Mag-log inดานิกาเดินหน้าหงิกหน้างอลงมาจากห้องทำงานของคิรากรที่อยู่ชั้นบน มาเจอไออุ่นนั่งกินของว่างและวาดรูปอยู่ในห้องโถง ตอนแรกเธอจะเดินหนี แต่ก็นึกอะไรได้ จึงปั้นหน้ายิ้มแย้มเข้าไปทักทายเด็กน้อย
“ทำอะไรอยู่คะไออุ่น”
“ทำการบ้านค่ะ” ไออุ่นตอบเสียงใสในขณะที่มือยังระบายสีในสมุดวาดภาพอยู่
“เด็กอนุบาลมีการบ้านด้วยเหรอ”
“คุณครูให้วาดรูปครอบครัวค่ะ”
ดานิกามองที่ภาพวาดสีไม้ เห็นเป็นรูปผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ซึ่งก็น่าจะเป็นคิรากร อลีนาและไออุ่น “แล้วเด็กผู้หญิงตัวเล็กอีกคนนี่ใครคะ”
“น้องคะ”
“น้อง?”
“ไออุ่นอยากมีน้อง คุณพ่อบอกว่าจะมีน้องให้ไออุ่นเร็วๆ”
ดานิกาได้ยินแล้วอยากกรี๊ด แต่ก็ปั้นหน้ายิ้มแย้มพูดเสียงอ่อนเสียงหวานกับเด็ก “แต่ถ้าคุณพ่อกับแม่เอิงมีน้อง ก็จะไม่มีใครรักไออุ่นแล้วนะ พวกเขาก็จะรักแต่น้อง ไออุ่นก็จะถูกทิ้งนะ”
ไออุ่นหน้าจ๋อย แต่ก็เชื่อมั่นในสิ่งที่อลีนาบอกเมื่อเช้า “ไม่จริงค่ะ แม่เอิงบอกว่าแม่เอิงรักไออุ่น แม่เอิงจะไม่ทิ้งไออุ่น”
“แม่เอิงโกหก น้าพายเพิ่งคุยกับแม่เอิงมาเมื่อกี้นี้เอง แม่เอิงบอกว่าถ้ามีน้องก็จะรักน้องคนเดียว”
“ไม่จริง ไออุ่นไม่เชื่อ” เด็กหญิงทำหน้าเบ้เหมือนจะร้องไห้ แล้วหันไปเห็นอลีนาเดินเข้ามาพอดีจึงวิ่งไปกอดเอว “แม่เอิงจะไม่รักไออุ่นแล้วเหรอคะ”
“รักสิคะ แม่เอิงรักไออุ่นที่สุดในโลกเลย” อลีนากอดร่างเล็กที่สั่นสะท้านเพราะแรงสะอื้นพลางจิกตามองไปที่ดานิกาอย่างรู้ทันว่า ผู้หญิงคนนี้ต้องพูดอะไรกับไออุ่นแน่นอน
ดานิกาสู้ตากับอลีนาโดยไม่สะทกสะท้าน แล้วพูดกับไออุ่นเสียงอ่อนเสียงหวานดังเดิมก่อนจะเดินออกไป “ไออุ่นขา น้าพายกลับก่อนนะคะ น้าพายรักไออุ่นนะ”
น้ำตาของไออุ่นทำให้อลีนาหมดความอดทน เธอเรียกแม่บ้านให้มาพาไออุ่นขึ้นไปหาคิรากร จากนั้นวิ่งตามดานิกาออกไปที่หน้าบ้าน
“เดี๋ยวก่อนคุณพาย!”
“มีอะไร” ดานิกาที่กำลังจะเปิดประตูรถหันมาเผชิญหน้า แววตาแข็งกร้าว
อลีนาก้าวยาวๆ เข้าไปตบหน้าดานิกาเต็มแรงสองทีซ้อน
“กรี๊ด!” ดานิกากรีดร้องเสียงดังลั่น เจ็บจนหน้าชา น้ำตารื้น
“ตบแค่นี้มันยังน้อยไปสำหรับสิ่งที่คุณทำกับไออุ่น” อลีนากัดฟันบอกด้วยความโกรธจัด แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดคลิปที่แอบถ่ายขณะที่ดานิกากับคิรากรคุยกันในห้องทำงานให้อีกฝ่ายดู “คุณทำให้ลูกฉันเสียใจ คุณจะต้องเสียใจมากกว่า”
“จะทำอะไร”
อลีนาเหยียดยิ้มแทนคำตอบ จากนั้นกดส่งคลิปไปให้เพจใต้เตียงซุป’ ตาร์ทางอินบอกซ์แฟนเพจ ไม่ถึงสามสิบวินาที คลิปนั้นก็ถูกโพสต์ขึ้นที่หน้าเพจและถูกแชร์ออกไปอย่างรวดเร็ว
“เข้าไปดูที่เพจใต้เตียงซุป’ ตาร์เอาเอง”
ดานิกาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดูเพจดังกล่าว เห็นคลิปของตัวถูกแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก และโดนคอมเมนต์ด่าเสียหายหนักกว่าคลิปที่ทะเลาะกับแพรวพราวหลายเท่าก็กรี๊ดสนั่นแล้วปาโทรศัพท์มือถือลงพื้นแตกกระจาย
“แกมันร้าย!”
