LOGINหรูเซียนตื่นขึ้นมาก็เป็นอีกวันหนึ่งแล้ว ไม่ว่านางจะหาหนทางหนีออกไปด้านนอกเช่นใดก็ไม่อาจออกไปได้ สาวใช้และองครักษ์ในจวนต่างปิดปากเงียบ ไม่ว่าถามเรื่องใดก็ไม่ตอบ
ต้องเรียกว่าตอนนี้นางก็เหมือนนักโทษคนหนึ่ง สาวใช้มีหน้าที่เพียงแค่นำอาหารเข้ามาให้นางภายในห้อง แม้แต่สาวใช้ข้างกายของนาง เสี่ยวจิ่วก็หายไปที่ใดก็ไม่รู้ ด้านหน้ามีองครักษ์นับสิบที่เฝ้านางเอาไว้อย่างเข้มงวด
ผ่านไปเช่นนี้อยู่สามวัน โดยที่นางไม่ได้ยินแม้แต่ข่าวที่เกิดขึ้นกับตระกูลลั่ว และนางก็ไม่ได้พบหน้าลู่เหลียงอีกด้วย แต่ในวันนี้คนที่นางไม่คิดว่าจะได้พบกลับมาหานางถึงที่จวน
หวงซีเยว่มองสภาพของหรูเซียนที่แม้จะยังงดงามเช่นวันแรกที่นางพบเจอ แต่ก็ดูหม่นหมองอมทุกข์จนนางเกือบจะหัวเราะออกมา
“ฮูหยิน ท่านสงบใจเถิดเจ้าค่ะ ตระกูลลั่วของท่านถูกเนรเทศออกจากเมืองหลวงไปแล้ว ข้าคิดว่าท่านคงอยากจะรู้เรื่องถึงได้นำข่าวมาแจ้ง”
“เจ้าเข้ามาได้อย่างไร” หรูเซียนมองนางอย่างระมัดระวัง สาวใช้ยังแทบจะเข้ามาในเรือนของนางไม่ได้ แต่หวงซีเยว่กลับเข้ามาได้อย่างง่ายดาย
“หึหึ เหตุใดข้าจะเข้ามาไม่ได้เล่าเจ้าคะ ต่อไปข้าเองก็ต้องมาอยู่ที่นี่แล้ว”
“เจ้าหมายความเช่นใด”
“ชายคนรักที่ข้าเคยพูดถึง” นางลูบปิ่นและหยกพกของนางแล้วเดินเข้ามาหาหรูเซียนช้าๆ “ก็คือพี่เหลียงอย่างไรเล่าเจ้าค่ะ คำมั่นที่เขาเคยให้ข้าเอาไว้ ยามนี้ใกล้จะเป็นจริงแล้ว ท่านคงยังไม่รู้ว่าเขามิได้เป็นโรคบุรุษเช่นที่เคยบอกกับท่านเอาไว้ เพียงแค่...นอนกับบุตรีศัตรูไม่ลงก็เท่านั้น” นางมองหรูเซียนอย่างเหยียดหยาม
“...” หรูเซียนไม่อาจเก็บอาการตื่นตกใจเอาไว้ได้อีก นางเบิกตากว้างที่แดงก่ำมองหวงซีเยว่อย่างโกรธแค้น “ท่านพ่อข้าไปทำอันใดให้เขา”
“ท่านถามพี่เหลียงเองมิดีกว่าหรือเจ้าคะ ข้า...เพียงแค่มาส่งข่าว ว่าบิดาของท่านตายอย่างน่าอนาถเช่นใด ตระกูลลั่วของท่านตกต่ำจนไม่อาจเงยหน้าขึ้นมองฟ้าได้อีกแล้ว” นางปิดปากหัวเราะ
หรูเซียนหมดความอดทนที่จะฟังเสียงหัวเราะของหวงซีเยว่แล้ว นางเงื้อมมือขึ้นตบใบหน้าของหวงซีเยว่เต็มแรง ทั้งยังกระชากผมของนางเอาไว้แน่น
“เจ้าเป็นตัวอันใด ถึงกล้าหัวเราะเยาะตระกูลลั่วของข้า!!! ต่อให้ตระกูลลั่วของข้าตกต่ำ เจ้ามีสิทธิ์ที่จะเยาะเย้ยหรือ”
“โอ๊ยยยย ปล่อยข้า!!! เจ้ายังคิดว่าตนเองสูงส่งอีกหรือ ต่อให้เจ้างดงามเป็นหนึ่ง เป็นคุณหนูตระกูลใหญ่แล้วยังไง ในเมื่อก็ต้องอยู่เฝ้าห้องหอเหี่ยวแห้ง แสร้งสร้างภาพว่าตนเองได้เป็นสตรีเพียงหนึ่งเดียวของพี่เหลียง แล้วเขาเคยสนใจเจ้าหรือไม่ เคยบอกว่ารักเจ้าสักครั้งหรือไม่”
หรูเซียนราวกับเสียสติไปแล้ว นางตบตีหวงซีเยว่ไปอีกหลายครั้ง จนใบหน้าของนางปูดบวม องครักษ์ถึงได้เข้ามาดึงตัวหวงซีเยว่ออกไป แต่ไม่วายเสียงเยาะเย้ยยังคงดังเข้ามาอยู่ภายในห้องอีกหลายประโยค
