ログインคืนเข้าหออันควรชื่นมื่นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของนรกบนดิน! ‘เฉินหรงอัน’ บุตรสาวเสนาบดีคลังผู้สูงศักดิ์ ถูกสามีสารเลวและฮูหยินเฒ่าร่วมมือกับเมียน้อย เพื่อหวังฮุบสินเดิมมหาศาล! ทว่าสวรรค์ยังมีตา นางรอดชีวิตมาได้แก้แค้นพร้อมเปลี่ยนตัวเองเป็นฮูหยินอำมหิต สับเปลี่ยนทรัพย์สิน ทวงคืนเกียรติยศ และส่งพวกคนชั่วลงนรกทีละคน! แต่สิ่งที่นางไม่เคยรู้เลยก็คือ ตลอดเวลาที่นางคิดว่าต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว กลับมีบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในใต้หล้าอย่าง ‘องค์รัชทายาท’ อดีตเพื่อนเล่นในวัยเยาว์ คอยกางปีกโอบอุ้มและกวาดล้างศัตรูให้แต่งแต้มเส้นทางพญาหงส์คืนสู่บัลลังก์คู่มังกรทอง
もっと見るเสียงประทัดมงคลที่เพิ่งเงียบหายไปไม่นานยังคงทิ้งกลิ่นควันกำยานจาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วจวนแม่ทัพกู้ ผืนผ้าแพรสีแดงชาดถูกประดับแขวนไว้ตามชายคาและระเบียงเรือน อักษรฮี้สีทองอร่ามสะท้อนแสงโคมจนดูงดงามจับตา
คืนนี้ควรเป็นคืนที่มีความสุขที่สุดของจวนแม่ทัพและควรเป็นคืนเริ่มต้นชีวิตคู่ของคนสองคน
ภายในเรือนหอที่ตกแต่งอย่างวิจิตร ‘เฉินหรงอัน’ บุตรสาวคนโตแห่งจวนเสนาบดีกรมพระคลังนั่งนิ่งอยู่บนเตียงมงคลอย่างสำรวม
ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงปักดิ้นทองปกปิดใบหน้าอันงดงาม มือน้อยวางซ้อนกันบนตักอย่างเรียบร้อย แม้จะนั่งรอมาเป็นเวลานาน แต่นางยังคงรักษากิริยามารยาทอันงดงามไร้ที่ติ
สตรีทุกคนล้วนเคยวาดฝันถึงคืนเข้าหอ เฉินหรงอันเองก็ไม่ต่างกัน แม้การแต่งงานครั้งนี้จะเป็นการสมรสที่ผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลเห็นชอบ หากนางก็เคยได้ยินชื่อเสียงของกู้เย่ว์เสวียนมานาน แม่ทัพหนุ่มผู้เก่งกาจ วีรบุรุษแห่งแผ่นดินต้าฉู่ บุรุษที่ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากฮ่องเต้
นางไม่ถึงกับหลงรักบุรุษที่ไม่เคยพบหน้ามาก่อน แต่ก็พร้อมจะทำหน้าที่ภรรยาที่ดีอย่างสุดความสามารถ
ทว่า... เสียงฝีเท้าเร่งรีบที่ดังขึ้นจากด้านนอกกลับทำลายค่ำคืนอันแสนสงบลงในพริบตา ตามมาด้วยเสียงเกือกม้าที่กระทบพื้นหินอย่างรุนแรง
ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงเอะอะโกลาหลดังขึ้นทั่วจวน ก่อนจะมีเสียงแหลมสูงของขันทีดังลั่นมาจากลานด้านหน้า
“ราชโองการด่วน! แม่ทัพกู้เย่ว์เสวียนรับราชโองการ!”
ภายในเรือนหอ เฉินหรงอันชะงักไปเล็กน้อย ยังไม่ทันได้เอ่ยถามสิ่งใด ประตูห้องก็ถูกเปิดออก บ่าวรับใช้คนสนิทรีบวิ่งเข้ามาคุกเข่ารายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ฮูหยินเจ้าคะ เกิดศึกที่ชายแดนเป่ยเจียง ฮ่องเต้มีพระบัญชาให้ท่านแม่ทัพนำทัพออกเดินทางทันทีเจ้าค่ะ!”
หัวใจของหรงอันสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุม
ออกเดินทาง... ตอนนี้หรือ
ในคืนเข้าหอเช่นนี้
ด้านนอกลานจวน กู้เย่ว์เสวียนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงกำลังคุกเข่ารับราชโองการด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
บ้านเมืองมาก่อนเรื่องส่วนตัว ในฐานะแม่ทัพ เขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
หลังรับพระราชโองการ เขาไม่มีเวลามากพอแม้แต่จะกลับไปยังเรือนหอ ไม่มีเวลาพอจะเปิดผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว ไม่มีเวลาพอแม้แต่จะมองเห็นใบหน้าของภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้าจวน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับพายุ
เขาเพียงสั่งการจัดเตรียมกองทัพ ก่อนจะฝากคำพูดสั้น ๆ ผ่านบ่าวรับใช้มายังเรือนหอ
“ให้ฮูหยินดูแลจวนแทนข้า รอข้ากลับมา” เพียงเท่านั้น ไม่มีคำสัญญาหวานซึ้ง ไม่มีแม้แต่โอกาสได้พบหน้า
คืนนั้น ขบวนทหารหลายหมื่นนายเคลื่อนออกจากเมืองหลวงท่ามกลางแสงคบเพลิงนับไม่ถ้วน
ส่วนเฉินหรงอันยังคงนั่งอยู่ในเรือนหอเพียงลำพังจนกระทั่งฟ้าสาง
เจ้าบ่าวของนางก็จากไปแล้ว และไม่มีใครคาดคิดว่า การจากไปครั้งนั้นจะยาวนานถึงหกปีเต็ม กาลเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า
หกปีเต็มที่เฉินหรงอันใช้ชีวิตอยู่ในจวนแม่ทัพในฐานะฮูหยิน
แรกเริ่มจวนแม่ทัพกู้ยังคงมีฐานะมั่งคั่ง แต่เมื่อสงครามยืดเยื้อ รายจ่ายกลับเพิ่มพูนขึ้นทุกปี ทั้งค่าดูแลบ่าวไพร่ ค่าซ่อมแซมเรือนพัก ค่าใช้จ่ายในงานเลี้ยงรับรองของขวัญสำหรับขุนนางและตระกูลใหญ่
รวมถึงภาษีสังคมมากมายที่ฮูหยินเฒ่ากู้ต้องใช้รักษาหน้าตาของจวนแม่ทัพ หากไม่มีเงินทองจากสินเดิมของเฉินหรงอัน จวนแห่งนี้คงล่มสลายไปนานแล้ว
ทุกปีนางควักเงินออกมาไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นตำลึง
ร้านผ้า ร้านยา โรงน้ำชา หอการค้า และที่ดินหลายแห่งในชื่อของนาง ล้วนกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่ค้ำจุนจวนแม่ทัพกู้ แม้กระทั่งบ่าวไพร่ในจวนก็รู้ดี หากไม่มีฮูหยิน จวนแม่ทัพคงเหลือเพียงเปลือกนอก
“ลูกสะใภ้ แจกันหยกคู่ที่เรือนหลังของข้ามันร้าวแล้ว ข้าอยากได้อันใหม่จากร้านหยกจิ้นหรง เจ้าช่วยจัดการให้แม่ทีเถิด”
ฮูหยินเฒ่ากู้เอ่ยขึ้นพลางจิบชาราคาแพงที่หรงอันเป็นผู้สั่งซื้อมา
“ลูกสะใภ้จะจัดการให้เจ้าค่ะ ท่านแม่”
