เข้าสู่ระบบ“ตอนนี้ยังไม่รู้ เพื่อนผมที่เป็นตำรวจกำลังตามเรื่องให้อยู่” คิรากรแนบใบหน้าลงบนเนินอกนุ่มที่อยู่ภายใต้ชุดนอนผ้านุ่มลื่นที่ขัดหูขัดตาเขาเหลือเกิน “พรุ่งนี้ผมจะพาคุณไปให้ปากคำกับตำรวจเพื่อเป็นข้อมูลในการสืบ แล้วคงต้องตามตัวเอยมาให้ปากคำด้วย”
“เกี่ยวอะไรกับเอยคะ”
“ผมเดาว่าน่าจะเป็นการตามผิดตัว”
“ถ้างั้นเอยก็น่าจะตกอยู่ในอันตรายเหมือนกัน” อลีนาชักเป็นห่วงน้องสาว “ฉันต้องรีบโทร. ไปบอกเอยให้ระวังตัว”
“ไม่ต้องรีบก็ได้” ชายหนุ่มกระชับวงแขน รั้งร่างบอบบางที่ทำท่าจะลุกออกจากตักเอาไว้
“เรื่องร้ายแรงขนาดนี้จะไม่ให้รีบได้ยังไงคะ”
“ผมจะโทร. ไปบอกตั้งแต่บ่ายแล้ว แต่ติดต่อไม่ได้ เลยโทร. ไปหาคุณแม่คุณ คุณแม่คุณบอกว่าเอยไปมัลดีฟส์ตั้งแต่เมื่อเช้า อีกหลายวันกว่าจะกลับ”
“แม่ไม่ตกใจแย่เหรอคะ”
“ผมไม่ได้บอกเรื่องนี้หรอก บอกแค่ว่ามีธุระสำคัญจะคุยกับเอย”
“ฉันนึกว่าคุณจะเกลียดเอยจนไม่อยากยุ่งด้วยซะอีก” อลีนาแปลกใจที่เขาอุตส่าห์เป็นห่วงน้องสาวเธอ
“ถึงผมจะโกรธจะเกลียดเอยยังไง แต่ก็ต้องยอมรับความจริงว่าเอยเป็นแม่แท้ๆ ของไออุ่น เป็นน้องสาวของคุณ ถ้าเอยเป็นอะไรไป คุณก็คงจะเสียใจมาก ผมทำเพื่อปกป้องความรู้สึกของคุณกับไออุ่น ไม่ได้เป็นห่วงผู้หญิงคนนั้น”
“น่ารักจัง” หญิงสาวใช้สองมือประคองใบหน้าหล่อเหลาที่ซบอยู่บนเนินอกให้เงยหน้าขึ้นมามองสบตากัน “ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าเป้าหมายของคนที่ตามคือใครกันแน่ คุณก็ต้องระวังตัวไว้ด้วยนะคะ ฉันเป็นห่วง”
คิรากรวางมือข้างหนึ่งซ้อนทับบนหลังมือเนียนนุ่มที่ยังแนบอยู่ข้างแก้มเขาแล้วดึงมาจูบหนักแน่นที่กลางฝ่ามือพลางมองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง “เมื่อไหร่จะครบเจ็ดวันสักที”
“เจ็ดวันแล้วทำไมเหรอคะ” เธอแกล้งถามทั้งที่รู้ว่าเขากำลังรอคอยอะไรอยู่
“เจ็ดวันแล้วผมจะได้กินคุณไง” เขางับที่ปลายจมูกเล็กสีแดงระเรื่อเพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างอดใจไม่ไหว ถ้าเป็นไปได้เขาก็อยากกลืนกินเธอทั้งตัว
“เดี๋ยวก่อนนะคะ ฉันบอกตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าครบเจ็ดวันแล้วจะให้คุณกิน”
“คราวนี้ถ้าคุณไม่ยอม ผมปล้ำจริงด้วย”
อลีนายิ้มขำ “อย่าหมกมุ่นค่ะ ไปนอนได้แล้ว” ว่าแล้วก็จุ๊บที่แก้มเขาอย่างรวดเร็วครั้งหนึ่ง “กู๊ดไนต์ค่ะ”
“ตรงนี้ด้วย” เขาแตะปลายนิ้วชี้ลงบนริมฝีปากของตัวเอง
หญิงสาวส่ายหน้ายิ้มๆ
“นะครับ แค่จูบ” เขาแกล้งวิงวอนเสียงอ่อนไปอย่างนั้นเอง เพราะรู้ว่าเธอคงไม่ทำ แต่ผิดคาด เธอประคองใบหน้าเขาไว้ด้วยสองมือแล้วประทับรอยจูบลงบนริมฝีปากของเขา
คิรากรเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง เธอไม่ได้แค่จูบแบบปากแตะปากแล้วผละออกอย่างรวดเร็ว แต่เธอจูบละเลียดและขบเม้มไปตามขอบโค้งเหนือริมฝีปากอย่างยั่วเย้าเนิ่นนาน ก่อนจะสอดแทรกปลายลิ้นเล็กเข้ามาลูบโลมภายในแล้วดูดดึงอย่างเร่าร้อน ชายหนุ่มหลุดเสียงครางต่ำพร่าในลำคอด้วยความเสียวซ่าน ความร้อนผ่าวแล่นวาบจากปลายลิ้นไปสุดส่วนปลายที่เริ่มเหยียดขยายอยู่ภายใต้กางเกงชุดนอนผ้าฝ้ายสีเทาเข้ม
