Masukตอนที่ 3 เดินตามแผนการ
“ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าฮองเฮาของข้าจะเจ็บปวดเพียงนี้ เช่นนั้นต่อจากวันนี้ข้าจะชดใช้สิ่งที่ผ่านมาเอง” เว่ยเจี่ยเอ่ยจบใช้มือช้อนกายของซินเหยียนมาอยู่ในแขนแกร่ง อุ้มนางขึ้นราวกับไม่มีน้ำหนักเดินตรงไปที่ห้องบรรทม ก่อนจะเอ่ยสั่งการขันทีไม่ให้ผู้ใดเข้าไปก่อกวนจนกว่าเขาจะออกมาจากห้องบรรทมเอง
“อย่าให้ผู้ใดเข้ามากวนเวลาที่ข้ากำลังอยู่กับฮองเฮา หากมีเรื่องอันใดเอาไว้มาหาข้าคราวหลัง”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ขันทีน้อมรับคำสั่งพร้อมเดินออกจากห้องโถงปิดประตูและยืนทำหน้าที่อยู่หน้าห้องตามเคย
ซินเหยียนยื่นมือไปกอดคอเว่ยเจี่ยเอาไว้แน่น นานมาแล้วที่นางไม่เคยถูกเขาปฏิบัติเช่นนี้ เพียงแค่คิดย้อนกลับไปใจของนางเจ็บแปลบขึ้นมาไม่น้อย
“ฝ่าบาทยามนี้มิใช่ยามราตรีนะเพคะ เหล่าใต้เท้าจะไม่ต่อว่าเอาหรือเพคะ ”
“จะมีผู้ใดกล้าว่าข้าได้ล่ะ อีกอย่างยามนี้ข้ากำลังทำเพื่อแผ่นดินสงบสุข การที่มีรัชทายาทสายตรงก็เป็นหน้าที่ของข้า เจ้าอย่าสนใจอย่างอื่นเลย ยามนี้สิ่งที่เจ้าต้องจับจ้องมีเพียงแค่ข้าเท่านั้น” สายตาหวานหยาดเยิ้มจ้องมองใบหน้านวลวางนางลงบนเตียงไม้อย่างเบามือ ซินเหยียนยิ้มบางๆ อย่างเขินอายนานมาแล้วตั้งแต่แต่งตั้งนี่เป็นครั้งที่สองที่นางจะได้ร่วมหลับนอนกับเว่ยเจี่ย ทว่ายามนั้นนางกลับเห็นภาพที่เขานำยาพิษมอบให้นางสีหน้าแววตาของเขานางจำได้ไม่จางหาย นางชะงักเล็กน้อย ‘ข้าจะหวั่นไหวไม่ได้ เว่ยเจี่ยมิเคยรักข้าเขาทำเพียงแค่ต้องการให้บัลลังก์ไม่สั่นคลอนเท่านั้น ข้าเองก็เช่นกัน การนอนกับเขาต่อจากนี้คือหน้าที่ห้ามหวั่นไหวเด็ดขาด วาจาที่ออกมาจากปากของบุรุษผู้นี้เชื่อไม่ได้เพียงนิด เพียงแค่ข้าตั้งครรภ์องค์ชายนั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการ’ ซินเหยียนสูดลมหายใจยื่นมือไปด้านหน้าคว้าคอของเว่ยเจี่ยเข้ามาใกล้ก่อนจะบดจูบริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างเร่าร้อน คราแรกเว่ยเจี่ยตกใจไม่น้อยทว่าเขากลับชื่นชอบในสิ่งที่ซินเหยียนกระทำอยู่ เขาจูบตอบกลับนางเช่นเดียวกัน ความร้อนในร่างกายของทั้งสองเริ่มปะทุ ภายในห้องบรรทมไร้เสียงอื่นใดนอกจากเสียงเหนื่อยหอบและเสียงครวญครางของซินเหยียน
