LOGINตอนที่ 6 ข้าไม่ผิด
ซูซินลุกขึ้นแสยะยิ้มมุมปากก่อนจะวิ่งเข้าไปกระชากผมของแม่ทัพจิกเส้นผมของเขาจนถึงหนังศีรษะ เสวี่ยฟงไม่ทันตัวปล่อยมือออกจากบุตรชาย หันขวับกลับมามองฮูหยินด้วยความตกใจตะโกนร้องเสียงดัง
“ย้าก!!”
“โอ๊ย!! ฮูหยินเจ้าทำอันใดของเจ้าปล่อยมือเจ้าออกมาเส้นผมของข้าเดี๋ยวนี้”
“จะทำอันใดนะหรือ? ก็ทำเช่นนี้อย่างไรเล่า”
เพี๊ยะ เพี๊ยะ!!! ร่างเล็กง้างมือตบเข้าที่ใบหน้าของแม่ทัพครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะผลักเขาล้มลงกับพื้นขึ้นคร่อมร่างกายของเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้เขามีจังหวะได้ตอบโต้ตนเอง
“คิดว่าเป็นผู้ชายเป็นแม่ทัพแล้วข้าจะไม่กล้าหรืออย่างไร ท่านกล้าดีอย่างเอาใช้มืออันโสโครกของท่านมาตบใบหน้าของข้า กล้าดีเช่นไรกันห่ะ!! คิดว่ามีมือผู้เดียวหรือไงกัน” ดวงตาของซูซินเต็มไปด้วยเปลวไฟแค้นสุมอก ไม่ว่าจะเป็นสามีหรือบุตรชายต่างไม่ได้เรื่องสักคน นางต่างหากที่ถูกพวกเขาทำร้ายร่างกายก่อน
“เจ้าเสียสติไปแล้วอย่างนั้นหรือ หยุดข้าบอกให้หยุดเดี๋ยวนี้ จิ่นอี๋รีบมาจับตัวของนายหญิงเจ้าออกไปก่อนที่ข้าจะใช้กำลังกับนาง”
“จิ่นอี๋หากเจ้ากล้าเข้ามา ข้าจะทำร้ายเจ้าอีกคนวันนี้ไม่ข้าก็เป็นท่านแม่ทัพที่จะต้องพ่ายแพ้กันไปข้างหนึ่ง” จิ่นอี๋กำลังเดินเข้ามาจับตัวของฮูหยินต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อได้ยินเสียงดุดันของนาง
เสวี่ยฟงแสบใบหน้าไปหมด แถมยังอับอายบ่าวรับใช้ในเรือนจะลุกก็ถูกร่างบางนั่งทับเอาไว้ เขาจึงใช้แรงทั้งหมดที่มีคว้ามือทั้งสองข้างของนางเอาไว้ให้หยุดตบตีเขาไปมากกว่านี้
“หยุด !! ข้าบอกให้เจ้าหยุด”
มับ!
“ปล่อยข้านะ” ซูซินเจ็บข้อมือไปหมดใบหน้าเริ่มซีดเซียวเมื่อถูกมือหนาจับเอาไว้จนข้อมือของนางแดงไปหมด
“ข้าจะยอมปล่อยจนกว่าเจ้าจะสำนึกผิดตนเองและไม่ทำร้ายข้าอีก ต่อจากวันนี้ข้าขอสั่งห้ามไม่ให้เจ้าออกจากห้องไปที่ใด” ซูซินตั้งสติแม้ว่ายามนี้นางจะถูกเขาจับมืออยู่แต่นางยังนั่งทับร่างกายของเขาอยู่นางแสยะยิ้มก่อนจะชันขาลุกขึ้นกระแทกบั้นท้ายลงหน้าท้องของเสวี่ยฟงด้วยแรงทั้งหมดที่มี เขาจุกท้องร้องแทบไม่ออกปล่อยมือฉับพลันนอนตัวขดงอ
“อึก เจ้า เจ้ามัน อึก!! ..” ซูซินหัวเราะในลำคอลุกขึ้นปัดมือของตนพลางคลี่ยิ้ม
