Partager

กามเทพเหมียว

Auteur: Yuyueyuan
last update Date de publication: 2025-05-22 08:51:30

ขันทีในตำหนักเหอเซิ่งมีเยอะมาก ไม่พบเงานางกำนัลแม้แต่คนเดียว องครักษ์ก็มีจำนวนมากอีกทั้งแต่ละคนรูปร่างหน้าตาหล่อเหลา อาหารตาแท้ๆ

แมวน้อยนั่งแกว่งหางชื่นชมความงามของขันทีและองครักษ์ตำหนักเหอเซิ่งได้ไม่นานนักก็เห็นฮ่องเต้รีบเดินเข้ามาอุ้มตนไว้ในอ้อมแขน

‘ค่ะ รักแมวมาก’ เสี่ยวหู่กรอกตามองบนเลียนแบบท่าทางของคนอย่างแนบเนียน

นัยน์ตาหงส์เห็นเข้าพลางเกิดความสงสัย

“เจ้าไม่สบายตรงไหนถึงได้ตกเตียง แค่เตียงเตี้ยๆยังตกได้ หนวดมีปัญหามั้ย หรือสมอง หรือน้ำในหูมีปัญหา เฉิงกงกงเรียกหมอหลวงมา”

‘เอาจริงดิ แค่นี้ถึงต้องกับเรียกหมอหลวง ฉันล่ะสงสารหมอหลวงจริงๆ’ แมวน้อยจ้องหน้าฮ่องเต้แล้วหันมองไปยังเหล่าองครักษ์อารักขาที่ตามเสด็จฮ่องเต้มา

‘โห แต่ละคนหล่อมาก เท่สุดๆ ความสูงและรูปร่างนายแบบชัดๆ นี่ใช้เกณฑ์รูปร่างหน้าตาคัดเลือกมาหรือเปล่าเนี่ย รสนิยมฮ่องเต้ดีจริงๆ ฉันเป็นแมวต่ออีกหลายวันก็ไม่น่าเบื่อล่ะ อิอิ’

“มองจนน้ำลายจะหกอยู่แล้ว เจ้าเป็นแมวของเจิ้นนะ มองแค่เจิ้นคนเดียวพอ” ฮ่องเต้ยกมือเรียวขึ้นมาจับหน้าเสี่ยวหู่ให้หันมายังหน้าตน

“ฝ่าบาทก็งามมากเพคะ” “เมี๊ยวๆๆ” คนอื่นว่าหล่อแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครหล่อสู้ฮ่องเต้ได้สักคน เพราะฮ่องเต้นอกจากหล่อมาก ยังมีกลิ่นอายของความสูงศักดิ์เพิ่มอีก หล่อแบบผู้ที่พบเห็นต้องตะลึงและร่างกายสั่นเทาด้วยความเกรงกลัว

เสี่ยวหู่ร้องชมไปก็เอาหัวถูๆไถๆกับแผงอกฮ่องเต้อย่างออดอ้อน

“ดีมาก เอาใจเก่งขึ้นเจิ้นจะได้ไม่ต้องหาแมวมาเพิ่ม”

บรรดาองครักษ์ที่เห็นล้วนคิดในใจ ‘เสี่ยวหู่ไปเรียนอ้อนมาจากไหนกัน ปกติเก่งแต่เย่อหยิ่งจองหองและทำตาขวางมองกราดไปมา’

สักพักขันทีก็นำหมอหลวงหลี่เฉิงหงที่สะพายล่วมยามาอย่างตื่นตระหนก เนื่องจากเป็นแมวที่ทรงโปรดปราน หากเขามาช้าอาจต้องโทษได้ เมื่อมาถึงเขาก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง รีบตรวจจะได้รีบไปจากสถานการณ์เสี่ยงภัยนี้