“พะ...พอ...พอแล้วเอิง” ชายหนุ่มที่ถูกปลุกให้ตื่นได้เพียงแค่จูบเดียวบอกด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าเจือความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เขาถอยใบหน้าห่างออกมานิดหนึ่ง แต่เธอก็เคลื่อนใบหน้าตามมาแล้วแนบหน้าผากลงบนหน้าผากของเขา อีกทั้งปลายจมูกเล็กน่างับก็ถูกกดลงปลายจมูกของเขาอีกด้วย
“ฉันจูบไม่ได้เรื่องเหรอคะ” คนที่เพิ่งเคยทำตัวเป็นฝ่ายรุกครั้งแรกเริ่มเสียความมั่นใจ เธอไม่เคยจูบกับใครมาก่อน ที่ทำลงไปเมื่อครู่นี้ก็เลียนแบบมาจากที่เขาเคยทำกับเธอทั้งสิ้น
“คุณจูบได้ดีมาก มากจนผมกลัวว่าจะหยุดตัวเองไม่ได้” คิรากรสารภาพด้วยใบหน้าแดงก่ำ พยายามข่มอารมณ์ตัวเองเต็มที่ “ผมไม่อยากยืนใต้ฝักบัวทั้งคืนอีกแล้ว”
อลีนากระซิบยั่วที่ข้างหู “คืนนี้ไม่ต้องยืนค่ะ”
“คุณจงใจยั่วผม”
“แล้วยั่วขึ้นมั้ยคะ” เธอยิ้มน่ารักใส่นัยน์ตาสีเข้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาร้อนแรง มันเป็นแววตาแบบที่เขาใช้มองเธอเป็นประจำ และเธอก็ไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขนาดมองไม่ออกว่าเขาต้องการเธอมากแค่ไหน
“ขึ้นจนไม่รู้จะหาทางลงยังไงแล้ว” เขากอดรัดเธออย่างรวดร้าว “ผมจะทำยังไงกับคุณดี”
“ทำอย่างที่คุณอยากทำสิคะ” อลีนาเปิดทางให้
“ผมอยากจับคุณฟัดให้จมเขี้ยวเลย แต่คุณก็รู้ว่าทำไม่ได้”
“ทำไมคะ”
“ก็คุณมีประจำเดือนอยู่”
“ฉันโกหก”
“ว่าไงนะ!”
“ประจำเดือนฉันจะมาอาทิตย์หน้าค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันเมื่อเห็นเขาทำหน้าเหมือนอยากจับเธอตีก้น
“งั้นคืนนี้คุณถูกฟัดแน่ ต่อให้คุณไม่ยอม ผมก็จะปล้ำ” คนที่ถูกหลอกให้ทรมานมาหลายคืนแกล้งบอกด้วยน้ำเสียงอย่างโหด แล้วอุ้มร่างบอบบางในชุดนอนกะโปโลที่เขากำลังจะได้ถอดมันทิ้งเข้าไปในห้องนอนของเขาที่อยู่ติดกับห้องทำงาน เขาวางเธอลงบนเตียงอย่างนุ่มนวลแล้วนั่งลงที่ขอบเตียง เพียงแค่สะโพกของเขาแนบชิดกับสะโพกของเธอ เลือดในกายเขาก็แทบลุกเป็นไฟ
อลีนาหายใจติดขัดเมื่อเขาวางข้อศอกทั้งสองข้างคร่อมร่างเธอไว้แล้วเคลื่อนใบหน้าลงมาไล้ปลายจมูกบนผิวแก้มนวลใสพร้อมกับจงใจใช้แผงอกแกร่งบดเบียดทรวงอกของเธอไปด้วย ไอร้อนผะผ่าวจากร่างกายของเขาแทรกซึมผ่านผ้าเนื้อบางเบาของชุดนอนมาสู่กายเธอ มันปลุกเร้าความปรารถนาที่ถูกเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกให้ออกมาโลดเต้นอย่างร่าเริง
“คุณจะไม่เปลี่ยนใจกลางทางแน่นะ” เขากระซิบถามพึมพำก่อนจะกดจูบหนักหน่วงลงที่หลังใบหูเล็กขาวสะอาดแล้วสูดเอากลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอเข้าไปจนชุ่มปอด ในขณะเดียวกัน มือข้างหนึ่งก็ทำการปลดกระดุมเสื้อชุดนอนที่แสนขัดตาออกจนหมด ตามด้วยการถอดบราเซียร์ลายลูกไม้ออกอย่างคล่องแคล่ว
แทนคำตอบ หญิงสาวโอบแขนทั้งสองข้างกอดรัดร่างหนาทรงพลังที่ทาบทับอยู่เหนือร่างเธอเอาไว้อย่างแนบแน่นพร้อมกับเงยหน้าเปิดทางให้เมื่อเขาลากริมฝีปากร้อนผ่าวจากซอกคอลงมาถึงเนินอกอวบ ตลอดเส้นทางที่ริมฝีปากของเขาลากผ่าน เกิดรอยแดงระเรื่อเซ็กซี่ชวนมองที่เขาจงใจสร้างขึ้นเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







