Mag-log inตอนที่ 8 ข้าขอโทษ
ตุบ ตุบ เสียงมือเล็ก ๆ ที่กำแน่นทุบลงบนอกแกร่งเขาเพื่อให้เขาปลดปล่อยตนเองจากอ้อมแขน
“ปล่อยข้าก่อนที่ข้าจะไม่ไว้หน้าท่าน ทำเช่นนี้ต้องการอันใด! เห็นหรือไม่ท้องฟ้าที่แจ่มใสยามนี้เริ่มมืดครึ้มเพราะทำในสิ่งที่ท่านไม่เคยทำ เป็นแม่ทัพแค่เพียงชื่อหรืออย่างไร ไม่เห็นไปทำการทำงานเอาแต่อยู่ในจวนหรือว่ายังอยู่ในช่วงที่ท่านนอนกกฮูหยินรอง เช่นนั้นก็รีบปล่อยข้าและไปหานางเสีย”
“เฮ้อ! นี่ฮูหยินหรือสุนัขทำไมถึงได้โหดและปากดีเช่นนี้ นี่นะหรือสตรีชั้นสูง”
“ทำไมเจ้าคะ สตรีชั้นสูงปากดีไม่ได้อย่างนั้นหรือ? ตลอดมาข้าถูกกระทำมาตลอด ต้องยอมนิ่ง ๆ เพื่อรักษาตำแหน่งฮูหยิน ชื่อเสียงของบุตรสาวของอัครเสนาบดีจนคนอื่นมองว่าข้านั่นโง่เขลายิ่งกว่าควายที่ใช้ไถนา ตอนนี้ข้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป แม้แต่ฮูหยินของท่านก็ไม่อยากจะรักษามันไว้” พูดจบซูซินใช้เท้ากระทืบลงเท้าของเขาอย่างแรงเขาร้องออกมาอย่างโหยหวยเพราะความเจ็บปวด
“โอ๊ย!! ทำไมข้าถึงได้พลาดท่าให้เจ้าอีกแล้วนะฮูหยิน หรือเพราะผู้อื่นไม่เคยทำเช่นนี้กับสามีตนเองมีเพียงแต่เจ้า”
“ใช่มีเพียงแต่ข้าที่จะทำร้ายท่าน เป็นแม่ทัพอย่างไรไหวพริบไม่มีสักนิด วันดี ๆ ของข้าก็จบลงเพราะท่านช่างน่าเบื่อเสียจริง”
เหวยจางที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ พยายามใช้มือปิดปากตนเองเพื่อไม่ให้หัวเราะออกมา เป็นอย่างที่ฮูหยินเอ่ยมาไม่มีผิด แม่ทัพที่ชนะมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งกี่คราใยมาพ่ายแพ้ให้ฮูหยิน เสวี่ยฟงหน้าเสียข่มความเจ็บเอาไว้ทำหน้าเข้มขรึมกระแอมขึ้นอีกครั้งเพื่อให้ลูกน้องหยุดหัวเราะ
“อะ แฮ่ม!!.” เหวยจางหยุดยิ้มก้มหน้าลงต่ำและหันไปทางอื่น
“ฮูหยินที่ข้ามาหาเจ้าในครั้งนี้มิใช่จะมาหาเรื่องแต่จะมาขอโทษในสิ่งที่ข้าได้ลงมือทำร้ายเจ้าเมื่อวาน ข้ารู้ความจริงแล้วว่าหยางเหอเป็นคนทำร้ายเจ้าก่อน เป็นเพราะข้าเองที่ไม่ฟังเรื่องราวแต่ตัดสินใจลงความผิดที่เจ้า”
“กล่าวให้ถูกว่าผู้ใดกันแน่ที่ทำร้าย อีกอย่างเก็บคำขอโทษของท่านกลับคืนไปเถอะ ข้าไม่ต้องการ ความห่วงใยจอมปลอมจากท่าน อย่าทำเป็นใส่ใจความรู้สึกของข้า อย่าทำเป็นสงสารเพราะข้าไม่มีอะไรให้ท่านเห็นใจอีกต่อไป” ซูซินเอ่ยออกมาเสียงแข็งและไร้เยื่อใย ไม่หลงเหลือความรักอย่างที่เคยมีต่อเขาอีกต่อไปจนอีกฝ่ายสั่นสะท้าน สตรีที่เคยตามเขาอยู่ตลอดเวลากลับกลายเป็นสตรีเย็นชาเช่นนี้ทำให้เขาไม่พึงพอใจแม้แต่น้อย แถมยังขัดอกขัดใจเหลือเกินที่นางเปลี่ยนไป สองเท้าเดินขยับไปด้านหน้าสองมือยื่นไปจับศีรษะของซูซินอย่างลืมตัว
“ข้าอยากขอโทษเจ้าจริง ๆ บาดแผลบนศีรษะของเจ้าคงเจ็บมากสินะ” น้ำเสียงอ่อนโยนแววตาเต็มไปด้วยความอบอุ่นจ้องมองนาง ทำให้นางขนลุกซู่เขาไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อนไม่ว่านางจะพยายามเคล้นความทรงจำมากเพียงใดก็ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่เขาอ่อนโยนกับอวี๋ซูซิน นางปัดมือของเขาออกทันที
เพี๊ยะ!
