เข้าสู่ระบบ“คุณไม่แต่งงานแล้วเหรอคะ” เธอย้อนถามแล้วฉุกคิดได้ว่าอาจจะเป็นการละลาบละล้วงเกินไป “ขอโทษค่ะ เรื่องส่วนตัวของคุณ ฉันไม่ควรเสียมารยาท”
“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีตอบ” ชายหนุ่มบอกด้วยรอยยิ้มโล่งใจไม่เหมือนคนที่เพิ่งยกเลิกงานแต่งงานกะทันหันสักนิด “ผมกับว่าที่เจ้าสาวเพิ่งรู้ตัวว่าเราสองคนไม่ได้รักกัน ว่าที่เจ้าสาวของผมก็คือคนที่มีเรื่องกับคุณคิมในงานแต่งงานเมื่อคืนนี้”
“คุณคิดถูกแล้วที่ยกเลิกการแต่งงาน ผู้หญิงแบบเอยนี่ถอยให้ห่างดีที่สุดค่ะ”
“คุณรู้จักเอยด้วยเหรอ”
“ตอนเรียนที่เมกา เราอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันค่ะ แล้วเราก็เคยมีเรื่องกันมาก่อนด้วย” ดานิกาบอกอย่างเปิดเผย “ฉันขอเดาได้มั้ยคะว่าทำไมคุณกับเอยถึงไม่แต่งงานกันแล้ว”
“ได้ครับ” เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้หญิงคนนี้รู้จักอันนาดีแค่ไหน
“ฉันคิดว่าเอยคงขอเลิกกับคุณ เพราะปัญหาทางธุรกิจที่ครอบครัวของคุณกำลังเผชิญอยู่”
“ผมเชื่อแล้วว่าคุณรู้จักเอยดี” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “แล้วคุณรู้จักเอิงด้วยหรือเปล่า”
“ฉันเพิ่งรู้จักคุณเอิงเมื่อไม่กี่วันนี่เอง คุณเอิงเป็นคนน่ารักมากนะคะ อุตส่าห์ยอมแต่งงานกับพี่คิมทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันเพื่อที่จะรับเป็นแม่ให้ลูกของน้องสาวตัวเอง”
“คุณว่าไงนะ!” ศิวภัทรกระตุกหัวคิ้วสีเข้มเข้าหากันด้วยความข้องใจ เขานึกอยู่แล้วว่าการแต่งงานครั้งนี้ต้องมีวาระซ่อนเร้น เพราะเขารู้จักอลีนามานาน แต่เธอไม่เคยพูดถึงคิรากรให้ฟังเลยสักครั้ง “ไออุ่นเป็นลูกของเอยเหรอ แล้วที่เอิงกับคุณคิมแต่งงานกันไม่ใช่เพราะรักกันใช่มั้ย”
“ตายจริง คุณยังไม่รู้เรื่องนี้เหรอคะ” ดานิกาตกใจที่เผลอแพร่งพรายความลับที่คิรากรกำชับนักหนาว่าไม่ให้บอกใครออกไป
“ผมไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย” ศิวภัทรตาลุกวาว เขาไม่สนใจเรื่องที่อันนาเคยมีลูกมาก่อน แต่สนใจเรื่องที่อลีนาแต่งงานกับคิรากรโดยที่ไม่ได้รักมากกว่า
คืนนี้เสียงหัวเราะของไออุ่นในยามที่ฟังคุณพ่อเล่านิทานก่อนนอนให้ฟังดังกว่าทุกครั้งเพราะมีคุณแม่ร่วมฟังอยู่ด้วย ส่วนคิรากรเองก็ไม่ค่อยเขินเหมือนครั้งก่อน เพราะวันนี้เขาแต่งตัวเป็นเจ้าชายกบตัวเขียว ลีลาการเล่านิทานของเขายังแพรวพราวและตลกรั่วเหมือนเดิม พอถึงตอนใกล้จบเขาก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้อลีนาที่กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียงอยู่กับไออุ่น โดยมือข้างหนึ่งของหญิงสาวโอบกอดเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนซบอกเธออยู่
“เจ้าหญิงเอิงช่วยจุ๊บเจ้าชายกบหน่อยนะคร้าบบบ” ชายหนุ่มดัดเสียงอู้อี้เป็นตัวการ์ตูนน่าขบขัน แต่คนฟังหน้าแดงจัด หัวใจเต้นแรง
เขาจะเล่นแบบนี้ต่อหน้าลูกไม่ได้!
