LOGINตอนที่ 7 จะทำอย่างไรดี
รุ่งเช้าวันต่อมา ณ.ห้องของจื้อเหยา
เสียงเรียกของสาวใช้กระตือรือร้นหลังจากกลับมาจากโรงครัวหลังไปแจ้งพ่อครัวว่าวันนี้ซูจื้อเหยาอยากกินอาหารบำรุงร่างกายเป็นพิเศษ
“ฮูหยินรองเจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ท่านฟังเจ้าค่ะ”
“เจ้านี่นะทำลายอากาศดี ๆ ยามเช้าหมดแล้วเรื่องอันใดเล่าที่เจ้าจะเล่าให้ข้าฟัง” จื้อเหยากำลังจ้องมองปลาในสระที่ศาลากลางจวนได้เอ่ยขึ้นและมือของนางยังคงโปรยอาหารให้ปลาไม่หยุด
“ข้าไปที่โรงครัวได้ยินสาวใช้กล่าวกันว่าเมื่อวานนี้ท่านแม่ทัพถูกฮูหยินจัดการจนอับอายขายขี้หน้าเจ้าค่ะ ถึงขั้นสั่งห้ามไม่ให้ปริปากไปที่ใดด้วยเจ้าค่ะ” จื้อเหยานิ่งสนิทหันขวับกลับมามองซูหนาน
“แม่ทัพนะหรือถูกฮูหยินทำร้าย นางอ่อนแอเพียงสายลมพัดผ่านร่างกายก็แทบปลิวตามสายลมจะไปมีแรงสู้แม่ทัพได้อย่างไรกัน”
“เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่ได้ยินมาว่าเพราะคุณชายหยางเหอทำร้ายฮูหยินก่อน ทำให้นางได้รับบาดเจ็บ นางกำลังสั่งสอนคุณชายแต่ท่านแม่ทัพเข้าไปช่วยแต่ก็โดนกระทำด้วยอีกคน เรื่องนี้ท่านแม่ทัพคงอับอายถึงไม่บอกฮูหยินรองสินะเจ้าคะ”
“นั่นสิ เมื่อคืนนี้ท่านแม่ทัพมาหาข้าก็ทำตัวปกติไม่เห็นเอ่ยถึงเรื่องนี้ หรือว่าท่านแม่ทัพจะอับอายจริง ๆ เจ้าเองก็อย่าเอ่ยไปที่ใด หากนี่เป็นคำสั่งของแม่ทัพระวังเจ้าจะถูกลงโทษไปอีกคน” จื้อเหยาหันไปให้อาหารปลาต่อในใจพลางครุ่นคิด เมื่อวานลูก ๆ ของซูซินมาหานางที่ห้องนางแสร้งทำเป็นป่วย ให้เด็กทั้งสองเห็นใจและรังเกียจมารดาของตนเอง แต่ไม่คิดเลยว่าคราวนี้ฮูหยินจะสู้กลับ นางเป็นคนรักบุตรมากขนาดไม่เคยปริปากบอกแม่ทัพสักครั้งว่าบุตรชายกับบุตรสาวเคยทำตัวไม่ดีกับนางเพียงใด อีกทั้งแม่ทัพเมื่อคืนนี้ก็มาหานางอย่างปกติ กอดนางนอนเคียงข้างทั้งคืนไม่เห็นเอ่ยเรื่องนี้ให้นางฟัง
“หากฮูหยินตั้งใจจะลุกขึ้นมาสู้เพื่อทวงคืน มีหรือข้าจะเกรงกลัวเพราะยามนี้แม่ทัพหลงข้าจนโงหัวไม่ขึ้น รสสวาทของข้าที่ปรนนิบัติเขาทุกคืน เสียงครวญครางของเขาเพียงฟังก็รับรู้แล้วว่าเขาไม่เคยได้รับรสสวาทเช่นนี้กับฮูหยิน ซูหนานวันนี้ข้าจะออกไปข้างนอกเจ้าเตรียมรถม้าให้ข้าที"
“ได้เจ้าค่ะ”
จื้อเหยาทอดสายตามองไปด้านหน้าพลางครุ่นคิดเรื่องของฮูหยินนางต้องหาทางกำจัดฮูหยินอย่างเร็วที่สุด ยิ่งยามนี้หากเป็นอย่างที่ซูหนานกล่าวมา การใช้บุตรของนางไปทำร้ายจิตใจนางคงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไปก็คงต้องหาหนทางอื่น
