Se connecterหลินหงเหลียน ในร่างผู่เยว่กำลังฝันเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างของนาง ชีวิตผู้หญิงที่น่าสงสาร พ่อไม่รักส่งมาแต่งงาน แล้วยังโดนสามีแสนเย็นชาร้ายกลับ ชีวิตนางช่างอาภัพนัก
น้ำตาแห่งความเศร้าเสียใจกับการจากไปตรึงตาตรึงใจนางนัก จนนางร้องไห้ออกมา อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“ผู่เยว่..ผู่เยว่...ผู่เยว่” หงเหลียนร้องเรียกนางเสียงดัง จนสาวใช้สองคนรีบวิ่งมาดู
“ท่านหญิงเป็นอย่างไรเจ้าคะ..ท่านหญิง..” เสี่ยวหลินและเสี่ยวชิงจับมือของผู้เป็นนายไว้ คาดว่าคงละเมอด้วยฤทธิ์ไข้ เหงื่อที่โทรมใบหน้าบ่งบอกถึงความทรมานของนายสาวได้เป็นอย่างดี สองสาวใช้น้ำตาริน แค่ท่านหญิงมีชีวิตต่อพวกนางก็ไม่ขออะไรแล้ว จากนี้ไปจะดูแลท่านหญิงให้เป็นอย่างดี
“เฮือก!!!” หลินหงเหลียนสะดุ้งตื่นขึ้น มองหน้าหญิงสาวสองคนแล้วคิดเรื่องในฝันเมื่อสักครู่ ความทรงจำต่าง ๆ ไหลมารวมกัน ปนเปจนปวดหัว
“อื้อ...ท่านหญิงฟื้นแล้วเสี่ยวหลิน ฟื้นแล้ว” เสี่ยวชิงบอกเพื่อนด้วยความดีใจ
“ข้าเห็นแล้ว ข้าเห็นแล้ว” เสี่ยวหลินดีใจทั้งน้ำตา ที่ผู้เป็นนายยังไม่ตาย
หลิงหงเหลียนสะบัดศีรษะ ไล่ความมึนงงต่าง ๆ จับหน้าจับตัวยกมือขึ้นมอง ‘นี่!! นี่เรามาอยู่ในร่างนี้จริง ๆ เหรอ โอววว ร่างเล็กหุ่นเฟิร์มมาก ผิวสวยขาวผ่อง โอววว แม่จ้าว นี่มันสวยกว่านางงามเสียอีก โอ้วมายก๊อด นี่ไม่ได้ฝันไปใช่ไหม’
หลินหงเหลียน ชื่นชมกับร่างนี้มาก นี่คือความใฝ่ฝันของดาราทุกคน ที่จะมีหุ่นงามเพียงนี้ แม้นางเป็นดาราดัง แต่ว่าหุ่นนางยังไม่สวยเท่านี้เลย ร่างเล็กแขนขาเรียวโดยไม่ต้องออกกำลังกาย
“นี่ข้าจริงเหรอ....ดีใจอย่างแรง” นางเก็บความดีใจไว้ไม่อยู่ ตะโกนออกมาลั่นห้อง
สองสาวใช้มองหน้ากันงง ว่าท่านหญิงผู้แสนเรียบร้อย ตะโกนด้วยถ้อยคำประหลาดแถมยัง...
