เข้าสู่ระบบตามประวัติที่ระบุไว้ในเว็บไซต์ คิรากรเป็นพี่ชายของเปรมอนันต์ อีกทั้งยังเป็นเจ้าของบริษัทค้าปลีกและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ศูนย์การค้าชั้นนำหลายแห่งใจกลางกรุงเทพมหานครก็เป็นของเขา และล่าสุดก็เพิ่งเปิดโครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชยกรรมแบบผสมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งโครงการนี้ใช้เงินลงทุนสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย
“โหย...รวยเว่อร์” อลีนาคลิกอ่านข่าวในแวดวงธุรกิจของตระกูล ‘นรเศรษฐ์ธาดา’ ไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเปรมอนันต์เลย มีแต่ข่าวของคิรากรเต็มไปหมด
นอกจากคิรากรจะได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ที่เขี้ยวลากดินแล้ว เขายังได้รับตำแหน่ง ‘Single Dad’ ที่เนื้อหอมที่สุดอีกด้วย มีหญิงสาวมากมายที่เข้าคิวรอขอเป็นแม่ให้ลูกสาวตัวน้อยของเขา
“คิรากรเป็นพ่อของเด็กคนนั้นเหรอ หรือว่าเด็กคนนั้นจะไม่ใช่ลูกเอย” หญิงสาวครุ่นคิดอย่างไม่แน่ใจ “แต่เขาก็เป็นพี่ชายของเปรมอนันต์ เขาอาจจะรับเลี้ยงลูกให้น้องชายก็ได้มั้ง”
อลีนาละมือจากแป้นคีย์บอร์ดแล้วเอื้อมไปหยิบกระดาษโน้ตกับปากกามาจดที่อยู่ทั้งที่บ้านและที่ทำงานของคิรากรเอาไว้เพื่อจะไปสืบต่อให้รู้แน่ชัดว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นใช่ลูกของน้องสาวเธอหรือไม่ ถ้าใช่ เธอคงปล่อยให้หลานสาวมีชีวิตอยู่อย่างว้าเหว่และโหยหาความรักจากแม่แบบนั้นต่อไปไม่ได้
คิรากรยกถ้วยไข่ตุ๋นนมสดทอปปิงด้วยกุ้งตัวโต ซึ่งเป็นของโปรดของไออุ่นที่เขาต้องลงมือทำด้วยตัวเองเกือบทุกเช้ามาวางไว้ที่โต๊ะอาหาร เป็นจังหวะเดียวกับที่พี่เลี้ยงวัยสี่สิบปีจูงเด็กหญิงในชุดนักเรียนชั้นอนุบาลเข้ามาพอดี ชายหนุ่มปลดผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้มที่สวมทับอยู่บนเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวออกมาวางไว้ที่มุมโต๊ะ แล้วเดินไปอุ้มลูกสาวตัวน้อยมานั่งบนเก้าอี้สำหรับเด็กซึ่งเป็นที่นั่งประจำของเธอ
“พรุ่งนี้เปลี่ยนเมนูเป็นข้าวผัดแซมอนดีมั้ยคะ” คิรากรถามพลางหยิบแปรงหวีผมสีชมพูอันเล็กที่พี่เลี้ยงวางไว้ให้ก่อนจะหยิบขึ้นมาหวีผมให้ลูกสาวเพื่อเตรียมถักเปียให้เหมือนทุกเช้า
“ไม่เอาค่ะ ไออุ่นจะทานไข่ตุ๋น”
“ทานแต่ไข่ตุ๋นทุกวันเดี๋ยวก็เบื่อแย่”
“ไม่เบื่อค่ะ คุณพ่อทำอร่อย”
คนเป็นพ่อยิ้มพรายเมื่อเห็นลูกสาวชอบอาหารที่เขาทำให้ “ถ้าไออุ่นไม่เบื่อ คุณพ่อก็จะทำให้ทานทุกวันเลย”
“คุณพ่อขา...” เด็กหญิงเรียกเสียงอ่อยแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับคุณพ่อของเธอแวบหนึ่งเหมือนมีความลังเลใจอะไรบางอย่าง แล้วก้มหน้าลงมองชามไข่ตุ๋นตรงหน้าตามเดิม
“ว่าไงคะ” ชายหนุ่มขานรับน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับส่งยิ้มอบอุ่นให้เด็กน้อย ในขณะที่มือก็ยังคงสาละวนอยู่กับการถักเปีย เมื่อเสร็จข้างหนึ่งแล้วจึงย้ายไปถักอีกข้าง
“ไออุ่นอยากไปหาคุณแม่”
มือใหญ่ที่กำลังจะติดกิ๊บรูปตัวการ์ตูนที่หางเปียชะงักไปนิดหนึ่ง เขานึกว่าลูกจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้แล้ว แต่เธอไม่ลืม “ไออุ่นไม่อยากอยู่กับคุณพ่อแล้วเหรอคะ” เขาแกล้งถามกลั้วหัวเราะ ทั้งที่ในใจเจ็บแปลบ
