LOGINพิธีในช่วงเช้า...
วันนี้บ้านรุ่งโรจน์ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม มีแขกเหรื่อมากหน้าหลายตามาช่วยเตรียมงานกันตั้งแต่เช้ามืด ส่วนใหญ่เป็นญาติพี่น้องของสองครอบครัวที่อยู่ต่างอำเภอมากกว่าที่มาทำกับข้าวเลี้ยงแขก ต่างดังแซ่ซ้องไปด้วยเสียงพูดคุยของทุกคนที่ช่วยกันคนละไม้ละมือปรุงอาหารเลิศรสและจัดเตรียมสำรับกับข้าวไว้ถวายพระ
ระหว่างที่ข้างนอกมีแต่เสียงคนคุยและเสียงหัวเราะกันอย่างเสียงดัง ภายในบ้านก็วุ่นไม่แพ้กัน เพราะตอนนี้บ่าวสาวกำลังทำพิธีการของสงฆ์อยู่ ซึ่งนิมนต์พระมาเก้ารูป เพื่อเป็นสิริมงคลกับคนทั้งคู่ โดยที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวอยู่ในชุดไทยประยุกต์ กรรณิกานั้นอยู่ในชุดไทยประยุกต์สีครีมทั้งชุด ซึ่งตัดเย็บจากผ้าไหมลำพูนยกแท้ปักด้วยคริสตัสและลูกปัดญี่ปุ่นสีเหลืองผสมคริสตัสสวารอฟสกี้ เสริมความงดงามด้วยเครื่องไทยสีนากทอง ผมที่เคยมัดรวบปล่อยหางม้าตอนนี้ถูกเก็บเกล้าขึ้นเป็นมวยไว้กลางศีรษะประดับดอกไม้สีขาว ส่วนเจ้าบ่าวอยู่ในชุดราชปะแตนสีครีมและโจงกระเบนสีเหลืองทองกำลังนั่งไหว้พระกันอยู่ พลางหันมาคลี่ยิ้มให้กันเป็นระยะ ๆ
“พี่นนท์คะ” นนทภัทรหันไปมองด้านหลัง พร้อม ๆ กับเจ้าสาวที่กำลังไหว้พระอยู่ เมื่อรู้สึกว่ามีคนสะกด พอเห็นว่าเป็นน้องสาวเขาก็มองอย่างสงสัย “คุณแม่ให้เอาโถข้าวมาให้พี่นนท์กับพี่กิ่งใส่บาตรค่ะ”
“อ้อ ขอบใจจ้ะ” ชายหนุ่มบอก พลางรับขันทองคำมาจากน้องสาว เมื่อพระขึ้นบทพาหุฯ เจ้าบ่าวก็ประคองตัวเจ้าสาวให้ไปตักบาตรด้วยกัน โดยที่มือของเจ้าสาวนั้นจับทัพพีไว้ครึ่งหนึ่งก่อนที่นนทภัทรจะมาจับอีกครึ่ง
เมื่อพิธีสงฆ์เสร็จสิ้น เจ้าสาวถูกเพื่อนเจ้าสาวอย่างชณิดาภา ภิญโญและพราวนภา ตะวัน ผู้เป็นเพื่อนสนิทนำตัวมาอยู่ในห้องเก็บตัวภายในห้องนอนที่เธออยู่มาตั้งแต่เด็ก
“กิ่งแกอยู่ในนี้ก่อนนะ ได้ฤกษ์แล้วฉันจะมาตาม” สาวเรียบร้อยประจำกลุ่ม ทว่าออกเรือนไปก่อนเพื่อนบอก
“เราอยู่เป็นเพื่อนกิ่งเองนะณิดา” พราวนภาพูด เมื่อพากันมาอยู่ในห้องพัก
เธอทั้งสามคนเป็นเพื่อนเป็นสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ จนถึงปัจจุบัน จะมาแยกกันตอนที่ชณิดาภาและกรรณิกาเลือกเรียนต่อในระดับปวส. ด้วยเป็นคนเรียนหนังสือไม่เก่งและเป็นความชอบส่วนตัวด้วย ส่วนพราวนภานั้นมีความฝันเป็นของตัวเองเลยเลือกเรียนด้านดีไซเนอร์ในมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงระดับประเทศ แต่ยังติดต่อกับเพื่อนทั้งสองอยู่เสมอหรือถ้ามีเวลาว่างตรงกันจะนัดไปกินข้าวดูหนังตลอด
