Share

ตอนที่ 10

last update publish date: 2026-04-01 13:23:03

“ช่างมีน้ำใจนัก อวี้หลาน กู่หานอาการดีขึ้นบ้างแล้ว ทว่ายังคงต้องพักผ่อน หากเขาได้สตรีที่เพียบพร้อมและรู้ใจเช่นเจ้ามาคอยปรนนิบัติดูแล ข้าคงหมดห่วง” ฮูหยินผู้เฒ่าทอดถอนใจจงใจพูดให้ผู้คนรอบข้างได้ยิน “น่าเสียดายที่ราชโองการไม่อาจขัดขืน จวนแม่ทัพจึงต้องรับสตรีที่ไร้การอบรมเข้าเรือน นางเกิดจากอนุ ซ้ำยังชอบคลุกคลีอยู่แต่หน้าเตาไฟ วันๆ เอาแต่จับตะหลิวกับกระทะ ช่างไร้ซึ่งกริยาของฮูหยินจวนขุนนางยิ่งนัก”

เหล่าคุณหนูรอบด้านต่างยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปากกลั้นหัวเราะ พวกนางล้วนทราบข่าวลือเรื่องคุณหนูรองตระกูลอวี๋แบกกระทะทองเหลืองเข้าจวนแม่ทัพกันถ้วนหน้า

“ข้าก็พอได้ยินมาบ้างเจ้าค่ะ ว่าฮูหยินของท่านแม่ทัพมีพละกำลังมหาศาล” เมิ่งอวี้หลานยิ้มหยัน “สตรีที่จับแต่กระทะเหล็ก มือคงจะหยาบกร้าน ไฉนจะปรนนิบัติสามีให้อารมณ์ดีได้เล่าเจ้าคะ การเป็นฮูหยินจวนแม่ทัพ ควรจะต้องเชี่ยวชาญการชงชา ดีดพิณ และแต่งกลอนมากกว่าการหมกตัวอยู่ในเรือนครัว”

“เจ้าพูดถูกต้องที่สุด” ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มรับ “วันนี้นางรับอาสาทำขนมหวานมาต้อนรับพวกเจ้า ข้าเองก็หวั่นใจนัก ว่านางจะทำขนมพื้นบ้านอันใดมาให้พวกเจ้าขบขันหรือไม่”

ในขณะที่ทุกคนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปาก เสียงกังวานใสทว่าหนักแน่นก็ดังขึ้น

“ขอบใจคุณหนูเมิ่งที่ชี้แนะ ทว่าสำหรับข้า กระทะหนึ่งใบสามารถปกป้องกระเพาะของสามีได้ดีกว่าบทกวีร้อยพันบท”

ทุกสายตาหันไปมองยังต้นเสียง อวี๋เจียวหว่านก้าวเดินเข้ามาในศาลาอย่างสง่างาม นางมิได้สวมอาภรณ์หรูหราประดับอัญมณีล้ำค่าเฉกเช่นคุณหนูตระกูลใหญ่ มีเพียงชุดอาภรณ์ผ้าไหมสีฟ้าครามเรียบง่าย ปักลายดอกเหมยที่ชายกระโปรง เส้นผมรวบครึ่งศีรษะปักปิ่นหยกขาวชิ้นเดียว ทว่าใบหน้าที่ไร้เครื่องประทินโฉมกลับงดงามกระจ่างใส ผิวพรรณเปล่งปลั่งดุจหยกชั้นดี ท่วงท่าการเดินมั่นคงและแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้ผู้คนต้องหลบสายตา

สาวใช้หลายคนเดินตามหลังนางมา ในมือถือถาดไม้สลักลายที่ปิดฝาครอบไว้อย่างมิดชิด

“สะใภ้คารวะท่านแม่ ขออภัยที่มาช้าเจ้าค่ะ การทำขนมหวานต้องอาศัยการคุมไฟที่ประณีต จึงต้องใช้เวลาสักหน่อย” อวี๋เจียวหว่านย่อกายคารวะฮูหยินผู้เฒ่าอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมทุกประการ ไร้ซึ่งร่องรอยของความหยาบกระด้างอย่างที่ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวหา

เมิ่งอวี้หลานลอบประเมินสตรีตรงหน้า นางนึกว่าฮูหยินของแม่ทัพเซี่ยจะมีรูปลักษณ์อัปลักษณ์หรือดูเป็นหญิงชาวบ้าน ทว่าอวี๋เจียวหว่านกลับมีความงามที่แตกต่างออกไป เป็นความงามที่ดูมีชีวิตชีวาและเปล่งประกาย

“นี่คือฮูหยินของท่านแม่ทัพรึ ช่างดูเรียบง่ายยิ่งนัก” เมิ่งอวี้หลานกล่าวเน้นคำว่าเรียบง่ายเพื่อเยาะเย้ย

“ความเรียบง่ายคือแก่นแท้ของการใช้ชีวิตเจ้าค่ะ คุณหนูเมิ่ง” อวี๋เจียวหว่านตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “เฉกเช่นเดียวกับขนมหวานที่ข้าตั้งใจทำมาให้ทุกท่านลิ้มลองในวันนี้ แม้จะมิใช่ของราคาแพง ทว่ารสชาติย่อมไม่เป็นรองผู้ใด เสี่ยวเถา เปิดฝาครอบออก”

สาวใช้เปิดฝาครอบถาดไม้บนโต๊ะกลางศาลาออกพร้อมกัน กลิ่นหอมหวานของดอกกุ้ยฮวาและน้ำตาลเคี่ยวลอยอวลขึ้นมาปะทะจมูกของทุกคนในศาลา

บนจานกระเบื้องสีขาว จัดวางขนมกุ้ยฮวาซานเย่ารูปลักษณ์ดอกโบตั๋นสีขาวนวล ดูราวกับหยกสลักที่เพิ่งถูกนำออกมาจัดแสดง ลวดลายกลีบดอกคมชัดงดงาม และอีกจานหนึ่งคือเผือกหิมะผลึกแก้ว แท่งเผือกสีเหลืองทองที่ถูกเคลือบด้วยเกล็ดน้ำตาลสีขาวบริสุทธิ์ สะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ

เหล่าคุณหนูและฮูหยินที่เตรียมตัวจะเยาะเย้ยถึงกับชะงัก พวกนางไม่เคยเห็นขนมที่มีรูปลักษณ์งดงามและประณีตเช่นนี้มาก่อนในร้านขนมชื่อดังของเมืองหลวง

ฮูหยินผู้เฒ่าจ้องมองขนมบนโต๊ะด้วยความประหลาดใจ นางมั่นใจว่าตนเองไม่ได้อนุญาตให้เบิกจ่ายเงินให้เรือนครัวซื้อของมีค่า นางเด็กนี่ไปเอาขนมพวกนี้มาจากที่ใด

“นี่คือขนมอันใดกัน สีสันช่างแปลกตานัก” ฮูหยินจวนรองเสนาบดีเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“จานแรกคือขนมกุ้ยฮวาซานเย่า ทำจากเนื้อซานเย่าบดละเอียดผสมน้ำผึ้งดอกกุ้ยฮวา ส่วนจานที่สองคือเผือกหิมะผลึกแก้ว ทำจากเผือกทอดเคลือบด้วยเกล็ดน้ำตาลเคี่ยวเจ้าค่ะ ล้วนเป็นของที่หาได้ทั่วไป ทว่าต้องอาศัยการคุมไฟและการกรองที่พิถีพิถัน ขอเชิญทุกท่านลิ้มลอง” อวี๋เจียวหว่านผายมือเชิญ

เมิ่งอวี้หลานแค่นเสียงในลำคอ นางไม่เชื่อว่าขนมที่ทำจากเผือกและซานเย่าพื้นบ้านจะรสชาติดีไปกว่าขนมที่ทำจากรังนกหรือบัวหิมะ นางหยิบตะเกียบขึ้นคีบขนมซานเย่าเข้าปากหมายจะวิจารณ์ให้จมดิน

ทว่าทันทีที่เนื้อขนมสัมผัสกับปลายลิ้น ความนุ่มละมุนดุจปุยเมฆก็ละลายหายไปในโพรงปาก ความหวานตามธรรมชาติของซานเย่าผสานกับกลิ่นหอมเย็นของดอกกุ้ยฮวาได้อย่างไร้ที่ติ ไม่มีรสฝาดหรือเส้นใยหยาบกระด้างให้ระคายคอแม้แต่น้อย รสชาติของมันช่างลึกล้ำและสดชื่นจนนางต้องเผลอเบิกตากว้าง