“กราบทูลฝ่าบาท เสี่ยวหู่ไม่มีความผิดปกติใดๆพะย่ะค่ะ บริเวณศีรษะและลำตัวไม่มีบาดแผล การตอบสนองอื่นๆปกติทุกอย่างพะย่ะค่ะ” หมอหลวงหลี่พูดไปเม็ดเหงื่อก็ค่อยๆผุดออกจากใบหน้า มือเริ่มเย็น ใจเริ่มสั่น เขาเป็นหมอหลวงมานานต้องมาตรวจวินิจฉัยแมวเป็นครั้งแรก ไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร

เมื่อเห็นฮ่องเต้ยังทรงเงียบอยู่จึงพูดต่อว่า

“กระหม่อมคิดว่าเสี่ยวหู่คงพลาดตกจากที่สูงมาก่อนจึงเข็ดกับการกระโดดพะย่ะค่ะ”

เถียนจิ้งหลานได้ฟังก็เริ่มสงสารเจ้าการ์ฟีลด์น้อยตัวนี้ เธอทวงความยุติธรรมให้มันโดยการเล็งไปบนพื้น จัดลำตัวและขาให้เป็นระเบียบ ก่อนที่จะกระโดดลงจากโต๊ะอย่างสง่างาม ถึงจะเป็นแมวก็ไม่ให้เสียชื่อสตันท์แมนมือโปร ฉายาที่แต่งตั้งขึ้นให้กับตนเอง

“ยอดเยี่ยม งดงาม น่าประทับใจ” ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มองเสี่ยวหู่ด้วยสายตาชื่นชม

‘ช่างเสแสร้งจริงๆ คิดว่าฉันจะหลงเคลิบเคลิ้มไปกับคำหวานของหนุ่มรูปงามน่ะหรือ’

ในหัวคิดเช่นนั้นแต่กิริยาที่แสดงออกกลับตรงกันข้าม ใครก็เห็นแมวน้อยก้มหน้าซุกขาหน้าด้วยความเขิน

“หากไม่มีเรื่องอันใดแล้ว กระหม่อมขอทูลลา” หมอหลวง หลี่กล่าวพร้อมค้อมตัวแล้วค่อยๆออกจากตำหนักไป

“ข้าไปด้วย” “เมี๊ยวๆ” เสี่ยวหู่ร้องและวิ่งตามหมอหลวงออกไปไม่หันกลับมาสนใจฮ่องเต้ทาสผู้น่ารักเลย

‘ฉันไปส่องตำหนักพระสนมคนอื่นๆบ้างดีกว่า จะเจริญหูเจริญตาขนาดไหน’ ว่าแล้วก็พุ่งตัวไปตามทางตำหนักของหงเฟยเป็นที่แรก

ตำหนักอิ๋งเฟิ่งของหงเฟยอยู่ไม่ห่างจากตำหนักเหอเซิ่งของฮ่องเต้เท่าใดนัก ลานของตำหนักซ้ายขวาขนาบด้วยสวนดอกไม้ ส่วนใหญ่เป็นดอกไม้สีขาว กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้โชยตามลมไปทั่วทั้งตำหนัก ท่ามกลางมวลดอกไม้ขาวนั้น มีสตรีนางหนึ่งสวมอาภรณ์สีแดงนั่งอยู่ที่โต๊ะน้ำชา สีแดงตัดกับสีขาว ช่างงดงามเกินบรรยาย

เสี่ยวหู่เดินเข้าไปหาสตรีผู้นั้น ส่งเสียงร้อง “เหมียวๆ”อย่างออดอ้อน ทำท่าทางอยากให้อุ้ม

สตรีหันมามองแมวน้อยขนยาวสีส้ม แล้วก็ยิ้มด้วยความเอ็นดู ใบหน้านั้นสวยงามเย้ายวน เครื่องหน้าโดยรวมดูอ่อนหวานเต็มไปด้วยเสน่ห์เชิญชวนให้ผู้คนหลงใหล