“อ้าว แล้วแกไม่ไปกั้นประตูด้วยกันก่อนเหรอ” ชณิดาภาไม่วายหันมาถามเจ้าของร้านพราวนภาพรีเวดดิ้ง
“ไม่หรอก ฉันไม่ชอบคนเยอะ ๆ แกก็รู้”
แม้จะเป็นข้ออ้างที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่นัก แต่จะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเธอกำลังหลบหน้าใครคนหนึ่งอยู่ ไม่รู้ว่าจะหลบไปได้นานแค่ไหน และพยายามปกปิดความลับที่ปิดมาได้เกือบสองปี
“ตามใจจ้ะ แกอยู่กับกิ่งก็ดีเหมือนกัน จะได้เป็นเพื่อนคุยให้ยัยคนนี้หายตื่นเต้นไปได้บ้าง งั้นฉันออกไปก่อนนะ” คนที่แต่งงานไปก่อนใครว่า ก่อนเดินออกจากห้องนอนของกรรณิกาไป
“เราตื่นเต้นแทนแกจังยัยกิ่ง”
“จริงเหรอ” กรรณิกาส่งสายตาระยิบระยับให้เพื่อนอย่างล้อเลียน
“อืม ดูนี่” พลางยื่นมือบางให้เพื่อนจับ “เย็นเจี๊ยบเลย”
ความรู้สึกของพราวนภาในตอนนี้เหมือนกับว่าตัวเองได้เป็นเจ้าสาวได้แต่งงานเองอย่างไงอย่างนั้น แม้จะไปร่วมงานแต่งงานของลูกค้าที่มาบริการที่ร้านก็ไม่ตื่นเต้นกับงานของเพื่อนสนิทตัวเอง
เพื่อนอย่างเธอช่วยลดอาการตื่นเต้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งเธอรู้ว่าเพื่อนสนิทของตัวเองมีความสุขแค่ไหนที่ได้แต่งงานกับคนที่เรารัก เพราะเธอก็อยากมีอย่างนี้บ้าง แต่คงเป็นไปไม่ได้เมื่อเธอมีพยานความใจง่ายไว้ดูต่างหน้า เมื่อรู้ว่าตัวเองกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวนั่นแหละเลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
“เราเข้าห้องน้ำก่อนนะ ใกล้เวลาขบวนขันหมากจะมาแล้ว”
พอกรรณิกาได้อยู่คนเดียวความคิดฟุ้งซ่านต่าง ๆ นานาก็ประดังประเดเข้ามาจนนั่งไม่ติดที่ เลยลุกเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวายใจแถมมือยังเย็นเฉียบ
“แกเป็นอะไรยัยกิ่ง”
“ฉันตื่นเต้น” คนโดนทักสะดุ้งตกใจจนตัวโยน
“งั้นมานั่งก่อนมา” เจ้าสาวคนสวยเดินตามแรงจูงของเพื่อนไปนั่งเก้าอี้ที่เธอลุกมาเมื่อครู่ “แกต้องใจเย็น ๆ ทำตามฉันนะ...หายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกช้า ๆ นั่นแหละ ถูกต้อง เบา ๆ ช้า ๆ”
“มือเย็นจริงด้วย”
กรรณิกาทำตามที่เพื่อนบอกพลางผ่อนลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะช้าบ้างเร็วบ้างและทำอยู่อย่างนั้นจนใจอยู่กับเนื้อกับตัวนั่นแหละถึงได้หยุด หากก็ได้ครู่เดียวเท่านั้นเมื่อตอนนี้ตนได้ยินเสียงโหร้องดังมาจากด้านหน้ารีสอร์ตที่ไปตั้งขบวนกันที่นั่น ด้วยบ้านเจ้าสาวเจ้าบ่าวนั้นอยู่ใกล้กันแค่รั้วกั้นคงไม่เหมาะเท่าไหร่นัก
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา







