เข้าสู่ระบบอลีนาก้าวลงจากรถแท็กซี่ที่เข้ามาจอดเทียบบริเวณหน้าอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ในย่านธุรกิจซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนและโรงพยาบาลที่ไออุ่นรักษาตัวอยู่ การเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วนช่วงเช้าที่รถติดค่อนข้างมากแบบนี้ก็ใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีเท่านั้น
หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งในชุดทำงานแบบกางเกงเข้ารูปสีดำเข้าคู่กับเสื้อเชิ้ตสีเดียวกัน สวมทับด้วยเสื้อสูทสีเทาควันบุหรี่สไตล์แคชชวลที่พับแขนขึ้นครึ่งศอก รีบซอยเท้าเข้าไปในอาคาร และด้วยรองเท้าส้นแหลมสูงสองนิ้วครึ่งทำให้ลีลาการสับขาของเธอดูราวกับเดินอยู่บนรันเวย์ระดับโลก
หญิงสาวยิ้มทักทายพนักงานหน้าลิฟต์อย่างคุ้นเคยก่อนจะกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นยี่สิบแปด ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานกองบรรณาธิการ VOW MAGAZINE ซึ่งเป็นนิตยสารแฟชั่นหัวนอกที่มีการตีพิมพ์และจัดจำหน่ายในยี่สิบกว่าประเทศทั่วโลก โดยอลีนารับตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองบรรณาธิการฝ่ายแฟชั่น งานที่เธอรับผิดชอบครอบคลุมถึงเนื้อหาคอลัมน์ทั้งในหนังสือเล่มและในเว็บไซต์
“มีเรื่องอะไรเจอร์รี่ ทำไมไม่ยอมบอกทางโทรศัพท์” อลีนาถามผู้ช่วยซึ่งเป็นเกย์ก้ามปูของเธอทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงานของฝ่ายแฟชั่น “ปกติพี่เข้าออฟฟิศสิบโมง นี่เพิ่งเก้าโมงครึ่ง โทร. ตามอยู่ได้ ถ้าเป็นเรื่องไม่สำคัญนะ แกตายแน่”
“คุณทีน่าให้ตามพี่ไปพบด่วน ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องอะไร” เจอร์รี่บอกด้วยสีหน้าหวั่นวิตกมากถึงมากที่สุด เพราะเป็นที่รู้กันดีว่ามาทินาดุและเฉียบขาดมากแค่ไหน ลงว่าเรียกพบด่วนแบบนี้ต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายแน่นอน
มาทินาเป็นบรรณาธิการอำนวยการหรือที่ทุกคนชอบเรียกกันว่า Managing Editor เธอเป็นสาวใหญ่วัยสี่สิบหกปี เป็นอดีตนางงามที่ผันตัวมาเป็นนางแบบที่โลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นมานานกว่ายี่สิบปี จนกระทั่งแต่งงานและมีลูกจึงหยุดอาชีพนางแบบและมาทำงานให้แก่นิตยสารชื่อดังแห่งนี้
“น่าจะเกี่ยวกับคุณแพรวพราวนะ เจ๊เห็นเขามาหาคุณทีน่าแต่เช้า พอเข้าห้องคุณทีน่าไม่ถึงห้านาที เลขาฯ คุณทีน่าก็โทร. มาหาเอิงที่แผนก จนเจอร์รี่ต้องรีบตามเอิงมานี่แหละ” ปุยฝ้ายผู้มีอายุมากกว่าอลีนาหลายปีและรั้งตำแหน่งสไตลิสต์วางมือจากการแปะภาพ reference แฟชั่นปกเซตใหม่ลงบนแผ่นฟิวเจอร์บอร์ดแล้วเงยหน้าขึ้นมาบอก
“คุณแพรวพราว?” อลีนาทวนชื่อที่ไม่คุ้นหูด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม
“เซเลบคนดัง ลูกสาวคุณพิชัยเจ้าของโรงแรมโกลเดนวิวไง คนนี้มีข่าวว่าเป็นว่าที่เจ้าสาวของคุณคิม คิรากร ด้วยนะ เห็นว่าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจากันอยู่”
“คิม คิรากร?” ใบหน้าของชายหนุ่มรูปหล่อ พ่อของไออุ่นลอยเข้ามาในห้วงความคิดของอลีนาทันที