เวลาผ่านไปเนินนาน ทั้งสองยังคงนัวเนียกันอยู่บนเตียงร่างกายเปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ร่างบางขยับเขยื้อนอยู่บนกายแกร่งของฮ่องเต้ปราศจากอาภรณ์ เรือนร่างที่เขาเคยถวิลหา ช่างยั่วยวนเมื่อนางขยับกายขึ้นลงเร่งจังหวะทำให้เว่ยเจี่ยมิอาจจะทนความเสียวซ่านเอาไว้ได้ มือหนาจับที่เอวบางของนางเอาไว้แน่นเกร็งกายก่อนที่น้ำรักจะพุ่งกระฉูดเข้าไปในช่องรักของซินเหยียน เขาดึงกายนางมาโอบกอดนอนบนอกแกร่งของเขา ใช้มือปัดไรผมที่ปกคลุมใบหน้าออกพลางเช็ดเหงื่อที่ไหล
“ข้าไม่คิดเลยว่าฮองเฮาของข้าจะเก่งเรื่องบนเตียงเช่นนี้ ทำให้ข้าตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า เช่นนี้ข้าก็หลงเจ้าจนโง่หัวไม่ขึ้นนะสิ ”
“ฝ่าบาทกล่าวเกินไปแล้ว หม่อมฉันมิใช่สตรีนางโลมที่จะมีท่วงท่าลีลามัดใจบุรุษ มิใช่ว่าท่วงท่าที่เราร่วมทำเมื่อครู่ฝ่าบาทต่างก็คุ้นเคยกับหวงกุ้ยเฟยดีหรือเพคะ หม่อมฉันแค่คิดอิจฉาและอยากลองเอาใจฝ่าบาทบ้างก็เท่านั้นเอง”
“ฮึ ฮึ ฮองเฮาของข้าร้ายใช่ย่อย ข้ามิเคยทำเช่นนี้กับหวงกุ้ยเฟยหรอกนะ เจ้าคงเหนื่อยนอนพักเสียหน่อยข้ามีเรื่องต้องไปจัดการ บ่ายคล้อยข้าจะให้นางกำนัลของเจ้าเข้ามาตามที่ห้องบรรทม”
“เพคะฝ่าบาท “
“เจ้าเลิกเรียกข้าฝ่าบาทเสียที ยามที่เราอยู่กันเพียงลำพังข้าอยากให้เจ้าเอ่ยเรียกชื่อข้าเหมือนยามที่เราเคยวิ่งเล่นกันเมื่อก่อน ข้าชอบยามนั้นที่สุดไม่ว่าจะเป็นใบหน้าของเจ้ารอยยิ้มของเจ้า ”
“ได้สิเพคะ ท่านพี่เว่ยเจี่ย” ซินเหยียนเอ่ยพร้อมส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้ม เว่ยเจี่ยพึงพอใจจูบลงที่ศีรษะของนางอย่างแผ่วเบาทะนุถนอมราวกับดวงใจ ก่อนจะยกกายของนางให้ลงจากกายของเขาอย่างช้า ๆ ดึงผ้าห่มมาห่มให้ก่อนที่ตนเองจะลุกขึ้นไปล้างเนื้อล้างตัวแต่งอาภรณ์ออกไปข้างนอกห้องบรรทม ยามนี้เหลือเพียงซินเหยียนที่นอนอยู่
“ข้าหวังว่าสิ่งที่ข้าทำตอนนี้จะเปลี่ยนพระทัยของฝ่าบาทได้บ้าง และสิ่งที่ข้าได้แน่นอนคือการชนะหวงกุ้ยเฟย ป่านนี้นางคงกำลังอกแตกตายไปแล้วสินะ การที่ข้ามาเยือนตำหนักฝ่าบาทใช้เวลาในห้องบรรทมคงสั่นสะเทือนไปถึงใต้เท้าฝ่ายขวาจื่อซุนห่าว ฮึ ฮึ ข้าอยากเห็นหน้าจริง ๆ ยามนี้จะคิดหาทางรับมือกันอย่างไร” ซินเหยียนคิดในใจ นางมิได้นอนหลับแต่ลุกขึ้นล้างเนื้อล้างตัวสวมใส่อาภรณ์รอเวลาพักใหญ่ก่อนจะออกจากห้องบรรทมไม่ได้รอให้นางกำนัลเข้ามาตาม
ตำหนักฉู่อี้