“อย่ามาทำเช่นนี้ ข้าไม่ชอบ”
“ท่านไม่ใจร้ายเกินไปหรือเจ้าคะฮูหยิน ท่านพี่เพียงแค่อยากขอโทษท่านเท่านั้นเอง หรือว่าท่านโกรธที่ท่านพี่ลงไม้ลงมือกับท่าน " เสียงของซูจื้อเหยาดังขึ้น นางกำลังจะเดินทางออกไปข้างนอกแต่ได้ยินจากสาวใช้ว่ายามนี้แม่ทัพมาหาฮูหยินใหญ่ที่หลังจวน นางจึงรีบตามมาดูเพราะนางไม่เคยเห็นแม่ทัพจะมาหาฮูหยินเลยสักครา ขนาดฮูหยินขอพบเขายังไม่เคยให้พบ ทำเช่นนี้นางเกรงว่าแม่ทัพจะใจอ่อนกับฮูหยิน นางจึงรีบเข้ามาขัดขวาง
“เจ้าพึ่งรู้หรือว่าข้าใจร้าย เจ้ามาก็ดีพาท่านพี่ของเจ้าไปเถอะมารบกวนเวลาข้าเสียจนเวลาล่วงเลย” ซูซินเอ่ยพลางเดินถอยหลังสองก้าวให้ห่างจากเสวี่ยฟง
“ฮูหยินรองเจ้ามาทำอันใดที่นี่”
“ข้าคิดถึงท่านพี่เจ้าค่ะ ข้าได้ยินแว่ว ๆ แม้ว่าจะเป็นคำสั่งของท่านพี่ทว่าเรื่องเช่นนี้ก็ถูกติฉินนินทาเรื่องที่ฮูหยินลงมือทำร้ายท่าน ท่านได้รับบาดเจ็บตรงใดหรือไม่เจ้าเหตุใดเมื่อคืนนี้ไม่บอกข้าสักคำ ข้าคิดว่าคงมิใช่เรื่องจริงที่ท่านพี่ลงไม้ลงมือกับฮูหยินใหญ่เพราะฮูหยินใหญ่ลงไม้ลงมือทำร้ายหยางเหอ แต่ข้าได้ฟังเรื่องนี้จากหยางเหอ ฮูหยินใหญ่ใจร้ายจริง ๆ นะเจ้าคะ หยางเหอยังเด็กนักไม่เห็นต้องลงไม้ลงมือทำร้ายจนเลือดตกยางออก หากข้ามีบุตรไม่ว่าบุตรจะทำร้ายข้าให้เจ็บเพียงใดข้าคงทำได้เพียงโทษตนเองที่เลี้ยงเขามาไม่ดีและยอมรับความเจ็บปวดไว้เพียงลำพัง”
“ฮึ ฮึ ช่างเป็นมารดาที่ดี เช่นนั้นข้าก็ขอให้เจ้ามีบุตรกับท่านแม่ทัพเร็ววันก็แล้วกัน ส่วนข้านั้นไม่ยอมรับความเจ็บไว้เพียงลำพังหรอกนะ หากเจ้าจะโง่ให้บุตรของเจ้าทำร้ายจนตายนั่นก็คงเป็นเรื่องโง่เง่าของเจ้า แต่ข้าไม่.. ข้าไม่ยอมตายในเนื้อมือของบุตรชายและไม่ยอมให้เขาเป็นเด็กนิสัยก้าวร้าว จริงสิข้าจำได้ว่าเป็นเจ้ามิใช่หรือที่รับหน้าที่ดูแลและสั่งสอนนิสัยของบุตรชายของข้า อย่างนั้นเรื่องนี้ก็เป็นความผิดของเจ้าสินะ!! เช่นนี้ต้องลงโทษเจ้าถึงจะถูก” ใบหน้าของจื้อเหยาซีดเซียวแต่ไม่ทันได้ให้ทันตั้งตัว ซูซินดึงแขนกระชากตัวของจื้อเหยามาใกล้ตนเองมืออีกข้างง้างรอฟาดลงที่ใบหน้าของอีกฝ่าย จังหวะนั้นเองจื้อเหยาไม่ทันตั้งตัวถูกตบเซถลาตกลงบึงบัว ทุกคนต่างพากันตกใจ
“ตู้ม!! ..”