“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่เชื่อฟังคำสั่งของท่านหากเรื่องนี้มีคนผิดก็คงเป็นหวังหยางเหอกับท่านมากกว่าที่ลงมือทำร้ายข้า ทั้ง ๆ ที่ข้าอยู่ของข้าดี ๆ จิ่นอี๋ส่งแขกแทนข้าด้วย” ซูซินปัดอาภรณ์ก่อนจะเดินสะบัดไปอย่างไม่เหลียวหลัง หวังหยางเหอยืนอยู่ตรงนั้นเห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ เขาเริ่มเกรงกลัวมารดามากกว่าเดิม ขนาดท่านพ่อที่เป็นท่านแม่ทัพยังพ่ายแพ้ต่อนางแล้วเขาเป็นเพียงเด็กชายตัวน้อยมีหรือจะสู้นางได้ จิ่นอี๋เงอะงะจะเข้าไปช่วยท่านแม่ทัพก็กระไร เด็กหญิงที่แอบมองอยู่ไกล ๆ รีบเข้ามาดูอาการของท่านพ่อกับพี่ชายทันที
“ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ พี่หยางเหอท่านเจ็บหรือไม่? ท่านไม่น่าทำร้ายท่านแม่ก่อนเลย หากท่านไม่ทำท่านกับท่านพ่อคงไม่ต้องเจ็บตัว”
“อะไรนะ ...เมื่อครู่เจ้าเอ่ยว่าอันใด” เสวี่ยฟงลุกขึ้นนั่งแม้ว่าจะจุกและเจ็บอยู่เขาไม่สามารถทำตัวอ่อนแอต่อหน้าบุตรได้อีกทั้งยามนี้ทั้งบ่าวรับใช้และสาวใช้ที่มองอยู่เขาอายแทบมุดแผ่นดิน
“ท่านพ่อพี่หยางเหอเป็นคนลงมือใช้หินขว้างท่านแม่ก่อนเจ้าค่ะ ท่านแม่ได้รับบาดเจ็บจึงจับตัวท่านพี่มาสั่งสอน”
“จริงหรือหยางเหอ” เสวี่ยฟงหันขวับไปมองหน้าบุตรชาย เขาทำได้เพียงยืนก้มหน้ามองพื้นกลัวความผิดในครั้งนี้ เสวี่ยฟงจึงหันไปถามจิ่นอี๋ที่ยืนอยู่ตรงนั้น “จิ่นอี๋เรื่องราวมันเป็นเช่นไรกันแน่”
“เป็นอย่างที่คุณหนูหวังเหม่ยลี่กล่าวเจ้าค่ะ ฮูหยินได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะหากท่านแม่ทัพรู้เรื่องทุกอย่างข้าขอตัวไปดูแลฮูหยินก่อนนะเจ้าคะ” เสวี่ยฟงได้ยินเขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่งอย่างรู้สึกผิด เขาไม่ได้ถามไถ่แต่กลับกรู่วิ่งเข้ามาทำร้ายนางสมควรแล้วที่นางจะโมโหและลงมือทำร้ายเขาคืน แต่น่าแปลกตั้งแต่รู้จักกับนาง นางไม่เคยรุนแรงเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่เขาแต่งตั้งซูจื้อเหยามาเป็นอนุ นางก็มีนิสัยเปลี่ยนไปจนน่าตกใจแถมยังประชดประชันว่าเขาเป็นแขกอีกด้วย เขาลุกขึ้นยืนกรอกสายตามองไปทั่ว ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มขรึมสั่งไม่ให้ผู้ใดกล่าวเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ไปที่อื่น
“เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ หากผู้ใดกล้าเอ่ยปากแพร่งพรายไปทั่วข้าจะจับมันมาตัดลิ้นพร้อมเฆี่ยน 10 ไม้” บ่าวกับสาวใช้ก้มหน้าลงต่ำไม่กล้าแม้จะสบตาของแม่ทัพ