“แม่เอิงจุ๊บเลยค่ะ จุ๊บเลยๆๆๆ”
อลีนาอึ้งไปเมื่อลูกสาวเงยหน้าขึ้นมาบอกด้วยแววตาตื่นเต้นและเร่งเร้าให้เธอจุ๊บคุณพ่อที่อยู่ในชุดเจ้าชายกบเร็วๆ
“จุ๊บเลยค่ะแม่เอิงขา กบตัวเขียวจะได้แปลงร่างเป็นเจ้าชาย”
“แม่เอิงว่าปล่อยให้เป็นกบแบบนี้ก็น่ารักดีนะคะ” หญิงสาวอดหมั่นไส้คนที่ยังยื่นหน้ารอคอยการจูบอยู่แทบชิดปลายจมูกเธอไม่ได้ เธอน่าจะเอะใจว่าเขามีแผนการร้ายกาจอยู่ในใจตั้งแต่ตอนที่ไออุ่นบอกว่าอยากฟังเรื่องหนูน้อยหมวกแดง แต่เขากลับเกลี้ยกล่อมลูกให้ฟังเรื่องเจ้าชายกบแทนแล้ว
“ไออุ่นสงสารเจ้าชายค่ะ ไออุ่นไม่อยากให้เจ้าชายเป็นกบตลอดชีวิต” เด็กหญิงที่อินกับนิทานมากบอกเสียงอ่อย น้ำตาคลอเบ้า
“ก็ได้ค่ะ แม่เอิงยอมเพื่อไออุ่นนะ ไม่อย่างนั้นแม่เอิงจะจับกบเจ้าเล่ห์ย่างเกลือไปเลย” อลีนาบอกพลางลูบแก้มกลมนุ่มนิ่มของเด็กหญิงในอ้อมกอดเพื่อปลอบใจให้หายเศร้า
“เย้ๆ แม่เอิงใจดีที่สุดเลย”
“จุ๊บเร็วๆ อ๊บๆๆๆ กบรอนานแล้วนะคร้าบบบ” คิรากรลอยหน้าลอยตาส่งเสียงเร่งเร้าอย่างน่าหมั่นไส้
อลีนายอมแนบริมฝีปากลงบนริมฝีปากหยักสวยของเจ้าชายกบแล้วถอนออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นชายหนุ่มในชุดกบสีเขียวปี๋ก็ลุกขึ้นกางแขนหมุนตัวเป็นวงกลมหลายรอบด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขพร้อมกับถอดชุดเจ้าชายกบเหวี่ยงออกแล้วกลายร่างเป็นเจ้าชายสุดหล่อ
“เจ้าชายกบกลายเป็นคนแล้ว เย้ๆ” ไออุ่นปรบมือรัวๆ อย่างสนุกสนาน โดยไม่เห็นว่าคุณแม่กำลังส่งสายตาพิฆาตให้คุณพ่อจอมเจ้าเล่ห์ที่กำลังยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่
“นิทานจบแล้ว ไออุ่นก็ต้องนอนได้แล้วนะคะ” คุณพ่อบอกกับลูกสาวอย่างอ่อนโยนก่อนจะเปิดลิ้นชักที่โต๊ะเตี้ยข้างเตียงแล้วหยิบอะไรบางอย่างออกมา “คุณพ่อทำกรอบรูปอันใหม่มาให้ รูปนี้มีไออุ่นกับคุณพ่อแล้วก็แม่เอิงอยู่ด้วยกัน ไออุ่นชอบมั้ยคะ”
“ชอบที่สุดเลยค่า” เด็กหญิงรับกรอบรูปไปเพ่งมองด้วยรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขสมหวังที่มีพ่อแม่อยู่พร้อมหน้า ในรูปเธอถูกคุณพ่ออุ้มขึ้นมาให้ช่วยตัดเค้กแต่งงานในบรรยากาศอบอุ่นและอบอวลไปด้วยความรักที่ทั้งพ่อและแม่มอบให้แก่เธอ
