Se connecter“ไม่ได้ถ่านมาเลยเจ้าค่ะ...ท่านไม่สบายเช่นนี้ ข้าจะหาทางไปข้างนอกเพื่อซื้อยา....ท่านรีบพักนะเจ้าคะ ฮึก ฮึก!!! เสี่ยวชิงเจ้าดูแลท่านหญิงให้ดี ข้าจะออกไปซื้อยาแล้วก็อาหารมา”
เสี่ยวหลินสาวใช้ที่ดูคล่องแคล่ว รีบเดินออกทางประตูด้านหลัง เพราะตรงนี้ไม่มีใครมา ทำให้สามารถแอบออกไปด้านนอกสบายหน่อย ท่านหญิงของนาง แม้แต่งมาเป็นภรรยาเอกกลับไร้การดูแลเช่นนี้ ช่างน่าสงสารนัก
ตกกลางคืนอาการป่วยกำเริบหนัก ผู่เยว่หายใจไม่ออก เสี่ยวหลินวิ่งหน้าตาตื่นจะไปหาท่านแม่ทัพ แต่ก็โดนขวางจากพ่อบ้านเทียนเฉิงเช่นเคยเขาไม่ค่อยยอมให้นางเข้าพบ บอกเพียงว่าท่านแม่ทัพไม่อยากพบ
“เจ้ามีอะไรหน้าตาตื่น รู้หรือไม่ท่านแม่ทัพกำลังพักผ่อนห้ามรบกวน” เทียนเฉิงขัดขวางทุกทางที่เรือนหลังจะติดต่อท่านแม่ทัพ เขารู้ว่าท่านแม่ทัพไม่ชอบจึงจัดการไม่ให้รกหูรกตา แม้จะเกินคำสั่งไปบ้างแต่เขาคิดว่าเจ้านายน่าจะชอบมากกว่าจะลงโทษเขา
“ท่านพ่อบ้านใหญ่...ได้โปรดเถอะ ฮูหยินใหญ่ไม่สบายหนักมาก...รีบตามหมอหน่อยเถอะข้าขอร้อง” เสี่ยวหลินใช้คำว่าฮูหยินเผื่อว่าพ่อบ้านจะยำเกรงบ้าง แต่ก็ไม่เลย
“ไม่ได้ดึกดื่นค่อนคืน จะไม่สบายอะไรตอนนี้”
“ท่านหญิงข้าจะตายแล้ว...ได้โปรด...ฮื้อ ฮื้อ ฮื้อ” แม้จะขอร้องอย่างไรก็ไม่ได้ผล เสี่ยวหลินจึงเดินคอตกกลับเรือนไปหาผู้เป็นนาย ระหว่างทาง ที่กำลังร้องไห้อย่างสิ้นหวัง ก็พบจิวเมิ่งคนสนิทของท่านแม่ทัพ
“เจ้าเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น” จิวเมิ่งถามบ่าวรับใช้ของฮูหยิน
“ท่านหญิงแย่แล้วไม่สบายหนักมาก”
“แล้วทำไมไม่ตามหมอ”
“พ่อบ้านไม่ให้ตาม บอกว่าดึกแล้ว” จิวเมิ่งรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที เจ้าพ่อบ้านตัวแสบชักจะเหิมเกริม แค่ให้อำนาจดูแลจวน กลับขัดขวางไม่เข้าท่า แม้ว่าท่านแม่ทัพไม่โปรดแต่คนไม่สบายกลับร้ายเช่นนี้เห็นทีเขาต้องรายงานท่านแม่ทัพเสียบ้าง
“เจ้าไปรอที่เรือนก่อน เดี๋ยวข้าจะจัดการให้” จิวเมิ่งรู้ดีว่าหากบอกท่านแม่ทัพไปก็ไม่รู้ว่าจะสนใจหรือไม่ จึงบอกให้บ่าวของอนุชิงเหลียนไปรายงาน เพราะหากผู่เยว่เป็นอะไรไปคงไม่เป็นผลดีต่อนาง
ชิงเหลียนเมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็โกรธจัด สั่งให้คนไปตามหมอมาเร็วที่สุด นางรีบไปเรือนหลังทันที
เสี่ยวชิงกับเสี่ยวหลินกุมมือนายสาวไว้แน่น ความอุ่นที่ฝ่ามือน้อยค่อย ๆ จางไป ความเย็นเยือกเข้ามาแทน เสี่ยวชิงทำไมมือท่านหญิงเย็นเยี่ยงนี้ เจ้าต้มน้ำมาหน่อย