“ส่วนเจ้าหยางเหอต้องดัดนิสัย ข้าจะหาอาจารย์มาสอนเจ้าเรื่องกิริยามารยาท ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดเจ้าไม่สมควรลงมือทำร้ายเช่นนี้ และนั่นคือมารดาของเจ้าแม้ว่าเจ้าจะหวาดกลัวนางหรือนางใจร้ายกับเจ้าเพียงใด แต่นั่นก็คือมารดาของเจ้า ครั้งนี้เจ้าคงสำนึกตนเองและตั้งใจเรียน เหม่ยลี่เจ้าเองก็เช่นกันข้าจะหาสตรีชั้นสูงมาสอนกิริยามารดาของสตรีชั้นสูงให้แก่เจ้า จะได้ไม่พากันมาทำเรื่องเช่นนี้อีก " เอ่ยจบเสวี่ยฟงก็เดินจากไปทันที สองพี่น้องมองหน้ากันอย่างเศร้าใจ เพราะการเรียนช่างเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่ายไม่ได้เล่นสนุกอีกต่อไป
ท้องฟ้ามืดสลัวในจวนเริ่มมีแสงสว่างจากโคมไฟตามห้องและทางเดิน ซูซินยังโมโหไม่หายนางทั้งเจ็บหัวที่มีแผลอีกทั้งยังโมโหที่เสวี่ยฟงมัวเมาลุ่มหลงจนไม่ลืมหูลืมตา
“ฮูหยินเจ้าคะดื่มยาต้มนี่หน่อยนะเจ้าคะ จะได้บรรเทาอาการบาดเจ็บของท่าน” จิ่นอี๋วางยาต้มลบงบนโต๊ะที่ซูซินนั่งอยู่ ก่อนจะเดินไปจุดเทียนให้เพิ่มแสงสว่างและเดินไปจุดกำยานเพื่อส่งกลิ่นคละคลุ้งในห้องนอนจะได้ผ่อนคลาย
“ขอบใจเจ้ามาก วันนี้ข้าช่างเหน็ดเหนื่อยเสียจริง หรือข้าไม่ต้องทำอะไรปล่อยวางทุกอย่างยอมหย่ากับแม่ทัพง่าย ๆ ให้เขาได้เชิดหน้าชูตาซูจื้อเหยาขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่และดูแลบุตรทั้งสองของข้าอยากที่พวกเขาต้องการดีนะ ข้าก็ออกไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขบนกองเงินกองทองไม่ต้องตบตีมีเรื่องให้ปวดหัวเช่นนี้”
“ไม่ได้นะเจ้าคะ ฮูหยินจะยอมแพ้ง่าย ๆ ไม่ได้เด็ดขาดหากซูจื้อเหยาได้ขึ้นเป็นฮูหยินใหญ่ มิใช่แค่เพียงชื่อเสียงของฮูหยินนะเจ้าคะแต่ชื่อเสียงและความอับอายจะตกไปถึงนายท่านด้วย”
“อะไรกัน.. ยุ่งยากชะมัดเอาไว้ค่อยคิดแล้วกันข้าเหนื่อยอยากจะพักแล้ว” ซูซินยกยาขึ้นดื่มก่อนจะลุกเดินไปที่เตียงนอนโดยมีจิ่นอี๋เดินตามและห่มผ้าห่มให้นางปิดผ้าม่านคุมเตียงนอน คอยจนฮูหยินหลับสนิทนางจึงค่อยดับเทียนและเดินออกไปไม่รบกวน
ตอนที่ 9 ใจเต้นแรงฝั่งด้านจื้อเหยานางกลับมาถึงห้องด้วยความโกรธเกรี้ยว เนื้อตัวเปียกโชนไปหมดเมื่อมาถึงห้องนางกรี๊ดร้องออกมาพร้อมทั้งทำลายข้าวของเพื่อระบายอารมณ์สาวใช้รู้ถึงนิสัยเช่นนี้ของจื้อเหยาอยู่แล้วไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาห้ามปรามทำได้เพียงยืนอยู่หน้าประตูเฝ้ารอเสียงร้องกรี๊ดของฮูหยินรองเงียบลงถึงกล้าเข้าไปด้านใน หากบุ่มบ่ามเข้าไปมีหวังจะต้องเจ็บตัวแน่ ๆปัง! โครม!