“ท่านพี่ช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ ข้าว่ายน้ำไม่เป็น แค่ก ๆ "
“ฮูหยินเจ้าทำเกินไปแล้วจริง ๆ เหวยจางเจ้ารีบลงไปช่วยฮูหยินรองเร็วเข้า”
“จะใช้คนอื่นทำไมเจ้าคะ ท่านแม่ทัพก็ลงไปช่วยสตรีที่ท่านรักเองสิ”
ตู้ม!!! เสียงสิ่งที่มีน้ำหนักกระทบน้ำแตกฉานซ่านเซ็น ซูซินยืนยืมก่อนจะโบกมือลาและเดินจากมาเมื่อครู่เป็นนางเองที่ใช้เท้าทีบแม่ทัพลงไปข้างล่างเพื่อช่วยจื้อเหยา ทุกคนตื่นตระหนกตกใจรีบช่วยท่านแม่ทัพกับฮูหยินรองด้วยความวุ่นวาย ทว่าซูซินกลับเดินจากมาอย่างสบายใจ
หลังจากทั้งสองขึ้นมาจากน้ำ แม่ทัพสั่งซูหนานให้พาจื้อเหยาไปล้างเนื้อล้างตัวต้มยาให้นางกินกลัวว่านางจะจับไข้ ส่วนเขาก็แยกไปที่ห้องของตนเอง ในใจเต็มไปด้วยความข้องใจ
‘เกิดอะไรขึ้นกับอวี๋ซูซิน นางไม่เคยมีกิริยาเช่นนี้ แววตาของนางเปลี่ยนไปรวมทั้งนิสัย ไม่เหมือนซูซินที่ข้ารู้จักสักนิด เช่นนี้ข้าคงต้องหาทางจัดการนางเสียแล้วมิเช่นนั้น เรื่องที่ข้าทำอยู่คงยุ่งยากไม่น้อย’ เสวี่ยฟงครุ่นคิดระหว่างแช่น้ำอุ่นในอ่าง เขาไม่คิดเลยว่าฮูหยินอ่อนโยนแสนดีจะมีท่าทางและกล้าทีบเขาที่เป็นสามีตกน้ำเช่นนี้ แถมยังสร้างความอับอายต่อหน้าสาวใช้ในจวนอีกด้วย
“ท่านแม่ทัพ ข้ารู้สึกว่าฮูหยินเปลี่ยนไปขอรับ เปลี่ยนไปจนไม่เหมือนคนเดิมเลยหรือเพราะฮูหยินเปลี่ยนจากรักกลายเป็นความชิงชัง ข้าไม่เคยมุมนี้ของฮูหยินเลยสักครานางช่างโหดเหี้ยมและน่ากลัวจริง ๆ ฮึ่ย …ข้าเริ่มมองเห็นชะตาของท่านแล้วขอรับ”
“หุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้ ไม่ว่านางจะเป็นเช่นไรข้าต้องทำให้นางอยู่อย่างสงบ ๆ เหมือนที่ผ่านมาไม่เช่นนี้เรื่องที่ข้ากำลังทำอยู่คงพบเจอปัญหา”
“ขอรับ ระหว่างนั้นข้าขอให้ท่านแม่ทัพอยู่รอดปลอดภัยจากฮูหยินนะขอรับ” เสวี่ยฟงหันขวับไปมองหน้าเหวยจางดวงตาจ้องเขม็งเหวยจางหลบสายตาหุบยิ้มทันที
ตอนที่ 36 การแก้แค้นของข้าหลังจากที่เสวี่ยฟงเดินทางไปวังหลวง ซูซินมาหาจื้อเหยาที่คุกตามที่นางเอ่ยเอาไว้ และใช้ให้บ่าวที่เฝ้าหน้าคุกไปนำตัวของซูซินออกมา คราแรกที่นางเห็นสภาพของจื้อเหยาใบหน้าของนางสลดเล็กน้อย แต่ก็เหมาะสมแล้วกับความผิดที่นางกระทำเอาไว้“ไม่นะ ไม่ ..! อย่าเข้ามาใกล้ข้า ออกไปข้าบอกให้ออกไป” ร่างกายซูบผอมใบหน้าซูบโทรม สายตาแข็งกระด้างล่อกแล่กจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มองซ้ายมองขวาเหมือนละแวกทุกอย่างและมีท่าทางตื่นกลัวอยู่ตลอดเวลา