LOGINภายในเรือนมืดสนิท จนเขาที่เดนก้าวเข้ามาอดที่จะแปลกใจไม่ได้ พอจุดเทียนเพิ่มความสว่างในห้องนอน ก็ต้องตกใจ เมื่อพบหรูเซียนนางแต่งกายและแต่งหน้าเสียงดงามอมยิ้มมองมาทางเขาอยู่
“หึหึ ข้าคิดว่าท่านพี่จะไม่กลับจวนเสียแล้ว” นางเอียงคออย่างน่าเอ็นดู เหมือนเช่นที่เคยผ่านมา
มีเพียงดวงตาที่บวมแดงของนางที่บ่งบอกว่าผ่านการร้องไห้มาหนักมากเพียงใด ลู่เหลียงเดินเข้าไปจะดึงตัวนางมาสวมกอด แต่นางเบี่ยงตัวหลบไปอยู่ด้านข้างเสียก่อน
“เหตุใดถึงได้แต่งตัวเช่นนี้” ชุดที่นางสวมใส่ เขาเพิ่งจะมองให้ดี ถึงได้รู้ว่ามันคือชุดที่นางสวมในวันแต่งงาน
“ไม่งามหรือเจ้าคะ” เห็นว่าเขาไม่ตอบนางจึงเริ่มพูดต่อ “ข้าเพิ่งได้รู้เรื่องบางอย่างมา อดจะคิดถึงคืนวันแต่งงานไม่ได้ นึกถึงคำที่ท่านบอกจะดูแลข้าเป็นอย่างดี ไม่ให้ข้าเสียใจ” นางหันหน้าหนีปาดน้ำตาทิ้ง
“เซียนเซียน” เขาเอื้อมมือจะคว้าตัวนาง แต่คว้าเอาไว้ไม่ได้
“วันนี้หวงซีเยว่มาช่วยให้ข้าตาสว่าง”
“นางพูดสิ่งใดกับเจ้า” น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“หึหึ ใจร้อนเสียจริง หรือว่า...ข้าแตะต้องนางไม่ได้” นางเอียงคออย่างหยอกล้อ
“มิใช่เช่นที่เจ้าคิด เซียนเซียน” เขาเดินหนึ่งก้าว นางถอยหนึ่งก้าว เขาถึงได้หยุดห่างจากนางสามก้าว จ้องมองนางอย่างปวดใจ
“ใช่แล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าคิด ข้าคิดผิดมาโดยตลอด เว่ยลู่เหลียง ท่านเลือดเย็นนัก วางแผนล้มล้างตระกูลข้ามาตั้งแต่แรก หลอกให้ข้ารักท่านจนหมดใจ แม้แต่เรื่องโรคบุรุษที่ไม่อาจร่วมหอได้ ท่านก็หลอกข้ามาถึงสามปี ท่านช่าง...ต่ำช้ายิ่งนัก” น้ำตาของนางไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้น ก่อนจะปาดมันทิ้งอย่างไม่ไยดี
“ตอนที่ข้าเห็นหวงซีเยว่ ข้าอดจะนึกสงสัยไม่ได้ ของแทนใจของคนรักของนาง ช่างเหมือนกับข้าวของที่ท่านมอบให้ข้าทุกสิ่ง ข้าพยายามคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว...คำพูดของนางยิ่งตอกย้ำข้า นางรู้เรื่องทุกสิ่งในจวนเว่ย ราวกับว่านางแอบอยู่ใต้เตียงในห้องนอนของข้ากับท่าน รู้แม้กระทั่ง...ท่านไม่เคยบอกรักข้าเลยสักครั้ง”
ลู่เหลียงอ้าปากจะเอ่ยพูดสิ่งใด แต่ถูกการกระทำของหรูเซียนยับยั้งเอาไว้เสียก่อน “ท่านจำมีดสั้นเล่มนี้ได้หรือไม่” นางหยิบขึ้นมาโบกเบาๆ
“หากอยากแทงข้า ก็ทำได้เลย ข้าไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น” สีหน้าเขาไม่มีความกลัวเลยสักนิด
หรูเซียนดึงปลอกของมันทิ้งลงพื้น เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขา พร้อมทั้งยกมีดสั้นขึ้นมาให้เขาเห็นถนัด “ท่านจำสิ่งที่ข้าเคยพูดได้หรือไม่” นางไม่รอให้เขาพูด “ข้าไม่คิดจะฆ่าท่าน แต่ว่า...” นางไม่ได้พูดต่อ