“ไม่มีกระทั่งฟืนแล้วเสี่ยวหลิน ...ฮื้อ...ฮื้อ...ท่านหญิง”
ร่างน้อยที่ลมหายใจรวยรินกำลังจะจากไป แรงเฮือกสุดท้ายกลับมาสั่งเสียทั้งคู่
“เสี่ยวชิงเสี่ยวหลิน...เจ้าเอาเงินนี้ไปหลังจากข้าตาย เงินสินเดิมน่าจะถูกยึดจนหมด เก็บให้ดีเมื่อข้าไปแล้วจะได้หมดห่วง เจ้ากลับไปบ้านเดิมทำมาหากินอย่างอื่นเอาเถิด” เมื่อสั่งความหมด ลมหายใจก็ค่อย ๆ หายไปจนมือตก
“ท่านหญิง..ฮื้อ ฮื้อ...อย่าทิ้งพวกข้าไป พวกข้าจะอยู่ยังไง” เสียงร้องไห้ระงมเรือน
ชิงเหลียนมาถึงก็ถึงกับทรุด เมื่อเห็นสองบ่าวกอดร่างของผู่เยว่ ใบหน้าซีดเซียวน่าสงสารทำให้นางน้ำตาเอ่อคลอ
“ฮูหยินเป็นอย่างไรบ้าง...พวกเจ้าร้องไห้ทำไม” ชิงเหลียนถามเสียงสั่น
“อนุชิงเหลียน ช่วยด้วยเจ้าค่ะ...ฮื้อ...ท่านหญิงไม่หายใจแล้ว....” ชิงเหลียนถึงกับทรุดลง นางไม่คิดว่าท่านแม่ทัพกับบ่าวไพร่ในเรือนจะทรมานนางขนาดนี้ ฟืนไฟก็ไม่มีความสว่างใด ๆ ทั้งเรือนยังเย็นเยือก
“ท่านหมอมาแล้วครับ...”
“ท่านหมอเร็วรีบตรวจเข้า...” ชิงเหลียนได้สติ ขึ้นก็ให้หมอตรวจดูอาการนาง
“ชีพจรแทบไม่มีเลย...” ท่านหมอคร่ำเครียดทันที ที่นี่เย็นนักทำไมถึงไม่จุดถ่านให้ความอบอุ่น
ชิงเหลียนสั่งบ่าวไพร่ให้จัดการทันที หากช้าจะถูกจับโบยให้หมด ทั้งเรือนจึงวุ่นวายอีกครั้ง พ่อบ้านเทียนเฉิงหน้าซีดเผือด
วิญญาณของผู่เยว่ ยืนมองร่างตัวเองแล้วหายไป การเดินทางไกลของนาง พบกับวิญญาณดวงหนึ่ง ที่กลับมาเพื่อจะเกิดใหม่ หลินหงเหลียน หญิงสาววัย 25 ที่ชีวิตกำลังรุ่งด้วยความดัง ทั้งเป็นดารา เปิดแบรนด์สินค้าเครื่องสำอาง น้ำหอม รวมทั้งเปิดแบรนด์เสื้อผ้าที่นางเป็นผู้ออกแบบเอง แต่ว่าในตอนเที่ยงคืนนางขับรถด้วยความเร็ว ไม่ทันระวังจึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น วิญญาณของนางออกจากร่างทันที ลอยไปที่ห่างไกลแสนไกล หลินหงเหลียน เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่จึงเข้าไปถาม
“นี่นางเป็นใคร แล้วที่นี่ที่ไหน”
“ข้าคือผู้เยว่...เจ้ามาแล้วข้าจะได้ไป ฝากสาวใช้ของข้าด้วย” เมื่อหญิงสาวนั้นพูดจบ นางก็โดนเหวี่ยงอย่างแรงตกจากที่สูงลงมา
“อ้า......ช่วยฉันก่อนจะไปไหน...” หลินหงเหลียนตกลงไปที่มีแสงจ้ามองไม่เห็น จนตกใจตื่นร้องลั่นห้อง
“อ้า...”
“ท่านหญิง...ฟื้นแล้ว...ท่านหญิง...”
“ฮูหยิน...”
เสียงเรียกรอบเตียงดังจนหลินหงเหลียนเวียนหัว จึงสลบไปอีกรอบ
“ท่านหมอเป็นอย่างไรบ้าง” ชิงเหลียนถามอย่างร้อนใจ ..