ทันทีที่นางได้เห็นใบหน้าของซูซินนางรีบวิ่งกรู่เข้ามากอดขาอ้อนวอนให้ซูซินบั่นคอนางทิ้งเสียที“ฮูหยินท่านเป็นคนดี เป็นคนจิตใจเมตตาเพราะข้าเอง เพราะความโลภของข้าเองช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ ช่วยปลิดชีพของข้าทีเถอะเจ้าค่ะ” จื้อเหยาเอ่ยออกมาท่าทีตื่นตระหนกหวาดกลัวในสิ่งที่ซูซินมองไม่เห็น ซูซินแกะมือของนางออกก่อนจะเดินถอยหลังสองก้าว เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก“การฆ่าเจ้าภายในครั้งเดียวเป็นเรื่องง่ายสำหรับข้า แต่ทว่ามันไม่สาสมกับสิ่งที่เจ้าทำเอาไว้ จงมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานทุกคืนวันของเจ้าต้องเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเดียวดาย ความตาย..คือความเมตตา แ
ตอนที่ 35 ขอโอกาสซูซินเดินกลับห้องของตนเอง ตอนนี้เองเสวี่ยฟงเดินมาดักหน้านางเอาไว้ คว้าร่างของนางมาโอบกอดแนบแน่น“ฮูหยินของข้าช่างน่ากลัวจริง ๆ ไม่คิดเลยว่านิสัยที่แท้จริงเป็นเช่นนี้”“ข้ายังไม่มีอะไรที่ท่านยังไม่รู้อีกเยอะเจ้าค่ะ ปล่อยมือออกจากกายของข้าเดี๋ยวนี้ ข้าไม่ชอบให้ท่านแสดงกิริยาเช่นนี้ต่อหน้าผู้อื่น แล้วเรื่องที่ท่านจะหย่าหลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จคงไม่ลืมเรื่องนี้หรอกใช่มั้ย? "“โธ่ ๆ ฮูหยินเจ้ายังไม่เปลี่ยนใจอีกหรือ ข้าบอกเจ้าถึงเรื่องแผนการที่ผ่านมาแล้วทั้งหมด ข้ารู้ล่วงหน้าเกี่ยวกับแผนที่จื้อเหยาเข้ามาที่นี่ ข้าจึงวางแผนตลบหลังนางและคิดว่าการไม่บอกเรื่องนี้กับเจ้านับว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเจ้ามีจิตใจเมตตาและรักเอ็นดูจื้อเหยามากกว่าผู้ใด”“ฮึ …มันเป็นเพียงข้ออ้าง แม้ว่านั่นคือแผนที่ท่านจะตลบหลังจื้อเหยาแต่การที่ท่านทำร้ายจิตใจข้าแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นคือความจริง ข้าไม่อาจจะลืมเรื่องนี้ได้” ซูซินนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา นางสงสารอวี๋ซูซินตัวจริงจับใจ แม้รู้ว่าเรื่องนี้เป็นแผนการของเสวี่ยฟงและท่านพ่อของนางก็รับรู้ทุกอย่าง แต่ถ้าคิดกลับกันหากนางไม่ได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้