หรูเซียนถอยหลังออกไปสองก้าว มองหน้าลู่เหลียงอย่างแน่วแน่ ภายในอกของลู่เหลียงกระตุกวูบ เขาเอื้อมมือจะไปคว้ามีดสั้นในมือของหรูเซียนก็ไม่ทันเสียแล้ว
“เซียนเซียน!!!” เขาทำได้เพียงร้องตะโกนเรียกชื่อนาง
เมื่อหรูเซียนนางใช้มีดสั้นที่เขาเคยมอบให้ปาดคอของตนเอง จนเลือดกระเด็นมาถูกใบหน้าและเสื้อผ้าของลู่เหลียง
ร่างของนางล้มลงช้าๆ โดยมีลู่เหลียงเข้ามาประคองเอาไว้ ปากของนางพึมพำออกมาโดยไร้เสียง ในเมื่อท่านต้องการล้างตระกูลลั่ว นั่นก็รวมถึงตัวข้าด้วย
“เหตุใดต้องทำเช่นนี้ ข้าไม่เคยคิดอยากให้เจ้าตายเลยเซียนเซียน ข้าอยากให้เจ้าอยู่ข้างข้า ตามหมอ!!! ตามหมอเร็วเข้า” เขาตะโกนราวกับเสียสติ
ทั้งๆ ที่รู้ว่าสตรีในอ้อมกอดไม่อาจช่วยชีวิตเอาไว้ได้แล้ว แต่ก็ยังหวังว่าจะช่วยนางเอาไว้ได้
หรูเซียนค่อยๆ หลับตาลง พร้อมกับลมหายใจที่หมดไปของนาง นางอยากจะหัวเราะใส่หน้าเขาที่อยากจะให้นางอยู่เคียงข้าง ทั้งๆ ที่สังหารบิดาของนาง ทำให้คนในตระกูลถูกเนรเทศไปพร้อมกับเสียงสาปแช่ง
คำพูดมากมายของลู่เหลียงล้วนไม่เข้าหูของนางอีกแล้ว หรูเซียนทิ้งเรื่องโหดร้ายเกินกว่าที่ตัวนางจะรับไหวทั้งหมดเอาไว้เบื้องหลัง ได้แต่ยินยอมปล่อยให้ลู่เหลียงได้แต่งหวงซีเยว่เข้าจวนหลังจากความตายของนางอย่างสมใจ
เฮือก!!! หรูเซียนสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด อย่างแรกที่นางทำ คือจับไปที่คอของตนเอง ก็พบว่ามันไม่ได้มีบาดแผลที่นางใช้มีดสั้นปาดคอของตนเอง จึงได้เริ่มมองสำรวจสิ่งที่อยู่รอบตัว
หลังจากราชโองการแต่งตั้งเกาหรานเป็นองค์หญิง ผ่านไปสองวัน ฉีหยุนเสี่ยงก็เดินทางเยือนที่จวนลู่ เข้าไปพูดคุยกับลู่จวินและลู่เหลียงอยู่ในห้องตำรานานถึงสองชั่วยาม ตอนที่เขาเดินออกมายังต้องมีคนช่วยประคองออกมาด้วยหลินซินมาทราบเรื่องในภายหลัง เมื่อเขาแอบเข้ามาหานางภายในห้อง ด้วยใบหน้าซีดขาว พอเข้ามาถึงฉีหยุนเสี่ยงก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงของนางโดยไม่ได้ขออนุญาตเลย"หากพระองค์จะนอน เหตุใดไม่กลับไปนอนที่ตำหนักเล่าเพคะ” นางดึงตัวเขาให้ลุกขึ้น“ซี๊ดดด เบามือหน่อย” เขาร้องออกมาเบาๆ“พระองค์เป็นอันใด ได้รับบาดเจ็บหรือเพคะ”“อืม...ข้ามารับผิดต่อบิดาและท่านปู่ของเจ้า” เขาถอดเสื้อตัวนอกออก หลินซินจึงได้เห็นผ้าพันแผลที่หนาเตอะพันอยู่บนตัวของเขา ยังพอมองเห็นเลือดที่ซึมออกมา“พระองค์ถูกท่านพ่อ ท่านปู่ เฆี่ยนหรือเพคะ” หลินซินตกใจไม่น้อย“เดิมก็ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะข้าไม่รู้ความ แต่ใต้เท้าทั้งสองไม่ยอมลงมือ ข้าเลยโบยตนเอง” แส้หนามที่เขาเตรียมมาถึงจะโบยไม่กี่หนแต่ก็ทำให้เนื้อแตกไปทั้งแผ่นหลัง สุดท้ายก็นับว่าคุ้ม เมื่อทั้งสองไม่เอาความกับสิ่งที่ฉีหยุนเสี่ยงทำลงไป อีกทั้งหากหลินซินนางพยักหน้ายอมแต่งให้เขา ทั้ง