“ฉันร้ายกว่านี้ได้อีกเยอะ ถ้ายังไม่เลิกยุ่งกับลูกและสามีของฉัน ฉันจะทำให้คุณอยู่เมืองไทยไม่ได้เลย!”
“ฉันจะฟ้องพี่คิม”
“ระหว่างเมียกับคนที่ทำร้ายจิตใจลูกสาวเขา คุณคิดว่าคุณคิมจะโง่เข้าข้างคุณเหรอ” อลีนายิ้มเยาะ แล้วหันหลังเดินหนีเข้าบ้าน ปล่อยให้ดานิกายืนกรีดร้องตีอกชกลมอยู่หน้าบ้านคนเดียว
ไออุ่นนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจอยู่บนตักกว้างของคุณพ่อ “น้าพายบอกว่าถ้ามีน้องแล้วคุณพ่อกับแม่เอิงจะไม่รักไออุ่น”
“ไม่ร้องนะคะคนเก่งของคุณพ่อ ถึงจะมีน้อง แต่คุณพ่อกับแม่เอิงก็จะยังรักไออุ่นมากเหมือนเดิม” คิรากรปลอบพลางใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาออกจากแก้มนุ่มของลูกสาวอย่างอ่อนโยน แต่ในใจกำลังกรุ่นโกรธ เขาไม่คิดเลยว่า ดานิกาจะใจร้ายกับเด็กไร้เดียงสาได้มากถึงขนาดนี้
“ไออุ่นไม่อยากมีน้องแล้ว ไออุ่นกลัวคุณพ่อกับแม่เอิงไม่รักไออุ่น” เด็กหญิงซุกหน้ากับอกอบอุ่นของคุณพ่ออย่างน่าสงสาร
คิรากรโอบกอดลูกสาวพร้อมโยกตัวเบาๆ เป็นการปลอบโยน เขาไม่กล้ารับปากลูกว่าจะไม่มีน้อง เพราะถ้าพลาดมีขึ้นมาในตอนที่ไออุ่นยังทำใจไม่ได้จะเป็นเรื่องใหญ่ และเขาจะกลายเป็นพ่อที่ไม่รักษาสัญญา
“ไออุ่นคะ”
“ขาคุณพ่อ” เด็กหญิงขานรับเสียงอู้อี้
“ไออุ่นรักคุณพ่อมั้ยคะ”
“รักค่ะ”
“แล้วไออุ่นรักแม่เอิงมั้ยคะ”
“รักค่ะ”
“เห็นมั้ยว่าไออุ่นยังรักคุณพ่อกับแม่เอิงพร้อมกันได้เลย ถ้ามีน้อง คุณพ่อก็รักไออุ่นกับน้องพร้อมกันได้เหมือนกัน แล้วน้องก็จะรักไออุ่นด้วย เท่ากับไออุ่นจะมีคนที่รักไออุ่นเพิ่มขึ้นอีกตั้งหนึ่งคนเลยนะ”
“จริงเหรอคะ” ไออุ่นเงยหน้าขึ้นถามด้วยแววตาสับสน
“คุณพ่อเคยโกหกหนูเหรอ”
“ไม่เคยค่ะ” ใบหน้าเล็กส่ายไปมาอย่างน่าเอ็นดู
“เชื่อคุณพ่อนะคะว่า คุณพ่อรักหนูมาก ถึงจะมีน้องอีกสิบคน คุณพ่อก็จะยังรักหนูเท่าเดิม”
“ถ้ามีน้องสิบคน ไออุ่นก็จะมีคนรักเพิ่มอีกสิบคนใช่มั้ยคะ” ไออุ่นยกมือเล็กทั้งสองขึ้นมากางนิ้วทั้งสิบออก
“ใช่ค่ะ ดีมั้ยคะ”
“ดีค่ะ คุณครูบอกว่ามีคนรักเยอะๆ ดี” เด็กหญิงวัยสี่ขวบเริ่มยิ้มออก “ถ้างั้นไออุ่นขอน้องสิบคนเลยนะคะ”
“สิบคนเลยเหรอคะ” คิรากรแกล้งทำเสียงตกใจ
“ไออุ่นอยากให้มีคนรักเยอะๆ”
“ถ้างั้นไออุ่นต้องบอกแม่เอิงด้วยนะคะ เพราะคุณพ่อทำน้องให้ไออุ่นคนเดียวไม่ได้ ต้องให้แม่เอิงช่วยด้วย” คุณพ่อพยักพเยิดไปยังคุณแม่ที่เพิ่งก้าวเข้าประตูห้องมา