เฉินหรงอันยิ้มอ่อนโยนดังเดิม กิริยามารยาทงดงามจนไม่มีผู้ใดตำหนิได้
ตลอดหกปีที่ผ่านมา นางเป็นสะใภ้ที่สมบูรณ์แบบดูแลแม่ผัว ดูแลกิจการในจวน ดูแลหน้าตาของตระกูลกู้ ไม่เคยปริปากบ่นแม้แต่ครั้งเดียว
แต่ไม่มีใครรู้ว่า ภายใต้รอยยิ้มอ่อนหวานนั้น เฉินหรงอันจดจำทุกอย่างเอาไว้หมด เงินทุกตำลึงที่จ่ายออกไป ของทุกชิ้นที่ถูกหยิบยืม บุญคุณทุกอย่างที่มอบให้นางบันทึกเอาไว้อย่างละเอียดในสมุดบัญชี ไม่เคยลืมแม้แต่รายการเดียว
วันหนึ่งในต้นฤดูสารท ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงมืดครึ้มราวกับฝนใหญ่กำลังจะมาเยือน
ทันใดนั้นเอง เสียงม้าเร็วควบตะบึงก็ดังขึ้นจากถนนหลวง
ฝุ่นดินฟุ้งกระจายเป็นทางยาว ก่อนจะหยุดลงอย่างกะทันหันหน้าประตูจวนแม่ทัพกู้
ทหารส่งสารผู้หนึ่งกระโดดลงจากหลังม้า ร่างกายเต็มไปด้วยฝุ่นโคลนและคราบเลือดแห้งกรัง เขาคุกเข่าลงกับพื้นทันที
“รายงาน!” เสียงตะโกนดังลั่นไปทั่วเรือนใหญ่
“ข่าวศึกด่วนจากชายแดนเป่ยเจียง” ทุกคนในจวนชะงักงัน
“แม่ทัพกู้เย่ว์เสวียน ถูกธนูพิษของศัตรูระหว่างการรบ พลีชีพในสนามรบแล้วขอรับ” ประโยคนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางเรือนโถง
“บัดนี้กองทัพกำลังเคลื่อนศพของท่านแม่ทัพกลับคืนสู่เมืองหลวง”
ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วอึดใจ ก่อนจะระเบิดออกเป็นเสียงร้องไห้ระงม บ่าวไพร่หลายคนทรุดตัวลงคุกเข่า บางคนถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้น ฮูหยินเฒ่ากู้หวีดร้องเสียงหลง
“ลูกข้า!”
นางล้มพับลงไปบนเก้าอี้ทันที โดยมีแม่นมจางรีบเข้ามาประคองด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ส่วนเฉินหรงอันที่ยืนอยู่กลางห้องโถงนั้น ถ้วยชาในมือหล่นกระแทกพื้น
เพล้ง!
เศษกระเบื้องแตกกระจาย ใบหน้าของนางซีดเผือดในพริบตา ร่างบอบบางสั่นสะท้านราวกับสูญเสียเรี่ยวแรงทั้งหมด
‘ตื่นตระหนกถึงเพียงนี้เชียวหรือ ท่านแม่’‘ก่อนหน้านี้ยังหัวเราะเยาะข้าอยู่เลยมิใช่หรือ’‘เหตุใดตอนนี้จึงหน้าซีดราวกับเห็นผีเสียเอง’ความสะใจสายหนึ่งแล่นผ่านหัวใจของนาง หกปีที่ผ่านมา พวกมันสูบเลือดสูบเนื้อนางอย่างไร้ยางอาย ใช้เงินของนาง เสวยสุขบนความอดทนของนาง ยังคิดว่านางเป็นเพียงสตรีโง่งมผู้ไร้ที่พึ่ง บัดนี้เพียงถูกนางตอบแทนเล็กน้อย ก็พากันลนลานเหมือนสุนัขจนตรอกแล้วหรือ“งิ้วโรงนี้...”เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกจากริมฝีปากของเฉินหรงอัน เบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงสะอื้น มีเพียงชิงเฉียวที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดเท่านั้นที่ได้ยิน“พวกเจ้าเป็นคนเริ่มมันขึ้นมาเอง”ชิงเฉียวชะงักไปเล็กน้อย มือที่ประคองนายหญิงพลันเย็นเฉียบ เฉินหรงอันยังคงก้มหน้า ริมฝีปากใต้ผ้าเช็ดหน้าค่อย ๆ ยกขึ้น“แต่อย่าหวัง... ว่าจะจบมันได้ง่าย ๆ” น้ำเสียงนั้นเบาเหลือเกิน แต่เย็นยะเยือกจนชิงเฉียวรู้สึกขนลุกไปทั้งร่าง“รีบเอาฝาโลงมาปิดเดี๋ยวนี้ ยังจะยืนชักช้าอะไรอยู่อีก อย่าให้ลูกสะใภ้ต้องเห็นภาพสะเทือนใจจนคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีก”บ่าวไพร่กลุ่มหนึ่งรีบยกฝาโลงศพธรรมดาเข้ามา ทุกคนไม่กล้าชักช้า เพราะกลัวว่าฮูหยินจะเสียสติพุ่งเข้าไปกอดศพอี
ฝ่ามือเรียวบางฟาดลงกลางทรวงอกของร่างในผ้าห่อศพอย่างรุนแรง เสียงกระแทกดังสะท้านไปทั่วห้องโถงกู้เย่ว์เสวียนที่นอนนิ่งอยู่ในโลงถึงกับดวงตาเบิกโพลงใต้ผ้าขาว ความเจ็บปวดแล่นจากกลางอกทะลุไปถึงแผ่นหลัง ลมหายใจที่พยายามกลั้นไว้แทบสะดุดเขาเกือบส่งเสียงครางออกมา แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เฉินหรงอันก็ร้องไห้โฮขึ้นอีกครั้ง“ท่านฟื้นขึ้นมาสิ!”ตุบ!“ฟื้นขึ้นมามองหน้าข้า!”ตุบ!“เหตุใดท่านจึงทิ้งข้าไว้คนเดียว!”ตุบ!“เหตุใดจึงใจดำกับข้าเช่นนี้!”ตุบ! ตุบ! ตุบ!เสียงฝ่ามือและกำปั้นกระแทกร่างดังต่อเนื่องไม่หยุดเฉินหรงอันทุบลงบนอก บนท้อง และช่วงไหล่ของกู้เย่ว์เสวียนครั้งแล้วครั้งเล่าต่อหน้าผู้คน นางคือภรรยาผู้เสียสติจากความโศกเศร้า แต่ความจริงแล้ว ทุกครั้งที่ลงมือ นางเลือกจุดอย่างแม่นยำ แรงพอดีให้เจ็บปวดรุนแรง แต่ไม่พอให้เลือดกระอักออกมาจนผู้คนจับพิรุธได้ตรงอกซ้าย ใต้ชายโครง กลางลิ้นปี่ ทุกจุดล้วนเป็นตำแหน่งที่เจ็บที่สุดกู้เย่ว์เสวียนทรมานจนร่างเกร็งกระตุก ใบหน้าภายใต้ผ้าห่อศพบิดเบี้ยวเหยเก เขาอยากร้อง อยากลุกขึ้นผลักนางออกไป อยากตะโกนถามว่านางบ้าไปแล้วหรือ แต่ทำไม่ได้ หากเขาขยับ หากเขาส่งเสียง ทุกอ
"หลังจากนี้หรือ ก็ปล่อยให้นางเป็นหม้ายไปจนตายอย่างไรเล่า ตามกฎหมาย สตรีที่เป็นหม้ายและไม่มีบุตรสืบสกุล สินเดิมย่อมตกอยู่ในความดูแลของจวนสามี อีกไม่นานทรัพย์สมบัติทั้งหมดของนางจะเป็นของตระกูลกู้"นางหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนกล่าวต่อ"ส่วนเย่ว์เสวียน เมื่อเรื่องเงียบลง เขาจะเปลี่ยนชื่อใหม่ ใช้ชีวิตอยู่กับเมียรักและลูกชายวัยห้าขวบที่ชายแดน เสวยสุขด้วยเงินของนังเฉินหรงอัน ฮ่า ๆ ๆ ๆ"เสียงหัวเราะของคนทั้งสองดังขึ้นภายในห้อง แต่สำหรับเฉินหรงอัน มันไม่ต่างจากเสียงปีศาจหัวเราะอยู่ข้างหู ทุกถ้อยคำที่ได้ยิน ราวกับคมมีดนับพันเล่มกรีดผ่านความอดทนที่นางมีมาตลอดหกปีหกปี... หกปีที่นางค้ำจุนจวนแห่งนี้ หกปีที่นางควักเงินนับแสนตำลึง หกปีที่นางดูแลแม่ผัวราวกับมารดาแท้ ๆ สุดท้ายสิ่งที่ได้รับกลับเป็นเพียงคำว่านังแพศยาและแผนการจะปล้นทุกสิ่งจากนาง ดวงตาคู่งามค่อย ๆ เย็นลง เย็นจนไร้ซึ่งอุณหภูมิใด ๆสงสัยอยู่แล้วเชียวว่าแต่งงานยังหลอกได้ แล้วเรื่องตายจะจริงหรือบัดนี้ความรู้สึกของนางพังทลายจนหมด ความเมตตาทั้งหมดถูกเหยียบย่ำจนแหลกละเอียด เหลือเพียงจิตสังหารอันเงียบงัน ริมฝีปากแดงชาดค่อย ๆ ยกขึ้นช้า ๆ เป็นรอยยิ้
จากนั้นจึงทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง แขนเสื้อยาวถูกยกขึ้นปิดใบหน้า เสียงร้องไห้โฮดังขึ้นอย่างเจ็บปวด“ท่านแม่ทัพ...”“เหตุใดท่านจึงจากไปเช่นนี้...”น้ำเสียงสะอื้นนั้นเต็มไปด้วยความโศกเศร้าเสียจนบ่าวไพร่รอบด้านต่างพากันน้ำตาคลอ ฮูหยินช่างน่าสงสารเหลือเกินแต่งงานมาหกปี สามีไม่เคยกลับบ้าน แม้แต่ห้องหอก็ยังไม่เคยได้เข้า บัดนี้กลับต้องกลายเป็นหม้ายเสียแล้วทว่า ไม่มีใครมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังแขนเสื้อผ้าไหมสีแดงเข้ม ไม่มีใครรู้ว่า ดวงตาของเฉินหรงอันไม่ได้มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ที่ต้องแต่งงานเพราะครอบครัว ความรักไม่มีอยู่ตั้งแต่แรกแล้วแววตาคู่งามค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปี ริมฝีปากแดงชาดที่ถูกซ่อนเอาไว้ค่อย ๆ ยกขึ้นช้า ๆกลายเป็นรอยยิ้มเย็นชาและอำมหิตข่าวร้ายที่ทำให้คนทั้งจวนร่ำไห้ กลับเป็นข่าวดีที่สุดที่นางได้รับในรอบหกปี ถ้านางไม่ได้ยินแม่สามีคุยกับบ่าวรับใช้คนสนิทก่อนหน้านี้ว่าอยากหลอกใช้นางให้เติมเต็มจวนกู้แห่งนี้ และอยากให้ลูกชายแต่งงานใหม่ นางคงยังโง่งมต่อไป‘กู้เย่ว์เสวียน ในที่สุดวันตายของเจ้าก็มาถึงเสียที’ในเมื่อสามีไม่เคยส่งข่าวคราว ไม่เคยส่งจดหมายหากัน ความผูก
เสียงประทัดมงคลที่เพิ่งเงียบหายไปไม่นานยังคงทิ้งกลิ่นควันกำยานจาง ๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่ทั่วจวนแม่ทัพกู้ ผืนผ้าแพรสีแดงชาดถูกประดับแขวนไว้ตามชายคาและระเบียงเรือน อักษรฮี้สีทองอร่ามสะท้อนแสงโคมจนดูงดงามจับตาคืนนี้ควรเป็นคืนที่มีความสุขที่สุดของจวนแม่ทัพและควรเป็นคืนเริ่มต้นชีวิตคู่ของคนสองคนภายในเรือนห





