LOGIN"หลังจากนี้หรือ ก็ปล่อยให้นางเป็นหม้ายไปจนตายอย่างไรเล่า ตามกฎหมาย สตรีที่เป็นหม้ายและไม่มีบุตรสืบสกุล สินเดิมย่อมตกอยู่ในความดูแลของจวนสามี อีกไม่นานทรัพย์สมบัติทั้งหมดของนางจะเป็นของตระกูลกู้"
นางหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนกล่าวต่อ
"ส่วนเย่ว์เสวียน เมื่อเรื่องเงียบลง เขาจะเปลี่ยนชื่อใหม่ ใช้ชีวิตอยู่กับเมียรักและลูกชายวัยห้าขวบที่ชายแดน เสวยสุขด้วยเงินของนังเฉินหรงอัน ฮ่า ๆ ๆ ๆ"
เสียงหัวเราะของคนทั้งสองดังขึ้นภายในห้อง แต่สำหรับเฉินหรงอัน มันไม่ต่างจากเสียงปีศาจหัวเราะอยู่ข้างหู ทุกถ้อยคำที่ได้ยิน ราวกับคมมีดนับพันเล่มกรีดผ่านความอดทนที่นางมีมาตลอดหกปี
หกปี... หกปีที่นางค้ำจุนจวนแห่งนี้ หกปีที่นางควักเงินนับแสนตำลึง หกปีที่นางดูแลแม่ผัวราวกับมารดาแท้ ๆ สุดท้ายสิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงคำว่านังแพศยา
และแผนการจะปล้นทุกสิ่งจากนาง ดวงตาคู่งามค่อย ๆ เย็นลง เย็นจนไร้ซึ่งอุณหภูมิใด ๆ
สงสัยอยู่แล้วเชียวว่าแต่งงานยังหลอกได้ แล้วเรื่องตายจะจริงหรือ
บัดนี้ความรู้สึกของนางพังทลายจนหมด ความเมตตาทั้งหมดถูกเหยียบย่ำจนแหลกละเอียด เหลือเพียงจิตสังหารอันเงียบงัน ริมฝีปากแดงชาดค่อย ๆ ยกขึ้นช้า ๆ เป็นรอยยิ้มที่งดงาม และน่าสะพรึงกลัวที่สุด
'กู้เย่ว์เสวียน...'
'ฮูหยินเฒ่ากู้...'
'พวกเจ้าคิดจะหลอกข้าให้เป็นหม้ายใช่หรือไม่'
'ดี...'
'เช่นนั้นข้าจะจัดงานศพให้พวกเจ้าอย่างสมเกียรติที่สุด'
เฉินหรงอันหมุนตัวจากไปอย่างเงียบเชียบ ชายเสื้อคลุมสีดำพลิ้วไหวท่ามกลางสายลมราตรี ฝีเท้าของนางแผ่วเบาราวกับยมทูตกำลังย่างกรายออกจากความมืด
ชิงเฉียวมองตามนายหญิงด้วยหัวใจสั่นไหว แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่นางกลับรู้สึกได้อย่างชัดเจน ว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป
จวนแม่ทัพกู้กำลังจะเผชิญหายนะครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต และในความมืดอันหนาวเหน็บนั้น เสียงหัวเราะของฮูหยินเฒ่ากู้ยังคงดังลอดออกมาจากเรือนใหญ่
โดยไม่รู้เลยว่า พวกนางได้ปลุกอสูรร้ายที่ไม่ควรปลุกขึ้นมาแล้ว
‘คนที่คิดหลอกลวงข้า จะไม่มีใครได้ตายดีสักคนเดียว’
แสงทองของรุ่งอรุณค่อย ๆ สาดผ่านม่านหมอกหนาทึบเหนือเมืองหลวง ทว่าความสว่างของวันใหม่กลับไม่อาจขับไล่ความหนาวเย็นที่ปกคลุมจวนแม่ทัพกู้ได้เลยแม้แต่น้อย
ผ้าแพรสีแดงมงคลที่เคยประดับอยู่ทั่วจวนเมื่อไม่กี่วันก่อนถูกบ่าวไพร่ปลดลงอย่างเร่งรีบ อักษรฮี้สีทองซึ่งเคยเด่นตระหง่านบนประตูใหญ่ถูกเก็บออกไปอย่างลวก ๆ แทนที่ด้วยผ้าขาวดิบ โคมไฟสีหม่น และธงไว้อาลัยที่พลิ้วไหวอย่างอ้างว้างตามแรงลม
จวนแม่ทัพที่เคยครึกครื้นเพราะงานมงคล บัดนี้กลับกลายเป็นสถานที่แห่งความโศกเศร้า เสียงสะอื้นของบ่าวไพร่ดังแผ่วเป็นระยะ บางคนยังคงกระซิบกันด้วยสีหน้าหวาดหวั่น