ฮูหยินและคุณหนูคนอื่นๆ ที่ได้ลองชิมต่างก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างกัน เสียงอุทานด้วยความพึงพอใจดังขึ้นเบาๆ รอบศาลา บางคนถึงกับคีบเผือกหิมะผลึกแก้วขึ้นมาชิมต่อ ความกรอบนอกนุ่มในของเนื้อเผือก และความหวานหอมของเกล็ดน้ำตาลที่ละลายในปาก ทำให้พวกนางลืมเลือนการักษากิริยามารยาท แย่งกันคีบขนมจนเกือบหมดจานภายในชั่วพริบตา

แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าที่ตั้งใจจะจับผิด ก็ยังเผลอกินเผือกหิมะเข้าไปถึงสองชิ้น รสชาตินี้มันอร่อยจนนางไม่อาจหาข้อติเตียนได้เลย

อวี๋เจียวหว่านยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความสงบ รอยยิ้มบางเบาประดับที่มุมปาก สำหรับแม่ครัว ไม่มีสิ่งใดจะตอกหน้าผู้คนได้ดีไปกว่าการทำให้พวกเขายอมจำนนต่อรสชาติอาหารของตน

เมิ่งอวี้หลานรู้สึกเสียหน้าอย่างมาก นางวางตะเกียบลงเสียงดัง

“รสชาติก็พอใช้ได้ ทว่าของพื้นบ้านเช่นนี้ ย่อมไม่คู่ควรกับกระเพาะของท่านแม่ทัพอยู่ดี ข้าอุตส่าห์นำขนมหนวดมังกรจากเหลาอาหารอันดับหนึ่งมาฝากท่านแม่ทัพ ขนมของข้าย่อมบำรุงร่างกายได้ดีกว่าเผือกและมันของเจ้าเป็นแน่” นางพยายามกู้หน้าตนเอง

“ผู้ใดบอกว่าอาหารของฮูหยินของข้าไม่คู่ควร” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเยียบเย็นดังขึ้นจากด้านหลังศาลา ร่างสูงโปร่งของเซี่ยกู่หานปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับลู่จิวที่คอยประคองอยู่ด้านข้าง แม้ร่างกายจะยังดูผ่ายผอม ทว่าใบหน้าของเขาเริ่มมีสีเลือดฝาด และรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาก็ทำให้บรรยากาศในศาลาเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที

“กู่หาน เจ้ามาได้อย่างไร ร่างกายยังไม่หายดี ไฉนจึงออกมาตากลม” ฮูหยินผู้เฒ่ารีบลุกขึ้นรับหน้า แสร้งทำเป็นห่วงใย

เมิ่งอวี้หลานดวงตาเป็นประกาย นางรีบจัดแจงเสื้อผ้าและก้าวเข้าไปหาบุรุษในดวงใจ

“ท่านแม่ทัพ อวี้หลานมาเยี่ยมท่านเจ้าค่ะ ข้านำขนมหนวดมังกรและโสมคนมาให้ท่านบำรุงร่างกาย ท่านรับไปเถิดเจ้าค่ะ” นางยื่นกล่องไม้จันทน์ไปตรงหน้าเขาด้วยท่าทีเอียงอาย

เซี่ยกู่หานปรายตามองกล่องในมือหญิงสาวด้วยสายตาว่างเปล่า เขาไม่แม้แต่จะยื่นมือออกไปรับ ทว่ากลับก้าวเดินผ่านร่างของนางไปหยุดยืนอยู่เคียงข้างอวี๋เจียวหว่าน

“ลู่จิว รับของจากคุณหนูเมิ่ง แล้วนำไปมอบให้พ่อบ้านเก็บเข้าคลัง” เขาออกคำสั่งเสียงเรียบ ก่อนจะหันมามองขนมบนโต๊ะ “เจียวหว่าน นี่คือขนมที่เจ้าทำรึ”

“เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพจะลองชิมดูสักชิ้นหรือไม่” นางใช้ตะเกียบคีบขนมกุ้ยฮวาซานเย่าชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่บนจานยื่นให้เขา

เซี่ยกู่หานมิได้รังเกียจ เขาโน้มใบหน้าลงและรับขนมชิ้นนั้นเข้าปากจากตะเกียบของนางโดยตรง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนในศาลา แม่ทัพผู้รังเกียจอาหารทุกชนิด กลับยอมกินขนมจากมือภรรยาอย่างว่าง่าย