เสียงเอะอะโวยวายดังสะนั่นตั้งแต่กลับมาจากตำหนักหงซือ ฟางหรูหรือหวงกุ้ยเฟยไม่สามารถเก็บอารมณ์ของตนเองเอาไว้ได้อีกต่อไป เมื่อได้ยินสิ่งที่นางกำนัลของฝ่าบาทมาแจ้งกับนาง หลังจากที่นางกลับฮองเฮาไม่ได้เสด็จออกมาแต่ใช้เวลากับฮ่องเต้ในห้องบรรทมเป็นเวลานาน โดยมิให้ผู้ใดเข้าไปรบกวน
ความอิจฉาริษยาตาร้อนผ่าวในอกร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผา อาละวาดทำลายข้าวของจนพังไปหลายชิ้น
“ข้าเกลียด ข้าเกลียดสายตาของนางเมื่อนางมองข้าราวกับเยาะเย้ย เมื่อก่อนข้าไม่เห็นนางจะทำไมเช่นนี้เป็นฮองเฮาแสนดีอ่อนโยนไม่เรียกร้องความรักจากฝ่าบาท มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่านางจงใจแสร้งทำเช่นนั้นเพื่อให้ข้าตายใจแท้ที่จริงแล้วนางเป็นนังงูพิษ กรี๊ด ข้าไม่ยอม เรื่องนี้ข้าจะไม่ยอมเด็ดขาด หากนางตั้งครรภ์ขึ้นมา ตำแหน่งที่ข้าต้องการจะตกเป็นของนางโดยสมบูรณ์แบบ มิได้ข้าจะไม่ได้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นได้ ผู้ที่จะตั้งครรภ์บุตรของฝ่าบาทคือข้า โอรสของข้าจะต้องได้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาท ซือหยาเจ้าไปตามเสนาบดีจื่อซุนห่าวมาพบข้าเดี๋ยวนี้”
“เพคะหวงกุ้ยเฟย” นางกำนัลผู้สนิทรีบรับคำสั่งและเดินออกไปจากตำหนักโดยเร็วหากขัดใจหรือชักช้ามีหวังนางเองจะถูกลงโทษ
“ในเมื่อนางเปลี่ยนไปคิดหรือว่าข้าจะไม่มีแผนสำรอง อย่างไรเสียตำแหน่งฮองเฮาสมควรเป็นของข้าตั้งแต่คราแรก ข้าจะไม่ยอมให้สตรีที่อ่อนแอเช่นเจ้าแย่งไปครอบครองได้ ยามนี้เจ้าก็ใจเย็นสุขสบายไปก่อน เมื่อไหร่ที่ข้าเอาเจ้าลงจากตำแหน่งฮองเฮาได้เมื่อนั้นข้าจะมองเจ้าอย่างที่เจ้ามองข้าในวันนี้” ฟางหรูกัดริมฝีปากแน่นดวงตาจ้องเขม็งได้ด้านหน้าอย่างอำมหิต กว่านางจะมายืนอยู่จุดนี้ได้มิใช่เรื่องง่าย
ตอนที่ 24 ทำตามใจต้องการเพล้ง!!“กรี้ดหวงกุ้ยเฟยเป็นอันใดหรือไม่เพคะ” นางกำนัลวิ่งกรู่เข้ามาประคองกายตรวจสอบดูอาหารของหวงกุ้ยเฟยทันที“อย่าทำเช่นนี้อีกเลย เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปที่หม่อมฉันเลือกกลับมาในครั้งนี้ได้คิดแล้วว่าหม่อมฉันจะละทิ้งความทรงจำเลวร้ายที่ผ่านมา และจะขออยู่เคียงข้างองค์ชายอย่างมีความสุข อย่าทำให้หม่อมฉันนึกถึงเรื่องเลวร้ายนั้นอีกเลย”“ไม่ว่าจะครั้งใดก็เป็นข้าที่คิดน้อย เพราะสมองโง่เขลาของข้าขอบคุณเจ้าจริง ๆ เฉินซูหนิงอึก ฮื้อ ๆ” หวงกุ้ยเฟยเสียใจที่ครั้งหนึ่งคิดแยกเขาทั้งสองคนและคิดกำจัดคนที่รักบุตรชายของนางได้มากถึงเพียงนี้ นางละอายใจเสียใจไม่อยากเก็บกลั้นมันเอาไว้ร่ำไห้น้ำตาหลั่งเป็นสายเลือด