로그인ตอนที่ 4 เปลี่ยนไป
ฝั่งด้านซินเหยียนก่อนออกจากตำหนักไม่ลืมที่จะแจ้งขันทีว่าค่ำคืนนี้ขอให้ฝ่าบาทเสด็จไปหานางที่ตำหนักหลุนหลง นานมากแล้วที่นางมิได้เสวยอาหารกับฝ่าบาท คืนนี้จึงขอให้ฝ่าบาทเจียดเวลาเสด็จไปหานาง
เมื่อกลับตำหนักหลี่เจี๋ยได้มารออยู่ที่ห้องโถงเพื่อรายงานสิ่งที่ฮองเฮาให้เขาไปตามสืบ ตอนนี้เขาเริ่มรู้และให้ลูกน้องเฝ้าจับตามองความเคลื่อนไหวของเสนาบดีจื่อซุนห่าวและหวงกุ้ยเฟย
“เจ้ามาแล้วสินะเป็นเช่นไรบ้างเรื่องที่ข้าให้เจ้าไปจัดการ”
“ทูลฮองเฮา ยามนี้กระหม่อมเห็นความผิดปกติฝั่งด้านของเสนาบดีจื่อซุนห่าว ยามราตรีมักออกไปที่หอนางโลมแถมยังมีใต้เท้าชั้นผู้น้อยหลายคนที่ตามเข้าไป หากดูไม่ออกคิดว่าเหล่าใต้เท้าเข้าไปกินดื่มสังสรรค์หากแต่ว่ามิใช่เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมรู้จักนางคณิกาในหอนางโลมอยู่บ้างจึงยัดเงินให้นางเพื่อให้นางเข้าไปสืบเรื่องที่เสนาบดีไปหารือกันอีกไม่นานคงได้เรื่อง ”
“ดีมาก บอกนางคณิกาหากนางทำสำเร็จหาข่าวมาให้ข้าได้ข้าจะให้ของกำนัลแก่นางเองไม่ว่านางต้องการสิ่งใดที่ข้าสามารถหาให้นางได้ข้าจะทำให้นางทุกอย่างที่นางประสงค์”
“พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา ”
“จริงสิ สิ่งที่ข้าต้องการให้เจ้าไปจัดการรวดเร็วคือหนังสือรายชื่อผู้เข้าร่วมก่อกบฏข้าคิดว่าอีกไม่นานหวงกุ้ยเฟยอาจจะลงมือก่อนกำหนด เจ้าจงไปตามหามาให้ได้ไม่ว่าจะต้องพลิกแผ่นดินทั่วใต้หล้าเจ้าจงไปตามมาก่อนที่ฝ่ายนั้นจะลงมือมิเช่นนั้น ไม่ใช่แค่ข้าแต่ทั้งตระกูลของข้าบรรพบุรุษรวมทั้งข้ารับใช้อย่างพวกเจ้าจะต้องพบจุดจบว่าเป็นกบฏประหารเจ็ดชั่วโคตร ”
“พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา แต่ว่ากระหม่อมเพียงสงสัยขอเอ่ยถามฮองเฮาสักนิด เหตุใดฮองเฮาถึงมั่นใจว่าฝ่ายนั้นจ้องทำลายตระกูลไป๋ หากฮองเฮามั่นใจเหตุใดไม่แจ้งให้ฝ่าบาทรับทราบหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“ตอนนี้ข้ามิอาจไว้ใจผู้ใดได้แม้กระทั่งฝ่าบาท ข้าไม่รู้เลยว่าฝ่าบาทจะเชื่อคำพูดของข้าหรือไม่? ตั้งแต่ที่จื่อฟางหรูได้รับตำแหน่งหวงกุ้ยเฟยไม่มีทางที่ข้าจะเข้าใกล้ฝ่าบาทได้เลย วัน ๆ ฝ่าบาทอยู่แต่กับนาง หากเจ้าเป็นฝ่าบาทเจ้าจะคิดว่าข้าเอ่ยความจริงหรือใช่ความเพราะริษยาอิจฉาหวงกุ้ยเฟยกัน ส่วนเรื่องที่ข้าล่วงรู้ได้เช่นใดนั่นข้ามิขอเอ่ย เจ้าจงเชื่อคำพูดของข้าและทำตามที่ข้าสั่งเท่านั้น”