‘รสนิยมการเลือกพระสนมของฮ่องเต้ก็ดีมิใช่น้อย ถ้าคนหล่อกับสวยมีลูกด้วยกัน ลูกคงมีหน้าตาดุจเทพเซียนบนสวรรค์ ฉันต้องพยายามให้ฮ่องเต้ใกล้ชิดสตรีบ้างล่ะ ’

คิดไปก็ทำท่าอ้อน เอาหัวเล็กๆไถไปยังขาที่เรียวงามของหงเฟย

หงเฟยก้มลงอุ้มเจ้าแมวน้อยที่มาเป็นแขกไม่ได้รับเชิญ เธอใช้มืองามลูบขน “เจ้าเป็นแมวของผู้ใดกัน ช่างอ้อนเช่นนี้ หรืออยากมาอยู่กับข้าล่ะ”

“ข้าไม่อยู่ด้วยหรอก แค่ขอนอนบนตักละกัน” “เมี๊ยวๆๆ” พลางขยับตัวหาท่าที่สบายแล้วล้มตัวนอนบนตักของหญิงงาม

“หม่อมฉันว่าแมวตัวนี้คล้ายๆกับแมวทรงเลี้ยงของฝ่าบาทนะเพคะ เหมือนจะเคยเห็นอยู่ที่ตำหนักเหอเซิ่ง”ฉ่ายเหวินนางกำนัลของหงเฟยเอานิ้วแตะที่ขมับตนเองทำท่าครุ่นคิด

“แมวของฝ่าบาทหรอกหรือ แต่ที่ข้าได้ยินมา แมวของฝ่าบาทดุร้ายนัก มักจะขู่และทำร้ายคนแปลกหน้า”

“อ่า อาจจะคนละตัวกันเพคะ”

หงเฟยลูบขนเสี่ยวหู่พลางคิดแผน “เจ้าไปเอาขนมสำหรับแมวตัวนี้ หยิบกระดาษ พู่กัน กรรไกรและผ้าไหมเส้นเล็กๆมาให้ข้าหน่อยนะ”

“เพคะ” ฉ่ายเหวินรับคำแล้วเดินออกไป

ผ่านไปเพียงหนึ่งเค่อ ฉ่ายเหวินก็นำสิ่งของทุกอย่างมาไว้บนโต๊ะอย่างเรียบร้อย

มือเรียวงามของหงเฟยหยิบขนมมาป้อนให้กับเสี่ยวหู่  จากนั้นก็หยิบกระดาษและพู่กันมาเขียน ลายเส้นตัวอักษรชัดเจนสวยงาม เมื่อเขียนเสร็จก็นำผ้าไหมเส้นเล็กนั้นมาคล้องกับกระดาษแล้วนำมาผูกที่คอของเสี่ยวหู่

“ถ้าเป็นแมวของฝ่าบาทจริงๆ หงเฟยทำเช่นนี้จะดีหรือเพคะ” ฉ่ายเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น

“แล้วจะไม่ดีอย่างไร ข้าแค่บอกว่าเสี่ยวเมา (แมวน้อย) ตัวนี้มานอนเล่นตำหนักข้า ถ้าเจ้าของเห็นจะได้วางใจ ยิ่งถ้าเป็นแมวของฝ่าบาทจริง อาจจะทำให้ฝ่าบาทคิดถึงข้าบ้างก็เป็นได้”

เมื่อเอ่ยถึงฮ่องเต้ แก้มทั้งสองข้างของหงเฟยก็เริ่มแดงระเรื่อ ท่าทางเขินอายน่าเอ็นดู

‘โอ้ ที่รัก หงเฟยอยากให้ฉันเป็นกามเทพหรือนี่ ได้ๆไม่มีปัญหา แต่เกมนี้คงต้องแฟร์ๆนะ ช่วงที่เป็นแมวฉันคงต้องไปเยี่ยมเยือนตำหนักของพระสนมให้ครบแล้วล่ะ’