หลินซินลุกขึ้นถวายความเคารพฉีหยุนเสี่ยงเต็มพิธีการ “ขอบพระทัยองค์ชายสามที่เสนอชื่อของหม่อมฉันให้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ ความเมตตาของพระองค์หม่อมฉันซาบซึ้งใจยิ่งนัก และยินดีทำตามประสงค์อย่างไม่มีข้อโต้แย้งเพคะ”ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางอกของฉีหยุนเสี่ยง เขาย่อมให้นางโวยวายใส่เขาดีกว่าที่นางยิ้มรับเช่นนี้ พอเขาจะเอื้อมมือไปดึงมือของนาง หลินซินก็เบี่ยงตัวหลบอย่างถือตัว“องค์ชายสามโปรดสำรวมด้วยเพคะ ต่อไปหม่อมฉันจะต้องเป็นพระสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ จะทำให้ตนเองแปดเปื้อนมิได้”“ซินซิน” ฉีหยุนเสี่ยง ทั้งตกใจและโกรธที่นางพูดออกมาเต็มปาก ว่าต่อไปจะเป็นสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ “ฟังข้าก่อน ข้าเสนอชื่อเจ้า เพราะต้องการให้ใต้เท้าลู่เลือกข้าเป็นสามีของจ้า มิได้คิดเป็นอื่นแต่อย่างใด” เขาแก้ตัวออกมาอย่างร้อนใจ“หึหึ ตอนแรกหม่อมฉันเกือบจะเชื่อในคำหวานของพระองค์เสียแล้ว หากมิได้ยินเกาหรานนางพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเสียก่อน แต่ดีแล้วเพคะ มันยิ่งทำให้หม่อมฉันตัดสินใจง่ายขึ้น ต่อให้ไม่ได้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ หม่อมฉันก็ไม่แต่งให้พระองค์” นางมองเขาอย่างเย็นชาเขาคว้าตัวนางเข้ามากอดเอาไว้แน่น ปากก็พร่ำพูดขอโทษไปด้วย “ซินซิ
หรูเซียนเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาโอบกอดบุตรสาวเอาไว้แน่น “แม่เองก็ไม่อยากให้เจ้าจากไปอยู่ที่ใด ตอนนี้ ท่านปู่ ท่านตา ท่านพ่อของเจ้ากำลังหาทางช่วยเจ้าอยู่”“ซินซิน อย่าเพิ่งร้อนใจ พี่เชื่อว่าท่านพ่อต้องหาทางช่วยเจ้าได้อย่างแน่นอน” อวิ๋นซีเองก็กังวลไม่ต่างจากน้องสาว เพียงแต่เขาจะร้อนใจไปอีกคนไม่ได้อวิ๋นซีเห็นว่าน้องสาวจิตใจไม่ค่อยจะสู่ดีนัก จึงอยากเอาใจนางให้นางเลิกกังวลเรื่องที่ยังไม่เกิด เขาพานางออกไปนั่งเล่นที่โรงน้ำชา แต่ไม่คิดว่าจะได้พบเจอเรื่องที่น่าสนใจเข้าเมื่อห้องรับรองที่อยู่ติดกัน เป็นหลานสาวของราชครูเกา เกาหราน กำลังนั่งพูดคุยเรื่องคัดเลือกคุณหนูแต่งงานแทนองค์หญิงไปแคว้นต้าหลี่อยู่พอดี“ไม่รู้ว่าองค์ชายสามมีความแค้นใดกับลู่หลินซิน ถึงได้เสนอชื่อนางให้ท่านปู่ของข้า หึหึ ทั่วเมืองหลวงคงมีเพียงองค์ชายสามที่ไม่ลุ่มหลงความงามของนาง”เสียงหัวเราะของสตรีที่อยู่ห้องรับรองติดกันช่างบาดเข้าไปในใจของหลินซินยิ่งนัก คำพูดของฉีหยุนเสี่ยงที่เอ่ยพูดกับนางเมื่อคืนต่างกับสิ่งที่นางกำลังได้ยินอยู่ตอนนี้“ซินซิน” อวิ๋นซีเห็นใบหน้าของน้องสาวซีดขาวก็เอ่ยเรียกนางอย่างเป็นห่วงหลินซินลุกขึ้นกำมือแน