“พ่ะย่ะค่ะฮองเฮา” หลี่เจี๋ยไม่เอ่ยถามต่อเขาจงรักภักดีต่อฮองเฮา นางเป็นผู้ให้ชีวิตใหม่เขาลั่นวาจาตั้งแต่ครานั้นชีวิตลมหายใจของเขาจะอุทิศถวายความจงรักภักดีต่อฮองเฮาอย่างไม่เสียดายชีวิต
ยามโหย่ว (18.00) เสียงระฆังดังขึ้นอีกคราแจ้งเตือนเวลา หน้าตำหนักหลุนหลงแขวนโคมไฟไว้หน้าตำหนักแสดงให้รู้ว่าวันนี้ฝ่าบาทจะมาเยือนที่ตำหนักของฮองเฮา นางกำนัลต่างพากันกระตือรือร้นจัดโต๊ะอาหาร ให้ฮ่องเต้กับฮองเฮาใต้แสงจันทราในคืนที่ลมพัดเย็นสบาย ไม่นานนักเสียงฝีเท้าขบวนฮ่องเต้ได้เสด็จมาถึง วันนี้ซินเหยียนแต่งกายสวยงามตามเคยออกมายืนต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่องเต้เสด็จแล้ว” เสียงขันทีประจำกายของฮ่องเต้ดังสนั่นหน้าตำหนัก ผู้คนด้านในตั้งแถวรอด้านรับ เว่ยเจี่ยเดินเข้ามากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตำหนักนานแล้วที่เขาไม่ได้มาเหยียบที่นี่ ที่นี่ไม่ต่างจากเดิมแม้แต่น้อยมีเพียงแต่ฮองเฮาเท่านั้นที่เปลี่ยนไป
“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท หม่อมฉันคิดว่าฝ่าบาทจะไม่เสด็จมาเสียแล้ว”
วาจาอ่อนหวานกิริยาชวนมองทำให้เขาตราตรึงใจครั้งแล้วครั้งเล่า นานมากแล้วที่นางมีเพียงความเย็นบัดนนี้อ่อนช้อยไม่เหมือนเคยชวนให้คิดถึงยามแรกที่พบเจอ
“ฮองเฮาต้องการเสวยอาหารกับข้า ทำไมข้าจะไม่มา ที่นี่ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยสินะ” “เพคะไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงแม้กระทั่งใจของหม่อมฉัน ดูนั่นสิเพคะต้นท้อที่ฝ่าบาทประทานให้หม่อมฉัน ยามนี้ออกดอกบานสะพรั่ง ค่ำคืนนี้เราจะเสวยอาหารกันใต้ต้นท้อเพคะ”"ฮองเฮาเจ้าเปลี่ยนไปจริง ๆ เมื่อก่อนเจ้ามีเพียงความเย็นชาไร้อารมณ์ ใช้ชีวิตราวกับหุ่นเชิดไม่สนใจข้าสักนิดวัน ๆ อยู่กับการดูแลวังหลัง" ซินเหยียนหยุดชะงักเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับเว่ยเจี่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ
"เมื่อก่อนหม่อมฉันเป็นฮองเฮาใจกว้างดุจดั่งท้องทะเลไม่คิดว่าในสายตาผู้อื่นจะเห็นหม่อมฉันเป็นเพียงฮองเฮาโง่เขลาและอ่อนแอ จะมีไม่ฮองเฮาผุู้นั้นอีกแล้วเพคะ หม่อมฉันอยากใช้อำนาจที่ตนเองมีปกป้องศักดิ์ศรีของหม่อมฉัน "
"แม้ว่าเจ้าจะเปลี่ยนไปแต่ข้าชอบเจ้าในตอนนี้เสียจริงแววตาเต็มไปด้วยหยิ่งยโสทะนงตน เพียงกวาดสายตามองผ่านนางกำนัลทั้งหลายต่างพากันหลบสายตา จากนี้คงไม่มีผู้ใดกล้าต่อว่าดูหมิ่นฮองเฮาของข้าเป็นแน่ ข้าหิวแล้วสิช่วงเช้าข้าไม่ทันได้กินอะไรเลยแถมยังใช้แรงไปเยอะ ตอนนี้ข้าคงต้องกินเยอะ ๆ หน่อยแล้วเพราะค่ำคืนนี้ข้ามีเรื่องหารือกับฮองเฮาทั้งคืน"