หรูเซียนแบกร่างที่บอบช้ำของนางไปที่เตียงนอน นางนั่งกอดเข่าซบหน้าลงร้องไห้อย่างหนัก สิ่งที่ลู่เหลียงทำให้นางทั้งหมดกลายเป็นเรื่องหลอกลวง
ทั้งหมดเกิดจากความแค้นที่เขามีต่อบิดาของนาง จนกลายมาเป็นบทงิ้วที่ยาวนานถึงสามปี มานั่งคิดย้อนดู เขาไม่เคยบอกรักนางมีเพียงนางที่เป็นฝ่ายพูดเสมอ
นางลุกขึ้นปาดน้ำตาทิ้ง แต่ไม่ว่าเช็ดเท่าใดมันก็ไหลออกมาเช่นเดิม หรูเซียนเดินไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งของนาง ด้านในมีมีดสั้นที่ลู่เหลียงเคยมอบเอาไว้ให้นางเมื่อตอนต้นปี
คำพูดที่เขาบอกกล่าวนางเอาไว้นางยังจำได้ดี ในตอนนั้นนางยังหัวเราะออกมาอย่างขบขัน “หากวันใดข้าผิดต่อเจ้า เจ้าใช้มีดสั้นเล่มนี้แทงข้าได้เลย”
“หึหึ ท่านจะทำสิ่งใดผิดต่อข้า มีแต่ทำให้ข้าสุขสบาย”
พอหวนนึกถึงก็อดที่จะหัวเราะออกมาทั้งน้ำตาไม่ได้ เขาวางแผนล้มล้างตระกูลของนางมาตั้งนานแล้ว มีแต่นางที่เพ้อฝันว่าทุกสิ่งที่เขาทำให้ เป็นเพราะเขารักนางสุดหัวใจ
ลู่เหลียงกลับมาที่จวนหลังจากที่ไม่ได้กลับมาหลายวัน ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับหรูเซียนต่อให้นางจะตำหนิ ด่าทอเขาอย่างไรก็ต้องยอมรับผลที่เกิดขึ้น
หลังจากราชโองการแต่งตั้งเกาหรานเป็นองค์หญิง ผ่านไปสองวัน ฉีหยุนเสี่ยงก็เดินทางเยือนที่จวนลู่ เข้าไปพูดคุยกับลู่จวินและลู่เหลียงอยู่ในห้องตำรานานถึงสองชั่วยาม ตอนที่เขาเดินออกมายังต้องมีคนช่วยประคองออกมาด้วยหลินซินมาทราบเรื่องในภายหลัง เมื่อเขาแอบเข้ามาหานางภายในห้อง ด้วยใบหน้าซีดขาว พอเข้ามาถึงฉีหยุนเสี่ยงก็ล้มตัวลงนอนที่เตียงของนางโดยไม่ได้ขออนุญาตเลย"หากพระองค์จะนอน เหตุใดไม่กลับไปนอนที่ตำหนักเล่าเพคะ” นางดึงตัวเขาให้ลุกขึ้น“ซี๊ดดด เบามือหน่อย” เขาร้องออกมาเบาๆ“พระองค์เป็นอันใด ได้รับบาดเจ็บหรือเพคะ”“อืม...ข้ามารับผิดต่อบิดาและท่านปู่ของเจ้า” เขาถอดเสื้อตัวนอกออก หลินซินจึงได้เห็นผ้าพันแผลที่หนาเตอะพันอยู่บนตัวของเขา ยังพอมองเห็นเลือดที่ซึมออกมา“พระองค์ถูกท่านพ่อ ท่านปู่ เฆี่ยนหรือเพคะ” หลินซินตกใจไม่น้อย“เดิมก็ควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะข้าไม่รู้ความ แต่ใต้เท้าทั้งสองไม่ยอมลงมือ ข้าเลยโบยตนเอง” แส้หนามที่เขาเตรียมมาถึงจะโบยไม่กี่หนแต่ก็ทำให้เนื้อแตกไปทั้งแผ่นหลัง สุดท้ายก็นับว่าคุ้ม เมื่อทั้งสองไม่เอาความกับสิ่งที่ฉีหยุนเสี่ยงทำลงไป อีกทั้งหากหลินซินนางพยักหน้ายอมแต่งให้เขา ทั้ง