ข่าวการเสียชีวิตของแม่ทัพกู้เย่ว์เสวียนแพร่กระจายไปทั่วเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อคืน ขุนนางหลายตระกูลเริ่มส่งคนมาสอบถามข่าว บ้างส่งพวงผ้าขาว บ้างส่งเครื่องเซ่นไหว้มาร่วมแสดงความอาลัย ทุกสายตาล้วนจับจ้องมายังจวนแม่ทัพกู้ รอคอยการกลับมาของแม่ทัพผู้กล้า ในสภาพร่างไร้วิญญาณ ไม่นานนัก เสียงเกือกม้าก็ดังขึ้นจากหน้าประตูใหญ่
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงฝีเท้าหนักแน่นของทหารรักษาพระองค์กลุ่มหนึ่งค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาในจวน พวกเขาสวมชุดเกราะเปื้อนฝุ่น สีหน้าเคร่งขรึม ทุกคนก้มหน้าไม่กล่าววาจา
ตรงกลางขบวนคือแคร่ไม้สีหม่น บนแคร่นั้นมีโลงศพธรรมดาใบหนึ่งตั้งอยู่
ภายในโลงซึ่งยังไม่ได้ปิดฝา มีร่างสูงใหญ่ในผ้าห่อศพสีขาวหนาทึบนอนนิ่งอยู่
“ท่านแม่ทัพกลับมาแล้ว” เสียงบ่าวผู้หนึ่งร้องขึ้น เพียงประโยคเดียวก็ทำให้เสียงร้องไห้ระงมดังขึ้นทั่วจวน
ร่างของกู้เย่ว์เสวียนถูกนำมาวางไว้กลางห้องโถงใหญ่ ฮูหยินเฒ่ากู้ซึ่งรออยู่ก่อนแล้วพลันส่งเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด
“เย่ว์เสวียน ลูกแม่” นางถลาเข้าไปกอดขอบโลง ร้องไห้ฟูมฟายราวกับหัวใจแตกสลาย มือเหี่ยวย่นจับขอบโลงแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด เสียงสะอื้นของนางช่างน่าเวทนาเสียจนบ่าวไพร่หลายคนพลอยน้ำตาไหลตาม
“เหตุใดเจ้าจึงทิ้งแม่ไปเช่นนี้ ลูกแม่... ลูกแม่เอ๋ย...”
การแสดงของฮูหยินเฒ่ากู้แนบเนียนไร้ที่ติ ไม่มีผู้ใดสงสัยเลยแม้แต่น้อย แต่ภายใต้ผ้าห่อศพสีขาวหนาทึบนั้นกู้เย่ว์เสวียนยังมีชีวิตอยู่
เขากินยาชะงักลมหายใจชั่วคราวเข้าไปก่อนขบวนศพเดินทางถึงเมืองหลวง ร่างกายจึงเย็นเฉียบ ลมหายใจเบาบางจนแทบจับไม่ได้ ใบหน้าถูกปิดไว้ด้วยผ้าขาวเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาผู้คน
ทุกอย่างเป็นไปตามแผน เพียงอดทนนอนนิ่งอีกไม่กี่ชั่วยาม รอให้มารดาจัดพิธีฝังอย่างลวก ๆ
จากนั้น เขาก็จะได้หลุดพ้นจากชื่อกู้เย่ว์เสวียนอย่างสมบูรณ์ หลังจากนี้ เขาจะมีชีวิตใหม่ ชื่อใหม่ ฐานะใหม่ และจะพาหลิ่วเมยเนียงกับบุตรชายวัยห้าขวบไปเสวยสุขที่ชายแดน
ส่วนเฉินหรงอัน...นางก็จะกลายเป็นหญิงหม้ายไร้สามี ถูกขังไว้ในจวนแม่ทัพกู้ไปจนตาย สินเดิมมหาศาลของนางจะกลายเป็นของตระกูลกู้ เพียงคิดถึงตรงนี้ กู้เย่ว์เสวียนก็แทบจะหัวเราะออกมา
ทว่า... ความฝันแสนหวานของเขายังไม่ทันได้ดำเนินต่อเสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดพลันดังสนั่นมาจากหน้าประตูห้องโถง
“ท่านพี่!” เสียงนั้นแหลมสูงราวกับสตรีผู้สูญเสียสติ ทุกสายตาหันไปมองพร้อมกัน
เฉินหรงอันในชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์พุ่งเข้ามาในห้องโถงราวกับสายลมแรง ใบหน้างดงามซีดเผือดจนไร้สีเลือด ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาไหลอาบแก้ม
ร่างบอบบางของนางสั่นระริก คล้ายพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ บ่าวไพร่รอบด้านต่างพากันหลีกทางโดยไม่รู้ตัว
“ท่านพี่!” นางร้องเรียกอีกครั้งด้วยน้ำเสียงแทบขาดใจ จากนั้นจึงพุ่งตรงไปยังโลงศพอย่างรวดเร็ว
ฮูหยินเฒ่ากู้ที่กำลังกอดขอบโลงอยู่ยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกเฉินหรงอันเบียดกระแทกออกไปจนเซถลา
“โอ๊ย!” แม่นมจางรีบเข้าประคองนายหญิงของตน แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยตำหนิ เฉินหรงอันก็ทิ้งตัวลงข้างโลงแล้วโผเข้ากอดร่างในผ้าห่อศพไว้แน่น
“ท่านพี่ เหตุใดท่านจึงใจร้ายกับข้าเช่นนี้!” เสียงร้องไห้ของนางดังสะท้อนทั่วห้องโถง
“หกปี... หกปีเต็มที่ข้ารอท่านกลับมา”
“ข้ารอวันที่ท่านจะเปิดประตูเรือนหอ”
“รอวันที่ท่านจะเรียกข้าว่าภรรยา”
“แต่สุดท้าย สิ่งที่กลับมาหาข้ากลับมีเพียงร่างไร้วิญญาณของท่านหรือ” ถ้อยคำของนางบาดลึกหัวใจผู้ฟัง บ่าวไพร่หลายคนก้มหน้าซับน้ำตา บางคนถึงกับสะอื้นเบา ๆ ฮูหยินช่างน่าสงสารเหลือเกิน
แต่งเข้าจวนมาหกปี ไม่เคยได้เป็นภรรยาอย่างแท้จริง บัดนี้กลับต้องกลายเป็นหม้ายเสียแล้ว ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่า ยามเฉินหรงอันซบหน้าลงกับอกของร่างในผ้าห่อศพ ดวงตาที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของนางกลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว มือน้อยที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อค่อย ๆ กำแน่น เส้นเลือดบาง ๆ ปรากฏขึ้นบนหลังมือ แววตาเย็นยะเยือกของนางค่อย ๆ เต็มไปด้วยจิตสังหาร
‘อยากแกล้งตายนักใช่หรือไม่ กู้เย่ว์เสวียน’
‘เช่นนั้นข้าจะช่วยให้เจ้ารู้สึกเหมือนตายจริง ๆ’
ตุบ!
‘ตื่นตระหนกถึงเพียงนี้เชียวหรือ ท่านแม่’‘ก่อนหน้านี้ยังหัวเราะเยาะข้าอยู่เลยมิใช่หรือ’‘เหตุใดตอนนี้จึงหน้าซีดราวกับเห็นผีเสียเอง’ความสะใจสายหนึ่งแล่นผ่านหัวใจของนาง หกปีที่ผ่านมา พวกมันสูบเลือดสูบเนื้อนางอย่างไร้ยางอาย ใช้เงินของนาง เสวยสุขบนความอดทนของนาง ยังคิดว่านางเป็นเพียงสตรีโง่งมผู้ไร้ที่พึ่ง บัดนี้เพียงถูกนางตอบแทนเล็กน้อย ก็พากันลนลานเหมือนสุนัขจนตรอกแล้วหรือ“งิ้วโรงนี้...”เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากของเฉินหรงอัน เบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงสะอื้น มีเพียงชิงเฉียวที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดเท่านั้นที่ได้ยิน“พวกเจ้าเป็นคนเริ่มมันขึ้นมาเอง”ชิงเฉียวชะงักไปเล็กน้อย มือที่ประคองนายหญิงพลันเย็นเฉียบ เฉินหรงอันยังคงก้มหน้า ริมฝีปากใต้ผ้าเช็ดหน้าค่อย ๆ ยกขึ้น“แต่อย่าหวัง... ว่าจะจบมันได้ง่าย ๆ” น้ำเสียงนั้นเบาเหลือเกิน แต่เย็นยะเยือกจนชิงเฉียวรู้สึกขนลุกไปทั้งร่าง“รีบเอาฝาโลงมาปิดเดี๋ยวนี้ ยังจะยืนชักช้าอะไรอยู่อีก อย่าให้ลูกสะใภ้ต้องเห็นภาพสะเทือนใจจนคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก”บ่าวไพร่กลุ่มหนึ่งรีบยกฝาโลงศพธรรมดาเข้ามา ทุกคนไม่กล้าชักช้า เพราะกลัวว่าฮูหยินจะเสียสติพุ่งเข้าไปกอดศพอี