ซินเหยียนไม่เอ่ยอันใดต่อผายมือให้เว่ยเจี่ยเดินไปด้านหน้าที่จัดเตรียมเอาไว้แล้ว ทั้งสองร่วมกินอาหารเย็นด้วยกัน
สายตาเขาลอบมองนางทั้งรอยยิ้มยามเห็นนางเอร็ดอร่อยกับอาหารที่อยู่ตรงหน้า เสียงบรรเลงผีผาไพเราะเคล้ากับลมเย็น ๆ ยามค่ำคืน ใบหน้านวลของนางช่างส่องสว่างแม้ในความมืด จนเขาไม่อยากอาหารจ้องมองนางก็อิ่มเอมหัวใจ
“ฝ่าบาทท่านไม่เสวยหรือเพคะ หรือว่าอาหารวันนี้ไม่ถูกปาก เช่นนั้นให้หม่อมฉันจัดการเปลี่ยนพ่อครัวดีหรือไม่เพคะ”
“มิใช่เช่นนั้น อาหารของพ่อครัวหลวงเอร็ดอร่อยที่สุดเท่าที่ข้าได้กินมา ทว่ายามนี้ข้าเบื่ออาหารตรงหน้าแต่อยากกินฮองเฮาเสียมากกว่า ”
“เอ่ยอันใดกันเพคะ นางกำนัลขันทีอยู่ที่นี่ตั้งมากมาย”
“เจ้าจะเขินอายไปทำไมกัน ในที่นี่มีแต่พวกหูหนวกตาบอดเท่านั้น ”
“เช่นนั้นเราเข้าไปในตำหนักดีหรือไม่เพคะ น้ำค้างเริ่มลงแล้วเมื่อไปในตำหนักหม่อมฉันจะนวดให้เพคะ” ซินเหยียนวางตะเกียบลงหยิบผ้ามาเช็ดปาก ยิ้มอ่อนหวานส่งให้เว่ยเจี่ย สิ่งเดียวที่นางต้องการยามนี้คือใช้เวลาในทุก ๆ คืนร่วมกับฝ่าบาทเพื่อที่จะได้ตั้งครรภ์เพิ่มอำนาจให้ตนเอง ฮ่องเต้ได้ยินสิ่งที่นางเอ่ย ลุกขึ้นย่างกรายเข้ามาอุ้มช้อนร่างบางขึ้นมาบนแขนแกร่งราวกับไร้น้ำหนักกระซิบกระซาบข้างหูอย่างแผ่วเบา
“ฮองเฮาไม่จำเป็นต้องนวดให้ข้า ข้าจะเป็นฝ่ายนวดให้เจ้าเอง” ใบหน้าซินเหยียนแดงระเรื่อราวกับมะเขือเทศซบหน้าลงแนบอกของเขาอย่างเขินอาย
“ฝ่าบาทจะนวดให้หม่อมฉันหรือจะทำให้หม่อมฉันระบมไปทั้งร่างกายกันแน่เพคะ”
“ข้าเองก็ชักอยากจะรู้เช่นกันเพราะยามนี้ข้าปรารถนาในตัวของฮองเฮาเหลือเกิน” เขาจ้องมองนางดวงตาเป็นประกายแวววาวเดินเข้าตำหนักอย่างเร่งรีบโดยมีขันทีและนางกำนัลเดินตามหลังและคอยปิดประตูตำหนักยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกไม่ให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนได้
ตอนที่ 24 ทำตามใจต้องการเพล้ง!!“กรี้ดหวงกุ้ยเฟยเป็นอันใดหรือไม่เพคะ” นางกำนัลวิ่งกรู่เข้ามาประคองกายตรวจสอบดูอาหารของหวงกุ้ยเฟยทันที“อย่าทำเช่นนี้อีกเลย เรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปที่หม่อมฉันเลือกกลับมาในครั้งนี้ได้คิดแล้วว่าหม่อมฉันจะละทิ้งความทรงจำเลวร้ายที่ผ่านมา และจะขออยู่เคียงข้างองค์ชายอย่างมีความสุข