หลินซินลุกขึ้นถวายความเคารพฉีหยุนเสี่ยงเต็มพิธีการ “ขอบพระทัยองค์ชายสามที่เสนอชื่อของหม่อมฉันให้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ ความเมตตาของพระองค์หม่อมฉันซาบซึ้งใจยิ่งนัก และยินดีทำตามประสงค์อย่างไม่มีข้อโต้แย้งเพคะ”ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางอกของฉีหยุนเสี่ยง เขาย่อมให้นางโวยวายใส่เขาดีกว่าที่นางยิ้มรับเช่นนี้ พอเขาจะเอื้อมมือไปดึงมือของนาง หลินซินก็เบี่ยงตัวหลบอย่างถือตัว“องค์ชายสามโปรดสำรวมด้วยเพคะ ต่อไปหม่อมฉันจะต้องเป็นพระสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ จะทำให้ตนเองแปดเปื้อนมิได้”“ซินซิน” ฉีหยุนเสี่ยง ทั้งตกใจและโกรธที่นางพูดออกมาเต็มปาก ว่าต่อไปจะเป็นสนมของฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ “ฟังข้าก่อน ข้าเสนอชื่อเจ้า เพราะต้องการให้ใต้เท้าลู่เลือกข้าเป็นสามีของจ้า มิได้คิดเป็นอื่นแต่อย่างใด” เขาแก้ตัวออกมาอย่างร้อนใจ“หึหึ ตอนแรกหม่อมฉันเกือบจะเชื่อในคำหวานของพระองค์เสียแล้ว หากมิได้ยินเกาหรานนางพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเสียก่อน แต่ดีแล้วเพคะ มันยิ่งทำให้หม่อมฉันตัดสินใจง่ายขึ้น ต่อให้ไม่ได้แต่งไปแคว้นต้าหลี่ หม่อมฉันก็ไม่แต่งให้พระองค์” นางมองเขาอย่างเย็นชาเขาคว้าตัวนางเข้ามากอดเอาไว้แน่น ปากก็พร่ำพูดขอโทษไปด้วย “ซินซิ
หรูเซียนเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้ามาโอบกอดบุตรสาวเอาไว้แน่น “แม่เองก็ไม่อยากให้เจ้าจากไปอยู่ที่ใด ตอนนี้ ท่านปู่ ท่านตา ท่านพ่อของเจ้ากำลังหาทางช่วยเจ้าอยู่”“ซินซิน อย่าเพิ่งร้อนใจ พี่เชื่อว่าท่านพ่อต้องหาทางช่วยเจ้าได้อย่างแน่นอน” อวิ๋นซีเองก็กังวลไม่ต่างจากน้องสาว เพียงแต่เขาจะร้อนใจไปอีกคนไม่ได้อวิ๋นซีเห็นว่าน้องสาวจิตใจไม่ค่อยจะสู่ดีนัก จึงอยากเอาใจนางให้นางเลิกกังวลเรื่องที่ยังไม่เกิด เขาพานางออกไปนั่งเล่นที่โรงน้ำชา แต่ไม่คิดว่าจะได้พบเจอเรื่องที่น่าสนใจเข้าเมื่อห้องรับรองที่อยู่ติดกัน เป็นหลานสาวของราชครูเกา เกาหราน กำลังนั่งพูดคุยเรื่องคัดเลือกคุณหนูแต่งงานแทนองค์หญิงไปแคว้นต้าหลี่อยู่พอดี“ไม่รู้ว่าองค์ชายสามมีความแค้นใดกับลู่หลินซิน ถึงได้เสนอชื่อนางให้ท่านปู่ของข้า หึหึ ทั่วเมืองหลวงคงมีเพียงองค์ชายสามที่ไม่ลุ่มหลงความงามของนาง”เสียงหัวเราะของสตรีที่อยู่ห้องรับรองติดกันช่างบาดเข้าไปในใจของหลินซินยิ่งนัก คำพูดของฉีหยุนเสี่ยงที่เอ่ยพูดกับนางเมื่อคืนต่างกับสิ่งที่นางกำลังได้ยินอยู่ตอนนี้“ซินซิน” อวิ๋นซีเห็นใบหน้าของน้องสาวซีดขาวก็เอ่ยเรียกนางอย่างเป็นห่วงหลินซินลุกขึ้นกำมือแน
