไม่ก็ฝ่ายหญิงทนความเฉยชาของเขาไม่ได้ทิ้งไปเองก็มี

         เรื่องราวของอาพชรที่บิดาของเขาพูดถึงวันนี้ทำให้ธีภพตัดสินใจที่จะลองเริ่มต้นมองหาใครสักคนที่จะเข้ามาทำให้เขาอยากมีครอบครัวแต่ตอนนี้ชายหนุ่มยังคิดไม่ออกเพราะผู้หญิงในชีวิตเขานอกจากพนักงานก็ไม่มีใครเลย

         ค่ำคืนนี้คงเหมือนคืนอื่น ๆ คือลงท้ายด้วยการนอนไม่หลับเพราะเรื่องราวในอดีตที่วนเวียนอยู่ในความคิดไม่ยอมหายไปจากความคิดสักทีแต่นอกเหนือจากฝันร้ายคืนนี้ธีภพมีหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะรู้จักเข้ามาอยู่ในความฝันด้วย รอยยิ้มของธิชาลอยมาแทนที่ใบหน้าที่อาบน้ำตาของมารดาที่ชายหนุ่มเคยฝันเห็นทุกวัน

         “ยายพูดเก่ง....ตามมาพูดถึงในฝันเลย”

         ธีภพสะดุ้งตื่นเพราะเสียงนาฬิกาปลุก เขาส่ายหัวอมยิ้มเมื่อคิดถึงความฝันที่อยู่ดี ๆ ก็มีหน้าของหญิงสาวพูดเก่งเข้าไปอยู่ในความฝันด้วย

        

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   คำที่รอฟัง

    ตอนที่13คำที่รอฟัง เวลาผ่านไปเร็วมากทุกคนที่เคยมาอยู่เป็นเพื่อน ต่างก็แยกย้ายกันกลับหมดแล้ว สมิตาเองก็วุ่นกับงานที่บริษัทเพราะต้องมารับช่วงต่อจากบิดาทั้งหมด โดยที่เธอแทบจะไม่ค่อยได้เรียนรู้งานมาก่อนหน้านี้เลย ภาวิณีเองก็ติดใจการเดินสายทางธรรม เดือนหนึ่งเธอกับแม่ของหนูนาจะอยู่บ้านกันแค่เพียงไม่กี่วัน ที่เหลือก็จะเดินสายเส้นทางบุญกัน พ่อเลี้ยงชนินทร์ใช้ชีวิตนับจากวันที่หย่ากับครอบครัวใหม่ของเขา นาน ๆ ครั้งถึงจะได้แวะมาหาสมิตาที่บริษัท แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา ลูกสาวก็จะโทรปรึกษาพ่อของเธอตลอด “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น” ภูษิตเดินเข้ามาในห้องนอน หลังจากออกไปตรวจบริเวณรอบฟาร์มกับลูกน้องเสร็จแล้ว แต่ดันหันมาเห็นหนูนาจ้องโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าตกใจ “พ่อเลี้ยงโดนจับคดีค้าไม้เถื่อนค่ะ” ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์จากมือของภรรยาเพื่อมาอ่านรายละเอียดทั้งหมด ก่อนเดินออกไปนอกตัวบ้านเพื่อโทรศัพท์หาสมิตา เพราะเธออาจจะยังไม่รู้ข่าว หรืออาจจะรู้รายละเอียดมากกว่าเขา “นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องช่วยลูกน้องขับรถเอานมไปส่ง ”