“นี่เจ้าสองคนเอากระจกให้ข้าหน่อย เร็วข้าอยากเห็นใบหน้า” เสี่ยวหลินรีบไปหยิบให้ผู้เป็นนายทันที
“โอ้โฮ...นี่มันนางฟ้าชัด ๆ สวยขนาดนี้รับรองงานเต็มแน่นแน่ สินค้าต้องขายดีไปด้วย เจ้าของแบรนด์สวยขนาดนี้ นี่มันสวรรค์ชัด ๆ ”
หลินหงเหลียน ดีใจอยู่ได้ไม่นานก็ต้องคิดทบทวน แต่ว่า...ร่างนี้มาติดอยู่ในอดีตนี่สิแย่สุด ๆ อยากให้ไปอนาคตในโลกปัจจุบันจังเลย คิดได้ดังนั้นใบหน้างามก็เศร้าขึ้นมาทันที
“ท่านเป็นอะไรหรือเจ้าคะ เจ็บตรงไหนหรือเปล่าเจ้าคะ” เสี่ยวหลินที่เห็นหน้านายสาวตัวเองเจื่อนลง ก็รีบถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีอะไร ข้าสบายดีแล้ว เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ตอนนี้ร่างกายข้าแข็งแรงขึ้นแล้ว แต่ว่าหิวมากเลยไปหาอะไรให้ข้ากินหน่อย” หงเหลียน หิวแทบไส้ขาดไม่รู้ว่าร่างนี้อดอาหารมานานเท่าไหร่แล้ว ตอนนี้นางแทบไม่มีแรงเลยด้วยซ้ำ
“ได้เจ้าค่ะ” เสี่ยวชิงผู้เก่งงานบ้านงานเรือนอาสาไปทำอาหารมาให้ เพราะไม่อยากเข้าไปรบกวนในห้องครัวของบ้านใหญ่ แค่เมื่อคืนอนุชิงเหลียนมาที่เรือน สั่งการบ่าวไพร่ยกใหญ่ พวกบ่าวไพร่ในเรือนก็มองเขม่นจะแย่แล้ว
เสี่ยวชิงนางทำอาหารง่าย ๆ เป็นโจ๊กกับผัดผัก แล้วก็เต้าหู้ผัด มาให้นายสาวทาน เพราะอาหารที่ซื้อมาต้องเก็บไว้ทำหลาย ๆ วัน กว่าจะหนีออกไปได้แต่ละรอบเพื่อซื้ออาหารยากเย็นนัก พวกนางมาอยู่ที่นี่ไม่มีญาติที่ไหน ครั้นจะออกไปอยู่ข้างนอกเป็นเพียงหญิงก็อันตรายนัก คงต้องทนอยู่ในจวนแห่งนี้ต่อไป เพื่ออยู่ภายใต้อารักขาของแม่ทัพไป๋
“นี่มีแค่นี้เองเหรอ” หงเหลียน รู้สึกเศร้านัก นางมาอยู่ในร่างสาวสวยแต่ไม่ได้มีอาหารดี ๆ กิน ผิดกับตอนอยู่ที่โลกปัจจุบันกินทิ้งกินขว้างอย่างไรก็ได้ มีเงินใช้ไม่รู้หมด
“ตอนนี้ทานไปเท่านี้ก่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวคราวหน้าออกไปอีกจะซื้อของกลับมาเยอะ ๆ เจ้าค่ะ”
“นี่ความเป็นอยู่ของข้าลำบากเพียงนี้เชียวหรือ” หงเหลียนถามสองสาว
ทั้งคู่มองหน้า แต่เข้าใจว่าเพราะป่วยหนักความจำอาจจะเลอะเลือนไปบ้าง แต่ก็ค่อย ๆ บอกน่าจะจำได้ เพราะก่อนจะฟื้นท่านหมอค่อนข้างหนักใจนึกว่าจะไม่มีชีวิตรอดเสียแล้ว
“ท่านอาจจะลืมไปชั่วขณะ ตอนป่วยจิตใจท่านอาจได้รับการกระทบกระเทือน แต่ว่าท่านแม่ทัพไม่ได้สนใจไยดีพวกเราเลยตั้งแต่ท่านแต่งเข้ามา บ่าวไพร่ในเรือนต่างพากันกลั่นแกล้งพวกเรา” สาวใช้คนสนิทสองคนเล่าให้ผู้เป็นนายฟังเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ระหว่างที่ทานอาหารไป