ตอนที่ 34 รีบฟื้นมาเถอะนะเสวี่ยฟงเดินเจ้ามาในห้องกลิ่นยาคละคลุ้งเต็มห้อง ท่านหมอทำแผลด้านหลังโดยมีจิ่นอี๋คอยเป็นลูกมือเปลี่ยนอาภรณ์และพันผ้าปิดแผลให้แก่ซูซิน นางถูกส่งตัวมาตั้งแต่เสวี่ยฟงเดินทางไปวังหลวง จิ่นอี๋รู้เรื่องร่างกายแทบทรุดร่ำไห้กลัวฮูหยินจะจาดตนไป ทหารในจวนเดินทางมาส่ง เมื่อนางเห็นสภาพของฮูหยินนางยิ่งร้องไห้ไปมากกว่าเดิม จนท่านเสนาบดีต้องให้นางไปพักอยู่กับฮูหยินอวี๋ให้สงบสติอารมณ์ตนเองและตั้งสติให้ได้ค่อยมาปรนนิบัติซูซิน“ท่านแม่ทัพมาแล้วหรือเจ้าคะ ยามนี่ฮูหยินปลอดภัยแล้วรอเพียงให้นางฟื้นเท่านั้น”“แล้วหยางเหอกับเหม่ยลี่เล่าอยู่ที่ใด”“คุณหนูอยู่กับนายหญิงอวี๋เจ้าค่ะ ร่างกายอ่อนเพลียแถมยังสะเทือนใจกับสิ่งที่ได้พบเจอ นายหญิงจึงให้กินอาหารและนอนหลับไปแล้วเจ้าค่ะ คืนนี้มีแม่นมคอยเฝ้าอยู่ที่เตียงเกรงว่าจะสะดุ้งตื่นกลางดึก”“เช่นนั้นหรือ เจ้าเองก็ไปพักกินอาหารเย็นเถอะ ข้าจะเฝ้าฮูหยินเอง” เสวี่ยฟงเดินมานั่งปลายเตียงจ้องมองร่างบางที่นอนแน่นิ่งใบหน้าซีดเซียวริมฝีปากแห้งแขยะ“เรียนท่านแม่ทัพ ฮูหยินยามนี้ปลอดภัยแล้ว ข้าทำแผลและเขียนเทียบยาให้เรียบร้อยแล้ว ไม่กี่วันร่างกายจะฟื้นตัวต
ตอนที่ 33 จุดจบของกบฏเสวี่ยฟงเดินทางมาวังหลวงพร้อมกับใต้เท้าหลายคนที่ร่วมมือกันกำจัดกบฏและกองกำลังที่หลิวไท่หยางแอบซ่อนเอาไว้ หลักฐานมากมายที่เขากำลังคิดจะโค่นบัลลังก์แย่งชิงทุกอย่าง ทูลให้ฮ่องเต้ได้รับรู้ความชั่วร้ายนี้ ยามแรกเขาไม่คิดว่าเลยว่าหลานชายของเขาจะคิดร้ายทรยศจะแย่งชิงอำนาจให้อยู่ในมือของตนเอง ตลอดเวลาฮ่องเต้ไม่เคยคิดและดูถูกหลิวไท่หยางเลยสักครั้งทว่าเขาถูกความโกรธเกลียดทำให้หน้ามืดตาบอด ว่าจะได้ยินสิ่งใดก็คิดมากเกินกว่าเหตุและคิดว่าผู้อื่นดูถูกเหยียบหยามตนเอง อาจจะมีใต้เท้าผู้อื่น ๆ แต่กับฮ่องเต้เขาไม่เคยปฏิบัติต่อหลิวไท่หยางเลยสักครั้ง ทว่าเมื่อหลักฐานมากมายกองอยู่เบื้องหน้า จิตใจของฮ่องเต้เจ็บลึกไม่อาจจะรักษาคนที่คิดจะแทงข้างหลังตนเองเอาไว้ได้ จึงสั่งประหารนำหัวเสียบประจานหน้าวังหลวงไม่ให้ผู้ใดเอาเป็นเยื่องอย่างใต้เท้าที่ร่วมมือกับหลิวไท่หยางถูกยึดตำแหน่งสมบัติและประหารเจ็ดชั่วโคตรเหมือนกันหมด ศพได้นำไปโยนทิ้งให้แร้งให้กากินอย่างอิ่มหนำสำราญ เสวี่ยฟงได้ยาถอนพิษและพาหมอหลวงเดินทางไปที่เรือนเสนาบดีอวี๋ ท่านหมอช่วยตรวจอาการและรักษาอย่างเต็มที่ ส่วนเสวี่ยฟงขอกลับจวนไปจัดกา