ชายหนุ่มเคี้ยวขนมอย่างเชื่องช้า รสชาติหวานละมุนแผ่ซ่านในปาก เขาพยักหน้าเล็กน้อย

“อร่อยมาก” เขาเอ่ยชม ก่อนจะปรายตากวาดมองสตรีในศาลาทีละคน ด้วยแววตาคมประดุจใบมีด “ฟังให้ดี กระเพาะของข้าคุ้นชินแต่รสมือของภรรยาข้าเท่านั้น อาหารหรือขนมจากผู้อื่น สำหรับข้าแล้ว ล้วนมีรสชาติไม่ต่างจากยาพิษ นับแต่นี้ไป ผู้ใดกล้าดูแคลนรสมือของนาง หรือกล่าวหานางว่าไม่คู่ควร ถือว่าเป็นการหยามเกียรติข้า”

คำประกาศกร้าวของท่านแม่ทัพทำเอาเมิ่งอวี้หลานหน้าซีดเผือด นางก้มหน้ากัดริมฝีปากจนห้อเลือด นางทั้งอับอาย ทั้งเสียหน้า ทว่าไม่อาจเอื้อนเอ่ยสิ่งใดโต้แย้งได้

ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็อับจนถ้อยคำ ได้แต่นั่งนิ่งหน้าถอดสี แผนการที่ตั้งใจจะฉีกหน้าลูกสะใภ้ กลับกลายเป็นการเปิดโอกาสให้นางได้แสดงฝีมือ และยังถูกบุตรเลี้ยงตอกหน้ากลับอย่างไม่ไว้หน้า

อวี๋เจียวหว่านยืนอยู่เคียงข้างสามี นางไม่ได้แสดงอาการเยาะเย้ยใด ๆ ทว่าความสงบนิ่งของนางกลับยิ่งทำให้ผู้ขัดขวางรู้สึกพ่ายแพ้อย่างราบคาบ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 38

    “ทูลฝ่าบาท สมุดบัญชีเล่มนี้ กระหม่อมและฮูหยินลอบเข้าไปยึดมาได้จากห้องลับในหอสุราซ่อนจันทร์ ซึ่งเป็นตลาดมืดนอกเมือง และผู้ที่อยู่เบื้องหลังความโสมมทั้งหมดนี้ ทั้งการสับเปลี่ยนเสบียงกองทัพหลางหยา การวางยาพิษไทเฮา และการซ่องสุมกำลังพล ก็คือองค์ชายรองพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยกู่หานเอ่ยตอบอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมาฮ่องเต้ตบพระหัตถ์ลงบนโต๊ะเสียงดัง พระเนตรของโอรสสวรรค์เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและโทสะที่บุตรชายสายเลือดเดียวกันกล้าคิดทรยศต่อแผ่นดินและบัลลังก์“บังอาจนัก ข้าเลี้ยงดูมาอย่างดี ทว่าเจ้าลูกไม่รักดีกลับคิดคดทรยศ ซ่องสุมกำลังหมายจะก่อกบฏ ข้าจะไม่ปล่อยให้มันลอยนวลเด็ดขาด” ฮ่องเต้ตรัสเสียงกร้าว พระองค์หันมามองเซี่ยกู่หาน “แม่ทัพเซี่ย ข้ามีคำสั่งให้เจ้านำกำลังทหารบุกค้นจวนองค์ชายรองในวันพรุ่งนี้ จับกุมตัวผู้มีรายชื่อในบัญชีทั้งหมดมาลงโทษให้สิ้นซาก”“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” เซี่ยกู่หานน้อมรับพระราชโองการยามนั้นเอง ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงกระเบื้องแตกกระจายและเสียงร้องโหยหวนของบ่าวไพร่ก็ดังลั่นมาจากหน้าลานจวน ประตูห้องโถงถูกถีบเปิดออกอย่างรุนแรง ร่างของมือสังหารในชุดดำอำพรางใบหน้