“เจ้าแม่ทัพไป๋...คอยดูเถอะ ข้าจะทำให้เจ้าคลานเข่ามาขอร้องข้าให้จงได้” หลินหงเหลียน เคียดแค้นนักทำกับผู้หญิงตัวเล็ก สวยราวกับนางฟ้าได้อย่างไรกัน นางจดบัญชีแค้นไว้ในใจ จะแก้แค้นให้ผู่เยว่ผู้น่าสงสาร
“ว่าแต่ไอ้เจ้าแม่ทัพอะไรนั่น...ไม่ได้เข้าหอกับข้าใช่ไหม” หลินหงเหลียน ถามเพื่อความแน่ใจ แม้ในฝันภาพต่าง ๆ ผ่านมาให้ดูเหมือนภาพยนตร์ แต่ก็อยากมั่นใจ
“ท่านแม่ทัพมา แต่ไม่ได้เข้าหอทั้งยังดูแคลนท่านด้วย”
“ดี...ดีมาก ข้าจะทำให้เจ้านั่นจำจนวันตาย” หลินหงเหลียน คิดแค้นและยังหาวิธีที่จะออกจากที่นี่ไป ใจจริงอยากให้เจ้านั่นเขียนใบหย่าให้เลย แต่ต้องวางแผนให้ดีก่อน
“ดี วันนี้พวกเจ้ามีอาหารอะไรในครัวก็มาทำกินเถิด...พรุ่งนี้พวกเราจะไปตลาดกัน” หลินหงเหลียน ในร่างผู่เยว่ บอกสาวใช้ที่นั่งมองนางกินอย่างเดียว คงกลัวว่านางจะไม่อิ่ม
“จะดีหรือเจ้าคะ ท่านเพิ่งจะดีขึ้น จะออกไปโดนลมจะแย่เอานะเจ้าคะ”
“ข้าดีขึ้นแล้ว ที่จริงข้าตายไปแล้ว แต่ท่านยมบาล บอกว่าให้ข้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง จะมอบร่างกายที่แข็งแรงให้ ให้ข้าใช้ชีวิตให้ดี ถึงได้ตื่นมาไง อย่างที่พวกเจ้าเห็น”
หลินหงเหลียน โกหกคำโตแต่ถ้าไม่อ้างแบบนี้ พวกนางได้ประคบประหงม เป็นคนอ่อนแอทั้งชาติเบื่อตายชัก ไหน ๆ มาเกิดใหม่แล้วต้องทำให้โลกอดีตนี้จำสักหน่อย สมัยราชวงศ์โจวงั้นเหรอ ย้อนมาไกลโขเหมือนกัน เคยดูแต่ในซีรีส์ไม่คิดว่าตัวเองจะมาเจอด้วยตัวเอง
“ดีขนาดนี้ พวกเราต้องไปทำบุญที่วัดนะเจ้าคะ ได้มีชีวิตใหม่”
“เป็นความคิดที่ดี เจ้านี่ฉลาดจริง ๆ ” นางชมสาวใช้ที่ท่าทางดูฉลาดเอาตัวรอดเก่ง กับอีกคนที่เก่งการบ้านการเรือน นางสองคนนับว่าเป็นสาวใช้ที่หน้าตาสะสวยงดงาม คาดว่าคงไว้สำหรับตอนฮูหยินมีลูกแล้ว ให้สามีนอนกับสาวใช้หรือเปล่า เพื่อไม่ให้อำนาจตกไปอยู่ในมือคนอื่น แต่เจ้าแม่ทัพไป๋ใจโฉดไม่มีวันได้แน่นอน
สาวใช้สองคนแต่งหน้าแต่งตัวให้นายของตัวเอง นางให้เลือกชุดที่สวยและงดงามที่สุด ต้องเดินเฉิดฉายเป็นนางพญาสมกับเป็นฮูหยินใหญ่เสียหน่อย วันนี้จะลดตัวไปขอบคุณอนุชิงเหลียนที่ทำให้รอดชีวิตมาได้ และถือโอกาสไปดูหน้าเจ้าคนชั่วนั่นเสียหน่อย
“ไหนข้าสวยหรือยัง”
“งามเจ้าค่ะ งามนัก งามกว่าผู้ใดในเมืองนี้” เสี่ยวชิงกับเสี่ยวหลินชื่นชมผู้เป็นนาย
“ไป ไปกัน ไปทำให้จวนแห่งนี้สะเทือนเสียหน่อย ให้มันรู้เสียบ้างว่าใครคือฮูหยินใหญ่”
สาวใช้สองคนรู้สึกดีใจ ที่ผู้เป็นนายกลับมาสดใส ดูแล้วรู้สึกว่ามีความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวมาก แม้ว่าบางครั้งคำพูดจาจะประหลาดไปบ้าง แต่ก็หาได้สนใจแค่ท่านหญิงของพวกนางกลับมาก็พอแล้ว