จนหมดแรงนางกำนัลรีบพานางกลับตำหนักพักผ่อนกลัวว่านางจะไม่สบายไปอีกคน2 วันถัดมาเฉินซูหนิงดูแลร่างกายของหยวนเทียนไม่ห่าง ทั้งคอยเช็ดตัวและคอยล้างแผลจนตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อมีเลือดไหลเวียนกลับมาเป็นเช่นเคย“เฉินซูหนิงอย่าทิ้งข้าไป อย่าทิ้งข้าไป” หยวนเทียนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพ้อหาเฉินซูหนิงทันที“องค์ชายฟื้นแล้ว รีบไปตามหมอหลวงมาตรวจร่างกายเร็วเข้า”
ตอนที่ 23 ตัดสินใจแล้ว“เฉินซูหนิงตัดสินใจแล้ว พระองค์เดินทางกลับเถอะพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าขอโทษ….เพราะข้าเองที่ผิดข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าที่ไม่กลับวังหลวงในครั้งนี้ ข้าเข้าใจดีเพราะเจ้าเจ็บปวดจากที่นั่นข้าขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัยและฝากขอโทษมารดาของเจ้าด้วย” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวังและเอ่ยขอโทษเฉินซูหนิงด้วยความจริงใจก่อนจะเดินทางกลับวังหลวงพร้อมกับหยาดน้ำตาฉู่อี้จึงสั่งให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง เขาหันไปมองรถม้าครู่หนึ่งก่อนจะครุ่นคิดในใจตอนนี้หวงกุ้ยเฟยก็รู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเฉินซูหนิงแล้ว ต้องออกเดินทางอีกหรือไม่! หรือว่าต้องออกเดินทางหากวันหนึ่งหวงกุ้ยเฟยเปลี่ยนใจและนึกแค้นนางขึ้นมา เขายกมือขึ้นไม่ให้สารถีควบม้าออกเดินทาง เขาอยากถามเฉินซูหนิงหากนางตัดสินใจออกเดินทางจริง ๆ นางจะไม่เสียใจในการตัดสินใจอย่างนั้นหรือ ? หากว่าเฉินซูหนิงตัดสินใจจะออกเดินทางเขาก็พร้อมเดินทางไปทุกที่กับนาง หากว่าตอนนี้นางอยากไปวังหลวงฉู่อี้ก็จะยอมปล่อยมือนางไปแต่โดยดี ความสุขของเขาคือการเห็นนางมีความสุข แม้ได้กายของเฉินซูหนิงไปแต่หัวใจของนางอยู่วังหลวงจะมีประโยชน์อันใด ตั้งแต่นางกลับมาจากวังหลวงส
ตอนที่ 22 องค์ชายอาการหนักวังหลวง2 วันถัดมาอาการของหยวนเทียนแย่กว่าเดิม ภายในตำหนักเงียบเฉียบร่างกายของหยวนเทียนซูบผอม บาดแผลเริ่มกลายเป็นหนองเหวอะวะ แมลงบินเข้ามาตอมเลือดหนองที่ไหลเยิ้มออกมา ริมฝีปากแห้งผากดวงตาเหม่อลอยไม่รู้จักเจ็บบาดแผลราวกับไร้จิตวิญญาณ“ขันทีเสินหากปล่อยไว้เช่นนี้องค์ชายจะแย่เอาได้ทำอย่างไรดีขอรับ”“ข้าจะทำอย่างไรได้เล่า ไปหาคุณหนูเฉินซูหนิงอ้อนวอนแทบเท้านางก็ไม่ยอมใจอ่อนสักนิด คงมีทางเดียวบอกเรื่องนี้แก่ฝ่าบาท” ขันทีเสินถอนหายใจเฮือกใหญ่นี่คือหนทางสุดท้ายที่จะช่วยให้องค์ชายยอมรับการรักษา แต่ทว่าไม่ทันได้ไปทางใดจู่ ๆ เสียงในห้องนอนดังขึ้นโคร้ม!!!