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   บาดแผล

    ตอนที่12บาดแผล ความล้มเหลวของครอบครัวสามี ทำให้หนูนาสงสารทุกคน เธอเกิดมาไม่มีพ่อแล้ว พ่อจากเธอไปแต่ทิ้งไว้แต่ความทรงจำที่สวยงาม ต่างจากภูษิตเขาเกิดมาในครอบครัวที่พร้อมหน้า แต่วันนี้วันที่ลูกๆ ทุกคนกำลังจะประสบความสำเร็จ ครอบครัวกลับต้องมีบาดแผล ที่แสนเจ็บปวด “พี่ภูอย่าคิดมากนะคะ คิดเสียว่ามันเป็นความสุขของคุณพ่อ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราต้องคอยเป็นกำลังใจให้คุณแม่ ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร เราต้องเคารพและเชื่อมั่นในการตัดสินของท่านนะคะ” ภูษิตล้มตัวลงนอนบนตักของหนูนา เขาหลับตาลง พยายามไม่คิดอะไร แต่มันก็ยากที่จะไม่รู้สึก การตัดสินใจของภาวิณีคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วในความคิดของเธอ ผู้หญิงคนนั้นและเด็กน้อยที่เกิดมา พวกเขาต้องการพ่อเลี้ยงชนินทร์ ส่วนเธอยังมีลูกๆ คอยเป็นกำลังใจให้ และเธอก็ไม่สามารถที่จะทนอยู่แบบสามคนได้แน่นอน พ่อเลี้ยงชนินทร์จัดการเรื่องทรัพย์สินทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนที่เขาจะหย่ากับภาวิณีอย่างถูกต้อง ช่วงเวลานี้แม่ของหนูนารับหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยดูแลเยียวยาความรู้สึกให้กับเพื่อน ทั้งคู่พากันปถือศีลที่วัดแห่งหนึ่งที่อ

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ความเจ็บปวดซ้ำสอง

    ตอนที่11ความเจ็บปวดซ้ำสอง วันนี้สองคนพี่น้องตกลงกัน จะเล่าความจริงให้มารดาฟัง หลังจากที่พ่อเลี้ยงออกไปทำงาน “สองคนพี่น้อง มานั่งประกบแม่แบบนี้ มีอะไรกันหรือเปล่า” ภาวิณีสัมผัสได้ถึงการกระทำที่ลูก ๆ ของเธอกำลังทำกับเธอ เหมือนมีเรื่องอะไรสักอย่าง “คุณแม่คะ เราสองคนรักแม่มาก รักที่สุด ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะมีพวกเราเสมอนะคะ” สมิตาโผเข้ากอดมารดา เสียงของเธอนิ่งสงบเพราะความเจ็บช้ำเมื่อคืนเธอทำใจยอมรับมันได้แล้ว ว่าไม่มีทางย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ “ลูกๆ มีอะไร พูดกับแม่มาเลยดีกว่า ยิ่งทำแบบนี้ แม่ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีเลย” ภาวิณีถอนหายใจยาว เพื่อเตรียมใจที่จะรับฟังสิ่งที่ลูกๆ อยากจะบอกเธอ ภูษิตรับหน้าที่เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้มารดาฟัง สองมือหนาของเขากุมมือภาวิณีไว้ตลอดเวลา และพยายามใช้คำพูดที่จะทำร้ายจิตใจแม่ให้น้อยที่สุด “สิ่งที่แม่แอบกลัวมาตลอด ในที่สุดมันก็เกิดขึ้น” การที่สามีของตัวเองเปลี่ยนไป มีหรือที่ภรรยาที่อยู่กินกันมาถึงสามสิบห้าปี จะสังเกตไม่ได้ แต่เธอก็ได้แต่หล

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ความจริง

    ตอนที่10ความจริง ภูษิตใช้เวลาในการจัดการเรื่องบ้านทั้งการสั่งเฟอร์นิเจอร์เข้ามา การจัดการเรื่องฟาร์มก็หมดเวลาไปสามวันพอดี ทั้งคู่จึงพากันกลับ และจะมาที่นี่อีกครั้งก็คือการเข้าอยู่อย่างเป็นทางการเลย “พี่ภูคะ ตั้งแต่ออกจากบ้านมาทำไมหนูนาเห็นพี่เอาแต่ทำหน้าเครียด มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” หญิงสาวแอบมองหน้าสามีมาสักพักแล้ว เธอแอบเห็นเขาถอนหายใจหลายที หนูนาเลยตัดสินใจที่จะถามให้รู้ไปเลยว่าภูษิตกำลังมีเรื่องกังวลอะไรในใจ “พี่สงสารคุณแม่” ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก็ถอนหายใจอย่างแรง “มีอะไรเกิดขึ้นคะ พี่ภูบอกหนูนาได้ไหม เผื่อเราจะพอช่วยกันแก้ไขได้” “ทุกอย่างมาไกลเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว เราทุกคนคงทำได้แค่ยอมรับความจริง ผู้หญิงและเด็กที่หนูนาเห็นมากับคุณพ่อของพี่วันนั้น คือลูกและภรรยาอีกคนของท่าน” หญิงสาวเอื้อมมือไปจับมือของสามี เพราะรู้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน ที่ต้องพูดความจริงออกมา น้ำเสียงที่สั่นเครือ ทำให้หญิงสาวรู้สึกสงสารเขาจับใจ “ร้องไห้ออกมาก็ได้นะคะ ถ้ามันจะทำให้พี่รู้สึกดีขึ้น การเป็นผู้ชายไม่ได้หมายความว่า