ฝั่งด้านเสวี่ยฟง
เช้าวันนี้เขาตื่นมาแต่เช้าตรู่เพราะนอนไม่หลับทั้งคืน พยายามข่มตาเท่าไหร่ก็ยังคงคิดถึงช่วงที่เขาถูกฮูหยินจัดการ มันกวนใจของเขาเหลือเกินและเรื่องบาดแผลที่นางถูกหยางเหอทำร้ายนั่นด้วย เขาคิดทั้งคืนจะทำเช่นไรหากไม่ขอโทษนาง และปล่อยให้เรื่องราวเป็นเช่นนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีแต่จะไปขอโทษนางเขาก็นึกถึงแต่สิ่งที่นางทำจนอับอายไม่รู้จะเอาหน้าที่ไหนไปมองและสบตาของนาง
“ท่านแม่ทัพคิดอะไรอยู่หรือขอรับข้าเห็นท่านครุ่นคิดมาพักใหญ่ แม้แต่อาหารก็ยังไม่ยอมกิน” เหวยจางลูกน้องมือขวาของแม่ทัพผู้ที่สนิทสนมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่แม่ทัพมาโดยตลอดและรู้ใจของแม่ทัพเป็นอย่างดี
“เหวยจาง ข้าจะไปขอโทษฮูหยินดีหรือไม่ ? ”
“ท่านแม่ทัพน่าจะรู้คำตอบดีนะขอรับ เรื่องที่เกิดขึ้นท่านเป็นฝ่ายผิดแม้ว่าท่านแม่ทัพไม่โปรดปราณฮูหยินแต่การลงไม้ลงมือกับฮูหยินมันรุนแรงและไม่ให้เกียรติฮูหยินเลยขอรับ” สิ้นคำพูดของเหวยจางเสวี่ยฟงวางตะเกียบลงชามข้าวลุกขึ้นพรวดพลางเอ่ยถาม
“ยามนี้ฮูหยินอยู่ที่ใด?”
“ข้าเห็นฮูหยินเดินอยู่ที่ศาลาบึงบัวขอรับ” เหวยจางยิ้มอ่อน ๆ รีบตอบคำถามทันทีและเดินตามหลังผู้เป็นนาย
ศาลาบึงบัวหลังจวน
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จซูซินชักชวนจิ่นอี๋เดินมาที่ศาลาหลังจวนอีกครา หวนคิดวันที่มาที่นี่ก็หวนคิดชีวิตตัวเองก่อนจะทะลุมิติมาที่นี่คงเป็นเพราะโชคชะตาสวรรค์คงต้องการให้นางมาแก้แค้นและทวงความยุติธรรมให้แก่อวี๋ซูซินตัวจริง ๆ ยิ่งคิดนางก็ยิ่งไม่เข้าใจทำไมเจ้าของร่างตัวจริงถึงได้ยอมแพ้ง่าย ๆ ทั้ง ๆ ที่นางมีทั้งอำนาจของบิดามีเงินทองมากมายอีกทั้งยังมีอำนาจสูงสุดในจวนรองจากแม่ทัพหวังเสวี่ยฟง หากว่านางรักเสวี่ยฟงทั้งหัวใจจนไม่เหลือความรักตัวเองก็โง่เขลาจริง ๆ จนซูจื้อเหยาหลอกลวงเป่าหูครั้งแล้วครั้งเล่าและการมองคนในแง่ดีของนางเองทำให้นางถูกมองว่าเป็นสตรีที่โง่เง่าที่สุด
“จิ่นอี๋ข้าต้องการจัดงานจิบน้ำชากับฮูหยินที่เป็นสหายของข้าทุก ๆ ท่านเจ้าจัดการทำเทียบเชิญสหายของข้าทั้งหมดมาที่นี่ในอีกสามวัน ข้ามีเรื่องที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากพวกนาง”