ผู่เยว่ นางต้องท่องให้ขึ้นใจ นางคือผู่เยว่ ลืมหลินหงเหลียนไปเสีย ต่อไปนางต้องใช้ชีวิตอยู่ในร่างนี้ไปจนตาย นางเดินเฉิดฉายเชิดใบหน้างามตามทางเดินในจวนที่สร้างเป็นทางเชื่อม ดีว่าทำหลังคาไว้ตลอดไม่เช่นนั้นหากหน้าร้อนแดดแรงคงได้เหงื่อแตกพอดี แล้วเรือนของนางก็อยู่เสียหลังสุดอีกต่างหาก
“ท่านหมอเทา...นั่นท่านกำลังจะมีลูกแล้วหรือ” เฟิงหวงที่ไม่ได้มาหาหมอเทาเสียนาน เพราะมัวเห่อลูกตัวเอง มาอีกทีองค์หญิงซูเป่ยท้องเริ่มโตแล้ว “ใช่แล้ว เดี๋ยวข้าไม่ทันท่าน” หมอเทาบอก “ข้ากำลังจะทำลูกสาวต่อ ฮูหยินข้าอยากมีลูกสาว” เฟิงหวงกระซิบกระซาบกับท่านหมอ “นางแข็งแรงดีแล้วหรือ” “ใช่ นางเพิ่งบอกเมื่อเช้า” สองหนุ่มพูดเป็นนัยที่รับรู้กันเพียงสองคน เพราะตอนนางท้อง เขาก็มาปรึกษาหมอเทาว่าต้องทำอย่างไร เขากลัวนางจะเจ็บ แต่เขาก็อดรักนางไม่ได้ “งั้นข้าจัดยาให้เต็มที่ไปเลย ขอให้ท่านลูกติดไว ๆ ” หมอเทาจัดยาสูตรพิเศษให้กับเฟิงหวงไป ยาสูตรนี้เขาก็ใช้กับตัวเองเช่นกัน อย่างที่เห็นได้ปุ๊บติดปั๊บ จากเมื่อก่อนติดยากนัก คืนนั้นฮูหยินไม่ได้นอน เฟิงหวงทำลูกสาวค่อนสว่างเลยทีเดียวฮูหยินลุกไม่ขึ้นทั้งวัน สงสัยเก็บมาหลายเดือน ดีที่ลูกชายนางมีแม่นมกับพี่เลี้ยง เลี้ยงดูให้ไม่เช่นนั้นคงร้องโยเย เพราะเมื่อคืนนี้พ่อเจ้าตัวแสบเล่นดูดกินนมของลูกไปเสียหมดแล้ว หลังจากนั้นสามเดือน ฮูหยินไป๋ก็ท้องสมใจอยากคราวนี้ใครก็บอกได้ลูกสาวแน่นอน เพราะแม่สวยวันสวยคื
เฟิงหวงเป็นคนรักษาคำพูด เพราะเขาให้นางอยู่ในห้องหอกับเขาเจ็ดวันเต็มจริง ๆ ไม่รู้จะขยันอะไรนักหนา กว่านางจะผ่านบทรักแต่ละบทของเขาไปได้ เล่นเอาขาอ่อนแรง แล้วราวกับล่วงรู้ว่าจะทำนางแรงมาก จัดยาบำรุงกำลังให้นางดื่มหลังอาหารทุกวัน จนตอนนี้นางแทบจะคึกเป็นม้าอยู่แล้ว หลังจากนั้นเพียงเดือนเดียวก็มีข่าวดี เพราะท่านอาเหยียนปิงมาเยี่ยมแล้วก็ตรวจชีพจรให้ พบว่ามีชีพจรมงคล “ท่านอาจริงหรือ ผู่เยว่นางท้องแล้วหรือ...ข้าดีใจจริง ๆ ...ข้าจะได้เป็นพ่อคนแล้ว” เฟิงหวงดีใจจนออกนอกหน้า เขาเดี๋ยวลุกเดี๋ยวนั่งเดี๋ยวเข้ามากอดนาง “ท่านจะได้เป็นพ่อคนแล้ว” ผู่เยว่บอกเขา เพราะเขาอยากมีลูกตั้งแต่แรกที่เข้าหอด้วยกัน “ข้าดีใจที่สุดเลย พ่อบ้านไปป่าวประกาศเรื่องมงคลของจวนข้า แล้วจัดตั้งโรงทานหน้าจวนหนึ่งเดือน ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า...” เฟิงหวงดีใจราวกับคนบ้า เขาประคบประหงม นางราวกับไข่ในหิน ไปไหนมาไหนแทบจะไม่ให้เดินเอง เขาแทบจะอุ้มนางไปทุกที่ ทุกสิ่งในเรือนของนางรวมทั้งของมีคมถูกเก็บออกไปจนหมด อะไรที่คิดว่าเป็นอันตรายกับนางและลูก เขาจัดการกวาดทิ้งไปจนหมด ผู่เยว่ที่คอยห้ามปรามเ