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   เรือนหอ

    ตอนที่9เรือนหอ “อากาศดีจังเลยนะคะ หนูนาคิดว่าที่บ้านเราอากาสดีแล้ว แต่ที่นี่ดูจะมีหมอกควันน้อยกว่าที่บ้านเราอีก” หญิงสาวเปิดกระจกรถเพื่อสัมผัสกับอากาศข้างนอก เพราะทั้งคู่ออกเดินทางทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น อากาศข้างนอกจึงทั้งสดชื่นและไม่ร้อน “เห็นภูเขาลูกนั้นไหม นั่นแหละบ้านเรา” ภูษิตชี้ไปที่ภูเขาที่อยู่ด้านหน้า ที่ตอนนี้ยังมองเห็นไม่ค่อยชัดเพราะมีหมอกยามเช้าบดบังอยู่ “จริงเหรอคะ อากาศคงดีน่าดูอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนั้น” ชายหนุ่มแอบคิดกังวลมาตลอดว่าเจ้าสาวของเขา อาจจะไม่ชอบที่จะต้องมาอยู่ไกลความเจริญแบบนี้ เพราะเธอเคยใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายมาก่อน “แถวที่เราอยู่จะไม่มีห้าง ไม่ร้านค้าแบบในเมืองนะ แต่ก็พอมีร้านค้าของชาวบ้าน ไว้เวลาอยากซื้ออะไรเราค่อยเข้าเมืองออกมาซื้อกันทีเดียว” “แล้วที่พ่อเลี้ยงเคยพูดเรื่องสร้างรีสอร์ตล่ะคะ ใช่ที่ดินผืนเดียวกันไหมคะ” หนูนาถามด้วยความสงสัย เพราะดูแล้ว เส้นทางที่เธอกำลังเดินทางอยู่ไม่มีรีสอร์ตเลยมีแต่เพียงสวนผลไม้ ฟาร์มโคนม ดูแล้วไม่น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว “ท

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ครอบครัว

    ตอนที่8ครอบครัว คนแรกที่ภูษิตคิดถึง คือหนูนาแต่ก่อนที่เขาจะทันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภรรยา ทางบริษัทที่รับจ้างสร้างเรือนหอได้โทรมาแจ้งให้เขาเดินทางไปดูเรือนหอเพื่อเซ็นรับงานเพราะตอนนี้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกภูษิตตั้งใจจะพาหนูนาไปที่เรือนหอในวันที่ทุกอย่างพร้อมเข้าอยู่ แต่เขาเปลี่ยนใจ เพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขารู้สึกว่าทุกวันทุกนาทีมีค่า เหมือนเรื่องของพ่อถ้าเขารู้และหยุดทุกอย่างก่อนที่จะมีเด็กตัวเล็กๆคนนั้นเกิดขึ้นมาทุกอย่างคงง่ายกว่านี้ “เก็บเสื้อผ้ากับของใช้ให้ผมและของคุณด้วย เราจะไปดูเรือนหอกัน เตรียมไปสักสามวันนะ” หนูนารู้สึกงงๆ แต่ก็ทำตาม เพราะเดี๋ยวตอนนั่งรถไปคงมีเวลาได้ถามกัน เธอคิดว่าเรือนหอคงอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพ่อเลี้ยงหรือบ้านของเธอเท่าไหร่ แต่จากที่สามีให้เธอเตรียมเสื้อผ้าของใช้แบบนี้คงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดแน่ๆ เกือบชั่วโมงเหมือนกันกว่าที่ภูษิตจะขับรถมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือการเข้าไปหามารดาที่ห้องนอน “คุณแม่ครับผมกับหนูนาจะไปดูเรือนหอ น่าจะประมาณสามวัน เดี๋ยวเย็นนี้สมิตาจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status