เสี่ยวหู่ลุกขึ้นนั่งเลียขาหน้าทั้งสองข้าง แล้วตั้งสติกระโดดลงจากตักของหงเฟย ‘ไปส่งจดหมายน้อยนี้ให้ก่อนนะ’ “เหมียวๆๆ” แมวน้อยร้องอำลาสาวสวยก่อนหันตัวกลับตำหนักเหอเซิ่ง

ครั้นเสี่ยวหู่กลับถึงตำหนักเหอเซิ่ง ยังไม่ทันได้เข้าประตูดีก็โดนแขนกำยำของฮ่องเต้อุ้มขึ้นมากอดไว้แนบอกและหอม ‘ซูด’   ใบหน้าหล่อเหลาชนเข้ากับกระดาษบนคอเสี่ยวหู่ กลิ่นหอมหวานของสตรีลอยเข้าจมูกเต็มๆ

“อะไรกันนี่” ฮ่องเต้เงยหน้าขึ้นอ่านกระดาษแผ่นนั้น

“เจ้าตัวดี ไปเป็นแมวน้อยให้หงเฟยมาหรือนี่ ตำหนักตัวเองมีไม่ยอมอยู่”  นัยน์ตาหงส์ขุ่นมัวจับจ้องไปที่เสี่ยวหู่ อารมณ์หงุดหงิดเริ่มถาโถมเข้าใส่ เป็นเสือน้อยอยู่ดีๆตอนนี้กลายเป็นเจ้าแมวน้อยไปเสียแล้ว ดูแคลนแมวของเจิ้นยิ่งนัก มืออีกข้างของเขาแกะผ้าไหมที่ผูกออกจากคอ ขยำทิ้งอย่างไม่ใยดี

“ขันทีอันพาเสี่ยวหู่ไปอาบน้ำ ล้างจนกลิ่นหอมสตรีหมด” ‘ทำไมสตรีต้องใส่เครื่องหอมเยอะจนเหม็นด้วยนะ กลิ่นฉุนคัดจมูกจริงเชียว’ ชายหนุ่มเริ่มอารมณ์ขุ่นมัวเพียงเพราะกลิ่นหอมจากสตรี!

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฮองเฮาจอมซุ่มซ่ามของเจิ้น   เที่ยวยุคปัจจุบัน

    นางกำนัลหน้าแดงอย่างขวยเขินเพราะเข้าใจสิ่งที่องค์หญิงซิงหยวนต้องการ นางรีบวิ่งไปทำตามสั่งโดยไม่คิดชีวิตฤกษ์ดีๆ อย่าให้พลาดเรื่องดีๆหยางหย่วนเฟิงรู้สึกงุนงงหลังจากได้ดื่มน้ำแกงสร่างเมา เขาพอมีสติอยู่บ้างแต่ก็ยังอยากนอนมากกว่า“ข้าอยากพักผ่อนแล้ว เจ้าลิงน้อยก็นอนเถอะ” น้ำเสียงงัวเงียบอกกับหญิงสาวที่มีสีหน้าบอกบุญไม่รับ“ไม่ได้” นางตอบ มือเรียวทั้งสองค่อยๆปลดเสื้อผ้าของชายหนุ่มออก มือหนายกขึ้นมาปัดป้อง “บอกว่าง่วง” เสียงเขาราวกับเด็กน้อยที่เอาแต่ใจ แต่สตรีตรงหน้าไม่สนใจ นางยังคงทำตามปณิธานของตน “อย่าดื้อสิ” นางสั่งเขาพลางถอดเสื้อผ้าของพวกเขาทั้งคู่ออกจนหมด เจ้าบ่าวป้ายแดงดิ้นขัดขืนส่งเสียงงอแง กลับถูกเจ้าสาวจับคางให้นิ่งก่อนก้มลงจุมพิตเขา เมื่อถูกริมฝีปากหวานฉ่ำรุกล้ำภายในปากของตน ก็ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาตื่นเต็มที่ มือแกร่งยกขึ้นมารั้งที่ท้ายทอยหญิงสาว อีกมือลูบบริเวณสะโพกกลมกลึง ก่อนที่จะเปลี่ยนพลิกตัวขึ้นเป็นฝ่ายที่ควบคุมนางแทน ในตำหนักเหอเซิ่ง มีเพียงแค่ชายหญิงสองคนเกี่ยวพันกันอย่างเร้าร้อน พวกเขาสั่งให้กงกง ขันทีและองครั