หานลู่ที่เป็นรองแม่ทัพก็ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นแม่ทัพแทนไป๋เฟิงหวง เพราะเฟิงหวงทูลฮ่องเต้ว่าจะออกจากราชการ ไม่อยากไปออกรบแล้ว อยากอยู่กับเมียรักอย่างเดียว แต่มีหรือฮ่องเต้จะยอม ฮ่องเต้จึงให้เฟิงหวงเป็นเสนาบดีกลาโหม ทำงานรับใช้ฮ่องเต้โดยตรงแล้วก็ไม่ต้องไปออกรบ ยกเว้นยามจำเป็นเท่านั้น นั่นทำให้เฟิงหวงยอมรับราชการต่อ“ฮูหยิน เจ้าเป็นอย่างไรบ้างเหนื่อยหรือไม่” เฟิงหวงถามเมื่อได้อยู่ในห้องกันสองคน หลังจากทำพิธีกันเสร็จหมดแล้วเหลือแค่เข้าหอ“เหนื่อยมากเลย” ผู่เยว่ทำเสียงอ้อนสามี วันนี้นางตื่นแต่เช้าแต่งหน้าแต่งตัว ยังไม่ได้กินอะไรเลย“มาข้าจะนวดให้เจ้าดีหรือไม่ฮูหยินของข้า” เฟิงหวงเอาใจเมียหนักมาก เขารู้ว่านางเหนื่อยก็สงสาร“ข้าหิว...”“มานี่ข้าป้อนให้...เจ้าอ้าปาก” เฟิงหวงรีบหยิบตะเกียบคีบอาหารให้นางกินผู่เยว่กินอย่างเอร็ดอร่อย นางมีความสุขที่สุดที่สามีเอาใจนางทั้งป้อนทั้งบีบนวด ใครจะน่าอิจฉาเท่านางไม่มีอีกแล้ว“ข้าอิ่มแล้ว พอเถอะ”เมื่อนางอิ่มแล้วจึงบอกให้สามีสุดที่รักพอ“แต่ข้าหิวแล้ว เจ้าจะช่วยป้อนข้าบ้างได้หรือไม่” ไป๋เฟิงหวงรอมานานแล้ว เขานี่แหละอยากกินนาง อาหารบนโต๊ะเขาหาได้สนใจไม่“มา
องค์หญิงซูเป่ยเมื่อผู่เยว่ออกไป ก็จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าของท่านหมอเทาเสีย นางจะทำให้เหมือนเขาเป็นคนปล้ำนางเมื่อถอดเสื้อผ้าเขาออกหมด ส่วนตัวเองก็ถอดออกเช่นกันให้เหลือเพียงชุดบางแล้วแทรกตัวขึ้นไปนอนข้างเขา หมอเทาที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นสามีขององค์หญิงซูเป่ย ดึงนางเข้ามากอดไว้แน่น ด้วยความเมามายทำให้เขาคิดว่านางคือหมอนข้างทั้งกอดทั้งซุกหน้าเข้ากับซอกคอของนาง เพราะมันรู้สึกอุ่นดีเหลือเกิน ที่เขาต้องหาความอบอุ่นเพราะว่า องค์หญิงเปลื้องเสื้อผ้าเขาจนเหลือแต่กายล่อนจ้อน เมื่อร่างกายหนุ่มเสียดสีกับร่างกายหญิงสาว เลือดในกายก็พุ่งแรง สัญชาตญาณความอยากอย่างเป็นธรรมชาติของเขาตื่นขึ้น เขามองหน้าหญิงสาวตรงหน้าว่าเป็นองค์หญิง แต่คิดว่าตัวเองกำลังฝันไป เขาดึงนางเข้าไปจูบอย่างดูดดื่ม องค์หญิงที่เห็นว่าหมอเทากำลังเมาหนัก แล้วก็จูบนางเข้าจริง ๆ ตอนแรกก็กล้า ๆ แต่เมื่อได้สัมผัสรสจูบที่เขามอบให้บวกกับกลิ่นเหล้าดอกท้อในปากของเขา ทำให้นางเมามายไปกับรสจูบ แต่ไม่ใช่แค่จูบเท่านั้นหมอเทาของนางเริ่มรุกหนักขึ้น เขาลูบไล้นางไปทั่วร่าง ร่างกายของนางเริ่มบิดเร่าด้วยแรงปรารถนา จากที่จะร