“คุณคิมที่เพิ่งเปิดห้างใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยานั่นไง วันงานนี่เชิญดาราคนดังทั่วทั้งฮอลลีวูดและเอเชียมาร่วมงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่อลังการ หนังสือเรายังได้รับเชิญให้ไปทำข่าวอยู่เลย” ปุยฝ้ายบอกพลางส่ายหน้าแบบไม่ได้ดั่งใจที่หัวหน้าเธอไม่ค่อยรู้จักเซเลบทั้งที่ทำงานอยู่ในวงการนี้แท้ๆ “เซเลบพวกนี้ดังจะตาย เอิงไม่รู้จักได้ไง โดยเฉพาะคุณคิม สุดหล่อของเจ๊ ถึงจะมีลูกแล้วแต่ก็ยังหล่อล่ำน่าหม่ำสุดๆ ถ้าได้สักครั้งเจ๊จะไม่ลืมพระคุณเลย”
อลีนาได้แต่ทำหน้าเบ้เมื่อถึงคุณลุงหน้าดุ เรื่องความหล่อเธอไม่เถียง แต่ความน่ากินนี่เธอขอบาย พูดแต่ละคำนี่ทั้งเข้มทั้งห้วน แถมยังชอบตีหน้าดุใส่เธออีก ใครอยากกินก็เชิญ แต่สำหรับเธอต่อให้จัดใส่จานอย่างสวยงามมาวางตรงหน้าก็กินไม่ลง
“ขอให้ได้ขอให้โดนสมใจนะเจ๊ เอิงรีบไปหาคุณทีน่าก่อน ชักช้าเดี๋ยวระเบิดลงอีก” หญิงสาวส่ายหน้าระอาใจกับความบ้าผู้ชายหล่อของเพื่อนร่วมงานแล้วรีบเดินออกไป
อลีนาเข้ามาหามาทินาที่ห้องทำงาน แต่แพรวพราวกลับไปแล้วเพราะรอไม่ไหว
“คุณทีน่ามีธุระอะไรกับเอิงเหรอคะ” หญิงสาวถามหลังจากนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของผู้เป็นเจ้าของห้อง
“คุณแพรวพราวเพิ่งมาหาฉัน” มาทินาบอกเสียงเข้มแล้วยืดหลังตรงอย่างมีอารมณ์ “หรือจะเรียกว่ามาด่าก็ได้”
“ด่าเรื่องอะไรคะ” อลีนาตกใจและเริ่มสังหรณ์ใจว่าเรื่องนี้น่าจะเกี่ยวกับงานของเธอ เพราะไม่อย่างนั้นมาทินาคงไม่เรียกเธอเข้ามาพบด่วนแบบนี้
“เพราะคอลัมน์นี้ของเธอในเว็บไซต์” มาทินาหันหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดเว็บไซต์หน้าคอลัมน์ ‘Shining Star’ ซึ่งเป็นคอลัมน์แซวชุดออกงานของเหล่าดารา นางแบบและเซเลบคนดัง ซึ่งส่วนมากจะเป็นการเขียนแนวชื่นชมมากกว่าจิกกัดในเชิงลบ
“คอลัมน์นี้ก็เขียนชื่นชมตามปกตินี่คะ คุณแพรวพราวจะไม่พอใจเรื่องอะไรคะ” อลีนากวาดตามองรูปเซเลบสาวคนดังทั้งสี่คนบนหน้าจอ ทุกคนล้วนสวมใส่ชุดราตรีหรูหราสวยงามพร้อมประโคมเครื่องเพชรมาประชันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร “ว่าแต่...คุณแพรวพราวคนไหนคะ”
“เอิง!!!” มาทินาตบโต๊ะเสียงดังปังจนอลีนาสะดุ้งโหยง “เธอเป็นคนเขียนคอลัมน์นี้เอง แต่เธอไม่รู้จักคนที่เธอเขียนถึงได้ยังไง!”
อลีนายิ้มแหยยอมรับผิดแต่โดยดี ทุกเดือนเธอต้องเขียนคอลัมน์ถึงสามคอลัมน์ แถมยังต้องดูภาพรวมของเนื้อหาทั้งหมดในเว็บไซต์อีก มันก็ต้องมีลืมกันบ้าง
อีกทั้งเซเลบสาวทั้งสี่คนที่จับกลุ่มกันให้ช่างภาพถ่ายรูปก็ผ่านการ ‘โมหน้า’ มาชนิดที่ว่าแทบจะยกเครื่องใหม่ทั้งหน้า และน่าจะมาจากฝีมือหมอคนเดียวกันด้วย เพราะใบหน้าของทุกคนคล้ายกันมาก ทั้งรูปทรงจมูก ปลายคาง โหนกแก้ม แม้แต่ริมฝีปากก็ฉีดฟิลเลอร์มาจนเต็มอิ่มเซ็กซี่เหมือนกันอีก
“คุณแพรวพราวคนนี้” มาทินาชี้ที่รูปของหญิงสาวรูปร่างผอมเพรียวราวนางแบบซึ่งสวมชุดราตรีเกาะอกสีแดงเบอร์กันดีประดับด้วยคริสตัลระยิบระยับโชว์เนินเนื้อขาวอวบ ชายกระโปรงแหวกสูงถึงโคนขา
“ว่าแต่คุณแพรวพราวไม่พอใจเรื่องอะไรคะ”
“เขาไม่พอใจที่เราเลือกรูปนี้ไปลงเว็บไซต์”