ฝ่ามือเรียวบางฟาดลงกลางทรวงอกของร่างในผ้าห่อศพอย่างรุนแรง เสียงกระแทกดังสะท้านไปทั่วห้องโถงกู้เย่ว์เสวียนที่นอนนิ่งอยู่ในโลงถึงกับดวงตาเบิกโพลงใต้ผ้าขาว ความเจ็บปวดแล่นจากกลางอกทะลุไปถึงแผ่นหลัง ลมหายใจที่พยายามกลั้นไว้แทบสะดุดเขาเกือบส่งเสียงครางออกมา แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เฉินหรงอันก็ร้องไห้โฮขึ้นอีกครั้ง“ท่านฟื้นขึ้นมาสิ!”ตุบ!“ฟื้นขึ้นมามองหน้าข้า!”ตุบ!“เหตุใดท่านจึงทิ้งข้าไว้คนเดียว!”ตุบ!“เหตุใดจึงใจดำกับข้าเช่นนี้!”ตุบ! ตุบ! ตุบ!เสียงฝ่ามือและกำปั้นกระแทกร่างดังต่อเนื่องไม่หยุดเฉินหรงอันทุบลงบนอก บนท้อง และช่วงไหล่ของกู้เย่ว์เสวียนครั้งแล้วครั้งเล่าต่อหน้าผู้คน นางคือภรรยาผู้เสียสติจากความโศกเศร้า แต่ความจริงแล้ว ทุกครั้งที่ลงมือ นางเลือกจุดอย่างแม่นยำ แรงพอดีให้เจ็บปวดรุนแรง แต่ไม่พอให้เลือดกระอักออกมาจนผู้คนจับพิรุธได้ตรงอกซ้าย ใต้ชายโครง กลางลิ้นปี่ ทุกจุดล้วนเป็นตำแหน่งที่เจ็บที่สุดกู้เย่ว์เสวียนทรมานจนร่างเกร็งกระตุก ใบหน้าภายใต้ผ้าห่อศพบิดเบี้ยวเหยเก เขาอยากร้อง อยากลุกขึ้นผลักนางออกไป อยากตะโกนถามว่านางบ้าไปแล้วหรือ แต่ทำไม่ได้ หากเขาขยับ หากเขาส่งเสียง ทุกอ
"หลังจากนี้หรือ ก็ปล่อยให้นางเป็นหม้ายไปจนตายอย่างไรเล่า ตามกฎหมาย สตรีที่เป็นหม้ายและไม่มีบุตรสืบสกุล สินเดิมย่อมตกอยู่ในความดูแลของจวนสามี อีกไม่นานทรัพย์สมบัติทั้งหมดของนางจะเป็นของตระกูลกู้"นางหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนกล่าวต่อ"ส่วนเย่ว์เสวียน เมื่อเรื่องเงียบลง เขาจะเปลี่ยนชื่อใหม่ ใช้ชีวิตอยู่กับเมียรักและลูกชายวัยห้าขวบที่ชายแดน เสวยสุขด้วยเงินของนังเฉินหรงอัน ฮ่า ๆ ๆ ๆ"เสียงหัวเราะของคนทั้งสองดังขึ้นภายในห้อง แต่สำหรับเฉินหรงอัน มันไม่ต่างจากเสียงปีศาจหัวเราะอยู่ข้างหู ทุกถ้อยคำที่ได้ยิน ราวกับคมมีดนับพันเล่มกรีดผ่านความอดทนที่นางมีมาตลอดหกปีหกปี... หกปีที่นางค้ำจุนจวนแห่งนี้ หกปีที่นางควักเงินนับแสนตำลึง หกปีที่นางดูแลแม่ผัวราวกับมารดาแท้ ๆ สุดท้ายสิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงคำว่านังแพศยาและแผนการจะปล้นทุกสิ่งจากนาง ดวงตาคู่งามค่อย ๆ เย็นลง เย็นจนไร้ซึ่งอุณหภูมิใด ๆสงสัยอยู่แล้วเชียวว่าแต่งงานยังหลอกได้ แล้วเรื่องตายจะจริงหรือบัดนี้ความรู้สึกของนางพังทลายจนหมด ความเมตตาทั้งหมดถูกเหยียบย่ำจนแหลกละเอียด เหลือเพียงจิตสังหารอันเงียบงัน ริมฝีปากแดงชาดค่อย ๆ ยกขึ้นช้า ๆ เป็นรอยยิ้