“ได้เจ้าค่ะฮูหยิน ข้าจะช่วยจัดเตรียมโต๊ะน้ำชาและของว่างให้นะเจ้าคะ”
“จงเตรียมชาที่ดีที่สุดให้ข้าด้วย พวกเขาจะได้รับรู้ว่าข้านั้นตั้งใจและพิถีพิถันเอาใจใส่รายละเอียดในการเลือกดื่มน้ำชา ขนมอย่าให้หวานจนเกินไปเพื่อสุขภาพที่ดี”
“เจ้าค่ะฮูหยิน ข้าจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด” อวี๋ซูซินสั่งการสาวใช้ก่อนจะมองไปที่บึงบัวอีกครา ความทรงจำของร่างนี้นางมีสหายดี ๆ มากมายเพราะอำนาจของท่านพ่อให้นางได้พบเจอแต่สตรีสูงส่ง สหายแต่ละนางเคยเตือนนางเรื่องซูจื้อเหยาแต่นางบอกกล่าวสหายว่าทุกคนคิดมาก จื้อเหยาเป็นเพียงแค่เด็กสาวใสซื่ออยากเข้ามาปรนนิบัตินางเท่านั้นไม่มีพิษมีภัย แต่ทว่านางกลับกลายเป็นงูเห่าที่แว้งกัดนางจากด้านหลัง หากครั้งนั้นนางยอมเชื่อสหายที่เตือนไม่แน่ยามนี้นางอาจจะไม่มีจุดจบที่ต้องกระโดดน้ำตายก็เป็นได้“อะ แฮ่ม !!” เสียงกระแอมดังขึ้นจากด้านหลังเสมือนจงใจทำให้ซูซินหันกลับไปมอง ทว่านางจำเสียงนี้ได้ดีว่าผู้ใดเป็นเจ้าของน้ำเสียง
“มาที่นี่ทำไมเจ้าคะ ข้าไม่ต้องการพบเจอท่านเพียงแค่ได้ยินเสียงข้าก็หลับนอนไม่ได้ หากได้เห็นใบหน้าของท่านอีกข้าคงกินอาหารไม่ลงแน่ ๆ ข้าอยากอยู่อย่างสงบสุขเพราะฉะนั้นกลับไปที่เดิมที่มาเถอะเจ้าค่ะ”
เสวี่ยฟงใบหน้าแดงก่ำเขาตั้งใจมาขอโทษนางแต่นางกลับเอ่ยวาจาเย็นชาไร้ไมตรี แถมยังไล่เขากลับอีกมีหรือที่เขาจะยอม
“ที่นี่คือจวนของข้า ข้าจะเดินไปที่ใดย่อมได้ ไม่อยากเห็นใบหน้าของข้า ไม่อยากได้ยินน้ำเสียงของข้านั่นคงเป็นเรื่องยากเพราะข้าคือสามีของเจ้า ฮูหยินเจ้าลืมไปแล้วอย่างนั้นหรือ”
ขวับ!!! ร่างบางถูกดึงเข้ามากระทบอกแกร่งของเขาอย่างแรง เขาโอบกอดนางเอาไว้แน่น ร่างเล็กตกใจเบิกตาโพลงโตไม่รู้ว่าวันนี้ผู้ชายคนนี้จะมาไม้ไหนอีก แต่ไม่ว่าจะมาไม้ไหนนางจะต้องรับมือให้ได้
ตอนที่ 9 ใจเต้นแรงฝั่งด้านจื้อเหยานางกลับมาถึงห้องด้วยความโกรธเกรี้ยว เนื้อตัวเปียกโชนไปหมดเมื่อมาถึงห้องนางกรี๊ดร้องออกมาพร้อมทั้งทำลายข้าวของเพื่อระบายอารมณ์สาวใช้รู้ถึงนิสัยเช่นนี้ของจื้อเหยาอยู่แล้วไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาห้ามปรามทำได้เพียงยืนอยู่หน้าประตูเฝ้ารอเสียงร้องกรี๊ดของฮูหยินรองเงียบลงถึงกล้าเข้าไปด้านใน หากบุ่มบ่ามเข้าไปมีหวังจะต้องเจ็บตัวแน่ ๆปัง! โครม!