เข้าสู่ระบบอลีนาอยากจะรีบไปหาไออุ่นทันทีที่วางสายจากคิรากร แต่ก็มีงานสำคัญที่ต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อน โชคดีที่มีเจอร์รี่ช่วย งานจึงเสร็จเร็วกว่าที่คิด แต่ก็ใช้เวลาไปเกือบสามชั่วโมง ระหว่างที่ทำงานหญิงสาวก็คอยโทร. บอกไออุ่นเป็นระยะว่ากำลังจะไปหา ทำให้เด็กหญิงหยุดร้องไห้ได้ชั่วคราว แต่ยังคงงอแงสร้างความหนักอกหนักใจให้คิรากรอยู่มาก
“เจ๊ปุยฝ้าย ประชุมสรุปคอนเซปต์ปกเล่มใหม่เอิงขอเลื่อนเป็นพรุ่งนี้นะ บ่ายนี้เอิงมีธุระต้องรีบไปทำ” อลีนาบอกสไตลิสต์ที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมเอกสารและรูปภาพแฟชั่นประกอบการประชุมอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวยาวกลางห้อง ซึ่งปกติจะเอาไว้ใช้สำหรับตรวจบรู๊ฟต้นฉบับก่อนสั่งพิมพ์เล่มจริง
“มีเรื่องอะไรเหรอพี่เอิง ใครเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วย” เจอร์รี่อดสงสัยไม่ได้ “แล้วเมื่อกี้โทร. คุยกับใครตั้งหลายรอบ”
“ลูก...เอ้อ...หลานน่ะ หลานไม่สบายตอนนี้อยู่โรงพยาบาล พี่ต้องรีบไปดู” ตอบเสร็จอลีนาก็คว้ากระเป๋าถือขึ้นมาสะพายไหล่แล้ววิ่งแจ้นออกไป ปล่อยให้เจอร์รี่กับปุยฝ้ายมองตากันปริบๆ ด้วยความงุนงงว่าเธอแอบไปมีลูกมีหลานตั้งแต่เมื่อไร
อลีนากระโดดขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่หน้าอาคารสำนักงานแล้วสั่งให้คนขับซิ่งไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ซึ่งคนขับก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีด้วยการพาเธอมาส่งถึงที่หมายภายในเวลาแค่สิบนาที
“พี่ๆ ถอดหมวกมาคืนผมก่อน” คนขับมอเตอร์ไซค์ตะโกนลั่นเมื่อผู้โดยสารสาวจ่ายเงินแล้วรีบวิ่งเข้าตัวอาคารไปทั้งที่ยังสวมหมวกกันน็อกอยู่
“โทษทีๆ พี่รีบมากไปหน่อย” อลีนาวิ่งกลับมาถอดหมวกกันน็อกคืนแล้วรีบวิ่งกระหืดกระหอบไปขึ้นลิฟต์ แต่ลิฟต์ก็คนเยอะมาก จอดแทบทุกชั้น กว่าจะขึ้นไปถึงชั้นสิบสองที่ไออุ่นพักรักษาตัวอยู่ก็ทำให้หญิงสาวกระวนกระวายจนอยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ
ภาพแรกที่อลีนาเห็นเมื่อเปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเข้าไปคือคิรากรกำลังหลอกล่อป้อนโจ๊กให้ไออุ่นอยู่ด้วยความยากลำบาก สภาพเขาเหมือนคนที่ผ่านสมรภูมิรบมาอย่างหนักหน่วง เสื้อสูทเนี้ยบกริบที่เห็นเมื่อเช้าถูกถอดทิ้งไว้บนโซฟาที่ตั้งอยู่ชิดผนังห้อง เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวพับแขนขึ้นถึงใต้ศอก กระดุมคอเม็ดแรกปลดออกและปมเนกไทก็คลายออกพอหลวมๆ เพื่อความคล่องตัวในการดูแลลูก
ไออุ่นงอแงมาก ทั้งร้องไห้และปัดมือพ่อไม่ให้ป้อนอาหาร แต่เขาก็ใจเย็นกับลูกได้แบบที่ไม่ต้องใช้ความพยายาม ทุกการกระทำและทุกคำพูดที่เขาปฏิบัติต่อไออุ่นดูอบอุ่นอ่อนโยนอย่างเป็นธรรมชาติ ดูออกเลยว่าเขารักหลานคนนี้เหมือนลูกในไส้ และความตั้งใจในการดูแลไออุ่นทำให้เขาดูน่ารักขึ้นอีกสองขีด