ตอนที่ 32 ต่อสู้“ไม่มีทางเป็นไปได้ในเมื่อข้ายังมีลมหายใจอยู่ ความชั่วช้าของท่านถูกเปิดโปงแล้ว เข้าโจมตีคุ้มกันความปลอดภัยของฮูหยิน” เสียงของเสวี่ยฟงดังขึ้น ซูซินใช้แรงทั้งหมดที่มาดึงเหม่ยลี่เข้ามาโอบกอดไวแน่นเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กทั้งสองได้รับบาดเจ็บ ยามนี้นางเจ็บปวดไปทั้งตัวสติเริ่มเลือนลางแต่ในใจกลับไม่รู้สึกกังวลและเป็นห่วงเมื่อเห็นเสวี่ยฟงกับบิดาของนางกำลังต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันอย่างดุดันหลิวไท่หยางตกใจใบหน้าพลันเปลี่ยนสีก่อนจะตั้งสติให้กองกำลังที่เดินทางมาพร้อมกับตนต่อสู้เพื่อให้เขาได้หลบหนี เพราะกองกำลังที่มีอยู่ไม่ได้เดินทางมาที่นี่ด้วยทว่ามองดูกองกำลังที่เสวี่ยฟงนำมามากกว่าคนของตนเองมากโข ยากนักที่จะหลบหนี เขาจึงหันไปมองเสวี่ยฟงเขาคือจุดหมายสูงสุด หากจัดการกับเสวี่ยฟงได้ทุกคนคงยอมวางมือ และนอบน้อมก้มหัวต่อเขา ในมือของเขามีดาบอาบยาพิษเล่มเดียวกับที่ฟันอวี๋ซูซิน รอยยิ้มของหลิวไท่หยางปรากฏขึ้น คิดกำจัดโดยไม่ยั้งมือให้อยู่มิสู้ตายเสี่ยงเดิมพันด้วยชีวิต ลงมือครั้งเดียวก็หวังจะถอนรากถอนโคน“ในเมื่อเจ้าเอ่ยมาเช่นนี้ข้าก็ไม่มีทางเลือก ตายซ่ะเถอะ!!” ซูซินที่อยู่ใกล้หลิวไท่หยางมาก
ตอนที่ 31 สิ่งที่ต้องการขณะที่รถม้าเคลื่อนไหวคำพูดของเสวี่ยฟงวาบผ่านเข้ามา เขาเคยเตือนนางไปแล้วแต่เป็นนางเองที่ไม่เชื่อคำของเขา ระหว่างนั่งรถม้ามีเพียงความเงียบงันและเสียงลมหายใจสะอึกสะอื้นของเด็ก ๆ ซูซินครุ่นคิด เคยมีละครเรื่องหนึ่งที่นางเล่นเป็นนางร้ายแม้จะเป็นยุคปัจจุบันแต่คล้าย ๆ กัน หากหลิวไท่หยางเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังต้องมีสิ่งหนึ่งที่เขาต้องการอย่างแน่นอน ครั้นนั้นเองนางก็คิดถึงคำพูดที่เคยพูดคุยกับท่านพ่อ ท่านพ่อบอกนางว่าหลิวไท่หยางผู้นี้ไม่สนใจเรื่องราชวัง หรือแท้ที่จริงแล้วเขากำลังทำการก่อกบฏ จึงต้องตีสนิทตนเองทำให้นางกับแม่ทัพหย่ากัน เพื่อให้ทั้งสองตระกูลแตกหัก การคุ้มกันสั่นคลอนเพราะแม่ทัพกับเสนาบดีอวี๋ต่างเป็นผู้ที่จงรักภักดีต่อฮ่องเต้และราชวงศ์ ยิ่งคิดความจริงยิ่งปรากฎ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสาวใช้ของจื้อเหยาที่นางเอ่ยให้เขาฟังเช้าวันต่อมาก็มีแพะมารับผิดแทนไหนจะเรื่องที่นางกลับเรือนต้องมีผู้สมรู้ร่วมคิดกับเขาแน่นอนครานั้นเองดวงตาของซูซินเบิกโพลง ซูจื้อเหยาคือผู้ที่ร่วมมือกับเขาสินะเขาถึงรู้เรื่องการเคลื่อนไหวของคนในจวนแม่ทัพทุกครั้ง และตราสัญลักษณ์ของทหารก็คงเป็นแผนการขอ