ฉีหยุนเสี่ยงโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของนาง “ไม่ทันแล้ว” เขาปรายตามองไปที่เตียงนอนแล้วมุ่ยปากให้นางดู ว่าเขาจะซ่อนตัวบนเตียงของนางแต่หากสาวใช้เข้ามาแล้วเห็นหลินซินนางยืนอยู่ข้างเตียง แต่มีคนนอนอยู่บนเตียงจะไม่ยิ่งสงสัยหรือ ฉีหยุนเสี่ยงเหมือนจะรู้ความคิดของนาง เขาดึงตัวนางขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงด้วยกัน ก่อนจะคลุมโปงตัวเองเอาไว้จนมิด มีเพียงใบหน้าของหลินซินที่โผล่ออกมาจากผ้าห่ม“คุณหนู ให้บ่าวจุดเทียนหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่ต้อง ขะ ข้า ไม่เป็นอันใดเจ้าไปนอนต่อเถิด” มือของฉีหยุนเสี่ยงเขี่ยผ้าคาดเอวของนางเล่น จนเสียงของหลินซินสั่นเทา“หากมีสิ่งใดเรียกบ่าวนะเจ้าคะ บ่าวเฝ้าอยู่ด้านหน้าห้องเจ้าค่ะ”“ได้ๆ ไปเถิด”พอสาวใช้ออกจากห้องไปแล้ว ฉีหยุนเสี่ยงก็เปิดผ้าห่มออกขึ้นคร่อมทับนางเอาไว้ จ้องมองนางอย่างแน่วแน่ “ซินซิน เจ้าแต่งเข้าตำหนักข้าดีหรือไม่”“หืม...” หลินซินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “พระองค์ล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว มิใช่ว่าพระองค์มีความแค้นกับหม่อมฉันจนอยากจะกักขังเอาไว้แก้แค้นหรอกนะเพคะ”จะให้นางเชื่อเขาได้อย่างไร ทุกครั้งที่พบเจอตั้งแต่เด็กก็มีเรื่องกันมาตลอด พอนางหาคู่ครองก็เป็นเขาที่เข้ามาขัดขวางไป
สิ้นคำพูดของฉีหยุนเสี่ยง ลู่เหลียงก็เคร่งเครียดขึ้นทันที เรื่องที่ฉีหยุนเสี่ยงพูดออกมา เขาพอจะรู้ว่ากำลังคัดเลือกหาคุณหนูที่เหมาะสมให้แต่งแทนองค์หญิง เพียงแต่ไม่คิดว่ามีหลินซินรวมอยู่ด้วย“ข้ามิได้เร่งรัดคำตอบในตอนนี้ ใต้เท้ากลับไปค่อยๆ คิดเถิด” เขาลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินออกไป แต่ยังไม่วายหันกลับมามองที่ลู่เหลียงอีกครั้ง “แต่เร็วหน่อยก็ดี หากเสด็จพ่อเลือกคุณหนูลู่ขึ้นมา ถึงตอนนั้นก็คงแก้ไขอันใดไม่ได้แล้ว”ลู่เหลียงมิได้เชื่อในสิ่งที่ฉีหยุนเสี่ยงพูดออกมาทั้งหมด เขาขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อสอบถามเรื่องราวให้กระจ่าง และเป็นเช่นนั้นจริง ราชครูเกาเสนอแผนสาวงาม คิดจะส่งลู่หลินซินไปจริงด้วยความงามของนางอาจจะทำให้ฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ลุ่มหลง หากเป็นเช่นนั้น เรื่องสัญญาสงบศึกคงจะเจรจากันง่ายขึ้น“อาเหลียง เจิ้นยังมิได้ตัดสินใจว่าจะส่งผู้ใดไป หากบุตรีของเจ้ามีสัญญาหมั้นหมายก่อนที่ราชทูตจะเดินทางมาถึงก็คงไม่อาจทำอันใดได้”ลู่เหลียงออกจากวังหลวงด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เขาเดินทางไปที่จวนลั่วเพื่อหารือกับพ่อตาเสียก่อน“ตาเฒ่าเกา น่าตายนัก!!!” ลั่วจ้านตบโต๊ะเสียงดัง“ท่านพ่อตาระงับโทสะก่อนเถิดขอรับ หลังจบเ