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 37

    ล้อรถม้าบดทับแผ่นหินปูถนน ค่อยๆเคลื่อนตัวผ่านประตูเมือง เมืองหลวงในยามนี้เต็มไปด้วยความคึกคักของวสันตฤดู พ่อค้าแม่ค้าส่งเสียงร้องเร่ขายสินค้า ทว่าภายในรถม้าของจวนแม่ทัพ บรรยากาศกลับเงียบสงบและแฝงไปด้วยความตึงเครียดเซี่ยกู่หานนั่งหลังตรง นัยน์ตาคมจดจ้องอยู่ที่สมุดบัญชีปกสีน้ำเงินเข้มในมือ มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ปล้นชิงมาจากหอสุราซ่อนจันทร์ สมุดเล่มนี้บันทึกรายชื่อขุนนางที่รับสินบน เส้นทางการลักลอบค้าอาวุธเถื่อน และการยักยอกเสบียงทัพ ซึ่งทุกสายใยล้วนเชื่อมโยงไปสู่ผู้บงการเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือองค์ชายรอง“เมืองหลวงดูสงบสุขร่มเย็น ทว่าเบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยหนอนบ่อนไส้ที่กัดกินรากฐานของแผ่นดิน” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำแข็ง “หากปล่อยให้องค์ชายรองซ่องสุมกำลังต่อไป คงเกิดกบฏในไม่ช้า ข้าต้องนำบัญชีเล่มนี้ไปทูลถวายฝ่าบาทโดยเร็วที่สุด”อวี๋เจียวหว่านที่นั่งอยู่เคียงข้าง เอื้อมมือไปกุมมือใหญ่ของสามีเอาไว้ สัมผัสอุ่นจากนางช่วยคลายความคุกรุ่นในใจของแม่ทัพหนุ่มลงได้บ้าง“ท่านแม่ทัพ การนำบัญชีลับไปถวายในท้องพระโรงย่อมเสี่ยงต่อการถูกขุนนางฝ่ายองค์ชายรองขัดขวางและทำลายหลักฐาน เราต้

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 36

    อวี๋เจียวหว่านใช้ตะหลิวตักเต้าหู้เหม็นทอดขึ้นมาพักสะเด็ดน้ำมัน จากนั้นนางตวัดมีดผ่ากลางก้อนเต้าหู้ เผยให้เห็นเนื้อในสีขาวนวลที่ยังคงความนุ่มฟู นางตักน้ำปรุงรสสูตรพิเศษที่เคี่ยวจากพริกหอม กระเทียม น้ำหมักถั่วเหลือง และน้ำส้มสายชูหมัก ราดลงไปในรอยผ่า เพื่อให้รสชาติจัดจ้านซึมซาบเข้าสู่เนื้อเต้าหู้ทุกอณูนางจัดเต้าหู้เหม็นทอดใส่จานกระเบื้อง โรยหน้าด้วยผักชีซอย ก่อนจะเดินถือจานนั้นตรงไปยังโต๊ะของเถ้าแก่ชุดแดง“เถ้าแก่ อาหารจานนี้มีชื่อว่า เต้าหู้เหม็นหมื่นหลี้ แม้กลิ่นจะร้ายกาจ ทว่ารสชาติกลับล้ำเลิศเหนือจินตนาการ ท่านผู้ซึ่งอ้างตนว่าหลงใหลในของแปลก จะกล้าเปิดใจชิมดูสักคำหรือไม่” นางเอ่ยท้าทายด้วยรอยยิ้มมั่นใจเถ้าแก่ชุดแดงมองจานเต้าหู้ตรงหน้า เขาสูดลมหายใจเข้า กลิ่นเหม็นฉุนผสมกับความหอมมันและกลิ่นพริกหอมตีกันยุ่งเหยิงในโพรงจมูก ความอยากรู้อยากเห็นในฐานะนักชิมมีชัยเหนือความขยะแขยง เขากลั้นใจหยิบตะเกียบคีบเต้าหู้ชิ้นหนึ่งเข้าปากทันทีที่ฟันขบลงบนผิวเต้าหู้ เสียงความกรอบก็ดังก้องในโสตประสาท ความกรอบเกรียมของผิวนอกตัดกับความนุ่มละมุนของเนื้อใน รสชาติหอมมันของถั่วหมักระเบิดกระจายเต็มปาก ผสานกับ