“กรี๊ด กรี๊ด!! นังซูซิน ข้าจะฆ่าเจ้า กล้าดีเช่นไรมาแตะต้องตัวข้าครั้งแล้วครั้งเล่า สายตาท่าทางหยิ่งยโสของเจ้า เป็นข้าเองที่จะทำให้เจ้าก้มลงมากราบแทบเท้าข้า คอยดูเถอะวันหนึ่งข้าจะจัดการเจ้าด้วยสองมือของข้าเอง” ใบหน้าของนางแดงก่ำ ดวงตาขึงปากเม้มแน่นหน้าผากมีรอยย่น จนเส้นเอ็นที่คอโป่ง เมื่อนึกถึงใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างโทสะ ซูหนานได้ยินเสียงในห้องเงียบไปนางรีบเข้ามาเพื่อดูแลนายหญิงของนาง“ฮูหยินรองเจ้าคะ ตอนนี้สงบสติอารมณ์ก่อนนะเจ้าคะ ค่อย ๆ คิด อย่างไรยามนี้เราได้เปรียบเพราะฮูหยินของข้านั้นครอบครองหัวใจท่านแม่ทัพไม่ว่าจะเอ่ยสิ่งใดเขาย่อมเชื่อฮูหยินทุกอย่าง ยามนี้ท่านล้างเนื้อล้างตัวเพื่อเดินทางออกไปทำตามที่ท่านต้องการเถิด” ซูห
ตอนที่ 8 ข้าขอโทษตุบ ตุบ เสียงมือเล็ก ๆ ที่กำแน่นทุบลงบนอกแกร่งเขาเพื่อให้เขาปลดปล่อยตนเองจากอ้อมแขน“ปล่อยข้าก่อนที่ข้าจะไม่ไว้หน้าท่าน ทำเช่นนี้ต้องการอันใด! เห็นหรือไม่ท้องฟ้าที่แจ่มใสยามนี้เริ่มมืดครึ้มเพราะทำในสิ่งที่ท่านไม่เคยทำ เป็นแม่ทัพแค่เพียงชื่อหรืออย่างไร ไม่เห็นไปทำการทำงานเอาแต่อยู่ในจวนหรือว่ายังอยู่ในช่วงที่ท่านนอนกกฮูหยินรอง เช่นนั้นก็รีบปล่อยข้าและไปหานางเสีย”“เฮ้อ! นี่ฮูหยินหรือสุนัขทำไมถึงได้โหดและปากดีเช่นนี้ นี่นะหรือสตรีชั้นสูง”“ทำไมเจ้าคะ สตรีชั้นสูงปากดีไม่ได้อย่างนั้นหรือ? ตลอดมาข้าถูกกระทำมาตลอด ต้องยอมนิ่ง ๆ เพื่อรักษาตำแหน่งฮูหยิน ชื่อเสียงของบุตรสาวของอัครเสนาบดีจนคนอื่นมองว่าข้านั่นโง่เขลายิ่งกว่าควายที่ใช้ไถนา ตอนนี้ข้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป แม้แต่ฮูหยินของท่านก็ไม่อยากจะรักษามันไว้” พูดจบซูซินใช้เท้ากระทืบลงเท้าของเขาอย่างแรงเขาร้องออกมาอย่างโหยหวยเพราะความเจ็บปวด“โอ๊ย!! ทำไมข้าถึงได้พลาดท่าให้เจ้าอีกแล้วนะฮูหยิน หรือเพราะผู้อื่นไม่เคยทำเช่นนี้กับสามีตนเองมีเพียงแต่เจ้า”“ใช่มีเพียงแต่ข้าที่จะทำร้ายท่าน เป็นแม่ทัพอย่างไรไหวพริบไม่มีสักนิด วันดี ๆ ขอ
ตอนที่ 7 จะทำอย่างไรดีรุ่งเช้าวันต่อมา ณ.ห้องของจื้อเหยาเสียงเรียกของสาวใช้กระตือรือร้นหลังจากกลับมาจากโรงครัวหลังไปแจ้งพ่อครัวว่าวันนี้ซูจื้อเหยาอยากกินอาหารบำรุงร่างกายเป็นพิเศษ“ฮูหยินรองเจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ท่านฟังเจ้าค่ะ”“เจ้านี่นะทำลายอากาศดี ๆ ยามเช้าหมดแล้วเรื่องอันใดเล่าที่เจ้าจะเล่าให้ข้าฟัง” จื้อเหยากำลังจ้องมองปลาในสระที่ศาลากลางจวนได้เอ่ยขึ้นและมือของนางยังคงโปรยอาหารให้ปลาไม่หยุด“ข้าไปที่โรงครัวได้ยินสาวใช้กล่าวกันว่าเมื่อวานนี้ท่านแม่ทัพถูกฮูหยินจัดการจนอับอายขายขี้หน้าเจ้าค่ะ ถึงขั้นสั่งห้ามไม่ให้ปริปากไปที่ใดด้วยเจ้าค่ะ” จื้อเหยานิ่งสนิทหันขวับกลับมามองซูหนาน“แม่ทัพนะหรือถูกฮูหยินทำร้าย นางอ่อนแอเพียงสายลมพัดผ่านร่างกายก็แทบปลิวตามสายลมจะไปมีแรงสู้แม่ทัพได้อย่างไรกัน”“เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่ได้ยินมาว่าเพราะคุณชายหยางเหอทำร้ายฮูหยินก่อน ทำให้นางได้รับบาดเจ็บ นางกำลังสั่งสอนคุณชายแต่ท่านแม่ทัพเข้าไปช่วยแต่ก็โดนกระทำด้วยอีกคน เรื่องนี้ท่านแม่ทัพคงอับอายถึงไม่บอกฮูหยินรองสินะเจ้าคะ”“นั่นสิ เมื่อคืนนี้ท่านแม่ทัพมาหาข้าก็ทำตัวปกติไม่เห็นเอ่ยถึงเรื่อ
ตอนที่ 6 ข้าไม่ผิดซูซินลุกขึ้นแสยะยิ้มมุมปากก่อนจะวิ่งเข้าไปกระชากผมของแม่ทัพจิกเส้นผมของเขาจนถึงหนังศีรษะ เสวี่ยฟงไม่ทันตัวปล่อยมือออกจากบุตรชาย หันขวับกลับมามองฮูหยินด้วยความตกใจตะโกนร้องเสียงดัง“ย้าก!!”“โอ๊ย!! ฮูหยินเจ้าทำอันใดของเจ้าปล่อยมือเจ้าออกมาเส้นผมของข้าเดี๋ยวนี้”“จะทำอันใดนะหรือ? ก็ทำเช่นนี้อย่างไรเล่า”เพี๊ยะ เพี๊ยะ!!! ร่างเล็กง้างมือตบเข้าที่ใบหน้าของแม่ทัพครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะผลักเขาล้มลงกับพื้นขึ้นคร่อมร่างกายของเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้เขามีจังหวะได้ตอบโต้ตนเอง“คิดว่าเป็นผู้ชายเป็นแม่ทัพแล้วข้าจะไม่กล้าหรืออย่างไร ท่านกล้าดีอย่างเอาใช้มืออันโสโครกของท่านมาตบใบหน้าของข้า กล้าดีเช่นไรกันห่ะ!! คิดว่ามีมือผู้เดียวหรือไงกัน” ดวงตาของซูซินเต็มไปด้วยเปลวไฟแค้นสุมอก ไม่ว่าจะเป็นสามีหรือบุตรชายต่างไม่ได้เรื่องสักคน นางต่างหากที่ถูกพวกเขาทำร้ายร่างกายก่อน“เจ้าเสียสติไปแล้วอย่างนั้นหรือ หยุดข้าบอกให้หยุดเดี๋ยวนี้ จิ่นอี๋รีบมาจับตัวของนายหญิงเจ้าออกไปก่อนที่ข้าจะใช้กำลังกับนาง”“จิ่นอี๋หากเจ้ากล้าเข้ามา ข้าจะทำร้ายเจ้าอีกคนวันนี้ไม่ข้าก็เป็นท่านแม่ทัพที่จะต้องพ่ายแพ้กันไปข้า
