INICIAR SESIÓNกว่างานเลี้ยงฉลองสมรสจะเสร็จสิ้นและส่งแขกกลุ่มสุดท้าย ซึ่งเป็นบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวออกจากงานได้เสร็จก็เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่า
“ทำไมไม่มีพิธีส่งตัวเข้าหอครับคุณแม่” คิรากรกระซิบถามมารดาขณะเดินมาส่งท่านขึ้นรถกลับบ้าน
“ไปตกลงกับเจ้าสาวเอาเองว่าเขาจะยอมเข้าหอด้วยหรือเปล่า” ศรียุดาตบแก้มลูกชายเบาๆ อย่างเอาใจช่วยก่อนจะก้าวขึ้นรถซึ่งมีสนธยา สามีใหม่ของเธอนั่งรออยู่ที่เบาะหลัง
คิรากรมองส่งจนรถของมารดาลับตาไปแล้วจึงเดินไปหาอลีนาที่ยืนส่งบิดาและมารดาของเธออยู่ที่รถซึ่งจอดอยู่ห่างออกไปเล็กน้อย
“ไออุ่นไปเที่ยวบ้านยายกับตาบ้างนะลูก ยายจะทำขนมอร่อยๆ ให้ทานเยอะๆ เลย” พรกมลเอ็นดูไออุ่นมากตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า เนื่องจากเด็กหญิงตัวน้อยมีใบหน้าคล้ายลูกสาวทั้งสองคนของเธอในวัยเด็กมาก สันติ สามีของเธอก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
“ขับรถกลับดีๆ นะครับคุณพ่อคุณแม่” ลูกเขยหมาดๆ บอกกับพ่อตาแม่ยายด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง ไม่ใช่แค่พูดไปตามมารยาท เพราะท่านทั้งสองขับรถมากันเอง
“พ่อไม่ได้ดื่ม ขับได้สบายมาก”
“แม่ฝากเอิงด้วยนะคุณคิม”
“ไม่ต้องห่วงครับ ผมต้องดูแลภรรยาของผมให้ดีที่สุดอยู่แล้ว” ชายหนุ่มให้คำมั่นสัญญาพร้อมกับโอบวงแขนรอบเอวเล็กของเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้างตัว
“มีน้องให้ไออุ่นเร็วๆ ด้วยนะเอิง ไออุ่นบอกพ่อว่าอยากมีน้อง ใช่มั้ยไออุ่น” สันติหันไปขยิบตากับหลานสาว
“ใช่ค่ะคุณตา ไออุ่นอยากมีน้องเป็นเบบี้เหมือนน้ำหอม”
“เอิงยังไม่พร้อมค่ะพ่อ” อลีนารีบบอกหน้าตาเลิ่กลั่ก กลัวใจใครบางคนจะคิดจริงจัง
“แต่ผมพร้อมมากนะเอิง”
นั่นไง เข้าทางเขาอีกแล้ว!
เธอเคยบอกเขาหลายครั้งแล้วว่า การแต่งงานครั้งนี้เป็นแค่การจัดฉากเพื่อสร้างครอบครัวให้ไออุ่นเท่านั้น ห้ามคิดจริงจัง แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ฟังกันเลย
คิรากรอุ้มไออุ่นที่หลับตั้งแต่นั่งรถออกจากโรงแรมมาวางบนเตียงเจ้าหญิงสีชมพูภายในห้องนอนที่ตกแต่งด้วยคอนเซปต์เจ้าหญิงดิสนีย์น่ารักสมวัยเจ้าของห้อง คนเป็นพ่อเลือกหยิบชุดนอนแบบเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวผ้าเนื้อหนานุ่มจากในตู้เสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้ลูกสาวอย่างเบามือที่สุดไม่ให้เจ้าหญิงตัวน้อยของเขาตื่น
“ฉันคงต้องเรียนรู้วิธีการดูแลไออุ่นจากคุณอีกเยอะเลย” อลีนาที่นั่งมองทุกการกระทำอันอ่อนโยนของเขาอยู่เงียบๆ บอกด้วยรอยยิ้มชื่นชม
เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วัน แต่เธอก็ได้เห็นเขาในหลายแง่มุม เขาเป็นคุณพ่อที่น่ารักและอบอุ่นเวลาอยู่กับลูกสาว เป็นผู้ชายเกรี้ยวกราดดุดันเวลาอยู่ต่อหน้าคนที่เกลียดอย่างอันนา เป็นผู้ชายขี้หวงไม่ชอบให้เธออยู่ใกล้ผู้ชายอื่น และจากสายตาแพรวพราวที่เขาใช้มองเธออยู่เสมอ ก็ทำให้เธอแน่ใจว่า เขาเป็นผู้ชายที่มีความ ‘เร่าร้อน’ ซ่อนอยู่ในตัวสูงมาก
“คุณไม่ต้องทำอะไรมากหรอก แค่อยู่เป็นแม่ให้แกอย่างนี้ก็พอแล้ว” ชายหนุ่มห่มผ้าให้ลูกสาวแล้วจุ๊บที่หน้าผากเล็กมนแล้วบอกให้เธอฝันดีเหมือนที่ทำเป็นประจำทุกคืน จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมาพูดกับหญิงสาวด้วยแววตาเป็นประกาย “ลูกหลับแล้ว ทีนี้ก็ได้เวลาของเราแล้วนะ”
“เวลาอะไรคะ”
“เวลาเข้าหอ” เจ้าบ่าวในชุดทักซิโดเต็มยศเดินอ้อมจากอีกฝั่งหนึ่งของเตียงมาฉุดมือหญิงสาวที่ยังอยู่ในชุดเจ้าสาวให้ลุกขึ้น
“คุณจะทำอะไร!”
“ตามธรรมเนียม เจ้าบ่าวต้องอุ้มเจ้าสาวเข้าห้องหอไม่ใช่เหรอ” ว่าแล้วเขาก็ช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มแล้วพาเดินไปที่ประตูหน้าตาเฉย
“ปล่อยฉันนะคุณคิม!” อลีนาเผลอดุเขาเสียงดังจึงถูกเขาปรามด้วยการจุ๊บที่ริมฝีปาก
“อย่าเสียงดัง เดี๋ยวลูกตื่น”
“นี่คุณ!” อลีนาเงยหน้าขึ้นมองเขาตาดุพร้อมกับทุบกำปั้นลงบนอกกว้าง แต่เมื่อสายตาประสานกับดวงตาสีเข้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประกายความเร่าร้อนก็ต้องรีบก้มหน้าลงมองที่กระดุมเสื้อของเขาแทน
“เปิดประตูให้หน่อย มือผมไม่ว่าง”
“คุณก็ปล่อยฉันลงสิ มือจะได้ว่าง” เธอซบหน้าตอบเสียงอู้อี้อยู่กับบ่ากว้าง ไม่กล้ามองสบตาเขา
“ให้ความร่วมมือกับผมหน่อย” เขาวิงวอนน้ำเสียงสั่นพร่า
ให้ตายเถอะ...เพียงแค่ลมหายใจอุ่นของเธอที่เป่ารดอยู่บนต้นคอก็ทำให้เขาร้อนวาบไปทั้งตัว!
คิรากรใช้ความพยายามของตัวเองเปิดประตูแล้วอุ้มเจ้าสาวเข้ามาในห้องนอนส่วนตัวของเธอที่เขาเตรียมไว้ให้ ซึ่งอยู่ติดกับห้องนอนของไออุ่นและอยู่เยื้องกับห้องนอนของเขา ระหว่างทางไม่กี่ก้าวที่เดินมา เขาแอบคิดไว้ในใจว่า ถ้าเธอดิ้นรน กรีดร้อง หรือตบตีเขา เขาจะยอมทนเจ็บปวดกับความต้องการของตัวเองและปล่อยเธอไป แต่เธอก็ไม่ได้ทำอย่างที่เขาคิด เธอยอมให้เขาอุ้มเข้ามาในห้องนอน กระทั่งเขาปล่อยตัวเธอให้ยืนบนพื้นไม้ปาร์เกต์ขัดมัน เธอก็ยังยืนก้มหน้ามองอกเสื้อเขาอย่างเงียบงัน
“คิดอะไรอยู่” ปลายนิ้วแข็งแรงจับปลายคางเล็กมนเชิดขึ้นแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมใสด้วยแววตาที่เป็นประกายเจิดจ้า เขาไม่เคยต้องการผู้หญิงคนไหนมากเท่านี้มาก่อน ตั้งแต่ได้จูบเธอครั้งแรกเมื่อหลายวันก่อน เขาก็ไม่เคยหยุดความต้องการที่จะครอบครองทั้งหมดของตัวเธอได้แม้แต่วินาทีเดียว
“เปล่าค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธเสียงแผ่ว ทั้งที่ความนึกคิดตีกันยุ่งเหยิงอยู่ในหัว
“เราแต่งงานกันแล้วนะเอิง และผมก็เคยบอกคุณแล้วว่าผมจะไม่มีวันปล่อยคุณไป” เขาบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงไว้ด้วยการวางอำนาจอยู่ในคราวเดียวกัน “ผมพร้อมรับผิดชอบทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมที่จะรับผิดชอบคุณไปตลอดชีวิต”
“แต่เรา...เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วัน” อลีนากำลังต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองอยู่ เธอต้องการเขา แต่สำนึกแห่งความดีงามก็เหนี่ยวรั้งเธอไว้ไม่ให้เตลิด
“ไม่ต้องสนใจเรื่องเวลา สนใจแค่ว่าคุณรู้สึกยังไงกับผม” เขาเอื้อมมือไปด้านหลังศีรษะของเธอแล้วดึงกิ๊บติดผมออกเพื่อปล่อยผมยาวสลวยที่ถูกม้วนเป็นมวยต่ำให้แผ่สยายเต็มแผ่นหลัง “ไม่ต้องรู้สึกผิดที่จะทำตามความต้องการของตัวเองกับผู้ชายที่คุณแต่งงานด้วย”
“ฉันไม่...”
คำพูดปฏิเสธที่ตรงกันข้ามกับความรู้สึกของหญิงสาวถูกกลืนกลับเข้าไปในลำคอเมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าประกบแนบลงมา จูบของเขาเชื่องช้าอ้อยอิ่ง ทว่าหนักแน่นและเรียกร้องเหลือเกิน เขาทำให้หัวใจเธอเต้นแรง เลือดลมสูบฉีดไปทั่วร่าง
ผู้ชายคนนี้ร้อนแรงเป็นบ้า!
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