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 35

    หลังจากเหตุการณ์ในวังหลวงผ่านพ้นไป องค์ชายรองถูกสั่งกักบริเวณในจวนเป็นเวลาหนึ่งเดือน คลื่นใต้น้ำในราชสำนักดูเหมือนจะสงบลงชั่วคราว ทว่าเซี่ยกู่หานทราบดีว่านี่คือช่วงเวลาทองในการรุกฆาต หากปล่อยให้ศัตรูพักหายใจ เมื่อเสือร้ายออกจากกรงย่อมต้องแว้งกัดอย่างบ้าคลั่งกว่าเดิมยามซวี แสงจันทร์สลัวทอดเงาลงบนหลังคาเรือนหานอวิ๋น ภายในห้องหนังสือที่จุดเทียนสว่างไสว ลู่จิวประสานมือรายงานความคืบหน้าด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม“เรียนท่านแม่ทัพ สายลับของเราสืบพบแล้วขอรับ ว่าเงินทองที่องค์ชายรองยักยอกมาจากการสับเปลี่ยนเสบียงทัพ ถูกนำไปซุกซ่อนไว้ที่หอสุราซ่อนจันทร์ ซึ่งเป็นบ่อนพนันและตลาดมืดใต้ดินอยู่นอกกำแพงเมือง ซ้ำยังมีการลักลอบซื้อขายอาวุธเถื่อนเพื่อสะสมกำลังพล บัญชีรายชื่อผู้ร่วมกบฏทั้งหมดถูกเก็บรักษาไว้ในห้องลับของเถ้าแก่หอสุราผู้นั้นขอรับ”เซี่ยกู่หานเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะ แววตาคมทอประกายวาววับ “เถ้าแก่หอสุราซ่อนจันทร์ผู้นี้ ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงมาบ้าง เป็นคนวิปลาสที่หลงใหลในรสชาติอาหารแปลกประหลาด กฎเกณฑ์การเข้าถึงตัวเขาช่างยุ่งยาก ต้องเป็นผู้ที่สามารถรังสรรค์อาหารจนเป็นที่ถูกใจ จึงจะได้รับป้ายหยกผ่า

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 34

    อวี๋เจียวหว่านนำเส้นเต้าหู้ที่แช่น้ำไว้ ไปลวกในน้ำร้อนอย่างรวดเร็วเพื่อล้างกลิ่นถั่วเหลือง จากนั้นนางตักน้ำแกงใสกระจ่างที่เตรียมไว้ลงในชามสีขาวลายเมฆา ค่อยๆหย่อนเส้นเต้าหู้ลงไปตรงกลางชาม ตามด้วยขาหมูตากแห้งและเห็ดหอมที่หั่นเป็นเส้นเล็กเท่าเส้นด้าย โรยประดับด้านบนเพื่อเพิ่มสีสันและรสชาติอาหารจานนี้ดูเรียบง่าย ไร้ซึ่งความมันเลี่ยนหรือสีสันฉูดฉาด ทว่าแฝงไว้ด้วยความประณีตขั้นสูงสุด และรสชาติที่ล้ำลึกซับซ้อนเวลาล่วงเลยไปจนถึงยามอู่ ขันทีเข้ามารับอาหารจากทั้งสองฝ่าย เพื่อนำไปถวายไทเฮาที่ห้องบรรทม เซี่ยกู่หานและอวี๋เจียวหว่าน รวมถึงองค์ชายรองและพ่อครัวหลู่ ต่างเดินตามเข้าไปเพื่อรอฟังผลภายในห้องบรรทม ไทเฮาประทับกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนแท่นบรรทม พระพักตร์ซีดเซียวและมีรอยคล้ำใต้ดวงตา พระวรกายซูบผอมจนน่าตกใจ ฮ่องเต้ประทับอยู่ข้างแท่นบรรทม คอยจับพระหัตถ์มารดาด้วยความห่วงใยขันทีนำอาหารของพ่อครัวหลู่ขึ้นถวายเป็นลำดับแรก เมื่อฝาโถกระเบื้องถูกเปิดออก กลิ่นหอมเครื่องเทศและเนื้อสัตว์ที่เข้มข้นรุนแรงก็ลอยกระจายไปทั่วห้อง ฝ่าเท้าหมีตุ๋นโสมคนสีน้ำตาลเข้มมันวาวดูน่ารับประทานยิ่งนัก ทว่าสำหรับผู้ป่วยที่กระ