“แม่มาแล้วไออุ่น” หญิงสาวปราดเข้าไปกอดร่างเล็กป้อมของเด็กหญิงในชุดคนไข้ลายการ์ตูนน่ารัก ซึ่งทางโรงพยาบาลจัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับคนไข้เด็ก
“คุณแม่มาหาไออุ่นแล้ว” เด็กหญิงยิ้มทั้งน้ำตาแล้วกอดคนที่เธอร้องไห้หามาหลายชั่วโมงไว้แน่นราวกับกลัวว่าแม่จะหายตัวไปอีก “คุณแม่อย่าหนีไออุ่นไปอีกนะคะ”
“แม่ไม่ได้หนีหนูไปไหนลูก แม่ไปทำงานมาแป๊บเดียวเอง” อลีนาเช็ดน้ำตาที่แก้มใสที่แดงแจ๋เพราะพิษไข้ของเด็กน้อยแล้วจูบที่หน้าผากเธอเบาๆ “ไม่ร้องไห้แล้วนะคะคนเก่ง”
“ค่า...คุณแม่อยู่กับไออุ่น ไออุ่นไม่ร้องไห้แล้ว”
“เก่งมากค่ะ”
คิรากรมองสองแม่ลูกกอดกันกลมแล้วแอบระบายลมหายใจอย่างโล่งอกที่เห็นไออุ่นสงบลง เขาไม่ชอบผู้หญิงคนนี้ก็จริง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเธอมีความสำคัญต่อหัวใจดวงน้อยของไออุ่นมาก และถึงแม้ว่าเขาจะไม่อยากให้เธอเข้าใกล้ไออุ่น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลูกต้องการแม่
“หมอบอกว่าไออุ่นเป็นยังไงบ้าง” อลีนาหันมาถามคิรากรทั้งที่วงแขนยังโอบร่างเล็กป้อมไว้แนบอกอย่างปลอบโยนอยู่
“เป็นไข้หวัดใหญ่” เขาตอบอย่างไม่สบายใจนัก “ผมกำลังพยายามป้อนโจ๊กให้แก จะได้ป้อนยา ถ้าแกไม่ยอมทานข้าวทานยา หมอคงต้องฉีดยาให้”
“ไออุ่นไม่ฉีดยา” เด็กหญิงซุกหน้าเข้าหาอกแม่เมื่อได้ยินคำว่า ‘ฉีดยา’ ที่เธอกลัวนักหนา
“ถ้าไม่อยากฉีดยาก็ต้องทานข้าวทานยานะคะ” อลีนายื่นมือไปขอชามโจ๊กจากคิรากร “แม่ป้อนนะ”
ไออุ่นอิดออดเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ยอมให้อลีนาป้อนแต่โดยดี แต่กินไปได้แค่สามสี่คำก็อาเจียนออกมาจนเปื้อนเสื้อผ้าทั้งของตัวเองและอลีนา
คิรากรรีบยกถังขยะข้างเตียงขึ้นมารองอาเจียนลูกที่พุ่งออกมาอีกรอบแล้วช่วยลูบหลังให้ ส่วนอลีนาก็รีบหยิบทิชชูมาเช็ดปากและเช็ดเสื้อผ้าให้เด็กน้อยอย่างไม่รังเกียจและไม่บ่นสักคำที่ไออุ่นทำเธอเลอะเทอะไปทั้งตัว
“คุณเรียกพยาบาลเข้ามาดูลูกซิ” อลีนาหันมาบอกคิรากรหน้าตาตื่น เพราะความไม่เคยเลี้ยงเด็กทำให้เธอไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ยังไง
“แกแค่อาเจียน เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ก็โอเคแล้ว” คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวจำเป็นที่เลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวมาตลอดเข้าใจธรรมชาติของเด็กป่วยดี
“แน่นะ” อลีนาถามอย่างไม่วางใจ
“ผมอยู่กับไออุ่นมากกว่าคุณ ผมเข้าใจธรรมชาติของแกดี” เขาตำหนิเธอด้วยสายตาอีกแล้ว “ถอยไป ผมจะเช็ดตัวให้ลูก”
“ฉันทำให้แกเอง”
“ทำเป็นเหรอ” ชายหนุ่มถามอย่างดูแคลน
“ก็ไม่ได้ยากป้ะ?” เธอสวนกลับอย่างยียวน
“ถ้าทำลูกผมเจ็บ ผมเอาเรื่องคุณแน่”
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