“ไออุ่นขอน้องสิบคนได้มั้ยคะแม่เอิง” ไออุ่นหันไปถามคุณแม่
อลีนาคิดหนักว่าจะตอบว่าอย่างไรดี
“อย่าคิดนานสิคุณ ลูกรอคำตอบอยู่” คิรากรแกล้งเร่งเร้า น้ำเสียงร่าเริงสร้างบรรยากาศให้ลูกสาวหายเศร้า
“ได้ค่ะ แต่ไออุ่นต้องรักน้อง แล้วก็ต้องช่วยแม่เอิงเลี้ยงน้องด้วยนะคะ” อลีนาเดินเข้ามานั่งคุกเข่าที่หน้าเก้าอี้ทำงานของสามีแล้วหอมแก้มนุ่มทั้งสองข้างของไออุ่น “แม่เอิงรักไออุ่นมากนะ แม่ทำทุกอย่างเพื่อหนู หนูอย่าไปฟังที่น้าพายพูดนะคะ เชื่อแม่เอิงนะ”
“ไออุ่นเชื่อแม่เอิงค่ะ เชื่อคุณพ่อด้วย” รอยยิ้มสดใสของเด็กน้อยกลับคืนมาดังเดิม ทำให้คนเป็นพ่อและแม่เบาใจ
“เก่งมากค่ะ” อลีนาอุ้มร่างเล็กลงจากตักคุณพ่อ “งั้นก็ไปอาบน้ำกัน เสร็จแล้วจะได้ลงไปทานข้าวเย็น” บอกลูกแล้วก็หันไปบอกสามี “ส่วนคุณรอแป๊บนะคะ เดี๋ยวฉันมาล้างแผล เช็ดตัวให้”
“ครับผม” คิรากรส่งยิ้มหวานละมุนให้ภรรยา
“ไม่ต้องยิ้มเลย คืนนี้เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวนะคะ”
“ทำอย่างอื่นด้วยได้มั้ย” เขาถามกรุ้มกริ่ม
“ฉันไม่คุยกับคุณแล้ว พาลูกไปอาบน้ำดีกว่า” อลีนาส่งสายตาดุอย่างรู้ทันว่าคนที่แผลยังไม่หายดีอยากทำอะไร
หลังจากภรรยาและลูกสาวเดินออกจากห้องไปแล้ว แววตาอบอุ่นแบบแฟมิลีแมนของคิรากรก็ถูกแทนที่ด้วยความแข็งกระด้าง เขากดโทรศัพท์หาศรชัยและสั่งงานด้วยน้ำเสียงเข้มขรึมเด็ดขาด
“ทำหนังสือแจ้งบริษัทคุณพายให้ย้ายร้านออกจากห้างเราทุกห้างภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”
“เกิดอะไรขึ้นครับ”
“ไม่ต้องถาม แค่ทำตามที่สั่งก็พอ”
“แต่แจ้งกะทันหันแบบนี้เราต้องเสียค่ายกเลิกสัญญาเยอะมากเลยนะครับ” ลูกน้องคนสนิทเตือน
“เท่าไหร่ผมก็ยอมจ่าย” เขาอาจจะเสียหายแค่หลักสิบล้าน แต่บริษัทของดานิกาเสียหายหนักกว่าแน่นอน เพราะมีหน้าร้านเฉพาะที่ห้างระดับไฮเอนด์ในเครือของเขาจำนวนสิบแห่งเท่านั้น ซึ่งเท่ากับทุกร้านต้องปิด กว่าจะเช่าพื้นที่ห้างอื่นเพื่อเปิดร้านใหม่ได้ก็ต้องใช้เวลานาน อีกทั้งต้องเสียเงินตกแต่งร้านอีกจำนวนมหาศาล แต่นั่นก็ยังไม่ร้ายแรงเท่าความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจของเธอที่จะถูกลดทอนลง ทั้งจากคลิปที่ถูกแชร์ และจากการถูกยกเลิกสัญญาเช่าพื้นที่อย่างกะทันหัน
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