อย่าทำให้หม่อมฉันนึกถึงเรื่องเลวร้ายนั้นอีกเลย”“ไม่ว่าจะครั้งใดก็เป็นข้าที่คิดน้อย เพราะสมองโง่เขลาของข้าขอบคุณเจ้าจริง ๆ เฉินซูหนิงอึก ฮื้อ ๆ” หวงกุ้ยเฟยเสียใจที่ครั้งหนึ่งคิดแยกเขาทั้งสองคนและคิดกำจัดคนที่รักบุตรชายของนางได้มากถึงเพียงนี้ นางละอายใจเสียใจไม่อยากเก็บกลั้นมันเอาไว้ร่ำไห้น้ำตาหลั่งเป็นสายเลือด จนหมดแรงนางกำนัลรีบพานางกลับตำหนักพักผ่อนกลัวว่านางจะไม่สบายไปอีกคน2 วันถัดมาเฉินซูหนิงดูแลร่างกายของหยวนเทียนไม่ห่าง ทั้งคอยเช็ดตัวและคอยล้างแผลจนตอนนี้ทุกอย่างเริ่มดีขึ้นใบหน้าเริ่มแดงระเรื่อมีเลือดไหลเวียนกลับมาเป็นเช่นเคย“เฉินซูหนิงอย่าทิ้งข้าไป อย่าทิ้งข้าไป” หยวนเทียนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพ้อหาเฉินซูหนิงทันที“องค์ชายฟื้นแล้ว รีบไปตามหมอหลวงมาตรวจร่างกายเร็วเข้า”
ตอนที่ 23 ตัดสินใจแล้ว“เฉินซูหนิงตัดสินใจแล้ว พระองค์เดินทางกลับเถอะพ่ะย่ะค่ะ”“ข้าขอโทษ….เพราะข้าเองที่ผิดข้าไม่ถือโทษโกรธเจ้าที่ไม่กลับวังหลวงในครั้งนี้ ข้าเข้าใจดีเพราะเจ้าเจ็บปวดจากที่นั่นข้าขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัยและฝากขอโทษมารดาของเจ้าด้วย” น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยออกมาอย่างสิ้นหวังและเอ่ยขอโทษเฉินซูหนิงด้วยความจริงใจก่อนจะเดินทางกลับวังหลวงพร้อมกับหยาดน้ำตาฉู่อี้จึงสั่งให้ทุกคนกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง เขาหันไปมองรถม้าครู่หนึ่งก่อนจะครุ่นคิดในใจตอนนี้หวงกุ้ยเฟยก็รู้ถึงการมีตัวตนอยู่ของเฉินซูหนิงแล้ว ต้องออกเดินทางอีกหรือไม่! หรือว่าต้องออกเดินทางหากวันหนึ่งหวงกุ้ยเฟยเปลี่ยนใจและนึกแค้นนางขึ้นมา เขายกมือขึ้นไม่ให้สารถีควบม้าออกเดินทาง เขาอยากถามเฉินซูหนิงหากนางตัดสินใจออกเดินทางจริง ๆ นางจะไม่เสียใจในการตัดสินใจอย่างนั้นหรือ ? หากว่าเฉินซูหนิงตัดสินใจจะออกเดินทางเขาก็พร้อมเดินทางไปทุกที่กับนาง หากว่าตอนนี้นางอยากไปวังหลวงฉู่อี้ก็จะยอมปล่อยมือนางไปแต่โดยดี ความสุขของเขาคือการเห็นนางมีความสุข แม้ได้กายของเฉินซูหนิงไปแต่หัวใจของนางอยู่วังหลวงจะมีประโยชน์อันใด ตั้งแต่นางกลับมาจากวังหลวงส