  • ฮองเฮาจอมซุ่มซ่ามของเจิ้น   พิธีมงคลสมรส

    ที่ประตูเมืองหลวงของรัฐต้าเซี่ย เถียนจิ้งหลานยืนอยู่ข้างกายฮ่องเต้ด้วยสีหน้าเศร้าหมอง“ซือฝุจะไปจริงๆหรือเจ้าคะ” เธอรู้ว่าซือฝุตัดสินใจแล้วยังไงก็ไม่เปลี่ยนใจ เพียงแค่ใจหายที่ต้องบอกลากันเร็วถึงเพียงนี้“อืม” เถียนเหว่ยฉีบอกกับหญิงสาว เขามองฮ่องเต้แล้วพยักหน้าให้ถือว่าเป็นอันรู้กัน“ตอนที่ข้าเดินทางไปแอบดูท่านพี่หม่า ซือฝุจะไปด้วยหรือไม่เจ้าคะ”เถียนเหว่ยฉีนิ่งไปพักหนึ่งก่อนตอบว่า “ถ้าข้าสำเร็จวิชาและมีเวลาว่างข้าจะไป” เขาตัดสินใจแล้วว่าจะเข้าสำนักที่ปรมาจารย์ไป๋แนะนำเพื่อฝึกตนเป็นเทพเซียนปฐพี การจากไปครั้งนี้ก็เพื่อแสวงหาความก้าวหน้าให้แก่ตนเอง“โชคดีนะเจ้าคะ ถ้ามีโอกาสข้าจะให้ฝ่าบาทพาไปพบซือฝุ” เธอกล่าวเช่นนั้นเพราะจำได้ว่าสามีของตนเคยอวดอ้างว่าขนาดเทพเซียนปฐพียังต้องเกรงใจเขา นั่นหมายความว่าเขารู้เรื่องราวเกี่ยวกับเทพเซียนปฐพีและน่าจะสามารถเดินทางไปได้ฮ่องเต้ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธหรือตอบรับ เขาเอื้อมมือโอบไหล่ เถียนจิ้งหลาน ก่อนจะกล่าวกับบุรุษตรงหน้า “เดินทางปลอดภัย”เถียนเหว่ยฉีหันหลังให้พวกเขาก่อนหยิบของบางอย่างและทำตามคำแนะนำของปรมาจารย์ไป๋ก่อนที่เขาจะหายตัวไปท่ามกลางฝูงชนเถียนจิ้งห