ฉีหยุนเสี่ยงโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูของนาง “ไม่ทันแล้ว” เขาปรายตามองไปที่เตียงนอนแล้วมุ่ยปากให้นางดู ว่าเขาจะซ่อนตัวบนเตียงของนางแต่หากสาวใช้เข้ามาแล้วเห็นหลินซินนางยืนอยู่ข้างเตียง แต่มีคนนอนอยู่บนเตียงจะไม่ยิ่งสงสัยหรือ ฉีหยุนเสี่ยงเหมือนจะรู้ความคิดของนาง เขาดึงตัวนางขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงด้วยกัน ก่อนจะคลุมโปงตัวเองเอาไว้จนมิด มีเพียงใบหน้าของหลินซินที่โผล่ออกมาจากผ้าห่ม“คุณหนู ให้บ่าวจุดเทียนหรือไม่เจ้าคะ”“ไม่ต้อง ขะ ข้า ไม่เป็นอันใดเจ้าไปนอนต่อเถิด” มือของฉีหยุนเสี่ยงเขี่ยผ้าคาดเอวของนางเล่น จนเสียงของหลินซินสั่นเทา“หากมีสิ่งใดเรียกบ่าวนะเจ้าคะ บ่าวเฝ้าอยู่ด้านหน้าห้องเจ้าค่ะ”“ได้ๆ ไปเถิด”พอสาวใช้ออกจากห้องไปแล้ว ฉีหยุนเสี่ยงก็เปิดผ้าห่มออกขึ้นคร่อมทับนางเอาไว้ จ้องมองนางอย่างแน่วแน่ “ซินซิน เจ้าแต่งเข้าตำหนักข้าดีหรือไม่”“หืม...” หลินซินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “พระองค์ล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว มิใช่ว่าพระองค์มีความแค้นกับหม่อมฉันจนอยากจะกักขังเอาไว้แก้แค้นหรอกนะเพคะ”จะให้นางเชื่อเขาได้อย่างไร ทุกครั้งที่พบเจอตั้งแต่เด็กก็มีเรื่องกันมาตลอด พอนางหาคู่ครองก็เป็นเขาที่เข้ามาขัดขวางไป
สิ้นคำพูดของฉีหยุนเสี่ยง ลู่เหลียงก็เคร่งเครียดขึ้นทันที เรื่องที่ฉีหยุนเสี่ยงพูดออกมา เขาพอจะรู้ว่ากำลังคัดเลือกหาคุณหนูที่เหมาะสมให้แต่งแทนองค์หญิง เพียงแต่ไม่คิดว่ามีหลินซินรวมอยู่ด้วย“ข้ามิได้เร่งรัดคำตอบในตอนนี้ ใต้เท้ากลับไปค่อยๆ คิดเถิด” เขาลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินออกไป แต่ยังไม่วายหันกลับมามองที่ลู่เหลียงอีกครั้ง “แต่เร็วหน่อยก็ดี หากเสด็จพ่อเลือกคุณหนูลู่ขึ้นมา ถึงตอนนั้นก็คงแก้ไขอันใดไม่ได้แล้ว”ลู่เหลียงมิได้เชื่อในสิ่งที่ฉีหยุนเสี่ยงพูดออกมาทั้งหมด เขาขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้เพื่อสอบถามเรื่องราวให้กระจ่าง และเป็นเช่นนั้นจริง ราชครูเกาเสนอแผนสาวงาม คิดจะส่งลู่หลินซินไปจริงด้วยความงามของนางอาจจะทำให้ฮ่องเต้แคว้นต้าหลี่ลุ่มหลง หากเป็นเช่นนั้น เรื่องสัญญาสงบศึกคงจะเจรจากันง่ายขึ้น“อาเหลียง เจิ้นยังมิได้ตัดสินใจว่าจะส่งผู้ใดไป หากบุตรีของเจ้ามีสัญญาหมั้นหมายก่อนที่ราชทูตจะเดินทางมาถึงก็คงไม่อาจทำอันใดได้”ลู่เหลียงออกจากวังหลวงด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เขาเดินทางไปที่จวนลั่วเพื่อหารือกับพ่อตาเสียก่อน“ตาเฒ่าเกา น่าตายนัก!!!” ลั่วจ้านตบโต๊ะเสียงดัง“ท่านพ่อตาระงับโทสะก่อนเถิดขอรับ หลังจบเ