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 33

    วสันตฤดูแผ่ความอบอุ่นไปทั่วเมืองหลวง ดอกเหมยร่วงโรยไปตามกาลเวลา หลีกทางให้ดอกอิงฮวาและหมู่ตันเบ่งบานอวดสีสัน ทว่าภายใต้ความงดงามของธรรมชาติ คลื่นใต้น้ำในราชสำนักกลับทวีความรุนแรงและเชี่ยวกรากยิ่งขึ้น การพ่ายแพ้ของคนจากจวนองค์ชายรองที่ค่ายทหารหลางหยา กลายเป็นฟืนที่สุมไฟแค้นให้ลุกโชนยามสายของวันหนึ่ง บรรยากาศเงียบสงบในจวนแม่ทัพถูกทำลายลงด้วยเสียงประกาศก้องของขันทีจากวังหลวง ขบวนราชรถที่ประดับด้วยผ้าแพรสีเหลืองทองจอดเทียบหน้าประตูจวน เซี่ยกู่หานและอวี๋เจียวหว่านรีบออกมารับราชโองการที่หน้าลานกว้าง“รับสั่งจากโอรสสวรรค์ บัดนี้ไทเฮาเสด็จกลับจากตำหนักบนเขาไท่ซาน ทว่าพระวรกายอ่อนแอ โรคเบื่ออาหารกำเริบหนักจนซูบผอม เหล่าหมอหลวงรวมถึงห้องเครื่องในวังล้วนหมดหนทางเยียวยา ฝ่าบาททรงระลึกถึงฝีมือทำอาหารของฮูหยินเซี่ย จึงมีพระราชประสงค์ให้ฮูหยินเซี่ยเข้าเฝ้าที่ตำหนักฉือหนิง เพื่อปรุงอาหารบำรุงถวายแด่ไทเฮา จบราชโองการ”เซี่ยกู่หานคุกเข่ารับราชโองการด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่ามือที่วางอยู่บนหน้าขาเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มล่วงรู้ได้ทันทีว่านี่มิใช่เพียงการทำอาหารธรรมดา ทว่าคือหลุมพรางอันล้ำลึกที่ศ

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 13

    นับตั้งแต่วันที่ป้ายหยกหลางหยาถูกส่งมอบให้แก่อวี๋เจียวหว่าน อำนาจการปกครองในเรือนหลังของจวนแม่ทัพก็เปลี่ยนมืออย่างสมบูรณ์ บ่าวไพร่ต่างเคารพยำเกรงฮูหยินเอกผู้นี้ประดุจเทพเซียนแห่งเตาไฟ ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยจำต้องเก็บตัวเงียบอยู่ในเรือน อ้างว่าป่วยไข้เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าสิ่งที่น่ายินดีที่สุดในจว

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 12

    การกระทำที่อุกอาจและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันทำเอาอวี๋เจียวหว่านเบิกตากว้าง ร่างกายของนางแข็งทื่อไปชั่วขณะ สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเฉียบผ่านผืนผ้า ทำให้ก้อนเนื้อในอกซ้ายของนางเต้นผิดจังหวะ“หน้าเจ้าเปื้อน” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตากลับทอประกายอบอุ่นสายหนึ่ง“ขอบคุณเจ้าค่ะ ข้าเช็ดเองได้” นางรีบรับผ้าเ

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 11

    เรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงชมบุปผาแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงราวกับไฟลามทุ่ง เพียงชั่วข้ามคืน นามของอวี๋เจียวหว่าน ฮูหยินแห่งจวนแม่ทัพเซี่ยก็กลายเป็นที่กล่าวขานในหมู่ชนชั้นสูง มิใช่ในฐานะคุณหนูรองจากตระกูลตกอับ ผู้แต่งงานแทนพี่สาวอีกต่อไป ทว่าในฐานะสตรีผู้มีฝีมือปลายจวักล้ำเลิศ สามารถนำของพื้นบ้านอย่

  • ฮูหยินผู้กุมอำนาจด้วยกระทะทองเหลือง   ตอนที่ 9

    แสงแดดยามสายสาดส่องลงบนหลังคากระเบื้องของจวนแม่ทัพ แม้เหตุการณ์ลอบสังหารเมื่อคืนจะถูกเซี่ยกู่หานสั่งให้ทุกคนปิดปากเงียบ ทว่าความตึงเครียดกลับยังคงแฝงเร้นอยู่ในอากาศ โดยเฉพาะที่เรือนหลักของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยเสียงถ้วยชาชั้นดีถูกปาลงบนพื้นจนแตกกระจาย ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยนั่งหอบหายใจอยู่บนตั่งไม้ ใบหน้า

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status