  • ฮองเฮาจอมซุ่มซ่ามของเจิ้น   กลับต้าเซี่ย

    ด้วยความที่เสียเวลาเดินทางมานาน เมื่อพวกเขานั่งเรือกลับมาถึงฝั่งก็เปลี่ยนเป็นเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่และรับทุกคนเดินทางกลับต้าเซี่ยเลยทีเดียว เว่ยฟางหลิงยังต้องกลับไปเก็บของที่วัง เยี่ยนไป๋อวิ๋นและองค์หญิงซิงหยวนขอลงที่ท่าเรือของรัฐเฉียนเยี่ยนและอวิ๋นโจวเพื่อจัดการธุระของตน ที่ดูหงอยเหงามากที่สุดคงหนีไม่พ้นหยางเหว่ยเสียง ปกติเขาจะชอบพูดคุยกับราชครูหม่า ตอนนี้ราชครูหม่าก็ย้ายไปอยู่ในที่แสนไกลแล้ว เขาคงไม่มีคนให้ซักถามเกี่ยวกับเรื่องโหราศาสตร์และดาราศาสตร์ที่เก่งขนาดนั้นอีกแล้ว ส่วนเยี่ยนไป๋อวิ๋นนั้นถือเป็นสหายที่รู้ใจเขามากที่สุด อยู่ด้วยกันมานานพูดคุยเข้าใจกันทุกเรื่อง พอคิดว่าเยี่ยนไป๋อวิ๋นจะต้องกลับสำนักหลานถาเป็นผู้สืบทอด นานทีปีหนจะลงจากเขา ความเศร้าหดหู่ก็เข้ามาเกาะกุมหัวใจของเขาจนยากที่จะขจัดออก “เจ้าเป็นอะไรไป” เยี่ยนไป๋อวิ๋นเดินมานั่งลงข้างกายเขาหลังจากที่พูดคุยกับเถียนเหว่ยฉีเสร็จ “เดี๋ยวไม่กี่วันเจ้าก็ต้องกลับสำนักแล้ว ข้าคงเหงาน่าดู” เยี่ยนไป๋อวิ๋นเขยิบกายเอาไหล่ตนชนกับไหล่ของหยางเหว่ยเสียง “ถ้าข้ามีเวลาไปหาเจ้า เจ้าจะแต่งกายเป็น

  • ฮองเฮาจอมซุ่มซ่ามของเจิ้น   เรื่องเล่าฮ่องเต้

    เถียนจิ้งหลานนอนซุกอกกำยำของฮ่องเต้ นิ้วเรียวเขี่ยหน้าอกเขาเล่นด้วยความเพลิดเพลิน“เป่าเป้ยเล่าเรื่องท่านพี่หม่าให้หม่อมฉันฟังเลยเพคะ”“อืม เรื่องมันยาว” เขาไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าอย่างไรดี“เจิ้นต้องเล่านิทานเรื่องหนึ่งก่อน จึงจะเล่าเรื่องของ หมิงเจ๋อต่อได้” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขากระตุ้นให้สตรีน้อยยิ่งอยากฟังมากขึ้น“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสตรีโฉมงามปานเทพธิดานางหนึ่งครองรักอยู่กับบุรุษรูปงามดั่งเทพเซียน พวกเขาทั้งสองวางแผนไว้ว่าหากสตรีนางนั้นทำภารกิจที่อาจารย์มอบหมายไว้ให้เรียบร้อยคนทั้งคู่ก็จะแต่งงานกัน” เขาก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของหญิงสาวที่นอนฟังราวกับกระต่ายตัวน้อยก่อนจะเล่าต่อ“สตรีนางนั้นต้องต่อสู้กับศิษย์ร่วมสำนักอีกคน ตามกฎของการประลองคือห้ามผู้ใดเข้าช่วยเหลือได้ เมื่อสตรีนางนั้นเพลี่ยงพล้ำถูกกระบี่ของอีกฝ่าย เขาก็ไม่ได้นิ่งเฉยรีบเข้าไปหวังจะช่วยเหลือนาง เพียงแต่ว่าเขาไปช้าเพียงเสี้ยวเวลาเดียวเท่านั้นจึงทำให้ช่วยนางไว้ไม่ทัน นางสิ้นใจในอ้อมอกของเขา”ร่างแกร่งของชายหนุ่มที่เล่าเรื่องเริ่มสั่นไหว ความรู้สึกเศร้าจนหายใจไม่ออกทำให้หน้าอกกระเพื่อมมากขึ้น น้ำเสียงของเขาเริ่มสั่น