“ไออุ่นอยากให้คุณแม่ไปส่งที่โรงเรียนค่ะ”
“คุณพ่อก็ไปส่งหนูทุกวันแล้วไงคะ”
“ไออุ่นอยากให้คุณพ่อกับคุณแม่ไปด้วยกันเหมือนคุณพ่อคุณแม่ของน้ำหอม” เด็กหญิงบอกน้ำเสียงเศร้าสร้อย จริงอยู่ที่เพื่อนในโรงเรียนไม่ได้มีพ่อแม่ไปส่งพร้อมหน้ากันทุกคน แต่น้ำหอม ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธอมีพร้อม ที่สำคัญแม่ของน้ำหอมใจดีมากและเผื่อแผ่ความรักมาถึงเธอด้วย นั่นยิ่งทำให้ไออุ่นอยากมีแม่เป็นของตัวเอง
คิรากรติดกิ๊บที่หางเปียทั้งสองข้างให้ลูกสาวเสร็จแล้วจึงนั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างกันก่อนจะเฉไฉเปลี่ยนเรื่องคุย “รีบทานไข่ตุ๋นให้หมดเร็วเข้า เดี๋ยวไปโรงเรียนแล้วอดเล่นเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นกับน้ำหอมนะ”
เด็กหญิงตักไข่ตุ๋นเข้าปากได้สองคำก็วางช้อนแล้วหันมามองสบตากับคุณพ่อของเธอด้วยแววตาหม่นหมองอีกครั้ง “เมื่อคืนนี้ ทำไมคุณแม่ต้องหนีไออุ่นไปด้วย คุณแม่ไม่รักไออุ่นเหรอคะ”
ความสะเทือนใจพุ่งขึ้นมาจุกอกจนชายหนุ่มต้องบังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่น “ผู้หญิงที่ไออุ่นเจอเมื่อคืนนี้แค่หน้าเหมือนคุณแม่ แต่ไม่ใช่คุณแม่นะคะ”
ไออุ่นรับฟังด้วยสีหน้าผิดหวังอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้งอแงเหมือนเมื่อคืน มีเพียงดวงตากลมใสเท่านั้นที่ฉายแววหม่นหมองออกมาอย่างเปิดเผย เพียงเท่านี้ก็ทำให้คนเป็นพ่อรู้แล้วว่าลูกสาวกำลังเจ็บปวดเสียใจมากแค่ไหน
ยิ่งคิดคิรากรก็ยิ่งโกรธผู้หญิงคนนั้น ผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุให้น้องชายของเขาต้องตาย และตอนนี้เธอก็ได้ทำลายความสุขที่เคยมีของไออุ่นอีกคน ความสุขที่เขาพยายามเติมเต็มให้หลานกำพร้ามาตลอดสี่ปีเต็มถูกทำลายลงด้วยเวลาเพียงหนึ่งนาทีที่ผู้หญิงคนนั้นก้าวเข้ามา
คิรากรใช้เวลาหลอกล่อไออุ่นให้กินไข่ตุ๋น ขนมปังปิ้งครึ่งแผ่น และนมสดอีกหนึ่งแก้วอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะหมด จากนั้นจึงเดินจูงมือกันมาขึ้นรถสปอร์ตหรูสีดำวาวที่คนขับรถนำมาจอดไว้ให้ที่หน้าตึก
ปกติชายหนุ่มจะขับรถด้วยตัวเองเป็นส่วนใหญ่เพื่อความคล่องตัวและเพื่อความเป็นส่วนตัว ยกเว้นเวลาที่ต้องพาไออุ่นไปโรงพยาบาลเท่านั้นที่จะต้องมีคนขับรถให้และต้องมีพี่เลี้ยงไปช่วยด้วย เพราะเด็กหญิงกลัวการไปหาหมอมาก ยิ่งถ้ารู้ว่าหมอจะฉีดยาหรือเจาะสายน้ำเกลือให้ เธอจะร้องไห้จนโรงพยาบาลแทบแตก เรียกได้ว่าลูกป่วยแต่ละครั้งนี่คืองานช้างสำหรับคนเป็นพ่อเลยทีเดียว เพราะเธอจะงอแง ไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมกินยาและร้องไห้หาแม่ตลอดเวลา และเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้ง เพราะไออุ่นป่วยบ่อยมาก ต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ทั้งที่เขาดูแลประคบประหงมเป็นอย่างดี
ทันทีที่รถของคิรากรขับพ้นประตูรั้วอัลลอยบานใหญ่ออกมา อลีนาที่ซุ่มอยู่มุมหนึ่งก็รีบเก็บกล้องส่องทางไกลที่ใช้แอบส่องเข้าไปในบ้านเข้ากระเป๋าถือแล้ววิ่งขึ้นรถของตัวที่จอดแอบไว้หลังพุ่มไม้แล้วขับตามออกไป โดยทิ้งระยะห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย แต่ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของคนช่างสังเกตอย่างคิรากรไปได้