“เฟิงหวง เจ้าทำอะไรนางทำไมนางถึงได้รีบเดินไปอย่างนั้น” เหยียนปิงถาม “ทำลูกไงท่านอา...ฮ่า ฮ่า ฮ่า” เฟิงหวงหัวเราะอย่างมีความสุข รออีกไม่นานเขาก็จะมารับนางไปอยู่จวนแล้ว “โอววว...เจ้านี่มัน....จริง ๆ เลย เอาล่ะปล่อยให้นางอยู่คนเดียวไปก่อน เจ้ารีบกลับจวนเถิดพี่ชายเจ้าจะแต่งงานในวันพรุ่งแล้ว” เหยียนปิงไล่เฟิงหวงกลับไปก่อน เพราะว่าหลายคนตามหาเขามาสองวันแล้ว หายไปพร้อมกับผู่เยว่แต่ทว่าก็ไม่มีใครเดือดร้อนใจ เดาได้ไม่ยากว่าน่าจะไปด้วยกัน พอวันงานมงคลของถิงหลันกับเฟิงลู่มาถึง โดยขบวนเจ้าบ่าวไปรับเจ้าสาวที่วังหลวง ฮองเฮาให้เกียรติถิงหลันเพราะเป็นถึงองค์หญิงแห่งซีเซี่ย เลยรับเป็นญาติฝ่ายหญิง เมื่อขบวนเจ้าบ่าวมาถึงก็มีการต้อนรับอย่างดีแล้วก็พาเจ้าสาวกลับเรือนไป เฟิงลู่ใช้เรือนของตัวเองเป็นเรือนหอชั่วคราวก่อน เพราะว่าอีกไม่นานก็จะกลับไปซีเซี่ยพร้อมกับนาง เหล่าทหารซีเซี่ยและญาติของเฟิงลู่ร่วมกันดื่มสุรามงคลกันอย่างออกรส และสนุกสนาน องค์หญิงซูเป่ยถือโอกาสนี้มอมเหล้าหมอหวงเซิงเทา แล้วลากเข้าห้องนางไป นางพยายามทอดสะพานก็แล้ว แกล้งป่วยก็แล้ว ทำทุกอย่างแล้วเขาก็ยั
ผู่เยว่ตื่นขึ้นในตอนดึกร่างกายปวดร้าวไปทุกส่วน เฟิงหวงรังแกหนักมาก แม้แต่จะขยับลุกยังแทบไม่มีแรง “อ๊ะ...โอ๊ยยยย” ผู่เยว่ร้องครวญด้วยความเจ็บปวด “ผู่เยว่เจ้าเป็นอะไรหรือไม่” เฟิงหวงที่กำลังหลับแต่ไม่ได้สนิทจนเกินไป เขารังแกนางขนาดนี้ทั้งยังกอดนางไว้แน่น “ถามได้ เพราะเจ้าข้าถึงได้ปวดเมื่อยขนาดนี้ เจ้าคนหื่นกาม” ผู่เยว่คาดโทษเขาไว้ก่อน ให้นางหายดีก่อนเถอะ จะเอาคืนเสียให้เข็ด “ข้ารักเจ้าแค่ไหนข้าก็ทำแค่นั้น ข้าผิดด้วยเหรอ นี่ยังไม่ได้เพียงครึ่งของความรักที่ข้ามีให้เจ้าเลยนะ เพียงแค่เศษเสี้ยวเท่านั้น” เฟิงหวงพูดอย่างหน้าไม่อาย แถมยังภูมิใจอีกต่างหาก ได้ครอบครองนางเพียงคนเดียว เขาจะไม่ให้นางออกไปไหนเลยให้อยู่แต่ในจวนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น “เจ้า...เฟิง...หวง...เจ้าคนหน้าด้าน...คอยดูเถอะอย่าให้ถึงทีข้าบ้างแล้วกัน” นางได้แต่สบถในลำคอ กัดฟันกรอดอย่างหัวเสีย นางขยับตัวหมายจะไปหาน้ำดื่มแก้กระหายเสียหน่อย เพราะใช้พลังไปหนักมาก ปากคอแห้งผากราวกับคนขาดน้ำ เฟิงหวงเห็นนางขยับจึงลุกขึ้นประคองนางให้นั่งพิงหมอน “เจ้าอยากได้อะไร เดี๋ยว