“รูปนี้ก็สวยดีนี่คะ” อลีนามองไม่เห็นความผิดปกติใดในภาพ นอกจากความสวยเซ็กซี่ระดับทำลายล้างของเจ้าของเรือนร่างเย้ายวนใจในแบบที่ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบ
“เขาบอกว่ามุมนี้เขาดูขาใหญ่” ถ้ามองไม่ผิด อลีนาคิดว่าเธอเห็นมาทินาแอบกลอกตามองบนพร้อมถอนหายใจเบาๆ
“ขาใหญ่!?” อลีนายื่นหน้าเข้าไปดูที่หน้าจอแบบใกล้มากจนปลายจมูกแทบจะฝังลงไปในจอขนาดสิบห้านิ้ว “ใหญ่ตรงไหนคะ”
“ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะใหญ่ตรงไหน” ก่อนที่อลีนาจะเข้ามา มาทินาก็นั่งจ้องหน้าจอหน้าแบบเดียวกันไม่มีผิด “เขาเห็นรูปนี้แล้วโกรธมาก เขาบอกว่าเขาเป็นเจ้าของคลินิกเสริมความงามและลดน้ำหนัก แต่มีรูปที่เขาขาใหญ่เผยแพร่ออกไปแบบนี้มันทำให้คลินิกของเขาเสียภาพลักษณ์และขาดความน่าเชื่อถือ เขาจะฟ้องหนังสือเรา แล้วก็จะฟ้องเธอในฐานะบรรณาธิการและคนเขียนคอลัมน์นี้ด้วย”
“เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องฟ้องกันเลยเหรอคะ” อลีนาอึ้งกับความเล่นใหญ่ของแพรวพราว “เดี๋ยวเอิงเปลี่ยนรูปให้ก็ได้ค่ะ จะส่งรูปไปให้คุณแพรวพราวเลือกเองเลย จะได้หมดปัญหา”
“มันไม่จบง่ายๆ แบบนั้นน่ะสิ” มาทินามีสีหน้าลำบากใจ
“เขายังต้องการอะไรอีกคะ”
“คุณแพรวพราวอยากให้เธอไปกราบขอโทษเขาด้วยตัวเอง และถ่ายคลิปลงเว็บไซต์ของเราและเว็บไซต์คลินิกของเขาด้วย”
“แบบนี้มันมากเกินไปแล้วนะคะ เอิงไม่ผิด แต่ถ้าถ้าเอิงทำให้เขาไม่พอใจ เอิงยอมขอโทษก็ได้ แต่ถึงขั้นกราบและถ่ายคลิปลงเว็บไซต์เอิงไม่ยอม ยังไงเอิงก็ไม่ทำ!”
“เธอต้องทำ!” มาทินาออกคำสั่งเสียงหนัก “ถ้าเธอไม่ทำ เขาจะฟ้องเรา มูลค่าความเสียหายเป็นสิบล้านเลยนะเอิง และฉันก็มั่นใจว่าด้วยคอนเนกชันที่คุณแพรวพราวมี เราแพ้คดีแน่”
“นี่มันเรื่องงี่เง่าที่สุดที่เอิงเคยเจอมาเลยนะคะ”
“ไปทำใจก่อนก็ได้นะเอิง คุณแพรวพราวให้เวลาเจ็ดวัน” มาทินาบอกอย่างเข้าใจความรู้สึกของอลีนา เธอเองก็คิดว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ถูกทำให้เป็นเรื่องใหญ่เพราะความเสียหน้าและความอยากเอาชนะของแพรวพราวเท่านั้นเอง
อลีนาเดินออกจากห้องทำงานของมาทินาอย่างเซ็งสุดขีด เป็นตายร้ายดียังไงเธอก็จะไม่ยอมก้มกราบผู้หญิงประสาทเสียอย่างแพรวพราวแน่ และทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเธอก็ดังขึ้น หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ออกมาดูและเห็นที่หน้าจอขึ้นชื่อของคนที่โทร. เข้ามาว่า ‘คุณลุงร็อตไวเลอร์’ ก็รีบกดรับสายทันที
“มีอะไรคุณ”
“คุณช่วยมาที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลยได้มั้ย” คิรากรบอกเสียงเครียด โดยมีเสียงร้องไห้ของไออุ่นดังแทรกเข้ามาตลอดเวลา
“เสียงไออุ่นร้องไห้นี่ แกเป็นอะไร” หญิงสาวถามด้วยความเป็นห่วงมากจนดูร้อนรน
“แกตื่นมาไม่เจอคุณก็เลยร้องไห้ ผมไม่เคยเห็นแกร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อนเลย คุณช่วยมาหาแกหน่อยได้มั้ย ผมปลอบไม่ไหวแล้ว” ชายหนุ่มยอมรับอย่างไม่กลัวเสียหน้า เวลานี้จะให้เขาทำอะไรก็ได้เพื่อให้ลูกหยุดร้องไห้
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