ชายหนุ่มเริ่มแน่ใจว่าถูกสะกดรอยตามเมื่อมาถึงทางแยกก่อนถึงโรงเรียนของไออุ่นราวหนึ่งกิโลเมตรซึ่งไม่มีจุดให้กลับรถหนีจึงจำเป็นต้องขับต่อไปให้เร็วที่สุด เพื่อส่งไออุ่นเข้าโรงเรียนอย่างปลอดภัย เนื่องจากเขาไม่รู้ว่าคนที่สะกดรอยตามมาจะเป็นศัตรูทางธุรกิจหรือฝ่ายไหนกันแน่
คิรากรจอดรถที่หน้าโรงเรียนแล้วอุ้มไออุ่นเข้าไปส่งในโรงเรียนอย่างรวดเร็ว อลีนาอยากตามเข้าไป แต่ติดที่ว่าคนที่จะเข้าไปส่งเด็กในโรงเรียนได้ต้องเป็นผู้ที่มีบัตรผู้ปกครอง ซึ่งทางโรงเรียนเป็นผู้ออกให้เท่านั้น จึงทำได้แค่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ด้านนอก แต่เท่าที่เธอเฝ้าติดตามมาตั้งแต่เช้า ก็พอเดาได้ว่าคิรากรรักและดูแลหลานสาวของเธอเป็นอย่างดี
คิรากรส่งไออุ่นจนถึงมือครูประจำชั้น ก่อนกลับเขาได้กำชับกับครูให้ช่วยดูแลไออุ่นเป็นพิเศษ ซึ่งระบบการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ก็แน่นหนาพอที่เขาจะวางใจฝากลูกสาวเอาไว้ในวันที่สถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ อีกทั้งเขาคิดว่าคนที่สะกดรอยตามมาน่าจะมีเป้าหมายที่เขา ไม่ใช่ไออุ่น การที่ไออุ่นอยู่ห่างจากเขาน่าจะปลอดภัยกว่า
“เลิกเรียนแล้วคุณพ่อจะมารับเหมือนเดิมนะคะ” ชายหนุ่มรูปร่างสูงในชุดสูทเนี้ยบกริบสีเทาเข้มย่อตัวลงหอมแก้มลูกสาวเพื่อบอกลาเหมือนที่เคยทำทุกวัน แต่แล้วก็สัมผัสได้ว่าแก้มของเด็กหญิงร้อนผ่าว อีกทั้งริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็แห้งผากและแดงจัดเหมือนจะมีไข้ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ไออุ่นก็หันไปเห็นน้ำหอมที่กวักมือเรียกให้ไปเล่นด้วยกันเสียก่อน เด็กหญิงรีบวิ่งไปหาเพื่อนสนิทด้วยท่าทีร่าเริง เมื่อเห็นลูกสาวยิ้มได้คิรากรจึงวางใจในระดับหนึ่ง
“ผมฝากดูไออุ่นด้วยนะครับ แกตัวรุมๆ เหมือนจะไม่สบาย” คิรากรบอกกับครูประจำชั้นชาวต่างชาติของไออุ่นเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันคล่องปรื๋อแล้วเดินออกมา
ชายหนุ่มกลับมาที่รถของตัวเองที่จอดอยู่หน้าโรงเรียน ระหว่างนั้นเขายังรู้สึกเหมือนถูกสะกดรอยตามอยู่ จึงแกล้งเดินไปที่มุมถนนแล้วเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ที่อยู่ห่างโรงเรียนออกไปสองช่วงตึกซึ่งเป็นซอยตันและปลอดคน หากเกิดการต่อสู้หรือมีอะไรรุนแรงเกิดขึ้นจะไม่ส่งผลกระทบถึงความปลอดภัยของเด็กนักเรียนจำนวนมากที่กำลังทยอยเดินเข้าโรงเรียนแน่นอน
อลีนาแอบตามคิรากรไปด้วยความสงสัยว่าเขาจะเข้าไปทำอะไรในซอยนั้น โดยไม่เฉลียวใจเลยว่ากำลังถูกล่อเข้ามุมอับเพื่อปิดประตูตีแมว หญิงสาวเดินเข้ามาถึงกลางซอยแล้วก็ต้องแปลกใจ เพราะไม่เห็นแม้แต่เงาของคิรากร เธอหันซ้ายหันขวากวาดตามองไปรอบๆ ก็ไม่เห็น ยิ่งพบว่าซอยนี้เป็นซอยตันก็ยิ่งแปลกใจ และทันใดนั้น เสียงห้าวทุ้มของคนที่เธอกำลังมองหาก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“ตามผมมาทำไม”
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