  • ฮองเฮาจอมซุ่มซ่ามของเจิ้น   เตรียมตัวกลับ

    ฮ่องเต้อุ้มเถียนจิ้งหลานเดินนำคนอื่นๆไปยังทางออกอีกฝั่งของถ้ำ ภายในถ้ำยังคงสว่างไสวจากประกายแสงของคริสตัลสีฟ้าน้ำทะเล พวกเขาใช้เวลาเดินประมาณสามก้านธูปก็ได้พบกับประตูหินบานใหญ่ซึ่งเป็นทางออกอีกด้านของถ้ำ เนื่องจากตอนที่พวกเขาเปิดประตูถ้ำนั้นต้องใช้แก้วมณีมังกรทำให้กลไกของประตูเปิดและตอนนี้มันก็ยังคงอยู่ในลิ้นของหินรูปร่างมังกร เมื่อสำรวจกับประตูบานตรงหน้าก็คล้ายกับว่าต้องใช้แก้วมณีมังกรเช่นกัน “เดี๋ยวกระหม่อมจะย้อนไปหยิบให้พะย่ะค่ะ” เจียงจิ้นเผิงเสนอตัวอาสา “ช้าก่อน” เถียนเหว่ยฉีรั้งเขาไว้ “ปรมาจารย์ไป๋ไม่น่าจะขยันหยิบแก้วมังกรไปมา เขาต้องมีวิธีเรียกมันมาได้แน่ๆ” “ข้าคุมน้ำให้มากับน้ำดีหรือไม่เจ้าคะ” เถียนจิ้งหลานที่กำลังอ่อนล้าก็อยากช่วยเช่นกัน “ไม่ต้องๆ ไม่รบกวนเถียนเฟยพะย่ะค่ะ” ทั้งเจียงจิ้นเผิงและเมิ่งจื่อหานกล่าวห้ามพร้อมกัน พวกเขาไม่ได้ประจบเอาใจ เพียงแต่ว่าถ้านางควบคุมน้ำได้ไม่ดี พวกเขาอาจจะต้องไหลไปตามน้ำหรือไม่ก็ตัวเปียกอีกรอบ ฮ่องเต้เพ่งมองไปรอบๆบริเวณอย่างช้าๆ ก่อนที่จะฝากให้เถียนเหว่ยฉีอุ้มเถียนจิ้งหลา

  • ฮองเฮาจอมซุ่มซ่ามของเจิ้น   ผู้ครอบครองเข็มทิศ

    เมื่อเดินใกล้ถึงด้านหัวของหินก้อนนั้นจึงมองออกว่าหินก้อนนั้นคือหินรูปมังกร ศีรษะมังกรขนาดใหญ่อ้าปากคำรามน่าเกรงขาม ข้างหลังของศีรษะมังกรเป็นถ้ำถูกปิดด้วยประตูหินที่แกะสลักลวดลายมังกรอย่างวิจิตรบรรจงเจียงจิ้นเผิงเดินเข้าไปใกล้ประตูหินนั้น เขาลองผลักประตูแต่ไม่ว่าจะใช้แรงมากเท่าไหร่ประตูก็ไม่มีทีท่าจะขยับเลยแม้แต่น้อยฮ่องเต้พินิจพิเคราะห์ในปากมังกร เขาล้วงมือเข้าไปหยิบห่อผ้าออกมาจากหน้าอกตนเอง ก่อนหยิบแก้วมณีมังกรใส่ลงไปตรงกลางลิ้นของมังกร เมื่อแก้วมณีมังกรลงช่องที่พอดีกับขนาดของมันก็ทำให้หินรูปมังกรนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงบริเวณลำตัวจากสีน้ำตาลเข้มแกมดำเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกตสดใส ดวงตาของมังกรก็เปล่งประกายสีแดงก่ำราวกับโกเมน จากนั้นประตูหินค่อยๆแง้มออกต้อนรับแขกผู้มาเยือนภายในถ้ำของเกาะแห่งนี้แตกต่างจากเกาะแรกราวฟ้ากับเหว ขนาดพื้นที่กว้างขวาง โอ่โถง พื้นและผนังถ้ำเป็นหินอ่อน ส่วนเพดานเต็มไปด้วยหินคริสตัลสีฟ้าน้ำทะเลส่องแสงระยิบระยับสะท้อนไปทั่วทั้งถ้ำ ทำให้ไม่จำเป็นต้องจุดคบไฟเพื่อให้ความสว่างก่อนที่จะเดินเข้าไปในถ้ำ ฮ่องเต้คว้าตัวเถียนจิ้งหลานไว้ มือใหญ่ทั้งสองจับที่คางของนางก่อนที่