“อนุเหลียน...ไม่เป็นอะไรมากแล้ว นับว่ายังโชคดีที่มาทันหากนานกว่านี้อีกสักหน่อย คาดว่าจะไม่ได้กลับมาแล้ว ยานี้ต้มให้กินสามเวลา อาหารบำรุงมากหน่อย ร่างกายคนป่วยเหมือนไม่ค่อยได้รับอาหาร”
สั่งความเสร็จท่านหมอก็ขอตัวกลับ เพราะเหนื่อยล้าเต็มที ตอนนี้ฟ้าสางแล้ว จึงจะกลับไปพักที่โรงหมอ
“ท่านหมอเทา...นั่นท่านกำลังจะมีลูกแล้วหรือ” เฟิงหวงที่ไม่ได้มาหาหมอเทาเสียนาน เพราะมัวเห่อลูกตัวเอง มาอีกทีองค์หญิงซูเป่ยท้องเริ่มโตแล้ว “ใช่แล้ว เดี๋ยวข้าไม่ทันท่าน” หมอเทาบอก “ข้ากำลังจะทำลูกสาวต่อ ฮูหยินข้าอยากมีลูกสาว” เฟิงหวงกระซิบกระซาบกับท่านหมอ “นางแข็งแรงดีแล้วหรือ” “ใช่ นางเพิ่งบอกเมื่อเช้า” สองหนุ่มพูดเป็นนัยที่รับรู้กันเพียงสองคน เพราะตอนนางท้อง เขาก็มาปรึกษาหมอเทาว่าต้องทำอย่างไร เขากลัวนางจะเจ็บ แต่เขาก็อดรักนางไม่ได้ “งั้นข้าจัดยาให้เต็มที่ไปเลย ขอให้ท่านลูกติดไว ๆ ” หมอเทาจัดยาสูตรพิเศษให้กับเฟิงหวงไป ยาสูตรนี้เขาก็ใช้กับตัวเองเช่นกัน อย่างที่เห็นได้ปุ๊บติดปั๊บ จากเมื่อก่อนติดยากนัก คืนนั้นฮูหยินไม่ได้นอน เฟิงหวงทำลูกสาวค่อนสว่างเลยทีเดียวฮูหยินลุกไม่ขึ้นทั้งวัน สงสัยเก็บมาหลายเดือน ดีที่ลูกชายนางมีแม่นมกับพี่เลี้ยง เลี้ยงดูให้ไม่เช่นนั้นคงร้องโยเย เพราะเมื่อคืนนี้พ่อเจ้าตัวแสบเล่นดูดกินนมของลูกไปเสียหมดแล้ว หลังจากนั้นสามเดือน ฮูหยินไป๋ก็ท้องสมใจอยากคราวนี้ใครก็บอกได้ลูกสาวแน่นอน เพราะแม่สวยวันสวยคื
เฟิงหวงเป็นคนรักษาคำพูด เพราะเขาให้นางอยู่ในห้องหอกับเขาเจ็ดวันเต็มจริง ๆ ไม่รู้จะขยันอะไรนักหนา กว่านางจะผ่านบทรักแต่ละบทของเขาไปได้ เล่นเอาขาอ่อนแรง แล้วราวกับล่วงรู้ว่าจะทำนางแรงมาก จัดยาบำรุงกำลังให้นางดื่มหลังอาหารทุกวัน จนตอนนี้นางแทบจะคึกเป็นม้าอยู่แล้ว หลังจากนั้นเพียงเดือนเดียวก็มีข่าวดี เพราะท่านอาเหยียนปิงมาเยี่ยมแล้วก็ตรวจชีพจรให้ พบว่ามีชีพจรมงคล “ท่านอาจริงหรือ ผู่เยว่นางท้องแล้วหรือ...ข้าดีใจจริง ๆ ...ข้าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว” เฟิงหวงดีใจจนออกนอกหน้า เขาเดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่งเดี๋ยวเข้ามากอดนาง “ท่านจะได้เป็นพ่อคนแล้ว” ผู่เยว่บอกเขา เพราะเขาอยากมีลูกตั้งแต่แรกที่เข้าหอด้วยกัน “ข้าดีใจที่สุดเลย พ่อบ้านไปป่าวประกาศเรื่องมงคลของจวนข้า แล้วจัดตั้งโรงทานหน้าจวนหนึ่งเดือน ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...” เฟิงหวงดีใจราวกับคนบ้า เขาประคบประหงม นางราวกับไข่ในหิน ไปไหนมาไหนแทบจะไม่ให้เดินเอง เขาแทบจะอุ้มนางไปทุกที่ ทุกสิ่งในเรือนของนางรวมทั้งของมีคมถูกเก็บออกไปจนหมด อะไรที่คิดว่าเป็นอันตรายกับนางและลูก เขาจัดการกวาดทิ้งไปจนหมด ผู่เยว่ที่คอยห้ามปรามเ