หลินซินนางไม่รู้เลยว่าการไปไหว้พระของนางจะได้ดูตัวด้วย อวิ๋นซีได้รับคำสั่งจากบิดาให้พาน้องสาวไปเดินเล่นที่สวนป่าเหมยทางด้านหลังอาราม“ซินซิน บุรุษชุดฟ้าครามที่เจ้าเห็นคือใต้เท้าหม่า สอบได้ทั่นฮวาเมื่อสองปีก่อน อยู่กรมเดียวกับท่านตา นับว่านิสัยใจคอดีไม่น้อย ในจวนไม่มีผู้อาวุโส เจ้าแต่งเข้าไปก็ไม่ต้องคอยสังเกตสีหน้าผู้ใด”“อืม...ข้าแล้วแต่ท่านพ่อ ท่านแม่ หากเห็นว่าสำหรับข้า ข้าก็ไม่ขัดข้องเจ้าค่ะ” นางตอบอย่างไม่ใส่ใจ“ท่านพ่อ ท่านแม่ย่อมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้า”“จริงหรือ?” เสียงของบุรุษด้านหลังของสองพี่น้องดังขึ้น สองพี่น้องพอหันไปดูก็เห็นว่าเป็นฉีหยุนเสี่ยงเดินมาพร้อมกับองครักษ์ของเขา“ถวายบังคมองค์ชายสามพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ” หลินซินย่อกายเสร็จก็หันหน้าหนีไปทางอื่น“เจ้าแต่งกายเช่นนี้ดีกว่าชุดบุรุษเป็นไหนๆ” ฉีหยุนเสี่ยงมองนางอย่างหยอกล้อ“องค์ชายสามเคยพบน้องสาวกระหม่อมนอกจวนด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ไม่เคยเจ้าค่ะ องค์ชายสามคงเข้าใจผิด ท่านพี่พวกเราไปกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าอยากไปดูใต้เท้าหม่าใกล้” หลินซินดึงแขนพี่ชายนางให้ออกเดิน“ประเดี๋ยวก่อน เจ้าจะแต่งกับใต้เท้าหม่าจริงหรือ” เขาเลิกคิ้วถามอย
คนที่กระทำส่วนใหญ่ เป็นลูกน้องในกรมโยธาของบิดานาง แต่ตอนนี้คนพวกนี้กำลังวิ่งเต้นเพื่อหาหลักฐานมาช่วยยืนยันความผิดของบิดานางอยู่ เมื่อชาติที่แล้วที่บิดาของนางไม่รอดก็เพราะคนพวกนี้รอหลักฐานปลอมที่ใต้เท้าหวงกำลังจะนำไปส่งมอบที่เมืองหลวง“เรียกลุงตงเข้ามา เตรียมตัวเดินทางกลับเมืองหลวง” นางจะต้องรีบกลับ
ตัวนางไม่ได้บอบบางน่าทะนุถนอมเช่นดอกมู่ตานเสียหน่อย นางซ่อนความร้ายกาจเอาไว้ภายใต้ใบหน้าที่อ่อนหวานเหมาะสมกับดอกเหมยกุ้ยที่มีหนามแหลมคมเสียมากกว่า“เอ๊ะ!!!” นางช้อนสายตาขึ้นมามองสำรวจบุรุษตรงหน้า ดวงตาดอกท้อที่ทำให้ใจของนางสะดุด จนต้องจ้องมองไม่ละสายตา บุรุษตรงหน้างดงามเกินกว่าจะเป็นบุรุษ “แต่คนรัก
หรูเซียนพักอยู่ภายในห้อง จนถึงเวลามื้อเย็น พวกเสี่ยวตงที่ออกไปสืบหาข้อมูลก็เริ่มทยอยกลับมาที่โรงเตี๊ยม“คุณชาย ได้เรื่องแล้วขอรับ” หรูเซียนนางอยู่ในชุดบุรุษหรูเซียนนางเขยิบเข้าไปใกล้เสี่ยวตงทันที ตระกูลหวงยังคงไม่ได้เดินทางออกจากเมืองซีหนาน ด้วยระยะเดินทางด้วยเรือใช้เวลาเพียงสิบวัน อีกทั้งหนังสือแ
ก่อนฟ้าสว่างคนทั้งหมดก็เตรียมตัวออกเดินทาง นางไม่ต้องการมารดาและพี่สะใภ้รู้ จึงได้ออกทางประตูหลังไปอย่างเงียบๆ หรูเซียนนางสวมใส่ชุดเช่นเดียวกับองครักษ์ นางวาดคิ้วแต่งเติมใบหน้าจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมให้เห็น เสี่ยวจิ่วเองก็เช่นกันม้าทั้งสิบตัววิ่งออกจากเมืองหลวงเดินทางลงตอนใต้ของแคว้น พอออกจากประ