ตอนที่ 22 องค์ชายอาการหนักวังหลวง2 วันถัดมาอาการของหยวนเทียนแย่กว่าเดิม ภายในตำหนักเงียบเฉียบร่างกายของหยวนเทียนซูบผอม บาดแผลเริ่มกลายเป็นหนองเหวอะวะ แมลงบินเข้ามาตอมเลือดหนองที่ไหลเยิ้มออกมา ริมฝีปากแห้งผากดวงตาเหม่อลอยไม่รู้จักเจ็บบาดแผลราวกับไร้จิตวิญญาณ“ขันทีเสินหากปล่อยไว้เช่นนี้องค์ชายจะแย่เอาได้ทำอย่างไรดีขอรับ”“ข้าจะทำอย่างไรได้เล่า ไปหาคุณหนูเฉินซูหนิงอ้อนวอนแทบเท้านางก็ไม่ยอมใจอ่อนสักนิด คงมีทางเดียวบอกเรื่องนี้แก่ฝ่าบาท” ขันทีเสินถอนหายใจเฮือกใหญ่นี่คือหนทางสุดท้ายที่จะช่วยให้องค์ชายยอมรับการรักษา แต่ทว่าไม่ทันได้ไปทางใดจู่ ๆ เสียงในห้องนอนดังขึ้นโคร้ม!!!ขันทีเสินกับองครักษ์ใบหน้าแตกตื่นรีบวิ่งไปเข้าด้านในทันที“องค์ชายเกิดอะไรขึ้นพ่ะย่ะคะ” เมื่อทั้งสองเดินเข้าไปด้านในดวงตาเบิกโพลงมากกว่าเดิมตอนนี้ร่างของหยวนเทียนล้มลงกับพื้นหมดสติ ใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด ริมฝีปากคล้ำจนออกม่วงองครักษ์รีบแบกกายขององค์ชายไปนอนบนเตียง ขันทีเสินตะโกนเรียกนางกำนัลไปตามหมอหลวงมารักษาทันที“ผู้ใดอยู่ด้านนอกรีบไปตามหมอหลวงมาดูอาการขององค์ชายเร็วเข้า”“เจ้าค่ะ”ตำหนักหลุนหลงวุ่นวายนางกำนัลวิ
ตอนที่ 21 ขันทีเสินมาหารุ่งเช้าวันต่อมาฉู่อี้เตรียมรถม้าใส่ของนำไปฝากให้แก่ฮูหยินเฉินทว่าเขาเองมีงานมากมายที่ต้องจัดการ ก่อนจะย้ายไปอยู่แคว้นอื่น ที่นี่จะมีองครักษ์และพ่อบ้านเก่าแก่เฝ้าดูแลให้ เขาจึงต้องจัดการส่งมอบงานมากมายให้ทุกฝ่ายได้รับรู้ จึงทำได้เพียงส่งเฉินซูหนิงที่หน้าจวนเท่านั้น“เดินทางปลอดภัย ข้าให้องครักษ์ฝีมือดีตามเจ้าไปด้วยเพื่อความสบายใจของข้าให้พวกเขาไปเป็นเพื่อนเจ้าเถอะนะ”“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบเดินทางกลับมานะเจ้าคะ” เฉินซูหนิงกำลังก้าวเท้าบนรถม้าทว่าตอนนั้นเองนางได้ยินเสียงเรียกดัง ๆ ที่หน้าจวนเร่งรีบวิ่งมากลัวว่าจะไม่ทันเฉินซูหนิง“คุณหนูเสี่ยวสืออี้อย่าพึ่งไปขอรับ ข้ามีเรื่องจะขอร้องท่าน” เฉินซูหนิงชะงักเล็กน้อยตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ไม่มีผู้ใดเรียกชื่อนี้อีก จู่ ๆ ก็ได้ยินมันอีกครั้งทว่าน้ำเสียงนั่นนางจำมันได้ดี“ขันทีเสินท่านมาที่นี่ทำไมอีก ข้าไม่อยากพบเจอและเสวนากับคนในวังหลวงแม้สักคนเดียว”“คุณหนูเสี่ยวสืออี้ข้าขอร้องล่ะฟังคำขอร้องของข้าก่อนนะขอรับ”“ขนาดชื่อของข้าท่านยังเรียกไม่ถูกเลย ข้าไม่มีเรื่องจะพูดคุยกับท่านหลีกไปข้ารีบ”“องค์ชาย องค์ชายไม่สบายและไม่ยอมให้ทำแผล