หานลู่ที่เป็นรองแม่ทัพก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นแม่ทัพแทนไป๋เฟิงหวง เพราะเฟิงหวงทูลฮ่องเต้ว่าจะออกจากราชการ ไม่อยากไปออกรบแล้ว อยากอยู่กับเมียรักอย่างเดียว แต่มีหรือฮ่องเต้จะยอม ฮ่องเต้จึงให้เฟิงหวงเป็นเสนาบดีกลาโหม ทำงานรับใช้ฮ่องเต้โดยตรงแล้วก็ไม่ต้องไปออกรบ ยกเว้นยามจำเป็นเท่านั้น นั่นทำให้เฟิงหวงยอมรับราชการต่อ“ฮูหยิน เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเหนื่อยหรือไม่” เฟิงหวงถามเมื่อได้อยู่ในห้องกันสองคน หลังจากทำพิธีกันเสร็จหมดแล้วเหลือแค่เข้าหอ“เหนื่อยมากเลย” ผู่เยว่ทำเสียงอ้อนสามี วันนี้นางตื่นแต่เช้าแต่งหน้าแต่งตัว ยังไม่ได้กินอะไรเลย“มาข้าจะนวดให้เจ้าดีหรือไม่ฮูหยินของข้า” เฟิงหวงเอาใจเมียหนักมาก เขารู้ว่านางเหนื่อยก็สงสาร“ข้าหิว...”“มานี่ข้าป้อนให้...เจ้าอ้าปาก” เฟิงหวงรีบหยิบตะเกียบคีบอาหารให้นางกินผู่เยว่กินอย่างเอร็ดอร่อย นางมีความสุขที่สุดที่สามีเอาใจนางทั้งป้อนทั้งบีบนวด ใครจะน่าอิจฉาเท่านางไม่มีอีกแล้ว“ข้าอิ่มแล้ว พอเถอะ”เมื่อนางอิ่มแล้วจึงบอกให้สามีสุดที่รักพอ“แต่ข้าหิวแล้ว เจ้าจะช่วยป้อนข้าบ้างได้หรือไม่” ไป๋เฟิงหวงรอมานานแล้ว เขานี่แหละอยากกินนาง อาหารบนโต๊ะเขาหาได้สนใจไม่“มา
องค์หญิงซูเป่ยเมื่อผู่เยว่ออกไป ก็จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของท่านหมอเทาเสีย นางจะทำให้เหมือนเขาเป็นคนปล้ำนางเมื่อถอดเสื้อผ้าเขาออกหมด ส่วนตัวเองก็ถอดออกเช่นกันให้เหลือเพียงชุดบางแล้วแทรกตัวขึ้นไปนอนข้างเขา หมอเทาที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นสามีขององค์หญิงซูเป่ย ดึงนางเข้ามากอดไว้แน่น ด้วยความเมามายทำให้เขาคิดว่านางคือหมอนข้างทั้งกอดทั้งซุกหน้าเข้ากับซอกคอของนาง เพราะมันรู้สึกอุ่นดีเหลือเกิน ที่เขาต้องหาความอบอุ่นเพราะว่า องค์หญิงเปลื้องเสื้อผ้าเขาจนเหลือแต่กายล่อนจ้อน เมื่อร่างกายหนุ่มเสียดสีกับร่างกายหญิงสาว เลือดในกายก็พุ่งแรง สัญชาตญาณความอยากอย่างเป็นธรรมชาติของเขาตื่นขึ้น เขามองหน้าหญิงสาวตรงหน้าว่าเป็นองค์หญิง แต่คิดว่าตัวเองกำลังฝันไป เขาดึงนางเข้าไปจูบอย่างดูดดื่ม องค์หญิงที่เห็นว่าหมอเทากำลังเมาหนัก แล้วก็จูบนางเข้าจริง ๆ ตอนแรกก็กล้า ๆ แต่เมื่อได้สัมผัสรสจูบที่เขามอบให้บวกกับกลิ่นเหล้าดอกท้อในปากของเขา ทำให้นางเมามายไปกับรสจูบ แต่ไม่ใช่แค่จูบเท่านั้นหมอเทาของนางเริ่มรุกหนักขึ้น เขาลูบไล้นางไปทั่วร่าง ร่างกายของนางเริ่มบิดเร่าด้วยแรงปรารถนา จากที่จะร