“กรี๊ด กรี๊ด!! นังซูซิน ข้าจะฆ่าเจ้า กล้าดีเช่นไรมาแตะต้องตัวข้าครั้งแล้วครั้งเล่า สายตาท่าทางหยิ่งยโสของเจ้า เป็นข้าเองที่จะทำให้เจ้าก้มลงมากราบแทบเท้าข้า คอยดูเถอะวันหนึ่งข้าจะจัดการเจ้าด้วยสองมือของข้าเอง” ใบหน้าของนางแดงก่ำ ดวงตาขึงปากเม้มแน่นหน้าผากมีรอยย่น จนเส้นเอ็นที่คอโป่ง เมื่อนึกถึงใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างโทสะ ซูหนานได้ยินเสียงในห้องเงียบไปนางรีบเข้ามาเพื่อดูแลนายหญิงของนาง“ฮูหยินรองเจ้าคะ ตอนนี้สงบสติอารมณ์ก่อนนะเจ้าคะ ค่อย ๆ คิด อย่างไรยามนี้เราได้เปรียบเพราะฮูหยินของข้านั้นครอบครองหัวใจท่านแม่ทัพไม่ว่าจะเอ่ยสิ่งใดเขาย่อมเชื่อฮูหยินทุกอย่าง ยามนี้ท่านล้างเนื้อล้างตัวเพื่อเดินทางออกไปทำตามที่ท่านต้องการเถิด” ซูห
ตอนที่ 8 ข้าขอโทษตุบ ตุบ เสียงมือเล็ก ๆ ที่กำแน่นทุบลงบนอกแกร่งเขาเพื่อให้เขาปลดปล่อยตนเองจากอ้อมแขน“ปล่อยข้าก่อนที่ข้าจะไม่ไว้หน้าท่าน ทำเช่นนี้ต้องการอันใด! เห็นหรือไม่ท้องฟ้าที่แจ่มใสยามนี้เริ่มมืดครึ้มเพราะทำในสิ่งที่ท่านไม่เคยทำ เป็นแม่ทัพแค่เพียงชื่อหรืออย่างไร ไม่เห็นไปทำการทำงานเอาแต่อยู่ในจวนหรือว่ายังอยู่ในช่วงที่ท่านนอนกกฮูหยินรอง เช่นนั้นก็รีบปล่อยข้าและไปหานางเสีย”“เฮ้อ! นี่ฮูหยินหรือสุนัขทำไมถึงได้โหดและปากดีเช่นนี้ นี่นะหรือสตรีชั้นสูง”“ทำไมเจ้าคะ สตรีชั้นสูงปากดีไม่ได้อย่างนั้นหรือ? ตลอดมาข้าถูกกระทำมาตลอด ต้องยอมนิ่ง ๆ เพื่อรักษาตำแหน่งฮูหยิน ชื่อเสียงของบุตรสาวของอัครเสนาบดีจนคนอื่นมองว่าข้านั่นโง่เขลายิ่งกว่าควายที่ใช้ไถนา ตอนนี้ข้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป แม้แต่ฮูหยินของท่านก็ไม่อยากจะรักษามันไว้” พูดจบซูซินใช้เท้ากระทืบลงเท้าของเขาอย่างแรงเขาร้องออกมาอย่างโหยหวยเพราะความเจ็บปวด“โอ๊ย!! ทำไมข้าถึงได้พลาดท่าให้เจ้าอีกแล้วนะฮูหยิน หรือเพราะผู้อื่นไม่เคยทำเช่นนี้กับสามีตนเองมีเพียงแต่เจ้า”“ใช่มีเพียงแต่ข้าที่จะทำร้ายท่าน เป็นแม่ทัพอย่างไรไหวพริบไม่มีสักนิด วันดี ๆ ขอ