ตอนที่ 20 ไม่มีอีกแล้วเสี่ยวสืออี้ครานั้นสายตาของหยวนเทียนเหลือบไปเห็นรอยแผลบนใบหน้าของเสี่ยวสืออี้ขนาดใหญ่ ดวงตาสั่นคลอนยื่นมือไปใกล้ใบหน้าแม้นั่นอาจจะทำให้กายของเขาเข้าไปใกล้ปลายมีดของเสี่ยวสืออี้ที่ชี้มาทางตน“ใบหน้าของเจ้าเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ เสี่ยวสืออี้ข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าข้าหวงแหนร่างกายเจ้าใบหน้าของเจ้ามากกว่าสิ่งใด เจ้าคงเจ็บปวดมากสินะ”“เอามือของท่านออกจากใบหน้าของข้า อย่าแม้จะมาแตะต้องไม่ว่าจะเป็นใบหน้าของข้าหรือร่างกายของข้ามันมิใช่ของท่านอีกต่อไป ” เสี่ยวสืออี้รู้สึกได้ถึงแรงที่หยวนเทียนกำลังเดินเข้ามาใกล้จนตอนนี้ปลายมีดของนางแทงที่เนื้อกายของหยวนเทียนจนเสี่ยวสืออี้มือสั่นและไล่ให้เขาออกไป นางเองก็ไม่อยากจะลงมือเพราะทำไม่ลง“เจ้าเอ่ยเช่นนี้อีกแล้ว นี่คงเป็นฝีมือท่านแม่สินะ ข้าน่าจะพาเจ้าไปด้วย หากพาเจ้าไปตอนนี้เจ้าก็คงไม่เจ็บตัวและเราสองคนคงได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข”“ฮึ ฮึ หยุดเสแสร้งเสียที ข้าไม่เชื่อคำพูดหลวง ๆ ของท่านอีกแล้ว บาดแผลนี้ไม่เจ็บเลยสักนิดหากเทียบกับสิ่งที่ท่านทำ” เสี่ยวสืออี้ดันกายของหยวนเทียนออกไปห่างจากตน ก่อนที่นางจะวางมือนำมีดมาถือไว้ข้างกายพราง
ตอนที่ 19 มาทวงของดวงตะวันบ่ายคล้อยหยวนเทียนลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ ศีรษะหนักอึ้งไปหมดราวกับถูกหินทุบที่หัว“องค์ชายฟื้นแล้ว องค์ชายท่านอย่าทำเช่นนี้อีกนะพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมใจไม่ดีเลย”“ขันทีเสินเจ้าจะหลั่งน้ำตาทำไมกันข้าไม่ได้ตายเสียหน่อย โอ้ย! แล้วนี่ข้าได้บาดแผลมาตอนไหน” หยวนเทียนจำเรื่องที่ตนเองทำไม่ค่อยได้ยันกายลุกขึ้นนั่งรู้สึกเจ็บที่ช่วงท้องด้านซ้ายจี้ด ๆ ก่อนที่ภาพความทรงจำจะไหลผ่านเข้ามา“องค์ชายเจ็บมากหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรีบไปตามหมอหลวงมาตรวจอาการอย่างละเอียด”“ไม่ต้องๆ ข้าจำได้เแล้ว ได้ข่าวจากองครักษ์หรือยังตอนนี้เจอตัวของเสี่ยวสืออี้หรือไม่” เมื่อฟื้นขึ้นมาได้สิ่งแรกที่เขาถามหาคือเสี่ยวสืออี้ไม่สนใจความเจ็บปวดของตนเองสักนิด“องค์ชายกระหม่อมขอเข้าไปนะพ่ะย่ะค่ะ” ยังพูดไม่ทันจบเสียงองครักษ์ดังขึ้นจากด้านนอก เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบเพื่อแจ้งข่าวแก่องค์ชาย“เข้ามาได้ เป็นเช่นไรบ้างได้ข่าวหรือไม่”“กระหม่อมตามหาจนทั่วตอนนี้รู้ว่าคุณหนูเสี่ยวสืออี้ปลอดภัยและยังมีชีวิตอยู่พ่ะย่ะค่ะ”“รีบบอกมา ข้าจะไปตามนางกลับ” หยวนเทียนลุกขึ้นยืนพรวดดีใจจนลืมความเจ็บปวด หัวใจเต้นระรัวเมื่อ







