INICIAR SESIÓNกลางดึก อันนาแอบย่องลงมาในห้องครัว แล้วเปิดลิ้นชักเก็บของเพื่อค้นหาอะไรบางอย่าง ด้วยความที่ไม่เคยเข้าครัวมาก่อน จึงต้องใช้เวลาค้นหาอยู่นานจนหงุดหงิดกว่าจะเจอสิ่งที่ต้องการ มือเล็กที่สวมถุงมือพลาสติกสำหรับคลุกผสมอาหารหยิบไฟแช็กขึ้นมากดให้เปลวไฟพวยพุ่งออกมา แล้วจ้องมองมันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยแรงริษยา
“อยากจะรู้เหมือนกันว่า ถ้าพ่อแม่กับน้องไม่มีบ้านอยู่ เอิงยังจะใจดำไม่ให้อยู่ด้วยอีกมั้ย”
อันนาจ่อเปลวไฟจากไฟแช็กเข้ากับปลายผ้าม่านผืนหนึ่งและนั่งดูเปลวไฟลุกลามไปทั่วห้องครัวอย่างใจเย็น หญิงสาวค่อยๆ ถอยออกมาเมื่อเปลวไฟลามไปยังห้องอื่น เธอไม่สะทกสะท้านกับไอร้อนของเปลวไฟ หรือแม้แต่ควันโขมง จนกระทั่งพ่อกับแม่ร้องโวยวายวิ่งเข้ามา เธอจึงแกล้งทำเป็นกรีดร้องตกใจ
พรกมลช็อกจนเกือบเป็นลม อันนาต้องประคองแม่ออกไปหน้าบ้านก่อน ส่วนสันติรีบโทร. เรียกรถดับเพลิง คนทั้งหมู่บ้านวิ่งมาดูเหตุการณ์ บ้างก็ช่วยขนของออกมาจากบ้าน บ้างก็ช่วยดับไฟเท่าที่พอจะทำได้ ไฟลุกไหม้อยู่ราวครึ่งชั่วโมง กว่าเจ้าหน้าที่จะควบคุมเพลิงได้
เมื่อเพลิงสงบ อันนายืนมองซากบ้านที่ถูกไฟเผาวอดไปกว่าครึ่งหลังด้วยความพอใจในผลงานของตัวเอง ในขณะที่พ่อกอดปลอบแม่ที่กำลังร้องไห้เสียขวัญ...
“เกิดอะไรขึ้นคะพ่อแม่ ไฟไหม้บ้านได้ยังไง” อลีนาวิ่งนำหน้าคิรากรเข้ามา ฝ่ากลุ่มเพื่อนบ้านที่กำลังจับกลุ่มมุงดู
“แม่ไม่รู้ นอนอยู่ดีๆ ก็ได้กลิ่นควันคลุ้งเต็มไปหมด แม่กับพ่อเลยลงมาดู ก็เห็นไฟไหม้ครัวหมดแล้ว” พรกมลบอกทั้งน้ำตานองหน้า แสนเสียดายบ้านที่เคยเป็นเรือนหอซึ่งอยู่อาศัยมาเกือบสามสิบปี
“ต้องถามเอย เพราะเอยลงมาเห็นก่อนพ่อกับแม่” สันติพูดเสริม
“ไฟไหม้ได้ยังไงเอย” อลีนาหันขวับไปถามน้องสาว
“เอยก็ไม่รู้ เอยลงมาดูก่อนพ่อกับแม่ไม่ถึงนาทีเลย” ผู้ร้ายปากแข็งตอบหน้าตาย ไม่รู้ไม่ชี้ “ก็คงจะไฟฟ้าลัดวงจรนั่นแหละมั้ง”
คิรากรลอบสังเกตท่าทีของอันนาแล้วอดคิดไม่ได้ว่า ไฟไหม้ครั้งนี้ไม่น่าใช่อุบัติเหตุ “รอให้ตำรวจมาพิสูจน์หลักฐาน เดี๋ยวก็รู้สาเหตุที่แท้จริง”
อันนาไม่สะทกสะท้าน เธอแน่ใจว่าตัวเองรอบคอบพอที่จะไม่ทิ้งหลักฐานให้ตำรวจจับได้
“คืนนี้พ่อกับแม่ไปนอนบ้านผมก่อนนะครับ พรุ่งนี้เช้าเราค่อยมาดูกันใหม่ว่าบ้านเสียหายแค่ไหน แล้วต้องใช้เวลาซ่อมนานแค่ไหน” คิรากรบอก
“แล้วฉันล่ะ” อันนารู้ว่าพี่เขยจงใจไม่พูดถึงเธอ
“คุณคิม ให้เอยไปอยู่ด้วยสักคืนนะ” อลีนาเป็นห่วงน้องสาว ดึกป่านนี้จะให้ไปตะลอนหาที่นอนเองก็ใช่ที่ อีกอย่างอันนาก็สวมชุดนอนเซ็กซี่วาบหวิวขนาดนี้ รถยนต์ส่วนตัวก็ติดอยู่ในบ้าน ขืนนั่งแท็กซี่ไปคงไม่ปลอดภัยแน่
“ผมให้อยู่คืนเดียวเท่านั้นนะ” คิรากรถอนใจแผ่วเบาพลางโอบไหล่ของภรรยาอย่างปลอบใจ
หลังจากได้รับโทรศัพท์จากพ่อว่าไฟไหม้บ้าน อลีนาก็ตกใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก ระหว่างที่นั่งรถมาที่เกิดเหตุ เธอเป็นกังวลมาตลอดทาง กลัวว่าพ่อ แม่ และน้องสาวจะได้รับอันตราย เขาไม่อยากเพิ่มความไม่สบายใจให้เธอตอนนี้
อลีนาพาพ่อกับแม่และอันนามาถึงบ้านของคิรากรตอนประมาณตีสาม เธอจัดให้พ่อกับแม่นอนที่ห้องรับรองแขก ส่วนอันนาให้นอนที่ห้องเดิมของเธอซึ่งอยู่ติดกับห้องนอนของไออุ่น เนื่องจากเป็นห้องที่พร้อมใช้ที่สุดในบ้าน นอกนั้นจะเป็นห้องที่ปิดไว้นานจนฝุ่นจับ