ตอนที่ 7 จะทำอย่างไรดีรุ่งเช้าวันต่อมา ณ.ห้องของจื้อเหยาเสียงเรียกของสาวใช้กระตือรือร้นหลังจากกลับมาจากโรงครัวหลังไปแจ้งพ่อครัวว่าวันนี้ซูจื้อเหยาอยากกินอาหารบำรุงร่างกายเป็นพิเศษ“ฮูหยินรองเจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ท่านฟังเจ้าค่ะ”“เจ้านี่นะทำลายอากาศดี ๆ ยามเช้าหมดแล้วเรื่องอันใดเล่าที่เจ้าจะเล่าให้ข้าฟัง” จื้อเหยากำลังจ้องมองปลาในสระที่ศาลากลางจวนได้เอ่ยขึ้นและมือของนางยังคงโปรยอาหารให้ปลาไม่หยุด“ข้าไปที่โรงครัวได้ยินสาวใช้กล่าวกันว่าเมื่อวานนี้ท่านแม่ทัพถูกฮูหยินจัดการจนอับอายขายขี้หน้าเจ้าค่ะ ถึงขั้นสั่งห้ามไม่ให้ปริปากไปที่ใดด้วยเจ้าค่ะ” จื้อเหยานิ่งสนิทหันขวับกลับมามองซูหนาน“แม่ทัพนะหรือถูกฮูหยินทำร้าย นางอ่อนแอเพียงสายลมพัดผ่านร่างกายก็แทบปลิวตามสายลมจะไปมีแรงสู้แม่ทัพได้อย่างไรกัน”“เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่ได้ยินมาว่าเพราะคุณชายหยางเหอทำร้ายฮูหยินก่อน ทำให้นางได้รับบาดเจ็บ นางกำลังสั่งสอนคุณชายแต่ท่านแม่ทัพเข้าไปช่วยแต่ก็โดนกระทำด้วยอีกคน เรื่องนี้ท่านแม่ทัพคงอับอายถึงไม่บอกฮูหยินรองสินะเจ้าคะ”“นั่นสิ เมื่อคืนนี้ท่านแม่ทัพมาหาข้าก็ทำตัวปกติไม่เห็นเอ่ยถึงเรื่อ
ตอนที่ 6 ข้าไม่ผิดซูซินลุกขึ้นแสยะยิ้มมุมปากก่อนจะวิ่งเข้าไปกระชากผมของแม่ทัพจิกเส้นผมของเขาจนถึงหนังศีรษะ เสวี่ยฟงไม่ทันตัวปล่อยมือออกจากบุตรชาย หันขวับกลับมามองฮูหยินด้วยความตกใจตะโกนร้องเสียงดัง“ย้าก!!”“โอ๊ย!! ฮูหยินเจ้าทำอันใดของเจ้าปล่อยมือเจ้าออกมาเส้นผมของข้าเดี๋ยวนี้”“จะทำอันใดนะหรือ? ก็ทำเช่นนี้อย่างไรเล่า”เพี๊ยะ เพี๊ยะ!!! ร่างเล็กง้างมือตบเข้าที่ใบหน้าของแม่ทัพครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะผลักเขาล้มลงกับพื้นขึ้นคร่อมร่างกายของเขาเอาไว้เพื่อไม่ให้เขามีจังหวะได้ตอบโต้ตนเอง“คิดว่าเป็นผู้ชายเป็นแม่ทัพแล้วข้าจะไม่กล้าหรืออย่างไร ท่านกล้าดีอย่างเอาใช้มืออันโสโครกของท่านมาตบใบหน้าของข้า กล้าดีเช่นไรกันห่ะ!! คิดว่ามีมือผู้เดียวหรือไงกัน” ดวงตาของซูซินเต็มไปด้วยเปลวไฟแค้นสุมอก ไม่ว่าจะเป็นสามีหรือบุตรชายต่างไม่ได้เรื่องสักคน นางต่างหากที่ถูกพวกเขาทำร้ายร่างกายก่อน“เจ้าเสียสติไปแล้วอย่างนั้นหรือ หยุดข้าบอกให้หยุดเดี๋ยวนี้ จิ่นอี๋รีบมาจับตัวของนายหญิงเจ้าออกไปก่อนที่ข้าจะใช้กำลังกับนาง”“จิ่นอี๋หากเจ้ากล้าเข้ามา ข้าจะทำร้ายเจ้าอีกคนวันนี้ไม่ข้าก็เป็นท่านแม่ทัพที่จะต้องพ่ายแพ้กันไปข้า