ขันทีเสินกับองครักษ์ใบหน้าแตกตื่นรีบวิ่งไปเข้าด้านในทันที“องค์ชายเกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะคะ” เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปด้านในดวงตาเบิกโพลงมากกว่าเดิมตอนนี้ร่างของหยวนเทียนล้มลงกับพื้นหมดสติ ใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด ริมฝีปากคล้ำจนออกม่วงองครักษ์รีบแบกกายขององค์ชายไปนอนบนเตียง ขันทีเสินตะโกนเรียกนางกำนัลไปตามหมอหลวงมารักษาทันที“ผู้ใดอยู่ด้านนอกรีบไปตามหมอหลวงมาดูอาการขององค์ชายเร็วเข้า”“เจ้าค่ะ”ตำหนักหลุนหลงวุ่นวายนางกำนัลวิ
ตอนที่ 21 ขันทีเสินมาหารุ่งเช้าวันต่อมาฉู่อี้เตรียมรถม้าใส่ของนำไปฝากให้แก่ฮูหยินเฉินทว่าเขาเองมีงานมากมายที่ต้องจัดการ ก่อนจะย้ายไปอยู่แคว้นอื่น ที่นี่จะมีองครักษ์และพ่อบ้านเก่าแก่เฝ้าดูแลให้ เขาจึงต้องจัดการส่งมอบงานมากมายให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ จึงทำได้เพียงส่งเฉินซูหนิงที่หน้าจวนเท่านั้น“เดินทางปลอดภัย ข้าให้องครักษ์ฝีมือดีตามเจ้าไปด้วยเพื่อความสบายใจของข้าให้พวกเขาไปเป็นเพื่อนเจ้าเถอะนะ”“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบเดินทางกลับมานะเจ้าคะ” เฉินซูหนิงกำลังก้าวเท้าบนรถม้าทว่าตอนนั้นเองนางได้ยินเสียงเรียกดัง ๆ ที่หน้าจวนเร่งรีบวิ่งมากลัวว่าจะไม่ทันเฉินซูหนิง“คุณหนูเสี่ยวสืออี้อย่าพึ่งไปขอรับ ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน” เฉินซูหนิงชะงักเล็กน้อยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ไม่มีผู้ใดเรียกชื่อนี้อีก จู่ ๆ ก็ได้ยินมันอีกครั้งทว่าน้ำเสียงนั่นนางจำมันได้ดี“ขันทีเสินท่านมาที่นี่ทำไมอีก ข้าไม่อยากพบเจอและเสวนากับคนในวังหลวงแม้สักคนเดียว”“คุณหนูเสี่ยวสืออี้ข้าขอร้องล่ะฟังคำขอร้องของข้าก่อนนะขอรับ”“ขนาดชื่อของข้าท่านยังเรียกไม่ถูกเลย ข้าไม่มีเรื่องจะพูดคุยกับท่านหลีกไปข้ารีบ”“องค์ชาย องค์ชายไม่สบายและไม่ยอมให้ทำแผล
ตอนที่ 20 ไม่มีอีกแล้วเสี่ยวสืออี้ครานั้นสายตาของหยวนเทียนเหลือบไปเห็นรอยแผลบนใบหน้าของเสี่ยวสืออี้ขนาดใหญ่ ดวงตาสั่นคลอนยื่นมือไปใกล้ใบหน้าแม้นั่นอาจจะทำให้กายของเขาเข้าไปใกล้ปลายมีดของเสี่ยวสืออี้ที่ชี้มาทางตน“ใบหน้าของเจ้าเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ เสี่ยวสืออี้ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าหวงแหนร่างกายเจ้าใบหน้าของเจ้ามากกว่าสิ่งใด เจ้าคงเจ็บปวดมากสินะ”“เอามือของท่านออกจากใบหน้าของข้า อย่าแม้จะมาแตะต้องไม่ว่าจะเป็นใบหน้าของข้าหรือร่างกายของข้ามันมิใช่ของท่านอีกต่อไป ” เสี่ยวสืออี้รู้สึกได้ถึงแรงที่หยวนเทียนกำลังเดินเข้ามาใกล้จนตอนนี้ปลายมีดของนางแทงที่เนื้อกายของหยวนเทียนจนเสี่ยวสืออี้มือสั่นและไล่ให้เขาออกไป นางเองก็ไม่อยากจะลงมือเพราะทำไม่ลง“เจ้าเอ่ยเช่นนี้อีกแล้ว นี่คงเป็นฝีมือท่านแม่สินะ ข้าน่าจะพาเจ้าไปด้วย หากพาเจ้าไปตอนนี้เจ้าก็คงไม่เจ็บตัวและเราสองคนคงได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”“ฮึ ฮึ หยุดเสแสร้งเสียที ข้าไม่เชื่อคำพูดหลวง ๆ ของท่านอีกแล้ว บาดแผลนี้ไม่เจ็บเลยสักนิดหากเทียบกับสิ่งที่ท่านทำ” เสี่ยวสืออี้ดันกายของหยวนเทียนออกไปห่างจากตน ก่อนที่นางจะวางมือนำมีดมาถือไว้ข้างกายพราง
ตอนที่ 19 มาทวงของดวงตะวันบ่ายคล้อยหยวนเทียนลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ศีรษะหนักอึ้งไปหมดราวกับถูกหินทุบที่หัว“องค์ชายฟื้นแล้ว องค์ชายท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมใจไม่ดีเลย”“ขันทีเสินเจ้าจะหลั่งน้ำตาทำไมกันข้าไม่ได้ตายเสียหน่อย โอ้ย! แล้วนี่ข้าได้บาดแผลมาตอนไหน” หยวนเทียนจำเรื่องที่ตนเองทำไม่ค่อยได้ยันกายลุกขึ้นนั่งรู้สึกเจ็บที่ช่วงท้องด้านซ้ายจี้ด ๆ ก่อนที่ภาพความทรงจำจะไหลผ่านเข้ามา“องค์ชายเจ็บมากหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปตามหมอหลวงมาตรวจอาการอย่างละเอียด”“ไม่ต้องๆ ข้าจำได้เแล้ว ได้ข่าวจากองครักษ์หรือยังตอนนี้เจอตัวของเสี่ยวสืออี้หรือไม่” เมื่อฟื้นขึ้นมาได้สิ่งแรกที่เขาถามหาคือเสี่ยวสืออี้ไม่สนใจความเจ็บปวดของตนเองสักนิด“องค์ชายกระหม่อมขอเข้าไปนะพ่ะย่ะค่ะ” ยังพูดไม่ทันจบเสียงองครักษ์ดังขึ้นจากด้านนอก เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบเพื่อแจ้งข่าวแก่องค์ชาย“เข้ามาได้ เป็นเช่นไรบ้างได้ข่าวหรือไม่”“กระหม่อมตามหาจนทั่วตอนนี้รู้ว่าคุณหนูเสี่ยวสืออี้ปลอดภัยและยังมีชีวิตอยู่พ่ะย่ะค่ะ”“รีบบอกมา ข้าจะไปตามนางกลับ” หยวนเทียนลุกขึ้นยืนพรวดดีใจจนลืมความเจ็บปวด หัวใจเต้นระรัวเมื่อ