“เฟิงหวง เจ้าทำอะไรนางทำไมนางถึงได้รีบเดินไปอย่างนั้น” เหยียนปิงถาม “ทำลูกไงท่านอา...ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เฟิงหวงหัวเราะอย่างมีความสุข รออีกไม่นานเขาก็จะมารับนางไปอยู่จวนแล้ว “โอววว...เจ้านี่มัน....จริง ๆ เลย เอาล่ะปล่อยให้นางอยู่คนเดียวไปก่อน เจ้ารีบกลับจวนเถิดพี่ชายเจ้าจะแต่งงานในวันพรุ่งแล้ว” เหยียนปิงไล่เฟิงหวงกลับไปก่อน เพราะว่าหลายคนตามหาเขามาสองวันแล้ว หายไปพร้อมกับผู่เยว่แต่ทว่าก็ไม่มีใครเดือดร้อนใจ เดาได้ไม่ยากว่าน่าจะไปด้วยกัน พอวันงานมงคลของถิงหลันกับเฟิงลู่มาถึง โดยขบวนเจ้าบ่าวไปรับเจ้าสาวที่วังหลวง ฮองเฮาให้เกียรติถิงหลันเพราะเป็นถึงองค์หญิงแห่งซีเซี่ย เลยรับเป็นญาติฝ่ายหญิง เมื่อขบวนเจ้าบ่าวมาถึงก็มีการต้อนรับอย่างดีแล้วก็พาเจ้าสาวกลับเรือนไป เฟิงลู่ใช้เรือนของตัวเองเป็นเรือนหอชั่วคราวก่อน เพราะว่าอีกไม่นานก็จะกลับไปซีเซี่ยพร้อมกับนาง เหล่าทหารซีเซี่ยและญาติของเฟิงลู่ร่วมกันดื่มสุรามงคลกันอย่างออกรส และสนุกสนาน องค์หญิงซูเป่ยถือโอกาสนี้มอมเหล้าหมอหวงเซิงเทา แล้วลากเข้าห้องนางไป นางพยายามทอดสะพานก็แล้ว แกล้งป่วยก็แล้ว ทำทุกอย่างแล้วเขาก็ยั
ผู่เยว่ตื่นขึ้นในตอนดึกร่างกายปวดร้าวไปทุกส่วน เฟิงหวงรังแกหนักมาก แม้แต่จะขยับลุกยังแทบไม่มีแรง “อ๊ะ...โอ๊ยยยย” ผู่เยว่ร้องครวญด้วยความเจ็บปวด “ผู่เยว่เจ้าเป็นอะไรหรือไม่” เฟิงหวงที่กำลังหลับแต่ไม่ได้สนิทจนเกินไป เขารังแกนางขนาดนี้ทั้งยังกอดนางไว้แน่น “ถามได้ เพราะเจ้าข้าถึงได้ปวดเมื่อยขนาดนี้ เจ้าคนหื่นกาม” ผู่เยว่คาดโทษเขาไว้ก่อน ให้นางหายดีก่อนเถอะ จะเอาคืนเสียให้เข็ด “ข้ารักเจ้าแค่ไหนข้าก็ทำแค่นั้น ข้าผิดด้วยเหรอ นี่ยังไม่ได้เพียงครึ่งของความรักที่ข้ามีให้เจ้าเลยนะ เพียงแค่เศษเสี้ยวเท่านั้น” เฟิงหวงพูดอย่างหน้าไม่อาย แถมยังภูมิใจอีกต่างหาก ได้ครอบครองนางเพียงคนเดียว เขาจะไม่ให้นางออกไปไหนเลยให้อยู่แต่ในจวนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น “เจ้า...เฟิง...หวง...เจ้าคนหน้าด้าน...คอยดูเถอะอย่าให้ถึงทีข้าบ้างแล้วกัน” นางได้แต่สบถในลำคอ กัดฟันกรอดอย่างหัวเสีย นางขยับตัวหมายจะไปหาน้ำดื่มแก้กระหายเสียหน่อย เพราะใช้พลังไปหนักมาก ปากคอแห้งผากราวกับคนขาดน้ำ เฟิงหวงเห็นนางขยับจึงลุกขึ้นประคองนางให้นั่งพิงหมอน “เจ้าอยากได้อะไร เดี๋ยว