“รูปครอบครัวรูปแรกของเรา”
อลีนาส่งยิ้มหวานละมุนให้คนที่ส่งสายตาอบอุ่นข้ามตัวลูกสาวมายังเธอ ผู้ชายคนนี้ละเอียดอ่อนมากอย่างไม่น่าเชื่อ เขาพยายามลบทุกร่องรอยที่ขาดวิ่นและเติมเต็มหัวใจดวงน้อยที่แห้งผากของไออุ่นด้วยความรักอย่างบริสุทธิ์ใจ
“ต่อไปไออุ่นไม่ต้องนอนกอดกรอบรูปแล้วนะ” คิรากรหยิบกรอบรูปในมือลูกสาวไปวางที่โต๊ะหัวเตียง ซึ่งกรอบรูปอันเดิมได้ถูกเก็บออกไปตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว “เพราะไออุ่นมีแม่เอิงตัวจริงให้กอดแล้ว” ชายหนุ่มจับแขนเล็กๆ ของลูกสาวไปโอบกอดคุณแม่ของเธอไว้ และเขาก็ฉวยโอกาสกอดภรรยาเอาไว้พร้อมกันด้วย
อลีนาเริ่มชินกับการตอดเล็กตอดน้อยของเขาแล้วจึงคร้านจะโกรธ เธอยอมให้เขากอดพร้อมกับลูกสาว จากนั้นไม่ถึงสิบห้านาที ไออุ่นก็หลับอย่างง่ายดายภายใต้อ้อมกอดอบอุ่นของพ่อและแม่
“คืนนี้คุณจะนอนห้องลูกหรือเปล่า” คิรากรกระซิบถามเสียงเบา
“นอนค่ะ” หญิงสาวตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดแม้แต่วินาทีเดียว การนอนกับไออุ่นน่าจะปลอดภัยสำหรับเธอมากกว่ากลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง
“ไม่อยากเปลี่ยนบรรยากาศไปนอนห้องผมบ้างเหรอ”
“ขอคิดดูก่อนนะคะ”
เขารู้ว่าเธอแค่พูดเล่น แต่ก็อดยิ้มพรายอย่างมีความหวังว่าสักวันเธอจะใจอ่อนไม่ได้ “ผมขอไปเคลียร์งานหน่อยนะ ไม่ได้เข้าออฟฟิศหลายวัน เลขาฯ ส่งเอกสารด่วนมาให้เป็นตั้งเลย” ว่าแล้วก็ลุกออกจากเตียงอย่างแผ่วเบาไม่ให้เด็กน้อยที่เพิ่งหลับรู้ตัว
“อย่าทำงานดึกนักนะคะ” อลีนาเตือนด้วยความเป็นห่วง หลายวันที่อยู่ด้วยกัน เขาทำหน้าที่พ่อไปพร้อมกับหน้าที่ CEO ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แม้ไม่ได้เข้าบริษัท แต่ก็โทรศัพท์สั่งงานเลขานุการและลูกน้องอยู่เป็นระยะ เขาอุทิศเวลาทุกนาทีให้ลูกและงาน เธอยังไม่เคยเห็นเขาทำอะไรเพื่อความสุขส่วนตัวเลยสักครั้ง
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