จากนั้นจึงทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง แขนเสื้อยาวถูกยกขึ้นปิดใบหน้า เสียงร้องไห้โฮดังขึ้นอย่างเจ็บปวด“ท่านแม่ทัพ...”“เหตุใดท่านจึงจากไปเช่นนี้...”น้ำเสียงสะอื้นนั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียจนบ่าวไพร่รอบด้านต่างพากันน้ำตาคลอ ฮูหยินช่างน่าสงสารเหลือเกินแต่งงานมาหกปี สามีไม่เคยกลับบ้าน แม้แต่ห้องหอก็ยังไม่เคยได้เข้า บัดนี้กลับต้องกลายเป็นหม้ายเสียแล้วทว่า ไม่มีใครมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังแขนเสื้อผ้าไหมสีแดงเข้ม ไม่มีใครรู้ว่า ดวงตาของเฉินหรงอันไม่ได้มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ที่ต้องแต่งงานเพราะครอบครัว ความรักไม่มีอยู่ตั้งแต่แรกแล้วแววตาคู่งามค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี ริมฝีปากแดงชาดที่ถูกซ่อนเอาไว้ค่อย ๆ ยกขึ้นช้า ๆกลายเป็นรอยยิ้มเย็นชาและอำมหิตข่าวร้ายที่ทำให้คนทั้งจวนร่ำไห้ กลับเป็นข่าวดีที่สุดที่นางได้รับในรอบหกปี ถ้านางไม่ได้ยินแม่สามีคุยกับบ่าวรับใช้คนสนิทก่อนหน้านี้ว่าอยากหลอกใช้นางให้เติมเต็มจวนกู้แห่งนี้ และอยากให้ลูกชายแต่งงานใหม่ นางคงยังโง่งมต่อไป‘กู้เย่ว์เสวียน ในที่สุดวันตายของเจ้าก็มาถึงเสียที’ในเมื่อสามีไม่เคยส่งข่าวคราว ไม่เคยส่งจดหมายหากัน ความผูก
เสียงประทัดมงคลที่เพิ่งเงียบหายไปไม่นานยังคงทิ้งกลิ่นควันกำยานจาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วจวนแม่ทัพกู้ ผืนผ้าแพรสีแดงชาดถูกประดับแขวนไว้ตามชายคาและระเบียงเรือน อักษรฮี้สีทองอร่ามสะท้อนแสงโคมจนดูงดงามจับตาคืนนี้ควรเป็นคืนที่มีความสุขที่สุดของจวนแม่ทัพและควรเป็นคืนเริ่มต้นชีวิตคู่ของคนสองคนภายในเรือนหอที่ตกแต่งอย่างวิจิตร ‘เฉินหรงอัน’ บุตรสาวคนโตแห่งจวนเสนาบดีกรมพระคลังนั่งนิ่งอยู่บนเตียงมงคลอย่างสำรวมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงปักดิ้นทองปกปิดใบหน้าอันงดงาม มือน้อยวางซ้อนกันบนตักอย่างเรียบร้อย แม้จะนั่งรอมาเป็นเวลานาน แต่นางยังคงรักษากิริยามารยาทอันงดงามไร้ที่ติสตรีทุกคนล้วนเคยวาดฝันถึงคืนเข้าหอ เฉินหรงอันเองก็ไม่ต่างกัน แม้การแต่งงานครั้งนี้จะเป็นการสมรสที่ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลเห็นชอบ หากนางก็เคยได้ยินชื่อเสียงของกู้เย่ว์เสวียนมานาน แม่ทัพหนุ่มผู้เก่งกาจ วีรบุรุษแห่งแผ่นดินต้าฉู่ บุรุษที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากฮ่องเต้นางไม่ถึงกับหลงรักบุรุษที่ไม่เคยพบหน้ามาก่อน แต่ก็พร้อมจะทำหน้าที่ภรรยาที่ดีอย่างสุดความสามารถทว่า... เสียงฝีเท้าเร่งรีบที่ดังขึ้นจากด้านนอกกลับทำลายค่ำคืนอันแสนสงบลง