ตอนที่ 5 สั่งสอนดวงตะวันบ่ายคล้อยอวี๋ซูซินกลับมาจากข้างนอกสาวใช้จัดการขนของเก็บของเข้าในห้อง นางมานั่งรับลมอยู่ศาลาหน้าห้องโดยมีจิ่นอี๋คอยดูแล เติมน้ำชาและขนมว่างอีกทั้งยังคอยใช้พัดไม้สลักลวดลายสวยงามพัดลมเพื่อระบายความร้อนอยู่ข้าง ๆครั้นนั้นเองจู่ ๆ ก็มีก้อนหินขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กปาเข้ามาจากกำแพงถูกศีรษะของอวี๋ซูซิน นางตกใจเกือบตกเก้าอี้อีกทั้งยังเจ็บแสบที่หน้าผากและเหมือนมีโลหิตสีแดง ๆ ไหลรินออกมาอย่างช้า ๆ“โอ๊ย!!!” อวี๋ซูซินส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด จิ่นอี๋อยู่ข้าง ๆ ตกใจดวงตาเบิกโพลงรีบวางพัดเข้ามาประคองฮูหยินด้วยควาเป็นห่วงทันที“ฮูหยินเลือด เลือดไหลออกมาจากศีรษะของฮูหยินเจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปตามหาตัวผู้ทำนะเจ้าคะ ผู้ใดกันที่กล้าลงมือทำร้ายฮูหยินในจวนของแม่ทัพ” จิ่นอี๋กำลังจะเดินออกไปแต่ถูกอวี๋ซูซินจับมือเอาไว้ก่อน“เจ้าไม่ต้องไปช่วยเอาผ้าเช็ดให้ข้าที”“อย่าบอกนะเจ้าคะว่าฮูหยินจะปล่อยเอาไว้อีกเช่นเคย ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ฮูหยินถูกกระทำแต่ก็ปล่อยไปทุกครั้งเช่นนี้คนที่ทำถึงได้กำเริบไม่เกรงกลัวฮูหยินนะเจ้าคะ”“ผู้ใดบอกเจ้าว่าข้าจะปล่อยไปเล่า พวกเจ้าไปตามจับตัวผู้กระทำมาหาข้าเดี๋ยวน
ตอนที่ 4 คุณชายรูปงามฝั่งด้านจื้อเหยาในห้องเต็มไปด้วยสาวใช้มาคอยดูแล อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวถูขัดกายให้นาง นางนั่งมองคันฉ่อง ใบหน้าของนางแม้ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงแต่ก็เกิดรอบแดงจากน้ำชาร้อน ๆ เช่นเดียวกัน นางใช้มือลูบใบหน้าดวงตาร้อนผ่าวเจ็บแค้นในอก"กล้าดีเช่นไรมาทำลายใบหน้างดงามของข้าหรือคิดจะทำให้ใบหน้าของข้าเกิดความเสียหาย นางเป็นอะไรกันแน่จู่ ๆ ถึงได้มีแววตาและนิสัยเปลี่ยนไปเช่นนี้ " จื้อเหยาเอ่ยออกมาแผ่วเบา สาวรับใช้ประจำกายที่อยู่ใกล้ ๆ ได้เอ่ยแทรกขึ้นมา"ข้าได้ยินมาว่าเมื่อเช้าตรู่ของวันนี้มีบ่าวในจวนเห็นสตรีท่าทางคล้าย ๆ ฮูหยินเดินไปที่บึงบัวหลังจวนเจ้าค่ะ " จื้อเหยาเริ่มครุ่นคิด นี่สินะที่นางเดินเข้ามาในพิธีด้วยสภาพเปียกน้ำเช่นนั้นหรือว่าฮูหยินตั้งใจไปปลิดชีพตนเอง หลังจากที่นางไปเยือนที่ห้องของฮูหยินเมื่อคืนก่อน"ข้าพอคิดได้แล้วล่ะ นางคงคิดจะปลิดชีพตนเองหลังจากที่ข้าไปหา และบอกนางว่าทุกสิ่งทุกอย่างข้าจะดูแลเป็นอย่างดี แต่ทำไมนางถึงได้หวนกลับมาหากนางตั้งใจจะปลิดชีพ ? แถมนิสัยของนางเปลี่ยนไปราวกับคนละคน""มิใช่ว่าฮูหยินจะแก้แค้นหรือเจ้าคะ นางแค้นมากจนมีนิสัยที่เปลี่ยนไป "ซูหน