“เอยนอนห้องนี้นะ ถ้าต้องการอะไรเพิ่มก็บอกแม่บ้านได้” อลีนาบอกน้องสาว
“ห้องนอนใคร เหมือนห้องนอนผู้หญิง คุณคิมมีคนอื่นก่อนหน้าเอิงเหรอ”
“คุณคิมไม่มีใครนอกจากเอิงคนเดียว” คนเป็นพี่บอกเป็นนัยว่าสามีของเธอเป็นคนรักเดียวใจเดียว “แล้วห้องนี้เป็นห้องที่เอิงเคยนอนก่อนจะย้ายไปห้องคุณคิม”
“แยกห้องนอนกันเหรอ” อันนาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ปลายเตียงเงยหน้าขึ้นมองหน้าอลีนาที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความแปลกใจ
“เมื่อก่อนน่ะ แต่ตอนนี้เรานอนห้องเดียวกันและเตียงเดียวกันแล้ว” อลีนาเน้นชัดทุกคำอีกครั้ง
“ไม่ต้องบอกละเอียดถึงขั้นนอนเตียงเดียวกันก็ได้”
“บอกไว้ เผื่อเอยลืมว่าคุณคิมเป็น ‘สามี’ ของเอิง”
“หวง?...” อันนาลุกขึ้นเผชิญหน้ากับอลีนา
“มาก” อลีนาตอบสั้นๆ ทว่าหนักแน่น ก่อนจะถามสิ่งที่คาใจ “ไฟไหม้คืนนี้เป็นฝีมือเอยใช่มั้ย”
อันนาชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ก็ทำเป็นปากแข็ง “เอยจะทำแบบนั้นไปทำไม”
“เพื่อที่จะได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ไง ตอนกลางวันเอยขอมาอยู่ที่นี่ เอิงไม่ให้อยู่ แล้วตกกลางคืนบ้านก็ไฟไหม้ จะไม่ให้เอิงคิดว่าเป็นฝีมือเอยได้ยังไง”
“อย่ามาใส่ร้ายกันแบบนี้นะ เอิงไปนอนได้แล้วไป เอยง่วงแล้ว จะนอนเหมือนกัน” อันนาดันหลังอลีนาออกจากห้องแล้วปิดประตูกดล็อก
“เอยเปิดประตูมาคุยกันก่อน” อลีนาเคาะประตูเรียกน้องสาวเสียงดังแล้วนึกได้ว่าห้องนี้อยู่ติดกับห้องนอนของไออุ่น จึงหยุดเคาะแล้วเดินกลับเข้าห้องนอนของเธอและสามีที่อยู่เยื้องกัน
“รบกับเอยมาถึงกับหมดแรงเลยเหรอ” คิรากรที่นั่งรอพิงหัวเตียงอยู่ ทักด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเมื่อเห็นสีหน้าเครียดๆ ของภรรยาแล้วกางแขนทั้งสองข้างออก “มา ให้ผมกอดเพิ่มพลังให้มา”
“ไม่ได้ค่ะ”
“ไม่อยากได้พลังจากผมเหรอ” คนที่ยกแขนค้างอยู่ถามหน้าละห้อย
“ฉันกลัวโดนสูบพลังมากกว่า” จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาไม่เคยหยุดแค่กอดหรือจูบ “ฉันแค่จะเข้ามาบอกคุณว่า คืนนี้ฉันจะไปนอนกับไออุ่น กลัวลูกตื่นมาเจอเอยตอนเช้าแล้วจะตกใจ”
“ผมก็รอบอกคุณว่าจะไปนอนห้องลูกเหมือนกัน” ชายหนุ่มบอกพลางลุกออกจากเตียง แล้วเดินเข้ามากอดมอบพลังให้ภรรยาก่อนจะโอบเอวเธอพาเดินออกไปนอกห้อง “งั้นคืนนี้เราสองคนก็ไปนอนกับลูกด้วยกัน”
“คุณคิม...” อลีนาเรียกชื่อสามีด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเจือความสับสนวุ่นวายใจ ขณะเดินมาตามโถงทางเดินหน้าห้องระหว่างทางไปห้องไออุ่น “เรื่องไฟไหม้ คุณคิดเหมือนฉันมั้ย”
“คิดว่าเป็นฝีมือน้องสาวคุณน่ะเหรอ” คิรากรย้อนถามเสียงเรียบ
“ค่ะ”
“ผมคิดตั้งแต่แรกแล้ว แต่ไม่อยากพูดให้คุณไม่สบายใจ” ฝ่ามืออบอุ่นที่โอบไหล่เล็กลูบไล้ต้นแขนเรียวผ่านเนื้อผ้านุ่มลื่นของชุดนอนเพื่อปลอบโยน “ถ้าเอยถูกตำรวจจับ คุณจะทำใจได้มั้ย”
“ฉันก็คงเสียใจ แต่ก็คงต้องปล่อยให้เอยรับผิดชอบผลการกระทำของตัวเอง” อลีนาทำใจยอมรับได้
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