ตอนที่ 5 สั่งสอนดวงตะวันบ่ายคล้อยอวี๋ซูซินกลับมาจากข้างนอกสาวใช้จัดการขนของเก็บของเข้าในห้อง นางมานั่งรับลมอยู่ศาลาหน้าห้องโดยมีจิ่นอี๋คอยดูแล เติมน้ำชาและขนมว่างอีกทั้งยังคอยใช้พัดไม้สลักลวดลายสวยงามพัดลมเพื่อระบายความร้อนอยู่ข้าง ๆครั้นนั้นเองจู่ ๆ ก็มีก้อนหินขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กปาเข้ามาจากกำแพงถูกศีรษะของอวี๋ซูซิน นางตกใจเกือบตกเก้าอี้อีกทั้งยังเจ็บแสบที่หน้าผากและเหมือนมีโลหิตสีแดง ๆ ไหลรินออกมาอย่างช้า ๆ“โอ๊ย!!!” อวี๋ซูซินส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด จิ่นอี๋อยู่ข้าง ๆ ตกใจดวงตาเบิกโพลงรีบวางพัดเข้ามาประคองฮูหยินด้วยควาเป็นห่วงทันที“ฮูหยินเลือด เลือดไหลออกมาจากศีรษะของฮูหยินเจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปตามหาตัวผู้ทำนะเจ้าคะ ผู้ใดกันที่กล้าลงมือทำร้ายฮูหยินในจวนของแม่ทัพ” จิ่นอี๋กำลังจะเดินออกไปแต่ถูกอวี๋ซูซินจับมือเอาไว้ก่อน“เจ้าไม่ต้องไปช่วยเอาผ้าเช็ดให้ข้าที”“อย่าบอกนะเจ้าคะว่าฮูหยินจะปล่อยเอาไว้อีกเช่นเคย ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ฮูหยินถูกกระทำแต่ก็ปล่อยไปทุกครั้งเช่นนี้คนที่ทำถึงได้กำเริบไม่เกรงกลัวฮูหยินนะเจ้าคะ”“ผู้ใดบอกเจ้าว่าข้าจะปล่อยไปเล่า พวกเจ้าไปตามจับตัวผู้กระทำมาหาข้าเดี๋ยวน
ตอนที่ 4 คุณชายรูปงามฝั่งด้านจื้อเหยาในห้องเต็มไปด้วยสาวใช้มาคอยดูแล อาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวถูขัดกายให้นาง นางนั่งมองคันฉ่อง ใบหน้าของนางแม้ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงแต่ก็เกิดรอบแดงจากน้ำชาร้อน ๆ เช่นเดียวกัน นางใช้มือลูบใบหน้าดวงตาร้อนผ่าวเจ็บแค้นในอก"กล้าดีเช่นไรมาทำลายใบหน้างดงามของข้าหรือคิดจะทำให้ใบหน้าของข้าเกิดความเสียหาย นางเป็นอะไรกันแน่จู่ ๆ ถึงได้มีแววตาและนิสัยเปลี่ยนไปเช่นนี้ " จื้อเหยาเอ่ยออกมาแผ่วเบา สาวรับใช้ประจำกายที่อยู่ใกล้ ๆ ได้เอ่ยแทรกขึ้นมา"ข้าได้ยินมาว่าเมื่อเช้าตรู่ของวันนี้มีบ่าวในจวนเห็นสตรีท่าทางคล้าย ๆ ฮูหยินเดินไปที่บึงบัวหลังจวนเจ้าค่ะ " จื้อเหยาเริ่มครุ่นคิด นี่สินะที่นางเดินเข้ามาในพิธีด้วยสภาพเปียกน้ำเช่นนั้นหรือว่าฮูหยินตั้งใจไปปลิดชีพตนเอง หลังจากที่นางไปเยือนที่ห้องของฮูหยินเมื่อคืนก่อน"ข้าพอคิดได้แล้วล่ะ นางคงคิดจะปลิดชีพตนเองหลังจากที่ข้าไปหา และบอกนางว่าทุกสิ่งทุกอย่างข้าจะดูแลเป็นอย่างดี แต่ทำไมนางถึงได้หวนกลับมาหากนางตั้งใจจะปลิดชีพ ? แถมนิสัยของนางเปลี่ยนไปราวกับคนละคน""มิใช่ว่าฮูหยินจะแก้แค้นหรือเจ้าคะ นางแค้นมากจนมีนิสัยที่เปลี่ยนไป "ซูหน