  • ฮองเฮาจอมซุ่มซ่ามของเจิ้น   กระชับความสัมพันธ์

    องค์หญิงซิงหยวนจูงหยางหย่วนเฟิงเดินลัดเลาะริมทะเลสาบ สายตาสอดส่องหาสถานที่มิดชิดที่นางพอจะลงอาบน้ำได้นางเลือกบริเวณที่มีโขดหินใหญ่หลายก้อนเรียงรายบังตาผู้คน ก่อนที่จะเข้าไปหลบหลังโขดหินเพื่อถอดเสื้อผ้าออก จากนั้นก็นำไปซักน้ำเปล่าอย่างลวกๆ“รีบๆผึ่งให้ข้าที จุดไฟให้ด้วยนะพี่ลิงใหญ่ จะได้แห้งเร็วๆ”

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-02
  • ฮองเฮาจอมซุ่มซ่ามของเจิ้น   ขึ้นเกาะ ลอดถ้ำ

    “ถ้าอีกห้าวันเรายังออกไปไม่ได้ท่านค่อยถามอีกครั้งนะเพคะ” ใบหน้าสวยเขินจนต้องเอียงหน้าหลบสายตา มือทั้งสองข้างดันชายหนุ่มให้ห่างตนก่อนพยายามลุกขึ้นจากเตียงด้วยความประหม่ามือของนางจึงปัดสิ่งของบนโต๊ะข้างเตียงจนหล่น ตะเกียงทองเหลืองตกลงพื้นก่อนที่จะกระเด็นไปกระแทกกับสัญลักษณ์ดอกโบตั๋นที่ข้างกำแพงทันใ

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-02
  • ฮองเฮาจอมซุ่มซ่ามของเจิ้น   อ่าวพันเกาะ

    อ่าวพันเกาะเป็นทะเลที่ถูกจัดว่ามีทั้งความสวยงามและอันตราย ผู้คนส่วนใหญ่จะทำเพียงแค่นั่งชมความงามของเกาะต่างๆที่ชายหาดของอ่าวนี้ หากขึ้นไปมองจากบนหน้าผาริมอ่าวจะเห็นเกาะเล็กเกาะน้อยจำนวนมาก ทัศนียภาพโดยรอบทำให้ผู้ที่พบเห็นต่างรู้สึกหลงใหลและพิศวง ที่ไม่มีใครไปเที่ยวชมตามเกาะต่างๆเพราะแต่

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-01
  • ฮองเฮาจอมซุ่มซ่ามของเจิ้น   กลับจวนตงหยางอ๋อง

    เมื่อรถม้าเข้าสู่เขตเมืองหลวงของรัฐเฉียนเยี่ยนก็มีทหารจำนวนหลายนายยืนต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง ประชาชนต่างชะเง้อคอมองคนที่นั่งมาในรถม้าด้วยความสนใจรถม้าไม่หยุดให้แม่ทัพที่รอต้อนรับเข้ามาคารวะ แต่กลับมุ่งหน้าไปสู่จวนตงหยางอ๋องอย่างรวดเร็ว ถึงกระนั้นแม่ทัพก็ไม่ได้แสดงอาการขุ่นเคืองแต่อย่างใดเสียงผู้ค

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-30
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status