หลินซินนางไม่รู้เลยว่าการไปไหว้พระของนางจะได้ดูตัวด้วย อวิ๋นซีได้รับคำสั่งจากบิดาให้พาน้องสาวไปเดินเล่นที่สวนป่าเหมยทางด้านหลังอาราม“ซินซิน บุรุษชุดฟ้าครามที่เจ้าเห็นคือใต้เท้าหม่า สอบได้ทั่นฮวาเมื่อสองปีก่อน อยู่กรมเดียวกับท่านตา นับว่านิสัยใจคอดีไม่น้อย ในจวนไม่มีผู้อาวุโส เจ้าแต่งเข้าไปก็ไม่ต้องคอยสังเกตสีหน้าผู้ใด”“อืม...ข้าแล้วแต่ท่านพ่อ ท่านแม่ หากเห็นว่าสำหรับข้า ข้าก็ไม่ขัดข้องเจ้าค่ะ” นางตอบอย่างไม่ใส่ใจ“ท่านพ่อ ท่านแม่ย่อมต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้า”“จริงหรือ?” เสียงของบุรุษด้านหลังของสองพี่น้องดังขึ้น สองพี่น้องพอหันไปดูก็เห็นว่าเป็นฉีหยุนเสี่ยงเดินมาพร้อมกับองครักษ์ของเขา“ถวายบังคมองค์ชายสามพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ” หลินซินย่อกายเสร็จก็หันหน้าหนีไปทางอื่น“เจ้าแต่งกายเช่นนี้ดีกว่าชุดบุรุษเป็นไหนๆ” ฉีหยุนเสี่ยงมองนางอย่างหยอกล้อ“องค์ชายสามเคยพบน้องสาวกระหม่อมนอกจวนด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ไม่เคยเจ้าค่ะ องค์ชายสามคงเข้าใจผิด ท่านพี่พวกเราไปกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าอยากไปดูใต้เท้าหม่าใกล้” หลินซินดึงแขนพี่ชายนางให้ออกเดิน“ประเดี๋ยวก่อน เจ้าจะแต่งกับใต้เท้าหม่าจริงหรือ” เขาเลิกคิ้วถามอย
ลู่เหลียงสังเกตเห็นท่าทางของคนอื่นเช่นกัน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะขยับโดยไร้เสียง “เข้าไปด้านในได้แล้ว” หรูเซียนอดนึกขำไม่ได้ คงไม่ได้มีเพียงนางที่ทำไหน้ำส้มสายชูแตก แม้แต่ลู่เหลียงเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่านางเลย หรูเซียนโบกมือให้หลิวหมิงฮวนก่อนที่จะหลบเข้าไปในห้องรับรองพอชาวเมืองที่มาชมความครึกครื้
“เจ้าคิดว่าเป็นข้า?” ลู่เหลียงมองนางอย่างปวดใจ ต่อให้เขาต้องการให้ลั่วจ้านตาย แต่ไม่ได้อยากให้เขาตายเพราะถูกฆ่าปิดปากเช่นนี้“หรือไม่ใช่ เป็นท่านที่อยากให้พ่อข้าตายมาโดยตลอด” หรูเซียนหันไปมองห่อผ้าที่มือของเสี่ยวจิ่ว ก่อนจะแย่งมาถือเอาไว้ในมือหรูเซียนโยนห่อผ้าที่มีสมุดบัญชีหลายเล่มใส่ตัวของลู่เหลี
ทางด้านใต้เท้าหวง วันที่เก็บของจะเริ่มออกเดินทาง เขามาจัดเก็บหลักฐานด้วยตนเองที่ห้องตำรา ก็เพิ่งจะรู้ว่าพวกมันหายไปเสียแล้วความหวาดกลัวเข้ากัดกินหัวใจ มันไม่ได้หายไปเพียงบัญชีสองเล่มที่เขาสร้างขึ้นเพื่อตบตาลู่เหลียง แต่บัญชีรับเงินและรายละเอียดการโยกย้ายเงินที่ยักยอกมาไปให้ผู้ใดบ้าง จำนวนเท่าใดก็ห
คนที่กระทำส่วนใหญ่ เป็นลูกน้องในกรมโยธาของบิดานาง แต่ตอนนี้คนพวกนี้กำลังวิ่งเต้นเพื่อหาหลักฐานมาช่วยยืนยันความผิดของบิดานางอยู่ เมื่อชาติที่แล้วที่บิดาของนางไม่รอดก็เพราะคนพวกนี้รอหลักฐานปลอมที่ใต้เท้าหวงกำลังจะนำไปส่งมอบที่เมืองหลวง“เรียกลุงตงเข้ามา เตรียมตัวเดินทางกลับเมืองหลวง” นางจะต้องรีบกลับ







